พาแมวไปอาบน้ำที่ร้าน คิดผิดอย่างแรง! เสียใจสุดๆ

ก่อนอื่นต้องขอเล่าถึงวิธีการเลี้ยงน้องแมวของเรานะค่ะ เมื่อก่อนเรายังเด็กอยู่ ตจว. เราเลี้ยงแมวจรเยอะมาก ยายที่บ้านด่าประจำว่าให้ข้าวมันกินทำไมมันมาอยู่กันเต็มบ้านเราก็ไม่สนใจยาย ก็สงสารอะเลี้ยงแบบเด็กไม่รู้ภาษาปล่อยมันใช้ชีวิตตามอัธยาศัย คือคลุกดินคลุกฝุ่นตามภาษาแมวบ้านๆ แต่เราเล่นกับพวกมันทุกวันคลุกคลีนอนด้วยไม่เคยมีปัญหาเรื่องเชื้อราขี้เรื่อนอะไรเลย

แต่ปัจจุบันเราโตแล้วเราย้ายมาอยู่ กทม. เพราะเรียนที่นี้ อยู่อพาร์ทเม้นท์จนเรียนจบทำงานแล้วเราก็เห็นเพจพวกแจกหมาแจกแมวจร เราเลยตัดสินใจขอรับเลี้ยง 1 ตัว ที่จริงน้องแมวเป็นแมวบ้านอยู่แล้วแต่คลอดมาเยอะเขาเลยต้องหาบ้าน ตอนรับมาน้องปกติทุกอย่าง รับมาได้ 1 วัน ตอนนั้นน้องอายุเกือบ 3 เดือน เราจึงพาน้องไปฉีดวัคซีนจนครบตามที่หมอแนะนำ เราศึกษาเรื่องการเลี้ยงแมวอย่างจริงจัง ให้หมอสอนตัดเล็บแคะหู ศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องการดูแลความสะอาด อาหารการกิน ไปจนถึงความชอบของแมว

เราตั้งใจเลี้ยงเขามาก อาบน้ำให้เองตลอดใช้น้ำยาอาบน้ำของอโวเดิม ก่อนอาบเราเอาน้ำยาผสมน้ำเล็กน้อยจึงอาบให้เขา อาบเสร็จเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนู แล้วก็ไดร์ขนให้ แมวเราไม่กลัวไดร์ อาบน้ำ 1อาทิตย์-3 อาทิตย์ ต่อ 1 ครั่ง
ตัดเล็บเราจะตัดเฉพาะตอนมันคมมากๆ ตัดนิดเดียวแล้วตะไบให้มันมนๆ พอแค่นี้ก็ข่วนไม่เข้าละ หูแคะ 1-2 วัน ครั้ง หวีขนทุกวันเช้าเย็น นับด้วยนะว่าครั้งหนึ่งหวีกี่ร้อยที อาหารให้กินของพรีเมี่ยมตลอด อโวเดิม คานิน กินตามช่วงอายุ ตอนนี้ก็กินสูตร kitten เพราะอายุยังไม่ถึงปี อาหารเปียกของ nekko
ส่วนอาหารคนปรุงรสไม่ให้กิน แต่ก็มีต้มอกไก่ ต้มฟักทองให้กินบ้าง ท่าว่าง แบบไม่ปรุงรสนะ คือเราตั้งใจดูแลเขาอย่างดี

แต่แล้วเราก็พลาดค่ะ ช่วงปีใหม่เรายุ่งมาก ไม่มีเวลาอาบน้ำให้เขา และจะพาเขาไป ตจว. ด้วย เลยจำเป็นต้องพาไปอาบน้ำร้านนอกบ้าน เราไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพาแมวไปอาบน้ำร้านเลย เพราะเราคิดว่าเขาทำอาชีพแบบนี้เขาน่าจะทำได้ดีกว่าเรา ปรากฎว่าเราไปหาร้านอาบน้ำแถวประชาสงเคราะห์ เพราะใกล้และแถวนั้นร้านเยอะ แต่ทว่าร้านปิดแทบทุกร้านเพราะมันจะปีใหม่แล้ว เห็นเปิดอยู่ร้านเดียว เลยตัดสินใจเข้าร้านนี้ ร้านอยู่ข้างร้านซ้อมรถมอเตอร์ไซค์ ร้านเป็นกระจกทึบๆ ติดป้ายว่าให้กดออด ถอดรองเท้า เราก็กดออดเรียกมีผู้หญิงมาเปิดประตู

พอเราเข้าไปในร้าน เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากคิดแต่ว่าทำไมมืดๆอับๆ ในร้านมีของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงขายนะค่ะ แต่ดูเก่าๆ ไม่มีเก้าอี้สำหรับให้ลูกค้านั้งคอย
เขาถาม "แมวตัวโตไหม" เราบอก "ไม่โตเท่าไหร่" (เพราะหนัก 5 โล) พอเปิดกระเป๋าเขาบอก "โหตัวใหญ่มากเลย" แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนเดินออกมาจากหลังร้านใส่ชุดยางๆ พร้อมอาบน้ำสัตว์ออกมา เราก็อุ้มน้องออกจากกระเป๋าส่งให้เขาคือไม่มีคิวเพราะในร้านมีแค่เราที่เป็นลูกค้า
เราบอกเขาว่า "เพิ่งตัดเล็บเขามาเมื่อวานตะไบมาแล้วมันทื่อแล้ว" ผู้หญิงคนแรกที่มาเปิดประตูลักษณะเหมือนเจ้าของร้าน พูดเสียงดังขึ้นมาว่า "โห ไม่ได้หรอกแบบนี้ยาววว ยาวมากเดี๋ยวเขาข่วน"
เราก็ฟังเขาพูดเฉยๆ และเราก็ถามเขาต่อว่า "ราคาเท่าไหร่" เขาตอบ "400 บาท เพราะตัวใหญ่มาก เล็บก็ยาวต้องตัด" เราก็ไม่ได้ว่าอะไร
และเราก็กำลังออกจากร้านกะว่าเดี๋ยวมารับ จะไปซื้อกระเป๋าใบใหม่มาให้แมวที่รามอินทราเพราะแถวนั้นมีร้านใหญ่ของมีให้เลือกเยอะ ก่อนออก เจ้าของร้านก็พูดเสียงดังอีกว่า "เดี๋ยวจะถอนขนหูให้ " เราก็ตกใจ เราบอก "ขนหูอะไรค่ะ ไม่ต้องถอนก็ได้ เพราะหนูเพิ่งแคะหูให้เขาไม่เป็นไร" แล้วเขาก็รีบพูดขึ้นมาว่า " ขนหูเนี้ยมันต้องถอนออก รู้จักไหมไรในหูอะ คุณแม่แคะไม่เป็นหรอก หูเขาลึกอย่างนี้ๆ เดี๋ยวทำเองเดี๋ยวทำให้มันต้องใช้ไม้แคะหูยาวๆ มาแคะ แคะไม่เป็นก็ทำหูเขาอักเสบอีก เดี๋ยวเสร็จละโทรแจ้ง" เขาพูดไปพลางทำท่าไปด้วย ตอนนั้นเราเริ่มไม่พอใจละ แต่ด้วยความที่เกรงใจเราเลยบอกเขาไปว่า "ค่ะ ฝากด้วยละกัน"

จากนั้นเราก็ขับรถไปกับแฟนไปรามอินทราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า เลืกซื้อกระเป๋าใบใหม่ของลดราคาต่างๆ ที่น่าสนใจ เราก็ยังคุยกับแฟน "ทำไมไม่โทรหาสักที " แฟนบอก "เดี๋ยวซื้อของเสร็จก็ไปรับเลย" สรุปขับรถไปถึงร้านก็ต้องไปกดออดหน้าร้านผู้หญิงเจ้าของร้านก็ออกมาบอกว่า "ยังไม่เสร็จเท้ายังไม่แห้ง เดี๋ยวเสร็จละบอก" เราเลยบอกว่า "เคร งั้นเดี๋ยวไปทานข้าวแถวนี้รอนะค่ะ" พอทานข้าวเสร็จเราก็นั้งพักเหนื่อยคุยกันกับแฟนก็นานอยู่จนทนไม่ไหวไม่โทรมาสักที เรากับแฟนก็ไปกดออดใหม่ หลายทีเขาก็ไม่ออกมา แฟนเลยแง้มประตูเข้าไปเห็นเขานั้งอยู่ห้องด้านในที่เห็นเพราะมันเป็นกระจกกั่น เขานั้งต้มมาม่าดูทีวีอยู่ แล้วพอเขาเห็นแฟนเราเปิดประตู เขาก็พยักหน้าประมาณว่าเข้ามาสิเสร็จแล้ว

พอเราเข้าไป ผู้หญิงที่ใส่ชุดยางก็อุ้มแมวเราออกมา เท่านั้นละเราช็อค แมวเรากลิ่นเหม็นฉุนมากเราได้กลิ่นเราปวดหัวทันที เรายังไม่ทันพูดอะไร เจ้าของร้านรีบพูดว่า "หมักเนื้อมัน" เราก็ตกใจ ถามกลับไปว่า "หมักเนื้ออะไร" เขาตอบ"มันต้องหมัก กันเนื้อมันฉีก เป็นยาของโรงพยาบาล...." เราก็เลยแกล้งพูดเล่นๆ กับแมวว่า "หนูหมักแล้วอีกสักพักตุ๋นเลยได้ป่าวค่ะ" เขาเลยสาธยายว่ายามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แมวเราก็เดินมึนเลยค่ะ ในระหว่างที่เจ้าของร้านพูด เราก็สังเกตแมวเราว่าขนมันติดตามตัวมันเป็นกระจุกๆ เต็มไปหมด พอเราลงไปจับแมวเราเท่านั้นละ คือแมวเรายังเปียกชื่นไปทั้งตัว ตอนนั้นเราโมโหนะแต่ เจ้าของร้านพูดจาเสียงดังพูดมาก เราเลยบอกแฟนจ่ายเงิน ผู้หญิงใส่ชุดยางๆ. เขาอุ้มแมวเราใส่กระเป๋าใบเก่า เราก็สติไม่อยู่กับตัว จนเขาใส่เสร็จเราถึงสดุ้งรีบบอกเขาว่า "ใส่ใบนี้ค่ะ ใบใหม่" ที่จริงเราเปิดกระเป๋าใบใหม่รอแล้วละ เฮ้ยยยย เหนื่อยใจ รีบจ่ายเงินรีบกลับห้อง

พอถึงห้องเปิดกระเป๋าแมวเราเดินมึนค่ะ เรารีบไปเอาไดร์มาเป่าตัว เท้าเย็นเฉียบ ขนตรงเท้ายังเปียกทุกเท้า ขนทั่วตัวชื่น พอเป่ามาถึงเท้า เราแหวกนิ้วดูเล็บปรากฎว่าตัดเข้าเนื้อ 1 นิ้วเลือดออก ส่วนเล็บอื่นกุดติดเนื้อพอดีเป๊ะ แต่มันก็เล็บฉีกๆแดงๆทุกเล็บ แมวเราหน้าซึม เรารีบเอาของเล่นชิ้นใหม่มาให้เขาก็ไม่เล่น
ปกติของเล่นชิ้นใหม่มาเขาจะดีใจมากเล่นอย่างบ้านคลั่นทั้งวัน

หลังจากนั้นอาทิตย์หนึ่งเราเห็นสีแดงตรงพุงคล้ายถลอกๆ เล็กๆนึกว่าไปเกี่ยวอะไรมา (ขนตรงท้องเขายังขึ้นไม่เต็มเพราะเพิ่งโกนขนทำหมันไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว) หลังจากนั้นประมาณ 3-4วัน เป็นวงเลยจ้า รีบพาไปหาหมอ หมอก็เอาเทปกาวมาแปะๆแล้วก็หายไปสักพัก กลับมาบอกติดเชื้อราอักเสษ ยีส


เชื่อรา



ยีสที่คาง


ตรงนี้เพิ่งเห็นวันนี้ เห็นแค่ว่ามันดำ เลยเอายามาแต้มทามีสีดำๆออกมา พอทาไปแล้วก็ไปดั่งภาพเลย

คุณหมอนัดไปตรวจไปเป็นระยะๆ

อยากจะมาเตือนพี่ๆ เพื่อนๆ และคนรักสัตว์ทุกคนนะค่ะ บางทีร้านอาบน้ำสัตว์ก็มีที่แย่ๆแบบนี้นะค่ะ เสียเงิน เสียความรู้สึก เสียสุขภาพ
ปล. ตอนนี้น้องขนร่วงสุดติ่งกระดิ่งแมวเลยค่ะ แพ้น้ำยาหมักเนื้ออะไรนั้นละ
ปล. อยากรู้มากหมักเนื้ออะไรค่ะเหม็นฉุนยิ่งกว่ายาล้างส้วมแมวเลียจมูกทั้งวันจนเปียก คนปวดหัวมาก แล้วหมักเนื้อคืออะไร
ปล. พิมพ์ผิดขอภัยนะค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่