ฐบาลดีเดย์1เม.ย. ใช้ระบบประเมินใหม่แก้ขรก.เกียร์ว่าง ระบุลงดาบ 1 ต.ค. ส่งผลต่อการแต่งตั้งโยกย้าย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ในที่ประชุมครม.นายกรัฐมนตรีได้ตรวจการบ้านจากรองนายกรัฐมนตรี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานว่าต่อไปนี้ต้องกระตุ้นบรรดาข้าราชการเกียร์ว่างทั้งหลาย ประเมินผลในรูปแบบใหม่ ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยจะมีผลเริ่มดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เดือนเมษายน2559เพื่อให้มีผลในการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วง1ตุลาคม2559โดยนายวิษณุระบุว่ามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ ก.พ. ,ก.พร. , สำนักงบประมาณ , สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , กระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการประเมินผลแบบใหม่นี้ไม่เฉพาะราชการอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้นำเบอร์หนึ่ง ขององค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย หรืออาจรวมผู้บริหารในระดับท้องถิ่นด้วย ทูตตามสถานทูตต่างๆด้วย ระดับซี10-11แต่ถ้าซีต่ำกว่านั้นเป็นหน้าที่ของอธิบดีไปโดยยึดแนวทางตามกรอบการประเมินผลของส่วนกลาง เป็นพื้นฐานการปฏิบัติให้สอดคล้องกันด้วย
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า
"นายกฯบอกว่าวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างนี้ก็ตอบโจทย์ตามที่นายกฯได้สั่งการไปแล้ว คือการเร่งรัดให้ข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะที่ประเมินผลโดยส่วนกลางคือข้าราชการระดับสูง ซี10-11ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีเกียร์ว่าง เพราะเมื่อตรวจสอบไปแล้วก็พบว่ามีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ตั้งเป้าการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งบางส่วนอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ข้าราชการประจำพึงปฏิบัติได้ ดังนั้นการประเมินผลเช่นนี้จะทำให้ข้าราชการประจำตื่นตัวในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่มากขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศด้วย ใครผ่านการประเมินก็จะเป็นผลดี ใครไม่ผ่านการประเมินหรือคะแนนออกมาไม่ดีก็จะมีผลร้ายกับเจ้าตัวด้วย นี่คือมาตรการที่รัฐบาลจะปฏิรูประบบการทำงานของข้าราชการ"
"โดยผลดังกล่าวนั้นนอกจากตัวบุคคลแล้ว ยังจะนำไปใช้ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานของหน่วยงาน เช่น มีหน่วยงานที่ต้องการขยายหน่วยงานเป็น2-3หน่วย หรือบางหน่วยต้องการยุบรวม ก็นำผลจากการประเมินตรงนี้ที่จะมีผลของการพิจารณา ตัวชี้วัดที่จะนำมาใช้นั้นก็คือดัชนีชี้วัดจากต่างประเทศ เช่น ไอเคโอ , ธนาคารโลก , การประชุมในเวทีเศรษฐกิจโลก ดังนั้นแต่ละหน่วยงานดัชนีชี้วัดการประเมินผลก็จะแตกต่างกันออกไป โดยใช้แบบ360องศา หมายความว่ายุทธศาสตร์ที่กำหนดมาจะเป็นเหมือนครูออกข้อสอบว่าเราต้องทำให้ได้ตามผลอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น เรื่องการออกข้อสอบ เมื่อก่อนสตช.กำหนดว่าปีนี้จะลดอุบัติเหตุให้ได้ในช่วงเทศกาล ตัวเลขลดหายต้องลดลง นั่นเป็นการกำหนดข้อสอบของตัวเอง
แต่แบบใหม่นี้รัฐบาลจะใช้นโยบายเป็นตัวกำหนดข้อสอบ แล้วดูว่าเมื่อหน่วยงานได้รับนโยบาบรัฐบาลแล้วมีการตอบรับ ทำงานแล้วเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลแค่ไหน และที่สำคัญอีกส่วนคืองานในระดับพื้นที่ด้วยว่ามีความรับผิดชอบในระดับพื้นที่มากน้อยเพียงใด ทั้งหมดนี้ดูที่ความตั้งใจ ความพยายามในการตั้งใจที่จะแก้ปัญหานั้นมากน้อยแค่ไหน ใส่ใจในหน้าที่รับผิดชอบตัวเองขนาดไหน ซึ่งจะมีคณะกรรมการตั้งขึ้นมาเพื่อประเมินว่าใครคะแนนอย่างไร"
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานถึงการสร้างความเข้มแข็งจากในประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีเคยมอบนโยบายให้ขับเคลื่อน ในขณะที่ปัจจุบันเศรษฐกิจต่างประเทศและเศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหา ซึ่งนายสมคิดรายงานว่าจะมีผลเป็นรูปธรรมใน4ด้านเร็วๆนี้ ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในชนบท เช่น ลานตากพืชผลเกษตร ยุ้ง ฉาง การขับเคลื่อนโครงการประชารัฐ โดยนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน , สร้างหนึ่งตำบลหนึ่งเอสเอ็มอี เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่เพื่อเป็นการขยายธุรกิจ ขยายตลาดใหม่ ให้เติบโตขึ้น สร้างงานสร้างรายได้ เป็นทางเลือกใหม่ , อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ตำบล หมู่บ้าน โดยกระทรวงการคลัง บีโอไอ กำลังคิดมาตรการที่เป็นสิ่งจูงใจให้ลงทุนการท่องเที่ยวท้อถิ่น , การสร้างตลาดสินค้าเกษตรเพื่อรองรับสิ่งที่รัฐบาลผลักดัน
@@@มุมกาแฟNONแดง(มุมนี้ไม่มีใครเป็นเสื้อแดง)วันพุธที่ 13/01/2559:ดีเดย์1เม.ย.ใช้ระบบประเมินใหม่ แก้ขรก.เกียร์ว่าง@@@
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ในที่ประชุมครม.นายกรัฐมนตรีได้ตรวจการบ้านจากรองนายกรัฐมนตรี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานว่าต่อไปนี้ต้องกระตุ้นบรรดาข้าราชการเกียร์ว่างทั้งหลาย ประเมินผลในรูปแบบใหม่ ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยจะมีผลเริ่มดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เดือนเมษายน2559เพื่อให้มีผลในการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วง1ตุลาคม2559โดยนายวิษณุระบุว่ามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ ก.พ. ,ก.พร. , สำนักงบประมาณ , สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , กระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการประเมินผลแบบใหม่นี้ไม่เฉพาะราชการอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้นำเบอร์หนึ่ง ขององค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย หรืออาจรวมผู้บริหารในระดับท้องถิ่นด้วย ทูตตามสถานทูตต่างๆด้วย ระดับซี10-11แต่ถ้าซีต่ำกว่านั้นเป็นหน้าที่ของอธิบดีไปโดยยึดแนวทางตามกรอบการประเมินผลของส่วนกลาง เป็นพื้นฐานการปฏิบัติให้สอดคล้องกันด้วย
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า "นายกฯบอกว่าวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างนี้ก็ตอบโจทย์ตามที่นายกฯได้สั่งการไปแล้ว คือการเร่งรัดให้ข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะที่ประเมินผลโดยส่วนกลางคือข้าราชการระดับสูง ซี10-11ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีเกียร์ว่าง เพราะเมื่อตรวจสอบไปแล้วก็พบว่ามีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ตั้งเป้าการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งบางส่วนอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ข้าราชการประจำพึงปฏิบัติได้ ดังนั้นการประเมินผลเช่นนี้จะทำให้ข้าราชการประจำตื่นตัวในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่มากขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศด้วย ใครผ่านการประเมินก็จะเป็นผลดี ใครไม่ผ่านการประเมินหรือคะแนนออกมาไม่ดีก็จะมีผลร้ายกับเจ้าตัวด้วย นี่คือมาตรการที่รัฐบาลจะปฏิรูประบบการทำงานของข้าราชการ"
"โดยผลดังกล่าวนั้นนอกจากตัวบุคคลแล้ว ยังจะนำไปใช้ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานของหน่วยงาน เช่น มีหน่วยงานที่ต้องการขยายหน่วยงานเป็น2-3หน่วย หรือบางหน่วยต้องการยุบรวม ก็นำผลจากการประเมินตรงนี้ที่จะมีผลของการพิจารณา ตัวชี้วัดที่จะนำมาใช้นั้นก็คือดัชนีชี้วัดจากต่างประเทศ เช่น ไอเคโอ , ธนาคารโลก , การประชุมในเวทีเศรษฐกิจโลก ดังนั้นแต่ละหน่วยงานดัชนีชี้วัดการประเมินผลก็จะแตกต่างกันออกไป โดยใช้แบบ360องศา หมายความว่ายุทธศาสตร์ที่กำหนดมาจะเป็นเหมือนครูออกข้อสอบว่าเราต้องทำให้ได้ตามผลอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น เรื่องการออกข้อสอบ เมื่อก่อนสตช.กำหนดว่าปีนี้จะลดอุบัติเหตุให้ได้ในช่วงเทศกาล ตัวเลขลดหายต้องลดลง นั่นเป็นการกำหนดข้อสอบของตัวเอง แต่แบบใหม่นี้รัฐบาลจะใช้นโยบายเป็นตัวกำหนดข้อสอบ แล้วดูว่าเมื่อหน่วยงานได้รับนโยบาบรัฐบาลแล้วมีการตอบรับ ทำงานแล้วเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลแค่ไหน และที่สำคัญอีกส่วนคืองานในระดับพื้นที่ด้วยว่ามีความรับผิดชอบในระดับพื้นที่มากน้อยเพียงใด ทั้งหมดนี้ดูที่ความตั้งใจ ความพยายามในการตั้งใจที่จะแก้ปัญหานั้นมากน้อยแค่ไหน ใส่ใจในหน้าที่รับผิดชอบตัวเองขนาดไหน ซึ่งจะมีคณะกรรมการตั้งขึ้นมาเพื่อประเมินว่าใครคะแนนอย่างไร"
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานถึงการสร้างความเข้มแข็งจากในประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีเคยมอบนโยบายให้ขับเคลื่อน ในขณะที่ปัจจุบันเศรษฐกิจต่างประเทศและเศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหา ซึ่งนายสมคิดรายงานว่าจะมีผลเป็นรูปธรรมใน4ด้านเร็วๆนี้ ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในชนบท เช่น ลานตากพืชผลเกษตร ยุ้ง ฉาง การขับเคลื่อนโครงการประชารัฐ โดยนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน , สร้างหนึ่งตำบลหนึ่งเอสเอ็มอี เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่เพื่อเป็นการขยายธุรกิจ ขยายตลาดใหม่ ให้เติบโตขึ้น สร้างงานสร้างรายได้ เป็นทางเลือกใหม่ , อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ตำบล หมู่บ้าน โดยกระทรวงการคลัง บีโอไอ กำลังคิดมาตรการที่เป็นสิ่งจูงใจให้ลงทุนการท่องเที่ยวท้อถิ่น , การสร้างตลาดสินค้าเกษตรเพื่อรองรับสิ่งที่รัฐบาลผลักดัน