เรื่องมี 2 เรื่องครับ
เรื่องแรก
เรื่องมีอยุ่ว่าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับพี่คนนึงได้พูดคุยกันถูกคอเลยตัดสินใจทำธุระกิจร่วมกัน ผมลงทุนทุกอย่างโดยเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคารไว้ 1,500,000บาท กิจการช่วงนั้นดีขึ้นเลื่อยๆ จนมาถึงปีที่ 3 ผมกับหุ้นส่วนก้อมีปัญหากัน ผมจึงออกมาจากร้านตอนเดือนเมษา 55 โดยทางหุ้นส่วนเขาจะรับผิดชอบเงินที่กู้มา 1,000,000 บาท ส่วนผมรับผิดชอบ 500,000 บาท ช่วงแรกเขาก้อผ่อนกับธนาคารมาตลอดจนมาปลายปีนั้นเขาไม่ได้ส่งตอนหลังปีใหม่ทางธนาคารได้โทรมาแจ้งผมให้ไปทำสัญญาประนอมหนี้ผมจึงรู้และช่วงนั้นผมเพิ่งได้ทำงานใหม่ จึ้งไม่สามารถผ่อนกับธนาคารได้จึงคิดที่จะขายที่ดินแปลงนั้น เวลาผ่านไป 2-3 เดือนผมจึงขายที่ได้ แล้วทำการชำระหนี้กับธนาคารจนหมด จากนั้นผมก้อสอบถามเรื่องเงินส่วนที่หุ้นส่วนผมแต่ก้อไม่มีการได้คำตอบแต่อย่างใดเวลาผ่านไปเกือบปี ผมกับพี่ชายได้ไปตามทวงถามกับพี่ชาย แล้วทางหุ้นส่วนก้อยินยอมรับใช้ให้ผมซึ้งยอดจริง ประมาณ 900,000กว่า แต่เขาขอชดใช้ 400,000 เพราะทางเขาก้อกำลังมีปัญหาส่วนตัวของเขาอยู่เพราะโดนสรรพากรฟ้องอยู่ เขาขอเวลาเพื่อเริ่มชำระเป็นเดือนสิ้นเดือนมีนา57 ผมก้อให้แต่ทางเขาได้ชำระมาแค่เดือนแรกเดือนเดียว3,000บาท จากนั้นก้อไม่มีการชะระอีกแล้วจนถึงวันนี้ ผมควรทำยังไงดีคับ จะฟ้องร้องได้ไหม
เรื่องที่2
ผมได้รู้จักกับพี่คนนึงที่พี่เขาช่วยผมทุกอย่างรวมทั้งเรื่องขายที่ด้วย วันหนึ่งพี่เขาโทรมาบอกผมว่าเพื่อนเขาเดือดร้อนต้องการใช้เงินผมจึงช่วยเพื่อนพี่เขา ผมสมมุติชื่อพี่ที่ยืมเงินผมว่า ก. แล้วกัน พี่ ก. ขอยืมเงินผม 400,000 โดยพี่เขาจะให้ดอกเบี้ยผมร้อยละ 3 บาทต่อเดือน พี่ ก. ได้เอาโฉนดที่ดินไว้ให้ผมเป็นหลักประกัน ทำเป็นขายฝากโดยโอนเป็นชื่อผม ช่วง 2 เดือนแรกก้อจ่ายดอกเบี้ยตามปกติพอถึงเดือนที่ 3 ก้อไม่ได้จ่ายอีกเลย จนถึงตอนนี้ก้อปีกว่าแล้ว พอสอบถามไปก้อบอกว่ากำลังจะขายที่ดินแปลงใหญ่อยู่ แต่ว่ามันตั้งแต่สิงหาปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ก้อยังขายไม่ได้เลย พอสอบถามไปก้อเลื่อนมาตลอดแบบนี้ควรทำไงดีคับ อีกอย่างสามีพี่ ก. เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ ทำงานอยู่ อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งสามีพี่ ก. ไม่ได้สนใจหรือช่วยอะไรเลย ตอนนี้ผมอยากได้คำปรึกษาว่าผมควรทำไงดี รบกวนช่วยแนะนำผมด้วยครับ ผมคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ขอบคุณมากครับ
ขอรบกวนที่ผู้รูช่วยผมด้วยครับ ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อดี
เรื่องแรก
เรื่องมีอยุ่ว่าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับพี่คนนึงได้พูดคุยกันถูกคอเลยตัดสินใจทำธุระกิจร่วมกัน ผมลงทุนทุกอย่างโดยเอาที่ดินไปจำนองกับธนาคารไว้ 1,500,000บาท กิจการช่วงนั้นดีขึ้นเลื่อยๆ จนมาถึงปีที่ 3 ผมกับหุ้นส่วนก้อมีปัญหากัน ผมจึงออกมาจากร้านตอนเดือนเมษา 55 โดยทางหุ้นส่วนเขาจะรับผิดชอบเงินที่กู้มา 1,000,000 บาท ส่วนผมรับผิดชอบ 500,000 บาท ช่วงแรกเขาก้อผ่อนกับธนาคารมาตลอดจนมาปลายปีนั้นเขาไม่ได้ส่งตอนหลังปีใหม่ทางธนาคารได้โทรมาแจ้งผมให้ไปทำสัญญาประนอมหนี้ผมจึงรู้และช่วงนั้นผมเพิ่งได้ทำงานใหม่ จึ้งไม่สามารถผ่อนกับธนาคารได้จึงคิดที่จะขายที่ดินแปลงนั้น เวลาผ่านไป 2-3 เดือนผมจึงขายที่ได้ แล้วทำการชำระหนี้กับธนาคารจนหมด จากนั้นผมก้อสอบถามเรื่องเงินส่วนที่หุ้นส่วนผมแต่ก้อไม่มีการได้คำตอบแต่อย่างใดเวลาผ่านไปเกือบปี ผมกับพี่ชายได้ไปตามทวงถามกับพี่ชาย แล้วทางหุ้นส่วนก้อยินยอมรับใช้ให้ผมซึ้งยอดจริง ประมาณ 900,000กว่า แต่เขาขอชดใช้ 400,000 เพราะทางเขาก้อกำลังมีปัญหาส่วนตัวของเขาอยู่เพราะโดนสรรพากรฟ้องอยู่ เขาขอเวลาเพื่อเริ่มชำระเป็นเดือนสิ้นเดือนมีนา57 ผมก้อให้แต่ทางเขาได้ชำระมาแค่เดือนแรกเดือนเดียว3,000บาท จากนั้นก้อไม่มีการชะระอีกแล้วจนถึงวันนี้ ผมควรทำยังไงดีคับ จะฟ้องร้องได้ไหม
เรื่องที่2
ผมได้รู้จักกับพี่คนนึงที่พี่เขาช่วยผมทุกอย่างรวมทั้งเรื่องขายที่ด้วย วันหนึ่งพี่เขาโทรมาบอกผมว่าเพื่อนเขาเดือดร้อนต้องการใช้เงินผมจึงช่วยเพื่อนพี่เขา ผมสมมุติชื่อพี่ที่ยืมเงินผมว่า ก. แล้วกัน พี่ ก. ขอยืมเงินผม 400,000 โดยพี่เขาจะให้ดอกเบี้ยผมร้อยละ 3 บาทต่อเดือน พี่ ก. ได้เอาโฉนดที่ดินไว้ให้ผมเป็นหลักประกัน ทำเป็นขายฝากโดยโอนเป็นชื่อผม ช่วง 2 เดือนแรกก้อจ่ายดอกเบี้ยตามปกติพอถึงเดือนที่ 3 ก้อไม่ได้จ่ายอีกเลย จนถึงตอนนี้ก้อปีกว่าแล้ว พอสอบถามไปก้อบอกว่ากำลังจะขายที่ดินแปลงใหญ่อยู่ แต่ว่ามันตั้งแต่สิงหาปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ก้อยังขายไม่ได้เลย พอสอบถามไปก้อเลื่อนมาตลอดแบบนี้ควรทำไงดีคับ อีกอย่างสามีพี่ ก. เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ ทำงานอยู่ อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งสามีพี่ ก. ไม่ได้สนใจหรือช่วยอะไรเลย ตอนนี้ผมอยากได้คำปรึกษาว่าผมควรทำไงดี รบกวนช่วยแนะนำผมด้วยครับ ผมคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ขอบคุณมากครับ