มาแชร์โชว์คอลเลคชั่นมือถือสี่เครื่องสี่ยุคที่ยังเก็บไว้ดูต่างหน้า

กระทู้สนทนา
*ติด Tag ชีวิตวัยรุ่นเพื่อแชร์เรื่องชีวิตวัยรุ่น(สมัยก่อน)เพื่อเด็กๆคนไหนอาจเกิดไม่ทันรุ่นแรกๆ 555 ส่วนติดแท็กมนุษย์เงินเดือนเพื่อแชร์แบบใครระลึกความหลังชีวิตวัยรุ่น(เก่า)กัน จริงๆอยากติด Tag ประวัติศาสตร์ด้วยนะ แต่กลัวจะว่ามันเกี่ยวตรงไหน 555

พอดีมือถือ 3G รุ่นเก่า แบตลากลับบ้านเรียบร้อยแล้ว เลยได้ฤกษ์ซื้อมือถือ 4G รุ่นใหม่ไปเลยล่ะกันค่ะ
แล้วก็ให้บังเอิญว่า ค้นตู้เก็บของ ก็เจอมือถือเก่าๆของตัวเอง...เรียกว่ามีทุกยุค ตั้งแต่ 1G จอขาวดำกันเลย ไม่เคยขายทิ้ง เพราะตอนจะซื้อเครื่องใหม่ มันก็เก่าตกยุคพอดี ใครมันจะรับซื้อมือสอง (ฮา) เป็นคนใช้มือถือได้ทนคุ้มมาก รักเดียวใจเดียว ประมาณว่าถ้าแบตไม่เสื่อมไม่เปลี่ยน เรียกว่าใช้แบตให้ตายกันไปข้าง(ส่วนใหญ่แบตตายก่อน 555 แล้วไม่เคยได้ซื้อแบตสำรองเลย) และไม่ค่อยใช้ยี่ห้อยอดนิยมนัก ‪‎เพราะมันแพง‬ เรียกว่าใช้มือถือยุคละรุ่นเลยล่ะ

‪1G‬ มือถือจอขาวดำ โมโตโรล่า ราคา 3,900 บาท มือถือเครื่องแรกของชีวิต เริ่มใช้ตอน ปวช.2 (อายุ 17 ปี) ตอนนั้นวันทูคอลน่าจะนาทีละ 3 บาท ตอนนั้นไม่ได้ซื้อตามโฆษณาหรือกระแส มีอะไรถูกก็ซื้อไป เพราะตอนนั้นโนเกียแพงจนก่ายหน้าผาก เลยเลือกแบบยี่ห้อถูกลงมาใช้ ตอนนั้นมีมือถือเป็นนาฬิกา เลยเลิกใส่นาฬิกาข้อมือตั้งแต่นั้นมา

‎2G‬ มือถือจอสีรุ่นฝาพับ พานาโซนิก X400 ตอนนั้นซื้อเพราะรู้สึกมือถือจอขาวดำมันเชยแล้ว จึงซื้อเครื่องใหม่ แต่เสียงริงโทนยังเป็นโมโนโทน ราคา 7,900 บาท ตอนนั้นเลือกเพราะกำลังบ้านักร้องจีน ฟรีเซนเตอร์เป็น JayChou (ตอนนั้นฮีเป็นฟรีเซนเตอร์พานาโซนิกหลายรุ่น) แต่รุ่นมีปุ่มกดฝาเปิดเด้งได้ (สมัยนั้นรุ่นฝาเปิดต้องใช้มือเปิด) เรียกว่าเท่มากในรุ่น เพราะเป็นคนเดียวที่ใช้รุ่นฝาพับ ใช้เรียนมหาลัยปี 3 (อายุ 21 ปี) แม้ตอนนั้นโนเกียก็ยังฮอตอยู่ แต่เรามันไม่อยากตามกระแสตลาดเหมือนใครนี่เนอะ แถมเสียงริงโทนยังเป็นเพลงของ JayChou ด้วย ยังมีไฟกะพริบหน้าจอแบ่งสีตามเสียงเรียกเข้าและSMS รุ่นนี้ถ่ายรูปได้แล้ว แต่มีแต่กล้องหลัง ต้องใช้ฝาส่อง แต่มีโลหะกลมๆตรงกลางเป็นตัวโฟกัสให้ตามองเป็นระยะถ่ายได้ ส่วนการถ่ายโอนข้อมูลต้องยิงบลูธูรอย่างเดียว
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แต่ถ้าเพิ่มเงินอีกพันกว่า จะได้รุ่น X300 ที่เป็นรุ่นหน้าจอเด้งได้ ถ่าย VDO ได้ด้วย คิดว่าน่าจะเป็นยุคที่มีการแข่งขันการออกแบบดีไซน์มือถือที่หลากหลายมาก ยุคนั้นต้องมีตุ้งติ้งห้อยมือถือด้วย
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

‎3G‬ ซัมซุง กาแลคซี่ มินิ ‪หรือที่คนแซวว่า รุ่นสบู่‬ จริงๆถ้าพานาสายชาร์จแบตไม่เสื่อมและหาซื้อไม่ได้อีก แถมแบตไม่เสื่อมถึงขั้นชาร์ต 4 ชม. ใช้ได้แค่ชม.เดียว คงไม่ได้ซื้อรุ่นนี้แน่ ซื้อตอนเรียน ป.บัณฑิตครู (อายุ 26 ปี) ยุคนี้ซัมซุงเริ่มเข้ามาตีตลาดกับไอโฟนแล้ว เลือกรุ่นนี้เพราะมันราคาพอซื้อได้ 5,990 บาท จริงๆตอนแรกจะได้ไอโมปายใหญ่กว่านี้ แต่ดันเจ๊งคามือภายในวันเดียว ดีเอามาเคลมได้รุ่นนี้แหละ เอารุ่นนี้เพราะชอบสีเขียวมะนาวมันกระแทกตาดี แถมตอนนั้นอยากได้เพราะมีเกมแองกรี้เบิร์ดนี่แหละ แต่เริ่มใช้ๆไปมีปัญหาแป้นพิมพ์ไทยหายอีก ขี้เกียจเอาไปแก้ แถมดันรีบซื้อเพราะมีกล้องหลังเท่านั้น แล้วต่อมาก็ออกรุ่นกล้องหน้ามาอีก แถมระบบตอบรับ wifi ช้ามาก เลยกลายเป็นคนไม่ติดเล่นเน็ตมือถือตั้งแต่นั้นมา กลายเป็นมีมือถือไว้ฟังเพลงกับโทรเข้าออก เป็นยุคที่มือถือไม่มีการออกแบบหลากหลายอีกแล้ว กลายเป็นรุ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างเดียวตั้งแต่นั้น เหมือนเป็นยุคสิ้นสุดการออกแบบมือถือเสียแล้ว กลายเป็นรุ่นที่ต้องหน้าจอใหญ่ๆ เพื่อเน้นการเซลฟี่ถ่ายรูป หมดยุคอะไรเล็กๆแล้ว ส่วนตุ๊งติ๊งหมดไป เพราะไม่มีรูให้ห้อย เปลี่ยนเป็นแฟชั่นเคสมือถือแทน

4G‬ เอซุส เซลฟี่ 8,390 บาท จริงๆถ้าซัมซุงแบตไม่เสื่อมถึงขั้นหมดทางคืนชีพก็ไม่ซื้อเหมือนกัน รุ่นนี้คุณเพื่อนกูรู้ด้านไอทีแนะนำมา เพราะเห็นคุณป๊าใช้ซัมซุงแล้วส่งซ่อมบ่อยจนปวดหัวแทน จะใช้ไอโฟนก็กลัวโดนขโมยแถมแพงชนิดเก็บเงินไปซื้อโนคบุคดีกว่า เลยขอคุณเพื่อนแนะนำรุ่นแบตทนทายาดหน่อย แบรนด์ไม่แบรนด์ตรูไม่เกี่ยง รุ่นใหม่อันนี้นับเป็นมือถือที่ใหญ่ที่สุด พอได้มาก็ถนอมด้วยการปรับโหมดประหยัดพลังงานเลย แบตจะได้อยู่นานๆ

ส่วนจะซื้อเครื่องใหม่อีกเมื่อไหร่...ก็คงรอเมืองไทยมีประมูล 5G นั่นแหละค่ะ ถึงจะเปลี่ยน ก็เราใช้มือถือยุคละเครื่องอ่ะ 555
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่