วันหยุดที่ผ่านมา (9-11 มกราคม) เดินทางไปเชียงรายมาครับ ตามที่ตั้งใจว่าจะต้องกลับไปทุกปี ชอบจังหวัดนี้เพราะเงียบสงบไม่พลุกพล่านมาก และ คนก็มีอัธยาศัยดีเป็นกันเอง ก็พักผ่อนไปเรื่อยๆ ไปเที่ยวนู่นนี่ ทั้งบนดอย ทั้งชาวเขาเผ่าต่างๆ แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปชมไร่ของ สิงห์ปาร์ค (หรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อ ไร่บุญรอด) ไม่ได้พิเศษเฉพาะความสวยงามของสถานที่ แต่เป็นเพราะสิ่งที่ทางไร่ ตั้งใจทำเพื่อสังคมและทำออกมาได้อย่างดีครับ

Singha Park’s Social Enterprise : เป็นโครงการที่นอกเหนือจากสร้าง Landmark ท่องเที่ยวใหม่ให้เชียงราย แต่ยังเป็นโครงการที่ให้ทั้ง เงินทุน องค์ความรู้ การสร้างอาชีพ ให้แก่ชุมชนเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และสังคมที่เข้มแข็งขึ้นครับ ผมไม่ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้มาก่อน จนกระทั่งวันที่ไปถึงและต้อง
รอคิว เพราะคนเยอะมาก คือปกติก็คนมาเที่ยวเยอะอยู่แล้ว แต่ดันลืมว่าเป็นวันเด็ก โอ้โห เด็กๆเยอะมากๆ บ้างก็มากันเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นคณะโรงเรียน ผมเลยมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ จนได้เอามาแชร์ในวันนี้ครับ คือผมเห็น CSR ของหลายๆองค์กร แต่สิงห์ปาร์คถือเป็นโปรเจค give back ที่ผมว่า ครอบคลุมและยั่งยืนครับ นอกจากการตอบแทนสังคมแล้ว ยังมีและยังได้กระจายการให้ดีๆแบบนี้ไปสู่ โรงเรียนในเชียงรายกว่า 20 โรงเรียนกับโครงการเติมสุขอาหารกลางวันโดยทุนเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็นำมาจากเงินที่พวกเราจ่ายเป็นค่าเข้าไปชมฟาร์มนั่นเองครับ
ขอฝากบรรยากาศสวยๆที่เชียงราย เปิดเพลงคลอๆไปตอนอ่านกระทู้กันนะครับ
และสำหรับใครที่มีแพลนไปเชียงราย ลองไปแวะชม(และร่วมทำบุญ) ที่สิงห์ปาร์คดูครับ ผมขอนำภาพบรรยากาศ การชมฟาร์มของสิงห์ปาร์คมาให้ดูครับ
ตั้งอยู้ห่างจากตัวเมืองเพียง 9 กิโลเมตร ถ้ามาจากถนนใหญ่ ก็เข้ามาทางวัดร่องขุ่น ขับมาจนสุดเจอสามแยก เลี้ยวขวา ขับมาอีกนิด ก็จะเจอสิงห์สีทองตัวใหญ่ตั้งเด่นอยู่แล้วครับ พร้อมมวลหมู่นักท่องเที่ยวมากมายยืนโพสต์รูป สนุกสนานกันเต็มบริเวณ
ที่นี่เปิดทุกวันครับ ถ้าอยากเข้าชมฟาร์ม (ซึ่งถ้าไม่ได้เข้าคือพลาดมาก) จะมีเป็นรอบๆ ตั้งแต่ 8.00 เป็นต้นไป โดยแนะนำให้นั่งรถ shuttle Bus ของทางฟาร์มครับ ซื้อบัตรที่ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าครับ จะมีรอบเวลาที่รถออกแจ้งไว้ โดยบนรถจะมีไกด์ น่ารักๆ คอยอธิบายข้อมูลครับ

โดยรถจะเป็นระบบ Shuttle Bus คือจะลงที่ไหนก็ได้ตามสถานีต่างๆที่กำหนด แล้วขึ้นคันไหนก็ได้ ซึ่งจะมาทุก 15 นาที ซึ่งอยู่ที่เราว่า จะใช้เวลาที่สถานีนั้นนานแค่ไหนครับ (เพื่อความปลอดภัยและตรงต่อเวลา จะไม่มีแวะรับกลางทางนะครับทิ้งไว้กลางทางก็ไม่มี ฮ่าๆๆ)
สำหรับสถานีที่ให้ลงนั้น จะมีทั้งสิ้น 4 สถานี แต่ละสถานีก็จะมี Highlight แตกต่างกันออกไปครับ เด็ดๆทั้งนั้น บอกเลย
........................................................................
เริ่มที่สถานีแรกครับ
สถานีไร่พุทราและทุ่งดอกคอสมอส
เก็บพุทรากันได้สดๆ รวมถึงทุ่งดอกคอสมอสสวยสะพรั่งสดใสกันเป็นทุ่งๆ
ถ้าลงมาจากรถจะเจอไร่พุทราก่อนเลยครับ ใครชอบก็จัดไปเลยครับ เก็บพทุรากันสดๆจากไร่ แต่ผมกินพุทราไม่เป็นเลยเดินไปทุ่งดอกคอสมอสครับ

ทุ่งคอสมอสตั้งอยู่ห่างจากจุดลงรถประมาณ 50 ก้าว (555 ไม่ได้นับครับ แต่ไม่ไกล เดินได้ สบายๆ)

เดินมาแป๊ปนึงก็เจอทุ่งคอสมอส สีสดใส สลับไปมา มีทางเดินให้เข้าไปถ่ายตรงกลางทุ่งได้ครับ

ลองถ่ายย้อนแสงดูครับ ฟรุ้งฟริ้งเชียว
ผมใช้เวลาประมาณ 2 รถผ่าน คือประมาณ 30 นาทีที่สถานีนี้ครับ ก่อนจะกลับไปที่สถานีตรงที่ลงรถ เพื่อรอรถคันต่อไป รอแป็ปเดียวครับ
........................................................................
ต่อมาที่สถานีที่ 2 : สถานีไร่ชา
ผมเคยไปเที่ยวไร่ชาในเชียงรายมาหลายที่ครับ ที่นี่ก็สวยและกว้างใหญ่ไม่แพ้ที่อื่น แต่ที่ได้เปรียบผมว่า มันใกล้เมืองและไม่ต้องขับขึ้นเขาครับ อันนี้ระหว่างทางไปสถานีไร่ชา

ทางไร่จะมี เสื้อ หมวก และพรอพแต่งตัว เพื่อไปถ่ายในไร่ชาครับ น่ารักเชียว ไม่รอช้าหยิบกันมาคนละชุด

เลยได้ออกมาเป็น เดะดอยไร่ชา น่ารักๆแบบนี้

อันนี้เดินไปที่ไร่ชาครับ กว้างมากๆๆๆ บรรยากาศแบบสงบมาก (แต่ต้องเดินออกมานิดนึง อยากได้ภาพสวยๆต้องเดินไกลนิดนึง)

สามารถเช่าจักรยานขับเล่นในไร่ชาได้ด้วยนะครับ

ยืนๆถ่ายอยู่ รถ Shuttle ที่พาน้องๆนักเรียนมาเที่ยววันเด็กก็มาถึงครับ น้องๆดูตื่นเต้นกับการถ่ายรูปในไร่ชามาก
ซึ่งที่สถานีนี้ ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากถ่ายเสร็จไปนั่งพักผ่อนในร้านขนมริมไร่ชาครับ
........................................................................
สถานีต่อไป สถานียีราฟ ม้าลาย และผองเพื่อน
ผมชอบสถานีนี้สุด ได้ให้อาหารยีราฟกับม้าลายได้ด้วยตัวเอง แบบใกล้ชิดมากๆ บางครั้งก็ใกล้ชิดไปแบบน้ำลายเปื้อนแก้มเลย ฮ่าๆ
ให้น้องๆได้เล่นกันก่อนครับ น้องๆดูตื้นเต้นมากกก ผมด้วย ฮ่าๆๆๆ
ที่นี่จะมีอาหารยีราฟ กับม้าลายขายเป็นตะกร้าๆละ 20 บาทครับโดยจะเป็นแครอทกับกล้วย

พอน้องๆไปปุ๊ป พี่ก็วิ่งเข้าไปบ้าง

เซลฟี่กับยีราฟ .... ชอบสุดๆ โผ๊ะ เอาแคเราะ มาฝะ 555+

หนูแบ๊วมากกกกกกกก

แบร่................

ม้าลายก็มีนะครับ ม้าลายกับยีราฟเป็นหูเป็นตาให้กัน คือม้าลายจะเป็นหูให้ยีราฟ ส่วนยีราฟจะเป็นตาให้ม้าลาย

นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆอีกครับ
ขอส่งต่อเรื่องราวดีๆ ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย
Singha Park’s Social Enterprise : เป็นโครงการที่นอกเหนือจากสร้าง Landmark ท่องเที่ยวใหม่ให้เชียงราย แต่ยังเป็นโครงการที่ให้ทั้ง เงินทุน องค์ความรู้ การสร้างอาชีพ ให้แก่ชุมชนเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และสังคมที่เข้มแข็งขึ้นครับ ผมไม่ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้มาก่อน จนกระทั่งวันที่ไปถึงและต้องรอคิว เพราะคนเยอะมาก คือปกติก็คนมาเที่ยวเยอะอยู่แล้ว แต่ดันลืมว่าเป็นวันเด็ก โอ้โห เด็กๆเยอะมากๆ บ้างก็มากันเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นคณะโรงเรียน ผมเลยมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ จนได้เอามาแชร์ในวันนี้ครับ คือผมเห็น CSR ของหลายๆองค์กร แต่สิงห์ปาร์คถือเป็นโปรเจค give back ที่ผมว่า ครอบคลุมและยั่งยืนครับ นอกจากการตอบแทนสังคมแล้ว ยังมีและยังได้กระจายการให้ดีๆแบบนี้ไปสู่ โรงเรียนในเชียงรายกว่า 20 โรงเรียนกับโครงการเติมสุขอาหารกลางวันโดยทุนเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็นำมาจากเงินที่พวกเราจ่ายเป็นค่าเข้าไปชมฟาร์มนั่นเองครับ
ขอฝากบรรยากาศสวยๆที่เชียงราย เปิดเพลงคลอๆไปตอนอ่านกระทู้กันนะครับ
และสำหรับใครที่มีแพลนไปเชียงราย ลองไปแวะชม(และร่วมทำบุญ) ที่สิงห์ปาร์คดูครับ ผมขอนำภาพบรรยากาศ การชมฟาร์มของสิงห์ปาร์คมาให้ดูครับ
ตั้งอยู้ห่างจากตัวเมืองเพียง 9 กิโลเมตร ถ้ามาจากถนนใหญ่ ก็เข้ามาทางวัดร่องขุ่น ขับมาจนสุดเจอสามแยก เลี้ยวขวา ขับมาอีกนิด ก็จะเจอสิงห์สีทองตัวใหญ่ตั้งเด่นอยู่แล้วครับ พร้อมมวลหมู่นักท่องเที่ยวมากมายยืนโพสต์รูป สนุกสนานกันเต็มบริเวณ
ที่นี่เปิดทุกวันครับ ถ้าอยากเข้าชมฟาร์ม (ซึ่งถ้าไม่ได้เข้าคือพลาดมาก) จะมีเป็นรอบๆ ตั้งแต่ 8.00 เป็นต้นไป โดยแนะนำให้นั่งรถ shuttle Bus ของทางฟาร์มครับ ซื้อบัตรที่ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าครับ จะมีรอบเวลาที่รถออกแจ้งไว้ โดยบนรถจะมีไกด์ น่ารักๆ คอยอธิบายข้อมูลครับ
โดยรถจะเป็นระบบ Shuttle Bus คือจะลงที่ไหนก็ได้ตามสถานีต่างๆที่กำหนด แล้วขึ้นคันไหนก็ได้ ซึ่งจะมาทุก 15 นาที ซึ่งอยู่ที่เราว่า จะใช้เวลาที่สถานีนั้นนานแค่ไหนครับ (เพื่อความปลอดภัยและตรงต่อเวลา จะไม่มีแวะรับกลางทางนะครับทิ้งไว้กลางทางก็ไม่มี ฮ่าๆๆ)
สำหรับสถานีที่ให้ลงนั้น จะมีทั้งสิ้น 4 สถานี แต่ละสถานีก็จะมี Highlight แตกต่างกันออกไปครับ เด็ดๆทั้งนั้น บอกเลย
เริ่มที่สถานีแรกครับ สถานีไร่พุทราและทุ่งดอกคอสมอส
เก็บพุทรากันได้สดๆ รวมถึงทุ่งดอกคอสมอสสวยสะพรั่งสดใสกันเป็นทุ่งๆ
ถ้าลงมาจากรถจะเจอไร่พุทราก่อนเลยครับ ใครชอบก็จัดไปเลยครับ เก็บพทุรากันสดๆจากไร่ แต่ผมกินพุทราไม่เป็นเลยเดินไปทุ่งดอกคอสมอสครับ
ทุ่งคอสมอสตั้งอยู่ห่างจากจุดลงรถประมาณ 50 ก้าว (555 ไม่ได้นับครับ แต่ไม่ไกล เดินได้ สบายๆ)
เดินมาแป๊ปนึงก็เจอทุ่งคอสมอส สีสดใส สลับไปมา มีทางเดินให้เข้าไปถ่ายตรงกลางทุ่งได้ครับ
ลองถ่ายย้อนแสงดูครับ ฟรุ้งฟริ้งเชียว
ผมใช้เวลาประมาณ 2 รถผ่าน คือประมาณ 30 นาทีที่สถานีนี้ครับ ก่อนจะกลับไปที่สถานีตรงที่ลงรถ เพื่อรอรถคันต่อไป รอแป็ปเดียวครับ
ต่อมาที่สถานีที่ 2 : สถานีไร่ชา
ผมเคยไปเที่ยวไร่ชาในเชียงรายมาหลายที่ครับ ที่นี่ก็สวยและกว้างใหญ่ไม่แพ้ที่อื่น แต่ที่ได้เปรียบผมว่า มันใกล้เมืองและไม่ต้องขับขึ้นเขาครับ อันนี้ระหว่างทางไปสถานีไร่ชา
ทางไร่จะมี เสื้อ หมวก และพรอพแต่งตัว เพื่อไปถ่ายในไร่ชาครับ น่ารักเชียว ไม่รอช้าหยิบกันมาคนละชุด
เลยได้ออกมาเป็น เดะดอยไร่ชา น่ารักๆแบบนี้
อันนี้เดินไปที่ไร่ชาครับ กว้างมากๆๆๆ บรรยากาศแบบสงบมาก (แต่ต้องเดินออกมานิดนึง อยากได้ภาพสวยๆต้องเดินไกลนิดนึง)
สามารถเช่าจักรยานขับเล่นในไร่ชาได้ด้วยนะครับ
ยืนๆถ่ายอยู่ รถ Shuttle ที่พาน้องๆนักเรียนมาเที่ยววันเด็กก็มาถึงครับ น้องๆดูตื่นเต้นกับการถ่ายรูปในไร่ชามาก
ซึ่งที่สถานีนี้ ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากถ่ายเสร็จไปนั่งพักผ่อนในร้านขนมริมไร่ชาครับ
สถานีต่อไป สถานียีราฟ ม้าลาย และผองเพื่อน
ผมชอบสถานีนี้สุด ได้ให้อาหารยีราฟกับม้าลายได้ด้วยตัวเอง แบบใกล้ชิดมากๆ บางครั้งก็ใกล้ชิดไปแบบน้ำลายเปื้อนแก้มเลย ฮ่าๆ
ให้น้องๆได้เล่นกันก่อนครับ น้องๆดูตื้นเต้นมากกก ผมด้วย ฮ่าๆๆๆ
ที่นี่จะมีอาหารยีราฟ กับม้าลายขายเป็นตะกร้าๆละ 20 บาทครับโดยจะเป็นแครอทกับกล้วย
พอน้องๆไปปุ๊ป พี่ก็วิ่งเข้าไปบ้าง
เซลฟี่กับยีราฟ .... ชอบสุดๆ โผ๊ะ เอาแคเราะ มาฝะ 555+
หนูแบ๊วมากกกกกกกก
แบร่................
ม้าลายก็มีนะครับ ม้าลายกับยีราฟเป็นหูเป็นตาให้กัน คือม้าลายจะเป็นหูให้ยีราฟ ส่วนยีราฟจะเป็นตาให้ม้าลาย
นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆอีกครับ