ปมรัก รอยอดีต Book III เงาใจ บทที่ 43 บ้านไร้ตัวตน

กระทู้สนทนา
43
บ้านไร้ตัวตน



โดย ฮาร์โมนิก้า


พระอาทิตย์อัสดงที่เอียเป็นภาพที่ถูกร่ำลือว่างดงามติดอันดับโลก

อนาสเตเซียยืนนิ่งอยู่บนระเบียงชั้นสองของร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งอยู่ตอนเหนือสุดของเกาะซานโตรินีและเหนือสุด
ของเอียหมู่บ้านเก่าแก่โบราณที่เรียงรายไปด้วยบ้านทรงกล่องสลับกับทรงถ้ำสีขาวไต่ไปตามหน้าผาสูงชันเบื้องล่าง
เป็นคาลเดร่าและท้องทะเลสีน้ำเงินดูสวยงามลึกลับและมีเสน่ห์ จุดที่เธอยืนอยู่เป็นร้านอาหารเดียวที่อยู่ตรงจุดชมวิว
พระอาทิตย์แคบๆ ขณะที่ร้านอื่นอีกสองร้านเป็นร้านขายของที่ระลึก บนระเบียงเล็กๆ นั้นมีโต๊ะตั้งเพียงสองสามโต๊ะ
และผู้อยู่บนนั้นสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้โดยไม่มีใครบังเนื่องจากอยู่เหนือจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้ และ
เวลานี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงที่ย่างเข้าฤดูหนาว จึงแทบไม่มีนักท่องเที่ยวมาชมพระอาทิตย์ตกมากจนแออัดอย่างเคย

สายลมแห่งคิมหันต์ที่พัดมาอย่างรวดเร็วให้ความรู้สึกยะเยือกขณะที่เมฆหมอกลอยต่ำบดบังภาพดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่
เหนือผิวน้ำที่ดูเกือบจะเป็นสีเทามีแสงสีชมพูเล็ดรอดออกมาดูราวกับดินแดนไกลโพ้นในเทพนิยาย

น้ำตาแห่งความโศกเศร้าไหลรินจากดวงตากลมโตสีฟ้าเมื่อนึกถึงคนที่เคยชวนเธอมาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ในฤดูหนาว
คิดไม่ถึงว่าคำกล่าวของเขาจะเป็นเพียงคำลวง หญิงสาวซับน้ำตาช้าๆ รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงในหัวใจทุกคราวที่คิดถึงกฤช
ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เขาคิดร้ายต่อเธอ ตลอดเวลาสิบแปดปีที่ห่างเหินกันไปมีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป กลาย
เป็นคนโลภเจ้าเล่ห์และอำมหิตเหมือนกับสามีของเธออย่างนั้นหรือ

แต่สิบแปดปีเป็นเวลาที่ยาวนาน แม้ตัวเธอเองยังเปลี่ยนไปมากมายแล้วจะหวังให้เขาเหมือนเดิมได้อย่างไร

“คิดอะไรอยู่แอนนา” เสียงเรียกของเซบาสเตียนที่ดังจากเบื้องหลังดึงอนาสเตเซียให้ออกจากภวังค์ความคิด

“คิดเรื่องเก่าๆ น่ะ” เธอซับน้ำตาก่อนหันมายิ้มให้เพื่อนฝรั่งเศส ดวงอาทิตย์ปลายฤดูใบไม้ร่วงลาลับขอบฟ้าเร็วจนน่าใจหาย
หญิงสาวดูนาฬิกาข้อมือ เพิ่งหกโมงเย็น เธอรู้ว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงท้องฟ้าก็จะมืดสนิทและอากาศจะยิ่งทวีความหนาวเย็นขึ้น
การต้องนั่งเรือออกจากฝั่งไปในตอนกลางคืนจึงถือเป็นความทรมานในระดับหนึ่งทีเดียว

“เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่มั้ย” เซบาสเตียนถาม

“พร้อมสิ” อนาสเตเซียตอบสั้นๆ เธอจะมีอะไรให้เตรียมได้มากมายในเมื่อตอนนี้เธอคือคนที่กำลังหนีทางการ จากคนที่เคยมีทุก
อย่างกลายเป็นไม่เหลืออะไรเลย ดวงตาหญิงสาวหม่นเศร้าลง รู้สึกอ่อนไหวไปกับบรรยากาศหนาวมืดครึ้มและเปลี่ยวเหงาของ
หมู่บ้านที่แทบจะร้างในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว การต้องออกเดินทางจากถิ่นที่พักที่เธอเริ่มคุ้นเคย ที่ๆ เธอมีเพื่อนที่จริงใจคอยให้
คำปรึกษาแม้จะเป็นการเดินทางไปสู่สิ่งที่น่าจะดีกว่า แต่เธอก็อดที่จะรู้สึกกังวลและอ่อนไหวไม่ได้

“ขอบใจนะเซบาสเตียน สำหรับทุกอย่างและมิตรภาพที่มีค่าต่อฉันเหลือเกินในเวลานี้” เธอกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปจับมือเพื่อน
“ฉันหวังว่าเราจะได้พบกันอีกโดยเร็ว”

เซบาสเตียนมองมือเธอก่อนยื่นมือมารับไว้แล้วดึงร่างสูงโปร่งของอนาสเตเซียเข้ามากอด “โชคดีนะแอนนา ทางข้างหน้าอาจไม่
ราบรื่นแต่เธอก็ต้องเผชิญ เพราะเธอไม่อาจวิ่งหนีหรือหลบซ่อนได้ตลอดชีวิต”

“ฉันเข้าใจ” อนาสเตเซียรับคำขณะกอดตอบอ้อมแขนอบอุ่นของเพื่อน

“ฉันเอาแชมเปญมาดื่มด้วยนะ ขอดื่มให้กับการชมภาพพระอาทิตย์อัสดงในฤดูหนาวร่วมกับเพื่อนที่ขี้แงที่สุด”

อนาสเตเซียยิ้มกับคำล้อของเขา เธอรับแชมเปญมาจิบ “ขอบใจ ขอดื่มให้กับการพบกันในคราวหน้า”

“ก่อนจะไปฉันขอเตือนเธอเรื่องหนึ่ง” เซบาสเตียนพูดขึ้นมองแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วแต่ยังฉายรัศมีสีชมพู
ตัดเทาดูเป็นเงาหม่นบนใบหน้าของหญิงสาวข้างๆ

“เพื่อนคนจีนในปารีสเคยบอกฉันเมื่อตอนที่ฉันรุ่มร้อนอยากแก้แค้นศัตรูของเราทั้งคู่ ฉันรู้ว่ามันไม่อาจหยุดเธอจากสิ่งที่คิดจะทำ แต่
อย่างน้อยมันก็ยุติธรรมกว่าหากจะมีใครเตือนเธอถึงผลที่อาจตามมาจากการแก้แค้นครั้งนี้”

“อะไรหรือ ฟังดูซีเรียสจัง” อนาสเตเซียถามมองดูเซบาสเตียนด้วยแววตากึ่งขันกึ่งแปลกใจ

“ก่อนจะเริ่มต้นไปบนเส้นทางแห่งการล้างแค้น อย่าลืมขุดหลุมศพเตรียมไว้ก่อนสองหลุม”*

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่