เปิดเกมส์ด้วย ชาวสวนยางให้ใช้ ม 44 ประกันราคายางที่ 60 บาท
ยางใต้โอด! ยางดิบดิ่งเหลือ′4โลร้อย′ โค่นทั้งสวนก็ไม่คุ้ม จ่อปลุกม็อบขอใช้ม.44ช่วย
วันที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 18:25:50 น.
นายกสมาคมชาวสวนยางกระบี่ และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา หลังราคาตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี 4 กิโลร้อยบาท
http://www.matichon.co.th/online/2016/01/14519588861451958928l.jpg
นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ตลาดยางพาราในขณะนี้ว่า รายได้เกษตรกรต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เผยการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิตไร่ละ 1,500 บาท ไม่ทั่วถึงเกษตรกร เสนอรัฐประกันราคา กก.ละ 60 บาท แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถึงมาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา นอกเหนือจากการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิต ไร่ละ 1,500 บาท โดยแบ่งเป็นค่าสนับสนุนวัสดุการเกษตร 700 บาทต่อไร่, เพิ่มคุณภาพการผลิต 200 บาทต่อไร่ และช่วยค่าครองชีพคนกรีดยาง 600 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
แต่ขณะนี้ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง ล่าสุดยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 25 บาท เท่ากับราคา 100 บาทต่อยาง 4 กิโลกรัม ส่วนเศษยาง กก.ละ 14 บาท ถือว่าราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างมาก
เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ด้วยซ้ำ ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพ หันไปทำอาชีพอื่น ขณะเดียวกันถ้าจะโค่นไม้ยางราคาไม้ยางราคาก็ไม่สู้ดีนัก เพียงไร่ละไม่ถึง 30,000 ซึ่งถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหา จะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต เพราะเป็นยางพาราพืชเศรษฐกิจ รายได้หลักของชาวภาคใต้ โดยในจังหวัดกระบี่มีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 30,000 ครัวเรือน
นายบุญส่งได้กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายไม่ชัดเจน และขั้นตอนยุ่งยากเกษตรกรเข้าถึงยาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรในขณะนี้ จึงฝากเสนอภาครัฐแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ด้วยการประกันราคาไม่ต่ำกว่ากิโลละ 60 บาท เพราะเหลือระยะเวลากรีดยางไม่ถึง 2 เดือน จะปิดกรีดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง เชื่อว่าราคาจะต้องปรับสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยได้ประโยชน์น้อย และเสนอให้รัฐบาลร่วมเจรจากับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพาราเช่น เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือชาวสวนยาง ซึ่งได้เสนอมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 มกราคมนี้ บรรดาแกนนำชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ได้เรียกประชุมแกนนำเป็นการเร่งด่วน ที่จังหวัดตรัง โดยในวันนี้ (5 ม.ค.) จะประชุมนัดแรก ภายในสถาบันเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เบื้องต้นเห็นพ้องว่าจะกำหนดวางแนวทางเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี
สำหรับข้อเสนอ เบื้องต้นมีการพูดคุยว่าอาจจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศชดเชยราคาให้กิโลกรัมละ 50-60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ในช่วงนี้ เพราะมีการคาดการว่าในช่วงเปิดกรีดเดือน เม.ย.-พ.ค. ราคาอาจตกลงมากไปกว่านี้ เพราะยางในโกดังรัฐบาลมีกว่า 4 แสนตัน ไม่ได้ระบายออกไปเป็นตัวกดตลาดไว้ ซึ่งถือว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สุด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1451958886
กระทู้เดียวรวม หุ้น3 กลุ่ม ยางพารา sta น้ำม้น กลุ่ม ptt รถไฟฟ้าและก่อสร้าง bem bts ck
ยางใต้โอด! ยางดิบดิ่งเหลือ′4โลร้อย′ โค่นทั้งสวนก็ไม่คุ้ม จ่อปลุกม็อบขอใช้ม.44ช่วย
วันที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 18:25:50 น.
นายกสมาคมชาวสวนยางกระบี่ และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา หลังราคาตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี 4 กิโลร้อยบาท
http://www.matichon.co.th/online/2016/01/14519588861451958928l.jpg
นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่และนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ตลาดยางพาราในขณะนี้ว่า รายได้เกษตรกรต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ เผยการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิตไร่ละ 1,500 บาท ไม่ทั่วถึงเกษตรกร เสนอรัฐประกันราคา กก.ละ 60 บาท แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถึงมาตรการเร่งด่วน ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา นอกเหนือจากการช่วยเหลือปัจจัยด้านการผลิต ไร่ละ 1,500 บาท โดยแบ่งเป็นค่าสนับสนุนวัสดุการเกษตร 700 บาทต่อไร่, เพิ่มคุณภาพการผลิต 200 บาทต่อไร่ และช่วยค่าครองชีพคนกรีดยาง 600 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
แต่ขณะนี้ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง ล่าสุดยางแผ่นดิบชั้น 3 กก.ละ 25 บาท เท่ากับราคา 100 บาทต่อยาง 4 กิโลกรัม ส่วนเศษยาง กก.ละ 14 บาท ถือว่าราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างมาก
เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ด้วยซ้ำ ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพ หันไปทำอาชีพอื่น ขณะเดียวกันถ้าจะโค่นไม้ยางราคาไม้ยางราคาก็ไม่สู้ดีนัก เพียงไร่ละไม่ถึง 30,000 ซึ่งถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหา จะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต เพราะเป็นยางพาราพืชเศรษฐกิจ รายได้หลักของชาวภาคใต้ โดยในจังหวัดกระบี่มีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 30,000 ครัวเรือน
นายบุญส่งได้กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายไม่ชัดเจน และขั้นตอนยุ่งยากเกษตรกรเข้าถึงยาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรในขณะนี้ จึงฝากเสนอภาครัฐแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ด้วยการประกันราคาไม่ต่ำกว่ากิโลละ 60 บาท เพราะเหลือระยะเวลากรีดยางไม่ถึง 2 เดือน จะปิดกรีดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง เชื่อว่าราคาจะต้องปรับสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยได้ประโยชน์น้อย และเสนอให้รัฐบาลร่วมเจรจากับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพาราเช่น เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือชาวสวนยาง ซึ่งได้เสนอมาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 มกราคมนี้ บรรดาแกนนำชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ได้เรียกประชุมแกนนำเป็นการเร่งด่วน ที่จังหวัดตรัง โดยในวันนี้ (5 ม.ค.) จะประชุมนัดแรก ภายในสถาบันเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ เบื้องต้นเห็นพ้องว่าจะกำหนดวางแนวทางเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำที่สุดในรอบ 100 ปี
สำหรับข้อเสนอ เบื้องต้นมีการพูดคุยว่าอาจจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศชดเชยราคาให้กิโลกรัมละ 50-60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ในช่วงนี้ เพราะมีการคาดการว่าในช่วงเปิดกรีดเดือน เม.ย.-พ.ค. ราคาอาจตกลงมากไปกว่านี้ เพราะยางในโกดังรัฐบาลมีกว่า 4 แสนตัน ไม่ได้ระบายออกไปเป็นตัวกดตลาดไว้ ซึ่งถือว่าแนวทางนี้น่าจะเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สุด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1451958886