กิน เที่ยว เดิน (ขาแทบขาด) ณ เกาะรัตนโกสินทร์

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็หลังไมค์มาบอกได้เลยนะคะ
*รูปทุกรูปถ่ายด้วย IPhone 5 + ไม้ Selfie ของจขกท.
ปีใหม่ผ่านไปแล้ว แต่ละคนก็คงมีกิจกรรมที่ทำแตกต่างกัน บางคนอาจจะไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อนๆ บางคนอาจจะไปสวดมนต์ข้ามปี บางคนอาจจะไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ปีใหม่ปีนี้สำหรับเรา เรารู้สึกว่ามันพิเศษกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา ก็เลยอยากจะเขียนกระทู้เก็บไว้อ่าน จะได้ไม่ลืมว่าเราเคยทำอะไร (เพี้ยนๆ) มาบ้าง
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าโนะ เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่น้องชายคนเล็กสุดพูดขึ้นมาว่า ไป "เดิน” เที่ยวกันดีกว่า เน้นว่า เดิน ก็จัดเลยค่ะ ทีมเรามีกันอยู่ 4 คนคือเราและน้องชายอีก 3 คน

วันที่ 26 เราออกไปสำรวจเส้นทางก่อนเดินจริงค่ะ เป็นการสำรวจที่ มันส์ดี แต่วันนั้นเรามีเวลาที่จำกัดมากๆแล้วมากันไม่ครบ ก็เลยตกลงกันไว้ว่าจะไปเดินกันวันที่ 31 ธันวา 2558 ตั้งแต่เช้าาาาาาตรู่ พึ่งพาทางบ้านให้น้อยที่สุด ใช้ขนส่งมวลชนให้น้อยที่สุดและที่สำคัญ ใช้สองขาของเราให้ได้มากที่สุด แล้วพวกเราก็เริ่มวางแผนกันวันที่ 30 ว่าจะเดินทางโดยใช้เส้นทางแบบไหนที่จะทำให้เราอ้อมน้อยที่สุดและได้เที่ยวตามสถานที่ต่างๆ (ที่อยากไป) เยอะที่สุดด้วยเช่นกัน แล้วในที่สุดเราก็ได้เส้นทางออกมาคร่าวๆตามนี้ค่ะ

พวกเรามีสโลแกนว่า “คิดได้แล้วก็...ไปปป” อยากทำอะไรทำ ปีใหม่ทั้งที เอาให้มันสุดเหวี่ยงไปเลยยยยยยย เราตื่นตั้งแต่ตี 5:15 น. ทำธุระส่วนตัวใช้เวลารวมแล้ว 4 คนประมาณเกือบๆ 1 ชม. ทำกับข้าวง่ายๆกินกันบนรถ และนี่คือหน้าตาอาหารมื้อแรกของพวกเราค่ะ ทำเอง กินเอง อร่อยกันเอง เย่!

ตอนเช้าพวกเราใช้บริการรถของขุ่นแม่ค่ะ ออกจากบ้านตอน 6:40 น. มาถึงที่สถานี MRT พระราม 9 ตอน 6:50 น. เพื่อตั้งใจมาขึ้นรถไฟใต้ดินเที่ยวแรกของวันแต่เราเดาว่ามันคงไม่น่าจะใช่แล้วมั้งงงง มันผ่านมาจะชม.แล้วนะ เรารอรถใต้ดินประมาณ 5 นาทีค่ะ ไปถึงสถานีหัวลำโพงตอน 7:15 น. ออกทางออกหมายเลข 3 รอรถเมล์สาย 53 เพื่อไปลงป้ายท่าพระจันทร์ ไม่ต้องรอนานเลยค่ะ แป๊บบบบเดียวรถเมล์ก็มาถึง แต่น้องชายบอกรอตอนเปิดเทอมมันช่างยากเย็นจริมๆ ค่ารถคนละ 6.50 บาท

เราไปถึงท่าพระจันทร์ตอน 7:40 น. ค่ะ

เริ่มต้นจากการเดินผ่านสนามหลวง เป็นความโชคดีมากที่พวกเรามาเร็วก่อนที่จะกรองคนไม่ให้เข้ามาในสนามหลวงเพราะคืนนั้นสนามหลวงจะมีงานปีใหม่เช่นกัน อันนี้เป็นภาพภายในสนามหลวงค่ะ

สถานที่แรกที่เราแวะก็คือศาลหลักเมืองค่ะ เรามาถึงศาลหลักเมืองตอน 7:55 น. มาถึงเช้าคนยังเบาบางอยู่ เดินได้สบายๆ



ศาลหลักเมืองมีอยู่ 2 หลัก หลักแรกสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 (หลักที่สูง) และอีกหลักนึงสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (หลักที่สูงรองลงมา) ซึ่งก็คือหลักที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันนี้ค่ะ

เราก็ไหว้และเยี่ยมชมภายในศาลหลักเมืองพอประมาณเพื่อรอเวลาให้วัดพระแก้วเปิด เพราะเราเช็คมาว่าวัดพระแก้วเปิดให้เข้าชมตอน 8:30 น. วัดพระแก้วมีชื่อเต็มๆว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยอยุธยา


แต่พอเราออกมาถ่ายรูปได้แป๊บนึง ทุกคนก็หันไปเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในวัดพระแก้ว จะรออะไรล่ะคะ ตามสิตามมมมม ในที่สุดเราได้เข้ามาในวัดพระแก้วตอน 8:15 น. คนเยอะฝุดๆ


อย่างแรกที่เราพุ่งไปดูก็คือจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ พูดเลยว่าชอบมากกกกก สวยทุกรูป รูปที่เราปลื้มเป็นพิเศษก็คือรูปนี้ค่ะ เป็นตอนหนุมานอมพลับพลาในช่วงศึกไมยราพ

ดูจิตรกรรมฝาผนังจนฉ่ำใจแล้วเราก็ไปไหว้พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่พวกเราเรียกติดปากกันว่าพระแก้วมรกตค่ะ ตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาว (?!) เครื่องทรงของท่านก็จะเป็นคล้ายๆเสื้อแขนยาว แต่น่าเสียดายที่ภายในห้ามถ่ายรูป T T เราก็เดินกันต่อไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง

แต่สิ่งที่พวกเราสนใจอย่างแรกไม่ใช่พระบรมมหาราชวังค่ะ แต่เป็นตุ๊กตาอับเฉาที่หน้าตาคล้ายกับพวกเรามากกว่า 5555555 ตุ๊กตาอับเฉาเดิมใส่ไว้ใต้ท้องเรือสำเภาเพื่อให้เรือเสถียรเวลาแล่นเรือกลับหลังขายของ เรือจะได้ไม่ล่ม

เราทะลุออกประตูพิมานชัยศรีตอน 9:15 น. เจอวงโยฯผ่านมาด้วยยย

เราเดินกลับไปท่าพระจันทร์อีกครั้งเพราะพวกเราจะไปตลาดพระเครื่องค่ะ เป็นความชอบส่วนบุคคล 55555 แต่ก่อนไปเราก็อดไม่ได้ที่จะเซลฟี่กับพี่ทหารหน้าประตู

9:20 น. เราก็มาถึง นี่เป็นบรรยากาศตลาดพระเครื่องค่ะ มืดไปนิดเพราะช่วงปีใหม่ร้านหยุดเยอะมาก

เราก็เพลิดเพลินอยู่ในตลาดพระเครื่องอยู่ซักพักนึงแล้วก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่าพระจันทร์เพื่อข้ามไปวังหลังกัน ค่าเรือคนละ 3 บาทค่ะ ตอนเรือจอดที่ท่านี่โคลงเคลงสุดๆ นี่เป็นวิวจากบนเรือค่ะ เห็นศิริราชแวบๆ


เรือแล่นมาถึงวังหลังตอน 10:10 น. เราก็เดินเล่นในตลาดไปเรื่อยๆ ตอนวางแผนคิดกันไว้ว่าจะมาดูซีอุยแต่พอโทรเช็ค ปิดค่า T T พวกเราเลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็น มาลองอรทัยซูชิ เอาจริงๆคืออยากไปลองเพราะเห็นเพื่อนถ่ายรูปลงเฟสบุคเยอะมาก ก็อยากรู้ว่า เอ มันเป็นยังไงหว่า ตอนแรกเราจะไม่เสี่ยงแต่น้องๆบอกว่าไหนๆมาถึงแล้วก็ลองปลาดิบเลยดิเจ๊ จัดเลยค่ะ ปลาดิบ 4 ปลาหมึก 1 ไข่กุ้ง 1


รูปถ่ายสีดูดีมากแต่รสชาติและคุณภาพสำหรับพวกเราไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ เดินทางต่อๆ พวกเรานั่งเรือกลับมาที่ท่าพระจันทร์ มาถึงเวลา 10:30 น. อ้ออออ ที่ประตูทางออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ฝั่งท่ามหาราชจะมีร้านหมูก้อนทอด 4 ชิ้น 20 บาท เด็ดดดด ใครผ่านต้องลอง


แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปถนนพระอาทิตย์ค่ะ ระหว่างทางเราแวะเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเวลา 10:45 น. ซึ่งวันนั้นเปิดแค่ 2 โซนแต่ปกติจะมีหลายโซนนะคะ นี่เป็นภาพบรรยากาศภายในค่ะ


เราออกเดินทางกันต่อเพื่อไปถนนพระอาทิตย์ แดดช่วงพระอาทิตย์อยู่เกือบกลางหัวนี่มันแผดเผาได้ใจจริงๆ แต่พวกเราก็ยังเฮฮากันได้ วะฮ่าาาาาา

แล้วก็บรรยากาศเล็กๆน้อยๆค่ะ

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงถนนพระอาทิตย์ตอน 11:30 น. ค่ะ ต้องเติมพลังแบบเร่งด่วน แน่นอนมันจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก โรตีมะตะบะ มาถึงปึ๊บ ทุกคนพุ่งขึ้นห้องแอร์ชั้น 2 แทบจะทันที และนี่คือส่วนหนึ่งของมื้อกลางวันค่ะ


แตงกวาผู้ถูกทอดทิ้ง

เนื่องในโอกาสปีใหม่ ทางร้านโรตีมะตะบะมีโรตีกรอบแถมให้ลูกค้าทุกคนที่มาอุดหนุนด้วย เยยยย่

พวกเราแช่อยู่ในร้านมะตะบะ เอ่อ นานมาก ในที่สุดพวกเราก็ขุดตัวเองขึ้นมาจากเก้าอี้ได้ตอน 12:30 น. ค่ะ มาเตรียมใจเดินต่อดีกว่า จุดหมายต่อไปของพวกเราคือ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เดินเลยยยยยย แดดร้อนโฮกแต่พวกเราก็สู้ ต้องขอบคุณวงโยฯที่ทำให้พวกเราถึกบึกบึนได้ขนาดนี้ ระหว่างทางผ่านหลักกิโลเมตรที่ 0

ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วยยยยยย ท้องฟ้าใสสสสสเชียว

ก่อนออกจากมะตะบะเราก็เช็ครอบนิทรรศน์ในเว็บแล้วว่ารอบ 13:20 น. ว่างแน่ๆ 14 คนแต่พอมาถึงตอน 13:10 น. และเห็นคนจำนวนมหาศาล เราก็เริ่มเสียวไส้ละ จะได้รอบป่าววะ สรุปพวกเราได้บัตรรอบ 15:40 น.ค่ะ เลยสลับโปรแกรมขึ้นมาแทนโดยจะเดินไปวัดราชนัดดาไปดูโลหะปราสาท เพราะน้องชายก็อยากมาแถมก่อนหน้านี้เราเคยเห็นรูปที่ครูสอนถ่ายรูปเราตอนปี 1 ไปถ่ายที่โลหะปราสาทมาเป็นช่วงที่กำลังบูรณะพอดี เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจและอยากมาเห็นของจริงเพราะเป็นโลหะปราสาท 1 ใน 3 ที่ของโลก 2 ที่อยู่ที่อินเดียและพังไปเรียบร้อยแล้ว มีที่วัดราชนัดดานี่แหละที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด สำหรับเราเราว่ายอดสีดำก็สวย สีทองก็สวย สวยหมดเลยยยยยย แต่ก่อนไป...ขอไปชาร์จพลังแป๊บบบนึงบนห้องสมุดของนิทรรศน์นะ ห้องสมุดนิทรรศน์อยู่ชั้น 2 เป็นห้องแอร์ ที่นั่งมีหลายรูปแบบมีทั้งเก้าอี้นิ่มๆ มีแบบนั่งกับพื้นบนหมอนยาวๆด้วย สบายสุดดดดด น้องชายอ่านหนังสือส่วนเราหลับค่ะ 55555 15 นาที ใครอยากสบายแบบเราลองแวะมานะคะ อิอิ ชาร์จพลังเสร็จตอน 14:00 น.พอดี ก็มุ่งหน้าไปโลหะปราสาทกันเลย ระหว่างทางมีไข่นกกระทาก็โดนกันไปถาดละ 20 บาท 2 ถาด ได้ไข่มา 6 ฟอง งั่มๆ

ระหว่าทางผ่านป้อมมหากาฬก็เซลฟี่ด้วยซะหน่อย

ในที่สุดเราก็มาถึงวัดราชนัดดาตอน 14:15 น. เย่ ข้างในโลหะปราสาทมี 7 ชั้น เราเดินขึ้นทุกชั้นเลยค่ะ ชั้นยิ่งสูงลมยิ่งดีแล้วโลหะปราสาทเป็นสถานที่ที่ลมเข้าออกในตัวอาคารตลอดเพราะมีทางเข้าออกโดยรอบ ข้างในไม่อึดอัดเลย



ภาพวิวของชั้นบนสุดค่ะ ลมเย็นได้ใจมากๆ


ขออนุญาติเล่าต่อความเห็นที่ 1 นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่