เรื่องของเรื่อง เรากับแฟนเก่าเลิกกันไปละ แต่ซักพักก็แอบมาคุยกัน ทั้ง ๆ ที่เค้ามีแฟนใหม่ไปแล้ว (อีคนที่แย่งของเราไปนี้แหละ) ตอนเลิกกันนะ สุด ๆ อ๊ะ อีแฟนเก่าเราถึงขั้นขับรถมาหาพ่อเรา แล้วบอกว่า ให้เราปล่อยเค้าไปเถอะ เค้าอยากมีชีวิตปกติ อยากมีครอบครัว (อ้อเราเป็นสาว2) พ่อ แม่ พี่ชายเราโกรธมาก บอกว่าอย่าไปยุ่งกับมันอีก (คนที่บ้านไม่รู้นะว่าคบกันแค่ระแคะระคายทำไมมันเทคแคร์เราจัง) ตอนนั้นเราก็เชื่อฟังพ่อแม่นะ ก็ทำใจตามประสาคนอกหัก นอนซมประมาณ 2 อาทิตย์ พอถึงเวลาที่จะฟื้นได้ ก็เอาตระกร้าผ้ามาซักค่ะ สิ่งที่เจอคือปลอกแขนปั่นจักรยานของมันข้างนึงค่ะ เห็นแล้วใจสั่นร้องไห้ไม่หยุด สุดท้ายก็เลยโทรไปหามัน โมเม้นนั้นคือ ยอมทุกอย่าง จะซ่อนเราไว้มุมไหนก็ยอม ตอนนั้นฮีก็แบ่งรับแบ่งสู้นะคะ แต่พอซักพักฝ่ายโน้นเริ่มตายใจ ก็แอบคุยกันมาเรื่อย ๆ ใน Hang out (App นี้ทำให้กลับมาคุยกันหลายรอบมาก เพราะทุกครั้งที่เลิกกันจะบล๊อคเฟสกันตลอด)
ต่อมาเราก็แอบคุยกันผ่าน hang out ตลอด เพราะแฟนใหม่เค้ายังเด็กอ๊ะ ปรึกษาปัญหาชีวิตกันไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ได้คุยกันถี่นะ เค้าต้องแอบออนตอนแฟนเผลอ ถึงจะได้คุย แล้วอีกซักพักนึง ก็เกิดเรื่องกับเค้า คือ ปกติรายได้เค้าจะได้จากการทำ wifi แถว ๆ หมู่บ้านที่เค้าอยู่ แต่เกิดเรื่องที่ว่า กสทช ออกมาตรวจพื้นที่ค่ะ สั่งปิด wifi ที่เค้าทำอยู่ ทำให้โครงการต้องชะงัก เงินที่เคยได้ก็ต้องหายไป ทีนี้เอาไงละคะ ก็ตามประสาคนเคยใช่ชีวิตร่วมกัน เราก็เลยช่วยติดต่อ กสทช ให้ ช่วยทำเรื่องเปิด หจก เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฏหมาย
อ้อ อีกเรื่องคือ เราเพิ่งมารู้หลังจากเลิกกันไม่นานว่าเค้าโดนไทล์ ซึ่งตลอด 2 ปีที่อยู่ด้วยกัน เค้าไม่เคยบอกเราเลย เค้าแอปว่าตัวเองยังเรียน ขนาดน้องห้องข้าง ๆ คณะเดียวกันยังไม่รู้เลย แต่เรื่องนี้ เรารู้โดยบังเอิญจากการเมาส์แฟนเก่ากับน้องข้างห้องว่า ตัวว่าอีลุงมันจะจบเมื่อไหร่ พี่ว่าดีไม่ดีโดนไทล์ไปละมั้ง แล้วเราก็เอ๊ะใจ เอาชื่อ กับเลขที่บัตรประชาชนไปหาดูในเว็บมหาลัย ปรากฏว่าไม่มีค่ะ ณ เวลานั้น สั่นไปหมดเลยค่ะ น้ำตาไหล รู้สึกว่าตัวเองทำไมดูแลเค้าได้ไม่ดีเลย ทั้ง ๆ ที่อยู่กันมาเป็นปี แต่ไม่รู้เลยว่าเค้าโดนไทล์
จาก 2 เหตุการณ์ข้างบนนี้ เราก็เลยต้องเป็นธุระในการดำเนินการเรื่อง กสทช กับหาที่เรียนใหม่ให้ (เราบีบคอเค้าเรียนเองแหละ มหาวิทยาลัยที่ซื้อใบสมัครได้ที่ 7-11) หลังจากนั้นก็เหมือนไม่มีอะไร แต่ไม่ค่ะ ชะนีน้อยรู้เรื่องเข้า เป็นเรื่องแล้วสิคะ
คำสั่งประกาศิต บอกเลยว่าให้เลิกยุ่งกัน ยังไงละคะ ถึงขั้น ล้มทุกโครงการที่ได้ทำไว้ ทั้งเรื่องบริษัท ทั้งเรื่องเรียน นางไม่ยอมค่ะ บอกให้ตัดกันทุกทาง ผู้ชายยังไงละคะ ก็ยอมตามระเบียบ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าจะลงมือทำ เราก็ถามแล้วว่า ถ้าแฟนตัวรู้ว่าเราช่วยกันทำ นางสั่งล้มโครงการแน่ อีแฟนเก่าเราก็ว่า มันเลือกอนาคต น้องเค้ายังเด็ก ไม่รู้จะคบกันได้นานแค่ไหน ตอนนั้นบอกเลยว่าสุด ๆ โคตรเจ็บ คิดดู เราลงทุนลงแรงไปแล้ว และนั่นมันอนาคตของคนที่นางรักนะ ทำไมถึงทำลายมันได้ แต่เราไม่ยอมค่ะ ไฟต์ต่อ วีนไปเลยค่ะ ใช้หลักการและเหตุผล ให้นางยอมรับ ว่านางก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะช่วยเหลือเค้าได้ จนสุดท้ายนางก็ยอม (นางเป็นนักศึกษาปี 3 เรียนสายภาษา ส่วนแฟนเก่าเรา 27 ละ โดนไทล์มา 3 รอบ ม.ดังทั้ง 3 รอบ ฉลาดนะ แต่ไม่มีความรับผิดชอบ)
แต่แล้วสุดท้ายโครงการก็ล่มค่ะ เพราะถึงนางจะยอมให้ทำงานด้วยกัน แต่นางก็คอยหึง ระแวงตลอดเวลา เลยต้องแยกกันทำงาน แล้วอีแฟนเก่าเราก็เป็นพวกสมาธิสั้น ถ้าไม่มีใครจ้ำจี้จำไชให้ทำ ก็จะไม่ยอมทำ คือ ส่วนการติดต่องาน บัญชี เราจัดการให้ได้ แต่ในส่วนของเทคนิคเราไม่สามารถจริง ๆ จนเรารู้สึกไม่โอเค คือเสียใจแบบสุดอ๊ะ เลยเลิกคุยกันไปอีกพักนึง คือโกรธอ๊ะ เสียความตั้งใจ
แต่แล้วอีกพักนึงก็กลับมาคุยกัน หลังจากที่โครงการ wifi ล่ม เค้าก็ต้องหาอาชีพใหม่ พอดีช่วงนั้นแม่เค้าเพิ่งซื้อรถให้ใหม่ เค้าเลยไปเป็นสารถีให้กับวัดแห่งหนึ่งแถวปทุมธานี ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้เราคุยกันได้สะดวกมากขึ้น (facebook line hang out ไม่ได้ใช้คุยกันละ นางยึดพาสหมด แต่หารู้ไม่เราใช้แอปผึ้ง) ช่วงนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน หมุนเงินไม่ทันมือ เราก็ต้องช่วยเค้าหมุนไป แล้วตอนนั้น เราก็แอบมีรู้สึกนอยละ ทำไมเวลาทุกข์เราต้องอยู่ด้วยกัน พอเค้าเริ่มมีความสุข เค้าก็ไปอยู่กับคนอื่น เราเลยคิดว่าหลังจากที่เค้าอยู่ตัวแล้ว เราจะไม่คุยกับเค้าละ เพราะยังไงเค้าก็คงไม่กลับมาเหมือนเดิม
แต่แล้วก็เกิดเรื่องอีกค่ะ ขับรถได้เดือนเดียว เค้าก็เอารถไปชน จนรถต้องเข้าอู่ 1 เดือน กะจะปล่อยละ ยังไงละคะก็อีรอปเดิม สงสาร เพราะไม่ได้ขับรถ รายได้ก็หาย ตลอดระยะเวลาที่เค้าว่างงาน เราก็ต้องช่วยซัพพอร์ตบ้าง ช่วยกันหมุนเงินไป
แต่ในระหว่างรอรถเสร็จ ก็มีพี่ที่เค้าสนิทจากวัดที่เค้าชอบไปทำบุญแหละค่ะ ชวนไปทำงานด้วยที่สระบุรี ตอนนั้นเราก็ต้องช่วยเค้าเรื่องค่าใช้จ่าย เป็นกำลังใจให้ เพราะเค้าต้องเริ่มงานใหม่ มีปัญหากับการคุมคนงานบ้าง ซึ่งเราก็บอกให้เค้าอดทน เพราะเค้าไม่มีทั้งวุฒิ ไม่มีทั้งประสบการณ์ เงินเดือนที่พี่เค้าให้ก็ถือว่าสูงมาก สำหรับเค้า เรื่องราวมันก็เดินทางมาถึงปีใหม่นี่แหละ
เค้าเดินทางกลับบ้าน ทีแรกเค้าบอกว่าจะไม่เข้าเชียงใหม่ จะกลับบ้านเลย แต่เราจับได้ค่ะ ว่าโกหก เค้าจะแอบไปหาแฟน แต่ไม่อยากให้เรารู้ เลยบอกว่าให้แวะมาหาก่อน แล้วค่อยไปหาแฟน แต่พลาดค่ะ ก่อนที่เราจะโทรหาเค้าบอกว่าบอกแฟนไปแล้วว่าใกล้จะถึง เค้าเลยบอกว่า เค้าอยู่นี่แป๊บเดียว เดี่ยวเย็นเรากลับด้วยกัน แต่ที่จริงเราก็จองตั๋วรถไว้ ทีแรกว่าจะสละตั๋วรถ แล้วกลับพร้อมกัน แต่บางอย่างมันสะกิดใจให้คิดว่าอย่าดีกว่า แล้วเราก็ขึ้นรถกลับ พอซัก 6 โมงเย็น เราก็แกล้งโทรไปบอก ตัวกลับได้ละปะค่ำแล้ว กว่าจะถึงบ้านเราก็ 3 ชั่วโมงละ เค้ากลับบอกว่า วันนี้ไม่กลับแล้ว เราโกรธมาก คือ แบบถึงจะกลับบ้านได้แล้ว แต่คือ ถ้าเรารอกลับด้วยจริง ๆ ป่านนี้คือไม่ได้กลับบ้าน เราโกรธมาก แล้วก็ไม่ยอมคุยด้วยเลย
แต่แล้วก็ต้องมีเหตุให้มาคุยกัน เพราะบริษัทที่เราเปิดไว้ตอนนั้น มันต้องส่งงบการเงิน ซึ่งถ้าไม่ส่งก็อาจจะโดนปรับ หรืออะไรอีกไม่รู้ที่จะตามมา ทั้งนี้ที่จดบริษัท เป็นชื่อแฟนเก่า กับเรา มีทางเลือกคือ ส่งงบ กับปิดไปเลย ซึ่งก็เป็นค่าใช่จ่ายทั้งคู่ ซึ่งเราบอกเลย เราไม่จ่ายนะ นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบเอง
ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังคาราคาซังอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องบริษัท เรื่องเอกสารที่เราเป็นคนจัดการให้เรื่องเรียน แล้วก็เค้าเป็นตัวแทนที่เราขายงานใส่ ถามว่าถ้าเคลียร์เรื่องพวกนี้จบแล้วจะยังไง หลายคนคิดว่าคงจบ แต่เรากลัวใจตัวเองว่า หลังจากนี้เดี่ยวเราจะลืมความเจ็บในวันที่เค้าทำกับเรา แล้วสุดท้ายก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
อยากรู้ว่า อะไรที่ทำให้เราโกรธเค้าได้ไม่นาน (ที่จริงเราก็ไม่เคยโกรธใครนานนะ) แล้วเพราะอะไรเราว่าเราโดนหนักนะ แต่ทำไมไม่เข็ดหลาบซะที ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ว่าเค้าไม่เลือกเรา หรือเค้าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เราจะต้องมาใช้หนี้ให้จนกว่าจะหมดกรรม
ตัดแฟนเก่าไม่ขาดซักที หรือนี่คือเจ้ากรรมนายเวร
ต่อมาเราก็แอบคุยกันผ่าน hang out ตลอด เพราะแฟนใหม่เค้ายังเด็กอ๊ะ ปรึกษาปัญหาชีวิตกันไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ได้คุยกันถี่นะ เค้าต้องแอบออนตอนแฟนเผลอ ถึงจะได้คุย แล้วอีกซักพักนึง ก็เกิดเรื่องกับเค้า คือ ปกติรายได้เค้าจะได้จากการทำ wifi แถว ๆ หมู่บ้านที่เค้าอยู่ แต่เกิดเรื่องที่ว่า กสทช ออกมาตรวจพื้นที่ค่ะ สั่งปิด wifi ที่เค้าทำอยู่ ทำให้โครงการต้องชะงัก เงินที่เคยได้ก็ต้องหายไป ทีนี้เอาไงละคะ ก็ตามประสาคนเคยใช่ชีวิตร่วมกัน เราก็เลยช่วยติดต่อ กสทช ให้ ช่วยทำเรื่องเปิด หจก เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฏหมาย
อ้อ อีกเรื่องคือ เราเพิ่งมารู้หลังจากเลิกกันไม่นานว่าเค้าโดนไทล์ ซึ่งตลอด 2 ปีที่อยู่ด้วยกัน เค้าไม่เคยบอกเราเลย เค้าแอปว่าตัวเองยังเรียน ขนาดน้องห้องข้าง ๆ คณะเดียวกันยังไม่รู้เลย แต่เรื่องนี้ เรารู้โดยบังเอิญจากการเมาส์แฟนเก่ากับน้องข้างห้องว่า ตัวว่าอีลุงมันจะจบเมื่อไหร่ พี่ว่าดีไม่ดีโดนไทล์ไปละมั้ง แล้วเราก็เอ๊ะใจ เอาชื่อ กับเลขที่บัตรประชาชนไปหาดูในเว็บมหาลัย ปรากฏว่าไม่มีค่ะ ณ เวลานั้น สั่นไปหมดเลยค่ะ น้ำตาไหล รู้สึกว่าตัวเองทำไมดูแลเค้าได้ไม่ดีเลย ทั้ง ๆ ที่อยู่กันมาเป็นปี แต่ไม่รู้เลยว่าเค้าโดนไทล์
จาก 2 เหตุการณ์ข้างบนนี้ เราก็เลยต้องเป็นธุระในการดำเนินการเรื่อง กสทช กับหาที่เรียนใหม่ให้ (เราบีบคอเค้าเรียนเองแหละ มหาวิทยาลัยที่ซื้อใบสมัครได้ที่ 7-11) หลังจากนั้นก็เหมือนไม่มีอะไร แต่ไม่ค่ะ ชะนีน้อยรู้เรื่องเข้า เป็นเรื่องแล้วสิคะ
คำสั่งประกาศิต บอกเลยว่าให้เลิกยุ่งกัน ยังไงละคะ ถึงขั้น ล้มทุกโครงการที่ได้ทำไว้ ทั้งเรื่องบริษัท ทั้งเรื่องเรียน นางไม่ยอมค่ะ บอกให้ตัดกันทุกทาง ผู้ชายยังไงละคะ ก็ยอมตามระเบียบ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าจะลงมือทำ เราก็ถามแล้วว่า ถ้าแฟนตัวรู้ว่าเราช่วยกันทำ นางสั่งล้มโครงการแน่ อีแฟนเก่าเราก็ว่า มันเลือกอนาคต น้องเค้ายังเด็ก ไม่รู้จะคบกันได้นานแค่ไหน ตอนนั้นบอกเลยว่าสุด ๆ โคตรเจ็บ คิดดู เราลงทุนลงแรงไปแล้ว และนั่นมันอนาคตของคนที่นางรักนะ ทำไมถึงทำลายมันได้ แต่เราไม่ยอมค่ะ ไฟต์ต่อ วีนไปเลยค่ะ ใช้หลักการและเหตุผล ให้นางยอมรับ ว่านางก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะช่วยเหลือเค้าได้ จนสุดท้ายนางก็ยอม (นางเป็นนักศึกษาปี 3 เรียนสายภาษา ส่วนแฟนเก่าเรา 27 ละ โดนไทล์มา 3 รอบ ม.ดังทั้ง 3 รอบ ฉลาดนะ แต่ไม่มีความรับผิดชอบ)
แต่แล้วสุดท้ายโครงการก็ล่มค่ะ เพราะถึงนางจะยอมให้ทำงานด้วยกัน แต่นางก็คอยหึง ระแวงตลอดเวลา เลยต้องแยกกันทำงาน แล้วอีแฟนเก่าเราก็เป็นพวกสมาธิสั้น ถ้าไม่มีใครจ้ำจี้จำไชให้ทำ ก็จะไม่ยอมทำ คือ ส่วนการติดต่องาน บัญชี เราจัดการให้ได้ แต่ในส่วนของเทคนิคเราไม่สามารถจริง ๆ จนเรารู้สึกไม่โอเค คือเสียใจแบบสุดอ๊ะ เลยเลิกคุยกันไปอีกพักนึง คือโกรธอ๊ะ เสียความตั้งใจ
แต่แล้วอีกพักนึงก็กลับมาคุยกัน หลังจากที่โครงการ wifi ล่ม เค้าก็ต้องหาอาชีพใหม่ พอดีช่วงนั้นแม่เค้าเพิ่งซื้อรถให้ใหม่ เค้าเลยไปเป็นสารถีให้กับวัดแห่งหนึ่งแถวปทุมธานี ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้เราคุยกันได้สะดวกมากขึ้น (facebook line hang out ไม่ได้ใช้คุยกันละ นางยึดพาสหมด แต่หารู้ไม่เราใช้แอปผึ้ง) ช่วงนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน หมุนเงินไม่ทันมือ เราก็ต้องช่วยเค้าหมุนไป แล้วตอนนั้น เราก็แอบมีรู้สึกนอยละ ทำไมเวลาทุกข์เราต้องอยู่ด้วยกัน พอเค้าเริ่มมีความสุข เค้าก็ไปอยู่กับคนอื่น เราเลยคิดว่าหลังจากที่เค้าอยู่ตัวแล้ว เราจะไม่คุยกับเค้าละ เพราะยังไงเค้าก็คงไม่กลับมาเหมือนเดิม
แต่แล้วก็เกิดเรื่องอีกค่ะ ขับรถได้เดือนเดียว เค้าก็เอารถไปชน จนรถต้องเข้าอู่ 1 เดือน กะจะปล่อยละ ยังไงละคะก็อีรอปเดิม สงสาร เพราะไม่ได้ขับรถ รายได้ก็หาย ตลอดระยะเวลาที่เค้าว่างงาน เราก็ต้องช่วยซัพพอร์ตบ้าง ช่วยกันหมุนเงินไป
แต่ในระหว่างรอรถเสร็จ ก็มีพี่ที่เค้าสนิทจากวัดที่เค้าชอบไปทำบุญแหละค่ะ ชวนไปทำงานด้วยที่สระบุรี ตอนนั้นเราก็ต้องช่วยเค้าเรื่องค่าใช้จ่าย เป็นกำลังใจให้ เพราะเค้าต้องเริ่มงานใหม่ มีปัญหากับการคุมคนงานบ้าง ซึ่งเราก็บอกให้เค้าอดทน เพราะเค้าไม่มีทั้งวุฒิ ไม่มีทั้งประสบการณ์ เงินเดือนที่พี่เค้าให้ก็ถือว่าสูงมาก สำหรับเค้า เรื่องราวมันก็เดินทางมาถึงปีใหม่นี่แหละ
เค้าเดินทางกลับบ้าน ทีแรกเค้าบอกว่าจะไม่เข้าเชียงใหม่ จะกลับบ้านเลย แต่เราจับได้ค่ะ ว่าโกหก เค้าจะแอบไปหาแฟน แต่ไม่อยากให้เรารู้ เลยบอกว่าให้แวะมาหาก่อน แล้วค่อยไปหาแฟน แต่พลาดค่ะ ก่อนที่เราจะโทรหาเค้าบอกว่าบอกแฟนไปแล้วว่าใกล้จะถึง เค้าเลยบอกว่า เค้าอยู่นี่แป๊บเดียว เดี่ยวเย็นเรากลับด้วยกัน แต่ที่จริงเราก็จองตั๋วรถไว้ ทีแรกว่าจะสละตั๋วรถ แล้วกลับพร้อมกัน แต่บางอย่างมันสะกิดใจให้คิดว่าอย่าดีกว่า แล้วเราก็ขึ้นรถกลับ พอซัก 6 โมงเย็น เราก็แกล้งโทรไปบอก ตัวกลับได้ละปะค่ำแล้ว กว่าจะถึงบ้านเราก็ 3 ชั่วโมงละ เค้ากลับบอกว่า วันนี้ไม่กลับแล้ว เราโกรธมาก คือ แบบถึงจะกลับบ้านได้แล้ว แต่คือ ถ้าเรารอกลับด้วยจริง ๆ ป่านนี้คือไม่ได้กลับบ้าน เราโกรธมาก แล้วก็ไม่ยอมคุยด้วยเลย
แต่แล้วก็ต้องมีเหตุให้มาคุยกัน เพราะบริษัทที่เราเปิดไว้ตอนนั้น มันต้องส่งงบการเงิน ซึ่งถ้าไม่ส่งก็อาจจะโดนปรับ หรืออะไรอีกไม่รู้ที่จะตามมา ทั้งนี้ที่จดบริษัท เป็นชื่อแฟนเก่า กับเรา มีทางเลือกคือ ส่งงบ กับปิดไปเลย ซึ่งก็เป็นค่าใช่จ่ายทั้งคู่ ซึ่งเราบอกเลย เราไม่จ่ายนะ นี่เป็นสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบเอง
ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังคาราคาซังอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องบริษัท เรื่องเอกสารที่เราเป็นคนจัดการให้เรื่องเรียน แล้วก็เค้าเป็นตัวแทนที่เราขายงานใส่ ถามว่าถ้าเคลียร์เรื่องพวกนี้จบแล้วจะยังไง หลายคนคิดว่าคงจบ แต่เรากลัวใจตัวเองว่า หลังจากนี้เดี่ยวเราจะลืมความเจ็บในวันที่เค้าทำกับเรา แล้วสุดท้ายก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
อยากรู้ว่า อะไรที่ทำให้เราโกรธเค้าได้ไม่นาน (ที่จริงเราก็ไม่เคยโกรธใครนานนะ) แล้วเพราะอะไรเราว่าเราโดนหนักนะ แต่ทำไมไม่เข็ดหลาบซะที ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ว่าเค้าไม่เลือกเรา หรือเค้าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เราจะต้องมาใช้หนี้ให้จนกว่าจะหมดกรรม