หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลัง......
กระทู้สนทนา
ศาสนาพุทธ
พระไตรปิฎก
ปฏิบัติธรรม
มหาสติปัฏฐาน 4
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ที่เรียกว่า
สัตว์ สัตว์
ดังนี้
ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอแล จึงเรียกว่า สัตว์?
-
สัตตสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=4433&Z=4459
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่างเหล่านี้ เพื่อความตั้งอยู่แห่งเหล่าสัตว์ที่เกิดแล้วบ้าง
เพื่อความอนุเคราะห์เหล่าสัตว์ที่แสวงหาภพที่เกิดบ้าง อาหาร ๔ อย่าง เป็นไฉน?
-
มหาตัณหาสังขยสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=8041&Z=8506
โพธิกถา ปฏิจจสมุปบาทมนสิการ
http://84000.org/tipitaka/read/?4/1/1
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท
อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย ฯ
-
อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=9026&Z=9078
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่างเปล่า เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท
อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนของเราแก่เธอทั้งหลาย.
-
เทวธาวิตักกสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=3953&Z=4098
ดูกรอานนท์
อวิชชาแทรกอยู่แล้วในธรรมเหล่านี้ ฯ
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=931&Z=1011
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราย่อมกล่าวอวิชชาว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
ก็อะไรเป็นอาหารของอวิชชา...
-อวิชชาสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=24&A=2712&Z=2781
สังขารในไตรลักษณ์กับสังขารในขันธ์ ๕
http://pantip.com/topic/33564355
Anicca Vata Sankhara
- by Bhikkhu Bodhi
http://www.accesstoinsight.org/lib/authors/bodhi/bps-essay_43.html
เรานั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เมื่ออะไรหนอมีอยู่ ชราและมรณะจึงมี ชราและมรณะย่อมมีเพราะอะไรเป็นปัจจัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นเพราะกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย จึงได้รู้ด้วยปัญญาว่า เมื่อชาติมีอยู่
ชราและมรณะจึงมี ชราและมรณะย่อมมีเพราะชาติเป็นปัจจัย ... เมื่ออะไรหนอมีอยู่
ชาติจึงมีชาติย่อมมีเพราะอะไรเป็นปัจจัย ...
-
มหาศักยมุนีโคตมสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=173&Z=240
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ
และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็น
จริงอย่างนี้ เพียงใด............
-
อัสสาทสูตรที่ ๑
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=622&Z=645
เราได้พบมรรคาเก่า หนทางเก่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไป ก็มรรคาเก่า หนทางเก่า
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไปนั้น เป็นไฉน คือมรรคาอันประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐ นี้แล
ได้แก่สัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้แล มรรคาเก่า หนทางเก่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไปแล้ว
เราก็ได้ เดินตามหนทางอันประเสริฐซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ อันเป็นทางเก่านั้น เมื่อกำลังเดินตามหนทางนั้นไป
ได้รู้ชัดซึ่งชราและมรณะ เหตุเกิดขึ้นแห่งชราและมรณะ ความดับแห่งชราและมรณะ.......
-
นครสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2780&Z=2854
[๔๐๐] ดูกรอานนท์ โดยที่แท้ เราได้กล่าวความดับแห่งสังขารทั้งหลาย โดยลำดับแล้ว
คือ เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาย่อมดับ ฯลฯ เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ
สัญญาและเวทนาย่อมดับ ราคะ โทสะ โมหะของภิกษุผู้ขีณาสพย่อมดับ ฯ
-
อานันทสูตรที่ ๑
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5864&Z=5890
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เราเรียกว่าเวทนา เพราะผัสสะเกิดขึ้นเวทนาจึงเกิด เพราะผัสสะดับไป เวทนาจึงดับ
อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นแล คือ สัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งเวทนา
สุข โสมนัส ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยเวทนาใด นี้เป็นคุณแห่งเวทนา เวทนาใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์
มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งเวทนา
-
สัมพหุลสูตรที่ ๑
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5908&Z=5933
ดูกรภิกษุก็คำนี้ว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทุกข์ ดังนี้ เรากล่าวหมายเอาความที่สังขารทั้งหลายนั่นเองไม่เที่ยง
ดูกรภิกษุ ก็คำนี้ว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทุกข์ ดังนี้ เรากล่าวหมายเอาความที่สังขารทั้งหลายนั่นแหละมีความสิ้นไป
เสื่อมไป คลายไป ดับไป แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ฯ
-
รโหคตสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5493&Z=6294
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อาหาร ๔
อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตวโลกที่เกิดมาแล้ว
เพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด อาหาร ๔ อย่างนั้น
คือ ๑ กวฬิงการาหาร หยาบบ้าง ละเอียดบ้าง ๒ ผัสสาหาร ๓ มโนสัญเจตนาหาร ๔ วิญญาณาหาร
อาหาร ๔ อย่างนี้แล เพื่อความดำรงอยู่ของสัตวโลกที่เกิดมาแล้ว
หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด ฯ
-
อัตถิราคสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2697&Z=2779
สังขาร ๓ ประการเหล่านี้ คือ กายสังขาร ๑ วจีสังขาร ๑ จิตตสังขาร ๑
นี้เรียกว่าสังขาร เพราะอวิชชาเกิด สังขารจึงเกิด เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ
อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เท่านั้น คือ ความเห็นชอบ ๑ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ ๑
เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงธรรมเป็นที่ดับสังขาร ฯ
-
ภิกขุสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=1075&Z=1117
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ. นี้แลเป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร ฯลฯ
สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก.
-
สัตตัฏฐานสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=1379&Z=1448
สังขารวาร
http://www.84000.org/tipitaka/read/?12/127/99
อาการที่สุขโสมนัสอาศัยสังขารเกิดขึ้น นี้เป็นคุณในสังขาร
อาการที่สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษในสังขาร
อาการที่กำจัดฉันทราคะ ละฉันทราคะในสังขารได้ นี้เป็นทางสลัดออกในสังขาร
-
มหาปุณณมสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=14&A=1980&Z=2186
บุรุษไม่ใส่หญ้าแห้ง ไม่ใส่โคมัยแห้ง และไม่ใส่ไม้แห่งในไฟกองนั้นทุกๆ ระยะ
ภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ ไฟกองใหญ่นั้น ไม่มีอาหาร พึงดับไป เพราะสิ้นเชื้อเก่า
และเพราะไม่เติมเชื้อใหม่ แม้ฉันใด................
-
อุปาทานสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2279&Z=2307&pagebreak=0
เพราะสิ้นเชื้อเก่า และเพราะไม่เติมเชื้อใหม่ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย
เมื่อภิกษุเห็นโทษเนืองๆ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์อยู่ ตัณหาย่อมดับ ฉันนั้นเหมือนกัน
-
ปฐมสังโยชนสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2308&Z=2335&pagebreak=0
อริยสาวก ย่อมไม่ก่ออะไร ย่อมไม่ทำอะไรให้พินาศ แต่ทำให้พินาศแล้วตั้งอยู่.......
-
ขัชชนิยสูตร
-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=1955&Z=2041
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/read/?4/13/18
โพธิปักขิยธรรม ๓๗
อนัตตลักขณสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=04&A=479&Z=575
ภิกษุอบรมจิตให้ดีด้วยปัญญาอย่างนี้ว่า
จิตของเราปราศจากราคะแล้ว จิตของเราปราศจากโทสะแล้ว
จิตของเราปราศจากโมหะแล้ว จิตของเราไม่มีราคะเป็นธรรมดา
จิตของเราไม่มีโทสะเป็นธรรมดา จิตของเราไม่มีโมหะเป็นธรรมดา
จิตของเราไม่เวียนมาเพื่อรูปราคะเป็นธรรมดา จิตของเราไม่เวียนมาเพื่ออรูปราคะเป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุอบรมจิตให้ดีด้วยปัญญาแล้ว
ในกาลนั้น ควรเรียกภิกษุนั้นว่า ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว
กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี ฯ
-
สิลายูปสูตรที่ ๑
-
http://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=23&item=229&items=1&preline=0
ยอดของสังขตธรรม
http://pantip.com/topic/32165674
สพเพธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
- ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น
http://pantip.com/topic/31758227
http://www.openbase.in.th/files/ebook/sangh/set1/sangharaja014.pdf
จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง
http://pantip.com/topic/34388074
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
สังเกตผู้ที่ถึงความฉิบจากการกล่าวโทษ
พยสนสูตร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย กล่าวโทษพระอริยะ ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความ:) ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ความ:) ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ ภิกษุ
สมาชิกหมายเลข 4128431
ว่าด้วยธรรมทั่งปวงเป็นอนัตตา.....
สพฺเพ ธมฺมา ..... (จากกระทู้เก่า)> https://m.pantip.com/topic/41693607 ๕. โดยสภาวะของมันเองก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา; https://84000.org/tipitaka/dic/v_see
สมาชิกหมายเลข 3459975
จะบรรลุอรหัตตผล เริ่มต้นที่ศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า
"นอบน้อม พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" ************ การตั้งอยู่ในอรหัตตผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวการตั้งอยู่ในอรหัตตผล ด้วยการไปครั้งแรก เท่านั้นหามิได้ แต่การตั้งอยู่ในอ
สมาชิกหมายเลข 1772882
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ฯลฯ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายนี้ไม่ใช่ของเธอทั้งหลาย ทั้งไม่ใช่ของผู้อื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย
สมาชิกหมายเลข 962719
พระสูตร อวิชาไม่ปรากฏเบื้องต้นที่ตถาคตตรัส
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๕. นครสูตร สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภ
เป็นปลาเค็ม
เบื้องต้นอวิชา
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต ยมกวรรคที่ ๒ อวิชชาสูตร ดูกรภิกษุทั้งหลาย เงื่อนต้นแห่งอวิชชาย่อมไม่ปรากฏในกาลก่อน แต่นี้ อวิชชาไม่มี แต่ภายหลังจึงมี เพรา
เป็นปลาเค็ม
คุณอาจเปลี่ยนความคิดผิด เมื่อ ฟังผมอธิบาย
สวัสดีครับ มาแชร์ ความคิดความเห็นอีกแล้ว เรื่องความเห็นผิดความเห็นถูก การศึกษาฟังธรรม ถ้าเรามีนิวรณ์ ก็อาจฟังศึกษาได้ไม่เข้าใจเท่าไหร่ จนบางครั้งอาจเข้าใจผิด ลองฟังมุมมองนี้ดูครับ 1.มุมมองที่ผิด ที
แทคเองครับ
ไม่อยากเดือดร้อน อยากมีความสุขก็ต้องละอกุศลธรรมและสร้างกุศลธรรมให้เกิดขี้น
"นอบน้อมแด่ พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" ................... บางส่วนจาก "เทวทหสูตร" พระสารีบุตรกล่าวว่า " ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็เมื่อบุคคลเข้าถึงอกุศลธรรมท
สมาชิกหมายเลข 1772882
ความจริงแท้ เป็นกลศาสตร์ทางอนุภาคสสาร
ความจริงแท้ เป็น กลศาสตร์ทางกายภาพ เป็นเพียง การก่อสร้างของ อนุภาคสสาร ก่อสร้าง จนมี กลไกที่เป็นจิตใจ ขึ้นมา โดยอนุภาคสสาร เริ่มต้น คือ อวิชชาธาตุ(ธาตุเกิดดับเริ่มต้น) ตามกฏ อิทัปปัจจยตา “ภาว
สมาชิกหมายเลข 4128431
สังขารขาดสูญ เป็นความเห็นถูก
ทิฏฐิความเห็นว่าขาดสูญเช่นนั้นเป็นสังขาร อธิบายด้วยความเห็นว่าดังนี้ เมื่อพิจารณาถึงเหตุของ สังขาร คือ อวิชชา จึงได้รู้ถึงเหตุและผล เพราะว่า สังขาร ไม่ใช่ตัวตน ... ปุถุชนย่อมไม่ตามเห็นรูป โดยความเป็
สมาชิกหมายเลข 4128431
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
พระไตรปิฎก
ปฏิบัติธรรม
มหาสติปัฏฐาน 4
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลัง......
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ที่เรียกว่า สัตว์ สัตว์ ดังนี้
ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอแล จึงเรียกว่า สัตว์?
-สัตตสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=4433&Z=4459
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่างเหล่านี้ เพื่อความตั้งอยู่แห่งเหล่าสัตว์ที่เกิดแล้วบ้าง
เพื่อความอนุเคราะห์เหล่าสัตว์ที่แสวงหาภพที่เกิดบ้าง อาหาร ๔ อย่าง เป็นไฉน?
-มหาตัณหาสังขยสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=8041&Z=8506
โพธิกถา ปฏิจจสมุปบาทมนสิการ
http://84000.org/tipitaka/read/?4/1/1
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาท
อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย ฯ
-อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=9026&Z=9078
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่างเปล่า เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท
อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนของเราแก่เธอทั้งหลาย.
-เทวธาวิตักกสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=12&A=3953&Z=4098
ดูกรอานนท์ อวิชชาแทรกอยู่แล้วในธรรมเหล่านี้ ฯ
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=931&Z=1011
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวอวิชชาว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
ก็อะไรเป็นอาหารของอวิชชา...
-อวิชชาสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=24&A=2712&Z=2781
สังขารในไตรลักษณ์กับสังขารในขันธ์ ๕
http://pantip.com/topic/33564355
Anicca Vata Sankhara - by Bhikkhu Bodhi
http://www.accesstoinsight.org/lib/authors/bodhi/bps-essay_43.html
เรานั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เมื่ออะไรหนอมีอยู่ ชราและมรณะจึงมี ชราและมรณะย่อมมีเพราะอะไรเป็นปัจจัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นเพราะกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย จึงได้รู้ด้วยปัญญาว่า เมื่อชาติมีอยู่
ชราและมรณะจึงมี ชราและมรณะย่อมมีเพราะชาติเป็นปัจจัย ... เมื่ออะไรหนอมีอยู่
ชาติจึงมีชาติย่อมมีเพราะอะไรเป็นปัจจัย ...
-มหาศักยมุนีโคตมสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=173&Z=240
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ
และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็น
จริงอย่างนี้ เพียงใด............
-อัสสาทสูตรที่ ๑-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=622&Z=645
เราได้พบมรรคาเก่า หนทางเก่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไป ก็มรรคาเก่า หนทางเก่า
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไปนั้น เป็นไฉน คือมรรคาอันประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐ นี้แล
ได้แก่สัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ นี้แล มรรคาเก่า หนทางเก่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ เคยเสด็จไปแล้ว
เราก็ได้ เดินตามหนทางอันประเสริฐซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ อันเป็นทางเก่านั้น เมื่อกำลังเดินตามหนทางนั้นไป
ได้รู้ชัดซึ่งชราและมรณะ เหตุเกิดขึ้นแห่งชราและมรณะ ความดับแห่งชราและมรณะ.......
-นครสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2780&Z=2854
[๔๐๐] ดูกรอานนท์ โดยที่แท้ เราได้กล่าวความดับแห่งสังขารทั้งหลาย โดยลำดับแล้ว
คือ เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาย่อมดับ ฯลฯ เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ
สัญญาและเวทนาย่อมดับ ราคะ โทสะ โมหะของภิกษุผู้ขีณาสพย่อมดับ ฯ
-อานันทสูตรที่ ๑-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5864&Z=5890
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เราเรียกว่าเวทนา เพราะผัสสะเกิดขึ้นเวทนาจึงเกิด เพราะผัสสะดับไป เวทนาจึงดับ
อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นแล คือ สัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เป็นปฏิปทาเครื่องให้ถึงความดับแห่งเวทนา
สุข โสมนัส ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัยเวทนาใด นี้เป็นคุณแห่งเวทนา เวทนาใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์
มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งเวทนา
-สัมพหุลสูตรที่ ๑-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5908&Z=5933
ดูกรภิกษุก็คำนี้ว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทุกข์ ดังนี้ เรากล่าวหมายเอาความที่สังขารทั้งหลายนั่นเองไม่เที่ยง
ดูกรภิกษุ ก็คำนี้ว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นทุกข์ ดังนี้ เรากล่าวหมายเอาความที่สังขารทั้งหลายนั่นแหละมีความสิ้นไป
เสื่อมไป คลายไป ดับไป แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ฯ
-รโหคตสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=18&A=5493&Z=6294
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาร ๔ อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตวโลกที่เกิดมาแล้ว
เพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด อาหาร ๔ อย่างนั้น
คือ ๑ กวฬิงการาหาร หยาบบ้าง ละเอียดบ้าง ๒ ผัสสาหาร ๓ มโนสัญเจตนาหาร ๔ วิญญาณาหาร
อาหาร ๔ อย่างนี้แล เพื่อความดำรงอยู่ของสัตวโลกที่เกิดมาแล้ว
หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ผู้แสวงหาที่เกิด ฯ
-อัตถิราคสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2697&Z=2779
สังขาร ๓ ประการเหล่านี้ คือ กายสังขาร ๑ วจีสังขาร ๑ จิตตสังขาร ๑
นี้เรียกว่าสังขาร เพราะอวิชชาเกิด สังขารจึงเกิด เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ
อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เท่านั้น คือ ความเห็นชอบ ๑ ฯลฯ ความตั้งใจชอบ ๑
เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงธรรมเป็นที่ดับสังขาร ฯ
-ภิกขุสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=1075&Z=1117
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ. นี้แลเป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร ฯลฯ
สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก.
-สัตตัฏฐานสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=1379&Z=1448
สังขารวาร
http://www.84000.org/tipitaka/read/?12/127/99
อาการที่สุขโสมนัสอาศัยสังขารเกิดขึ้น นี้เป็นคุณในสังขาร
อาการที่สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษในสังขาร
อาการที่กำจัดฉันทราคะ ละฉันทราคะในสังขารได้ นี้เป็นทางสลัดออกในสังขาร
-มหาปุณณมสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=14&A=1980&Z=2186
บุรุษไม่ใส่หญ้าแห้ง ไม่ใส่โคมัยแห้ง และไม่ใส่ไม้แห่งในไฟกองนั้นทุกๆ ระยะ
ภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ ไฟกองใหญ่นั้น ไม่มีอาหาร พึงดับไป เพราะสิ้นเชื้อเก่า
และเพราะไม่เติมเชื้อใหม่ แม้ฉันใด................
-อุปาทานสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=16&A=2279&Z=2307&pagebreak=0
เพราะสิ้นเชื้อเก่า และเพราะไม่เติมเชื้อใหม่ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย
เมื่อภิกษุเห็นโทษเนืองๆ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์อยู่ ตัณหาย่อมดับ ฉันนั้นเหมือนกัน
-ปฐมสังโยชนสูตร -
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=16&A=2308&Z=2335&pagebreak=0
อริยสาวก ย่อมไม่ก่ออะไร ย่อมไม่ทำอะไรให้พินาศ แต่ทำให้พินาศแล้วตั้งอยู่.......
-ขัชชนิยสูตร-
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=1955&Z=2041
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/read/?4/13/18
โพธิปักขิยธรรม ๓๗
อนัตตลักขณสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=04&A=479&Z=575
ภิกษุอบรมจิตให้ดีด้วยปัญญาอย่างนี้ว่า
จิตของเราปราศจากราคะแล้ว จิตของเราปราศจากโทสะแล้ว
จิตของเราปราศจากโมหะแล้ว จิตของเราไม่มีราคะเป็นธรรมดา
จิตของเราไม่มีโทสะเป็นธรรมดา จิตของเราไม่มีโมหะเป็นธรรมดา
จิตของเราไม่เวียนมาเพื่อรูปราคะเป็นธรรมดา จิตของเราไม่เวียนมาเพื่ออรูปราคะเป็นธรรมดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุอบรมจิตให้ดีด้วยปัญญาแล้ว
ในกาลนั้น ควรเรียกภิกษุนั้นว่า ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว
กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี ฯ
-สิลายูปสูตรที่ ๑-
http://84000.org/tipitaka/read/byitem.php?book=23&item=229&items=1&preline=0
ยอดของสังขตธรรม
http://pantip.com/topic/32165674
สพเพธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย - ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น
http://pantip.com/topic/31758227
http://www.openbase.in.th/files/ebook/sangh/set1/sangharaja014.pdf
จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง
http://pantip.com/topic/34388074