เล่าให้ฟังถึงการสร้างธุรกิจสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่ม (ตอน: การรักษาเครดิตของบริษัท กับการไปสู่ระดับโลก Go Global)

..................เราจะเป็นองค์กรที่ Go Global อย่างสง่า หรือ ต้องเหยียบหัวผู้อื่นขึ้นไป................

สวัสดีเพื่อนๆ Pantip ครับ ผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะสร้างกิจการเป็นของตัวเองกันนะครับ (กิจการของผมเป็นที่ปรึกษาให้บริการบริษัททั้งไทยและเทศ ทั้งรายเล็กและใหญ่ในประเทศไทยมาร่วม 2 ปี)

เรื่องราวของผมมีหลากหลายมากตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะให้เล่าทั้งหมดคงไม่จบในกระทู้เดียวแน่ๆ ครับ ซึ่งเรื่องแรกที่ผมจะเล่าให้ฟังจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การรักษาเครดิตของบริษัท ครับ

บริษัทของผมก่อตั้งมากำลังจะครบรอบ 2 ปี ในอีก 4 เดือนข้างหน้าและได้ให้บริการกับบริษัททั้งไทยและต่างชาติเกือบๆ ร้อยบริษัท เราเริ่มจาก 3 คนจนปัจจุบันมีหลักสิบคน และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าต่างชาติหลายบริษัทในการให้บริการครับ ลูกค้าของผมส่วนใหญ่จะเป็นญี่ปุ่น และจะมีบริษัทชาติอื่นๆ ปนๆมาเล็กน้อย ซึ่งรวมทั้ง ไทย อเมริกา และยุโรป

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญในการให้บริการกับลูกค้าของผมคือการรักษาเครดิตของคู่ค้าครับ บริษัทญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่าไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการจ่ายค่าบริการเลยครับ แม้บางครั้งจ่ายช้ากว่าวันที่กำหนดบนใบแจ้งหนี้ แต่นั่นเป็นเพราะรอบบิลที่เรากำหนดจ่ายกับรอบชำระจ่ายของบริษัทเค้าไม่ตรงกันจึงไม่ว่ากัน ส่วนบริษัทชาติอื่นนั้นก็ไม่แทบไม่เคยมีปัญหาการจ่ายตามเครดิตที่บริษัทผมวางไว้เลยครับ เว้นแต่....

ลองทายสิครับ......บริษัทที่เป็นสัญชาติไทยนี่แหล่ะครับ

จริงๆ ผมให้บริการบริษัทสัญชาติไทยอยู่เกือบ 10 บริษัทและให้บริการในราคาที่ต่ำกว่าสัญชาติอื่นๆ ด้วยนะครับเพราะเห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกันก็อยากจะให้ความช่วยเหลือในฐานะคนไทยด้วยกัน ซึ่งใน 10 บริษัทนี้ มี 2 บริษัทที่ใช้บริการแล้วไม่รักษาเครดิตในเรื่องการจ่ายค่าบริการรวมทั้งรับไม่ได้กับการที่จะต้องจ่ายจำนวนเงินที่เราเรียกเก็บ (ธุรกิจที่ปรึกษาของผมจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงครับ เพราะเราก็จ้างคนที่เก่งๆ และต้องลงทุนด้านข้อมูลสูง) เชื่อมั้ยครับว่าใน 2 บริษัทนี้นั้นไม่ใช่บริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งนะครับ แต่เป็นบริษัที่มีทุนจดทะเบียนสูงหลักหลายสิบล้านถึงร้อยล้าน และนั่นทำให้ผมได้ข้อสรุปอย่างนึงเลยว่า "ทุนจดทะเบียนของบริษัทอย่างเดียวเอามาเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทนั้นน่าเชื่อถือไม่ได้ครับ"

ซึ่งบริษัทลูกค้าที่ไม่คิดจะจ่ายค่าบริการให้เราหรือไม่จ่ายตามจำนวนที่เรียกเก็บนั้น ได้ให้เหตุผลว่าเค้าไม่พอใจการบริการของเรา ซึ่งเราเองก็มีการตั้งเกณฑ์ไว้ว่ายินดีคืนเงินตามจำนวนระยะเวลาของการให้บริการ (ซึ่งในเคสนี้ลูกค้ามีสิทธ์ได้รับเงินคืน 50% จากทางเราครับ และมีสัญญาเซ็นต์รับทราบกันทั้ง 2 ฝ่าย) แต่ก็นั่นแหล่ะครับ เพราะลูกค้ายังไม่จ่ายเงินค่าบริการมาให้เราเลย และยังส่งจดหมายมาให้เรารับทราบว่าต้องคืนค่าบริการ 50% เมื่อเราแจ้งกลับไปว่าเรายังไม่ได้รับค่าบริการจากทางลูกค้า เราจึงขอเขาให้จ่ายส่วนต่างเป็นอันว่าจบ .....  จบมั้ย..... ไม่จบครับเพราะลูกค้าเข้าใจว่าตอนแรกจ่ายเงินไปแล้ว แต่พอมาทราบจากฝ่ายการเงินว่ายังไม่จ่ายก็ปิดช่องทางการพูดคุยกับเราทันที

ผมไม่เล่าต่อในส่วนของการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายนะครับ  (กำลังพิจารณาว่าจะให้ทนายฟ้องมั้ย เพราะไกล่เกลี่ยก็ไม่ลงตัวสักที ถ้าฟ้องแล้วผมถึงจะเล่าให้ฟังต่อได้ครับ)

ทีนี้มาพูดให้ฟังเพิ่มเติมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ บริษัทผมเองนั้นจะรักษาเครดิตในระดับค่อนข้างดีครับ จะมีบ้างที่สะดุดเล็กน้อยนั่นเป็นเพราะอยากจะเฉลี่ยค่าใช้จ่ายไปเดือนอื่นๆ ก็จะแจ้งให้คู่ค้าทราบว่าบริษัทผมจะจ่ายเงินในเดือนถัดไปนะหรือตกลงกันแต่แรกว่าจะจ่ายที่เท่านี้ๆ ในเดือนนี้ ถ้าตกลงเป็นอันจบ ถ้าไม่โอเคก็ยังไม่ใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากคู่ค้าครับ

ผมเคยได้คุยกับผู้ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกับผมซึ่งเค้าอยู่มานานกว่าผมเป็น 10 ปีเลยครับ เค้าเองให้บริการกับบริษัทต่างชาติ และไม่เคยให้บริการบริษัทไทยแท้ๆ ครับ จะมีก็เป็นบริษัทร่วมทุนไทยเทศนะครับ ซึ่งผมจะมองว่าเป็นบริษัทต่างชาติเลยครับ ในการพูดคุยกับเค้านั้นผมรู้สึกเอะใจเป็นอย่างมากเมื่อถามเค้าว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบผมมั้ย "เค้าบอกไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว" จะมีก็แค่จ่ายช้าออกไปซึ่งสุดท้ายก็จ่ายให้ตามจริง .... อ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ.... รู้สึกทำไมบริษัทของไทยถึงไม่รักษาเครดิตในเรื่องการจ่ายเงินเลย??

.... แต่ๆๆๆ... ผมไม่เหมารวมนะครับว่าทุกบริษัทไทยที่เป็นอย่างนี้ครับ เพราะลูกค้าบริษัทไทยที่เหลือนั้นเป็นลูกค้าชั้นดี และมียอดค่าบริการกับเราแทบจะสูงสุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นด้วยครับ

ผมจึงอยากจะสรุปให้ฟังดังนี้นะครับ
- บริษัทที่รักษาเครดิตการจ่ายนั้น "ก็เปรียบเสมือนเป็นสุภาพบุรุษ (Gentleman) ที่รักษาคำพูด" และบริษัทเหล่านี้เกินกว่าร้อยละ 80% เค้ามีศักยภาพไประดับโลกได้ครับ (Go Global) และคู่ค้าต่างๆ ก็อยากจะได้เป็น Partner ไปยาวนานครับ

- บริษัทที่ไม่รักษาเครดิตการจ่ายเงินนั้น "ก็เปรียบเสมือนคนที่มองผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ถ้าตัวเราไม่ได้ก่อน ทำไมคนอื่นจะต้องได้" บริษัทแบบนี้เค้าอาจจะ Go Global แต่สุดท้ายก็ได้แค่ Go Local เพราะ Act Local ครับ .... แต่ผมก็ยังเชื่อนะครับว่าอาจมีบริษัทกลุ่มนี้ที่ Go Global ด้วยแต่คงน้อยมาก

ถ้าจะให้พูดก็คือเราจะเป็นองค์กรที่ Go Global อย่างสง่า หรือ ต้องเหยียบหัวผู้อื่นขึ้นไป .... ทั้งหมดนี้คือแค่ส่วนหนึ่งของการไประดับโลกนะครับ และไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมด ... ผมยังมองว่ามีอีกหลายปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันบริษัทให้ไปไกลนะครับ (ซึ่งเรื่องของการรักษาเครดิตนั้น ผมรวมถึงบริษัทที่จ่ายช้าออกไป แต่มีระยะเวลากำหนดจ่ายชัดเจน หรือมีการตกลงแล้วว่าจะจ่ายให้ในลักษณะตามตกลงอย่างชัดเจนครับ)

---------
ปล. เป็นกระทู้แรกที่ผมเริ่มเขียนแบบยาวๆ เลยนะครับ ผิดพลาดยังไงขออภัยมา ณ ที่นี้ หากมีโอกาสจะเล่าสู่กันฟังในตอนต่อไปถึงสิ่งที่คนทำธุรกิจจะต้องเจอนะครับ เรื่องของผมมันอาจจะไม่โลดโผนมากนัก แต่ก็มีถึงขั้นเลือกตกยางออกมาแล้ว และแนวๆ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดครับ ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านเรื่องราวของผมถึงตรงนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่