14 ปีราวกับว่าแค่ 14 วัน เคล็ดลับ ชีวิตมนุษย์แฟน

กระทู้สนทนา
อีก 3 วันจะถึงวันแต่งงานแล้ว ตื่นเต้นสิค่ะ มันเหมือนเป็น อีกหนึ่ง checkpoint ในชีวิตที่จะกำลังจะเริ่มต้น เรากับแฟนคบกันมา 14 ปี (ตั้งแต่อายุ 16 ขวบ ตั้งแต่ 2001 ตั้งแต่ พศ 2544) คุณพระคุณเจ้า มันนานมากอ่ะ ตอนนั้นก็กลัวๆ ไม่กล้าคิดไปไกลหรอกค่ะ แม่ก็บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่าทุ่มเทมาก เขาอาจจะเปลี่ยนไป ช่วงแรกๆ ก็ทะเลาะกันบ่อยค่ะ เราเหมือนกันในหลายๆเรื่องทั้ง hyper, logical, เป็นลูกคนโต ทำให้เราไม่ค่อยยอมกัน ต่างคิดว่าตัวเองถูกที่สุด ใช้เวลา 2 – 3 ปีเหมือนกันกว่าจะลงตัว แตกหักกันหลายรอบเพราะตัวเราเองสองคนหล่ะที่เหมือนจะเข้ากันไม่ได้ แต่คบกันไปนานเราก็เริ่มเรียนการใช้ชีวิตคู่มากขึ้น วันนี้วันหยุดยาวก่อนแต่งงาน เราขอสรุป เคล็ดลับที่เราใช้สำหรับคู่เรา

1.    Trust your partner: ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้เชื่อใจกัน ว่าอีกคนนึง “รักคุณเสมอ” บางครั้งเขาคิดว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว แต่มันยังไม่ถูกใจคุณ ขอให้คุณเชื่อว่าเขาทำด้วย “ความรัก” ข้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับคู่ที่รักกันจริงๆ ผ่านอุปสรรคมาด้วยกัน แหมมมม...มันมีเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่าง “ความเชื่อใจ” กับ “ความหลง” เราเองเท่านั้นที่รู้ใจตัวเอง มีสติค่ะ!

2.    Don’t fight over night: ห้ามโกรธกันข้ามคืน  เคลียร์กันให้จบก่อนเข้านอน เราใช้กฎนี้มาตลอด เพราะตอนสมัยเรียน พอทะเลาะกันก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วค่ะ มันทำไม่ได้ มันหงุดหงิด  ตอนสาวๆ หลายครั้งที่เราทะเลาะแฟนแล้วไม่เคลียร์กัน แฟนเราไปดื่มกับเพื่อน สักพักโทรมาหาเราเพื่อจะเคลียร์กัน พอเข้าใจกันแฟนเราสบายใจ กลับบ้านนอน ตอนเช้าเพื่อนงง “อ้าว ดีกันแล้วหรอ ตูยังไม่สร่างเลย เร็วไปน่ะ”

3.    Discuss and accept “Agree to Disagree”: เรื่องที่ทะเลาะกันแล้วไม่นำมาทะเลาะอีก –  การทะเลาะหรือความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ เราคุยกันได้ว่าทำไมเราไม่เข้าใจกัน คนเราต่างพ่อต่างแม่ ถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน ย่อมมีมุมมองที่ต่างกัน บางครั้งอาจจะลงเอยด้วย “เห็นพ้องต้องกัน” แต่ในบางครั้งก็ “มีความเห็นไม่ตรงกัน” เราทั้งสองคนก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับฟังความเห็นของเขาเหมือนกัน  (“agree to disagree”)

4.    Keep excitement and try something new together: อย่าหยุดตื่นเต้น ฟังดูแปลกน่ะแต่จริง หาอะไรทำด้วยกันอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยก็กินข้าว ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ  บางทีมันก็ยากสำหรับผู้หญิงน่ะ พวกเราไม่ค่อยชอบความแปลกใหม่มากนัก เพราะบางครั้งมันไม่ comfortable เช่น
-    Big bike road trip – คิดในใจเบาๆ...เอิ่มพี่ค่ะ นู๋รู้ว่ามันเท่ค่ะ แต่นู๋อยากแต่งตัวสวยๆ ใส่ขาสั้น ขาเสื้อผ้า คสอ ไปเยอะๆก้ไม่ได้ใช่ม่ะค่ะ สิ่งที่พูดออกไปคือ... เออ ไปก็ได้ นานๆไปทีน่ะ
-    Tenting – คิดในใจเบาๆ...เคยไปแล้วงัยค่ะ ตอนเรียนอ่ะ โตแล้วนู๋อยากพักผ่อนบนเตียงนุ่มๆ ค่ะพี่ สิ่งที่พูดออกไปคือ... งั้นคราวนี้ขอเอารถยนต์ไปน่ะ
บางทีเราอยากบอกคุณผู้ชายเหมือนกันว่า “พี่ค่ะเที่ยวแบบสบายๆ นู๋ก็ตื่นเต้นได้ค่ะ”

5.    Shooting the breath: คู่ที่คบกันมานานๆ อย่างเราบางครั้งคนอื่นอาจมีคำถามว่า “ยังมีเรื่องคุยกันอีกหรอ” จริงๆช่วงเวลาในชีวิตมันเปลี่ยนไป ก็มีเรื่องที่ต้องคุย ต้องปรึกษากันตลอด ตั้งแต่เรื่องเรียน -> งาน -> เรียนต่อ -> ธุรกิจ -> แต่งงาน -> มีลูก (ตอนนี้คุยแต่เรื่องนี้ กิ้วๆๆ) มีแฟนก็เหมือนมีเพื่อนสนิทคนนึง ยิ่งคุยกันมากๆ ครั้งต่อๆไปก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาก็เข้าใจ background เราแล้ว เป็นที่มาของ “การมองตารู้ใจ”

6.    One who love you will let you pursue your dream: ปล่อยค่ะ ถ้าเขาต้องการพิสูจน์ตัวเอง หรืออยากลองอะไรใหม่ๆ แต่สิ่งที่เราทำได้คือมาตกลงกันว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน หลังจากเราทำงานได้ไม่นาน แฟนเราขอแต่งงาน (คบมาประมาณ 8 ปี) แต่เราปฏิเสธไปเพราะเรายังอยากใช้เวลาทำงานเยอะๆ อยากไปเรียนต่อเมืองนอก อยากเที่ยว อยากอยู่ดูแลครอบครัวสักพัก ก่อนแยกออกไปอยู่ข้างนอก  และยังไม่พร้อมดูแลใคร เราจึงบอกแฟนเราว่าเราขอเวลาพยามก่อน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะได้ไปเรียนต่อหรือไม่ พออายุ 30 เราจะแต่งงาน ... อ้าว รู้สึกตัวอีกที ตอนนี้ 31 แล้ว เรียนจบแล้วจ้ะ เย้

7.    Long distance relationship: มันไม่ยากอย่างที่คิดน่ะ facebook, skype, Line, Voip, บลาๆๆ เยอะแยะเลยให้เลือกใช้ ที่ยากคือ “ใจสู้รึเปล่า” ตอนนั้นเราไปเรียนต่อ ตปท ก่อนไปบอกแฟนว่าจะกลับมาปีละครั้ง แต่ในใจคือ ซื้อแต่ตั๋วไป ไม่คิดจะซื้อตั๋วกลับจนกว่าจะเรียนจบ เอาหน่า 2 ปีแปปเดียวเอง ค่าตั๋วก็ไม่ถูกน่ะค่ะ ก่อนไปเราเสนอความเห็นว่าแฟนเราควรเรียนต่อ ปโท เหมือนกัน จะได้เรียนจบพร้อมกัน  แฟนเราทำงานด้วย เรียนด้วย ยุ่งสุดๆ (คิดในใจ..จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เดี๋ยงงอแง แฟนไม่อยู่แล้วหาสาวใหม่ ขึ้นมา เราจะโสดกลางอากาศเอา) ใครจะเอา tactic นี้ไปใช้ก็ได้น่ะค่ะ มัน work มาก ตอนนั้นก็คุยกันทุกวันน่ะ ตอนแฟนเราขับรถไปทำงาน เราก็จะเข้านอนพอดี (เวลาต่างกัน 12 ชม) พอถึงที่ทำงานก็วางสาย ตอนนี้เราเรียนจบ ป โท engineering แฟนเราจบ business เข้ากันๆ

8.    If you have to criticize, do it lovely. เรายอมรับได้น่ะ comment/ feedback มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ (Criticism is inevitable.) แต่ช่วยทำให้มันน่าฟังหน่อยเถอะ  การที่จะบอกว่า “เธอทำไม่ดี” มันสามารถพูดให้คนฟังรู้สึก “อยากปรับปรุง” (improve) หรือ “อยากจะเลิกทำ” (give up) ไปเลยก็ได้ เช่น พูดว่า “มันน่าจะดีกว่า ถ้าเธอทำแบบนี้..... ” หรือ “มีวิธีอื่นอีกมั้ย นอกจากวิธีนี้...” แทนที่จะพูดว่า “ทำอย่างนี้มันแย่อ่ะ เลิกทำเหอะ” + สีหน้าท่าทางออกชัดเจน  เรื่องนี้แฟนเราก็ยังทำได้ไม่ดี พูดตรง ขวานผ่าซากเสมอ เรานี้เสียใจมาหลายครั้งหล่ะ  (We are working on it.)

เราไม่รู้หรอกน่ะว่าหนทางแห่งชีวิตคู่มันจะเป็นยังงัย ไม่มีใครสอนในโรงเรียน เราเองก็เขียนจากประสบการณ์ ล้วนๆ ประกอบกับ อ่านหนังสือเพิ่มเติม
-    Men are from Mars Women are from Venus by John Gray. เล่มนี้เราอ่านตอนเด็กๆ ตอนนั้นทะเลาะกันหนักมาก เราก็งง ไม่ค่อยเข้าใจผู้ชาย เล่มนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับคนที่มีแฟน คนแรก เพราะคนที่มีประสบการณ์แล้ว อาจจะเริ่มเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
-    The Mars & Venus Diet & Exercise Solution by John Gray, PhD เล่มนี้เราเพิ่งเจอที่ร้านขายหนังสือมือสอง จริงๆมันออกมานานแล้วหล่ะ อ่านแล้วยิ่งเข้าใจลึกขึ้น ว่าพฤติกรรม ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง ที่ออกมานั้นมัน reflex การเปลียนแปลงของ hormones ในร่างกายเรา เลิฟเลยค่ะเล่มนี้
-    Lean In: Women, Work, and the will to lead by Nell Scovell and Sheryl Sandberg เหมาะมากสำหรับ working women ทำยังงัยจะเอาอยู่ทั้งงาน ทั้งครอบครัว ใครขี้เกียจอ่านลองไปฟัง Ted talk ของ Sheryl Sandberg ก่อนได้เลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่