คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
จริงๆแล้วมีเทคโนโลยี นำสัญญาณอินเตอร์เน็ตส่งไปตามสายไฟฟ้า หลายๆ ประเทศใช้เทคโนโลยีนี้กัน เช่น จีน ยุโรป ออสเตเรีย แคนนาดา จะใช้ในพื้นที่ห่างไกล ตามชนบท ข้อดีไม่ต้องลากสายเพิ่ม ลงทุนแค่ติดตั้งเครื่องแปลงสัญญาณ ในเมืองไทยมีผู้เสนอให้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้แต่ได้ยินว่าโดนกลุ่มทุนบางกลุ่มที่เสียประโยชน์ขัดขวาง ถ้าเราทำการไฟฟ้าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
อินเทอร์เน็ตตามสายไฟ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อินเทอร์เน็ตตามสายไฟหรือที่เรียกว่า Broadband over power lines (BPL) ทำการขนส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตบนตัวนำไฟฟ้าที่ถูกใช้สำหรับการส่งกระแสไฟฟ้าด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าที่ได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เทคโนโลยีนี้สามารถให้คนที่อยู่ในชนบทและในพื้นที่ประชากรอยู่อาศัยน้อยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยในแง่ของอุปกรณ์การส่ง, สายเคเบิลหรือสายไฟ อัตราการส่งข้อมูลจะไม่สมมาตรและมีความเร็วทั่วไปตั้งแต่ 256 กิโลบิต/วินาทีถึง 2.7 Mbit/s.
เพราะระบบเหล่านี้ใช้บางส่วนของคลื่นความถี่วิทยุที่ถูกจัดสรรให้กับบริการการสื่อสารแบบออกอากาศอื่นๆ, การรบกวนระหว่างการบริการด้วยกันเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานของระบบการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านทางสายไฟ. มาตรฐาน IEEE P1901 ระบุว่าโพรโทคอลสายไฟทั้งหมดจะต้องตรวจสอบการใช้งานขนส่งกระแสไฟฟ้าที่ใช้อยู่และหลีกเลี่ยงการเข้าไปรบกวนกับงานนั้น
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยสายไฟได้มีการพัฒนาได้เร็วกว่าในยุโรปมากกว่าในสหรัฐเนื่องจากความแตกต่างทางประวัติศาสตร์ในปรัชญาการออกแบบระบบไฟฟ้า สัญญาณข้อมูลจะไม่สามารถผ่านหม้อแปลง Step-Down ที่ใช้อยู่ จึงต้องใช้ repeater มาติดตั้งในหม้อแปลงไฟฟ้าแต่ละตัว. ในสหรัฐอเมริกาหม้อแปลงให้บริการกลุ่มเล็ก ๆ ของบ้านหนึ่งหรือสองสามหลัง ในยุโรปมันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าค่อนข้างใหญ่เพื่อให้บริการกลุ่มขนาดใหญ่ 10-100 บ้าน ดังนั้นเมืองสหรัฐฯโดยทั่วไปต้องใช้ repeater มากกว่าเมืองในยุโรปในขนาดเมืองที่เท่ากัน.
อินเทอร์เน็ตตามสายไฟ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อินเทอร์เน็ตตามสายไฟหรือที่เรียกว่า Broadband over power lines (BPL) ทำการขนส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตบนตัวนำไฟฟ้าที่ถูกใช้สำหรับการส่งกระแสไฟฟ้าด้วย เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสายไฟฟ้าที่ได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว เทคโนโลยีนี้สามารถให้คนที่อยู่ในชนบทและในพื้นที่ประชากรอยู่อาศัยน้อยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยในแง่ของอุปกรณ์การส่ง, สายเคเบิลหรือสายไฟ อัตราการส่งข้อมูลจะไม่สมมาตรและมีความเร็วทั่วไปตั้งแต่ 256 กิโลบิต/วินาทีถึง 2.7 Mbit/s.
เพราะระบบเหล่านี้ใช้บางส่วนของคลื่นความถี่วิทยุที่ถูกจัดสรรให้กับบริการการสื่อสารแบบออกอากาศอื่นๆ, การรบกวนระหว่างการบริการด้วยกันเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้งานของระบบการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านทางสายไฟ. มาตรฐาน IEEE P1901 ระบุว่าโพรโทคอลสายไฟทั้งหมดจะต้องตรวจสอบการใช้งานขนส่งกระแสไฟฟ้าที่ใช้อยู่และหลีกเลี่ยงการเข้าไปรบกวนกับงานนั้น
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยสายไฟได้มีการพัฒนาได้เร็วกว่าในยุโรปมากกว่าในสหรัฐเนื่องจากความแตกต่างทางประวัติศาสตร์ในปรัชญาการออกแบบระบบไฟฟ้า สัญญาณข้อมูลจะไม่สามารถผ่านหม้อแปลง Step-Down ที่ใช้อยู่ จึงต้องใช้ repeater มาติดตั้งในหม้อแปลงไฟฟ้าแต่ละตัว. ในสหรัฐอเมริกาหม้อแปลงให้บริการกลุ่มเล็ก ๆ ของบ้านหนึ่งหรือสองสามหลัง ในยุโรปมันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าค่อนข้างใหญ่เพื่อให้บริการกลุ่มขนาดใหญ่ 10-100 บ้าน ดังนั้นเมืองสหรัฐฯโดยทั่วไปต้องใช้ repeater มากกว่าเมืองในยุโรปในขนาดเมืองที่เท่ากัน.
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อินเทอร์เน็ต
3G
เมื่อไหร่บ้านนอกจะมีเน็ตบ้านซะทีซะที
(ปกติผมเวลาผมจะโหลด ผมจะเอาโน๊ตบุ๊คไปโรงเรียนและไปใช้ wifi โรงเรียน แต่ตอนนี้มีกฎ ห้ามเอากระเป๋าที่ไม่ใช่ของโรงเรียนไปโรงเรียน T_T)