จะด้วยใจจริงที่รัฐบาลนี้ ต้องการจะล้มเลิก 30 บาท หรือไม่
หรือบ่นไปเพียงเพราะเหนื่อยหรือท้อ กับงบประมาณที่ทุ่มลงไป
กับโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค
ที่ต้องทุ่มงบแบบมากมายมหาศาล กับภาระที่ค่าใช้ของรัฐจ่ายบานตะไท รายได้ก็ไม่เท่าไหร่..
จากพิษเศรษฐกิจต่าง ๆ ..............
แต่สิ่งที่เป็น..ฟิตแบล็ค กลับคืนสู่รัฐบาลนิสิ..เป็นแบบแลนด์สไลด์
รับมือแทบไม่ไหว กับเสียง ก่นด่า ต่าง ๆนานา ปานประหนึ่งว่า
รัฐบาลนี้ได้ทำสิ่งเล-วร้ายที่สุด ที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้
นี่แค่บ่น หรือหลายคนอาจจะเข้าใจว่า มีความคิดที่จะยกเลิก
เรยโยนหินถามทาง สุดท้ายคำตอบก็เป็นดั่งที่เห็น มีแต่ เป็นผลลบกับรัฐบาล
ทำให้อีกฝั่งที่เป็นเจ้าของ โมเดล โกยคะแนนไปเต็ม ๆ โกยแบบส้มหล่น
แบบที่อยู่เฉย ๆ คนกำลังจะลืมแล้ว แต่พอรัฐบาลนี้พลาดพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
..เจ้าของโมเดล ไม่ต้องโฆษณาอะไร ประชาชนผู้ใช้บริการ โฆษณาถึง
ผลดีของโครงการนี้ให้เสร็จ และพวกเขาหวงแหนมันเท่าชีวิต เพราะ
มันใช่แต่จะรักษาชีวิตของพวกเขาอย่างเดียว ยังรักษาพ่อแม่ ญาตืพี่น้อง
คนรัก และเพื่อนร่วมชาติต่าง ๆ อีกร่วมกว่า 40 ล้านชีวิต
ยังมีความจำเป็นหรือต้องการที่จะใช้มันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการดำรงชีพ
30 บาท ตอนนี้เลยกลายเป็นสมบัติเลอค่า ของคนไทยคนจน ๆ คนยากส์ไร้
หรือพวกจิตใจงาม ที่อยากเห็นคน ๆ จน เข้าถึงหลักประกันสุขภาพได้ทั่วทุกคน ไปเสียแล้ว
ไม่ว่าจะยากส์ดีมีจนอย่างไร ต่อไปก็คงจะเห็นคนไทย เมื่อตาย ก็คือต้องเข็ญ ออกจากโรงพยาบาล
โดยที่หมอหมดปัญญาเยียวยารักษา ไม่ใช่นอนตายในบ้านใครบ้านมัน บ้านของคนจน ๆ อย่างในอดีต
เพราะไม่มีเงินไปหาหมอ .................................................
บางทีก็สงสาร รัฐบาลตะหานเหมือนกัน จะพูดจะจาอะไร คิดว่าพูดเล่น หรือพูดกันไปงั้น ๆ
แต่เมื่อมันเป็นข่าวเป็นประเด็นขึ้นมาต้องคอยตามแก้ข่าว ต้องชี้แจงกันพัลวัล
แก้ยังไง กับเครดิตที่ต้องเสียไป บางทีบางครั้ง เรื่อง PR หรือการให้ข่าวต่าง ๆ
รัฐบาลตะหานก็ควรจะพึ่งพาเอกชนบ้าง ไม่ใช่อะไร ๆ ก็เอาแต่ตะหานพวกเดียวกันออกมาแถลง
เพราะที่นี่คือการเมือง ยังไงเสีย เรื่องการวางตัว การให้ข่าวต่าง ๆ ตะหานพวกนี้แม้จะเก่งแค่ใหน
ก็ยังตามก้นนักการเมืองอยู่หลายก้าว.............................
...สุดท้าย 30 บาท กลายเป็นพระเจ้า ที่ใครก็ตาม แตะต้องไม่ได้ เพราะไม่งั้น ประชาชนเอาตาย ........
----- เป็นของดีขึ้นห้าง เป็นสมบัติของชาติไปโดยปริยาย 30 บาท -------
หรือบ่นไปเพียงเพราะเหนื่อยหรือท้อ กับงบประมาณที่ทุ่มลงไป
กับโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค
ที่ต้องทุ่มงบแบบมากมายมหาศาล กับภาระที่ค่าใช้ของรัฐจ่ายบานตะไท รายได้ก็ไม่เท่าไหร่..
จากพิษเศรษฐกิจต่าง ๆ ..............
แต่สิ่งที่เป็น..ฟิตแบล็ค กลับคืนสู่รัฐบาลนิสิ..เป็นแบบแลนด์สไลด์
รับมือแทบไม่ไหว กับเสียง ก่นด่า ต่าง ๆนานา ปานประหนึ่งว่า
รัฐบาลนี้ได้ทำสิ่งเล-วร้ายที่สุด ที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้
นี่แค่บ่น หรือหลายคนอาจจะเข้าใจว่า มีความคิดที่จะยกเลิก
เรยโยนหินถามทาง สุดท้ายคำตอบก็เป็นดั่งที่เห็น มีแต่ เป็นผลลบกับรัฐบาล
ทำให้อีกฝั่งที่เป็นเจ้าของ โมเดล โกยคะแนนไปเต็ม ๆ โกยแบบส้มหล่น
แบบที่อยู่เฉย ๆ คนกำลังจะลืมแล้ว แต่พอรัฐบาลนี้พลาดพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
..เจ้าของโมเดล ไม่ต้องโฆษณาอะไร ประชาชนผู้ใช้บริการ โฆษณาถึง
ผลดีของโครงการนี้ให้เสร็จ และพวกเขาหวงแหนมันเท่าชีวิต เพราะ
มันใช่แต่จะรักษาชีวิตของพวกเขาอย่างเดียว ยังรักษาพ่อแม่ ญาตืพี่น้อง
คนรัก และเพื่อนร่วมชาติต่าง ๆ อีกร่วมกว่า 40 ล้านชีวิต
ยังมีความจำเป็นหรือต้องการที่จะใช้มันเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการดำรงชีพ
30 บาท ตอนนี้เลยกลายเป็นสมบัติเลอค่า ของคนไทยคนจน ๆ คนยากส์ไร้
หรือพวกจิตใจงาม ที่อยากเห็นคน ๆ จน เข้าถึงหลักประกันสุขภาพได้ทั่วทุกคน ไปเสียแล้ว
ไม่ว่าจะยากส์ดีมีจนอย่างไร ต่อไปก็คงจะเห็นคนไทย เมื่อตาย ก็คือต้องเข็ญ ออกจากโรงพยาบาล
โดยที่หมอหมดปัญญาเยียวยารักษา ไม่ใช่นอนตายในบ้านใครบ้านมัน บ้านของคนจน ๆ อย่างในอดีต
เพราะไม่มีเงินไปหาหมอ .................................................
บางทีก็สงสาร รัฐบาลตะหานเหมือนกัน จะพูดจะจาอะไร คิดว่าพูดเล่น หรือพูดกันไปงั้น ๆ
แต่เมื่อมันเป็นข่าวเป็นประเด็นขึ้นมาต้องคอยตามแก้ข่าว ต้องชี้แจงกันพัลวัล
แก้ยังไง กับเครดิตที่ต้องเสียไป บางทีบางครั้ง เรื่อง PR หรือการให้ข่าวต่าง ๆ
รัฐบาลตะหานก็ควรจะพึ่งพาเอกชนบ้าง ไม่ใช่อะไร ๆ ก็เอาแต่ตะหานพวกเดียวกันออกมาแถลง
เพราะที่นี่คือการเมือง ยังไงเสีย เรื่องการวางตัว การให้ข่าวต่าง ๆ ตะหานพวกนี้แม้จะเก่งแค่ใหน
ก็ยังตามก้นนักการเมืองอยู่หลายก้าว.............................
...สุดท้าย 30 บาท กลายเป็นพระเจ้า ที่ใครก็ตาม แตะต้องไม่ได้ เพราะไม่งั้น ประชาชนเอาตาย ........