ความรักของคน 3 คน กับทาง 2 ทาง ควรจะจบอย่างไร ?

ก่อนอื่น สวัสดีสมาชิกพันทิปทุกคนนะคะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ...หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

----เข้าเรื่องเลยแล้วกัน-----
เจ้าของกระทู้ขอแทนตัวเองว่า หมี
แฟนของเจ้าของกระทู้คือ ลิง
และผู้หญิงอีกคนคือ หมู

พยายามจะย่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา 6 ปี อาจจะไม่ครบละเอียดทุกประเด็นนะคะ

.....หมีกับลิง เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยตอนปี1ค่ะ ด้วยความที่เป็นเด็กกิจกรรมเหมือนกันทำให้มีโอกาสเจอหน้ากันบ่อย แรกๆก็รู้จักกัน
ต่อมาก็สนิทมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ปิ๊งปั๊งกัน ความรักในวัยรุ่นมันก็กระชุ่มกระชวยหัวใจเป็นธรรมดาค่ะ เรานั่งเรียนข้างกัน ทำอะไรด้วยกัน (หมายถึงไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง บลาๆๆ ) เรียกว่าเป็นช่วงเวลาเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน   ระหว่างนั้นก็มีน้อยใจกันบ้าง หวานแหววบ้างตามประสาคู่รักทั่วไปค่ะ


แต่จุดพีคมันอยู่ตอนช่วงปี 2 พอเราขึ้นปี 2 ต่างคนต่างมีกิจกรรมที่ตัวเองสนใจ ก็เริ่มมีห่างกันแยกย้ายไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ
ลิงก็เริ่มที่จะมีเพื่อนกลุ่มใหม่ ค่อนข้างติดเพื่อนและทุ่มเทให้กับกิจกรรมใหม่ไม่ค่อยเข้าเรียน ช่วงนั้นเรากร่อยๆเลยค่ะ เคยนั่งเรียนคู่กันตอนปี1 พอปี2 นั่งคนเดียวก็แอบรู้สึกแปลกๆ (โต๊ะเลคเชอร์ที่มหาวิทยาลัยเป็นโต๊ะคู่ค่ะ เพื่อนในกลุ่มก็นั่งเป็นคู่หมด TT_TT) บางทีก็เหงาน้าาาาแต่เราก็ยังคุยกัน แค่ไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนเดิม แรกๆเราก้มีน้อยใจนะ แต่ก็พยายามปรับจนเข้าใจกันลงตัว

.....เราก็รู้จักเพื่อนในกิจกรรมใหม่ของลิงเกือบทุกคนนะ แต่ไม่ได้สนิทมาก แค่รู้ว่าคนไหนชื่ออะไร จนกระทั่งวันนึง เราเห็นเบอร์โทรเข้าโทรศัพท์ลิงค่ะ ลิงไปเข้าห้องน้ำ เราจำได้ว่าเป็นเบอร์ผู้หญิงคนนึงที่อยู่ในกิจกรรมใหม่   แต่ครั้งแรกที่เราเห็นเบอร์ก็ไม่คิดอะไร ก็ไม่ได้รับสายแทน(คือเราถือว่าโทรศัพท์เป็นพื้นที่ส่วนตัว จะไม่เช็คไม่ยุ่ง) แต่เห็นโทรมาหลายสายเลยคิดว่าคงโทรคุยงานด่วนเลยรับสายแทนลิงค่ะ ผู้หญิงคนนั้นพอได้ยินเสียงเราก็วางเลย เป็นแบบนี้ 2 รอบค่ะ พอลิงออกมาจากห้องน้ำเราก็บอกว่า XXXโทรมาหาอะ เท่านั้นแหละ!! ลิงดูโมโหมากกกก ต่อว่าเราว่าทำไมเราต้องยุ่งกับโทรศัพท์ของเค้าด้วย พ่อแม่ยังไม่เคยยุ่งกับของเค้าแบบนี้ (แค่รับโทรศัพท์แทน ?? ผิดมากกกกกก ??  ตอนนั้นนอยซ์มากกกกก)
อ้อ..หลังจากวันนั้นเราก็เจอดิกชันนารีของผู้หญิงคนนั้นในรถลิงด้วย   เซ้นของเราเลยมั่นใจว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ
เราเลยไปสืบจากเพื่อนของลิงขอแทนชื่อว่าหมู


......เรากับหมูสนิทกันในระดับนึงค่ะ ไปกินเค้กด้วยกันบ่อย หมูเป็นผู้หญิงที่ดูสบายๆ ชิวๆ หมูเคยแอบชอบรุ่นพี่คนนึง แล้วมาขอคำปรึกษาจากเรา
เราก็ให้คำปรึกษาหมูมาตลอด เรากับหมูเลยมีเรื่องคุยกันแล้วสนิทกันมากขึ้น (แต่สุดท้ายหมูไม่สมหวังกับรุ่นพี่คนนั้นนะคะ)
ต่อๆๆ วันนึงหมูมารับเราไปกินไอติมกัน เราเลยถือโอกาสนั้นถามเรื่องผู้หญิงคนที่โทรมาหาลิงบ่อยๆกับหมู แรกๆหมูก็ทำท่าอ้ำอึ้งค่ะ
แล้วในที่สุดหมูก็บอกว่า เค้ารู้กันทั้งชมรมแหละ ว่าลิงกับผู้หญิงคนนั้นคุยกันอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรอก
วินาทีนั้นหน้าชาเลยค่ะ ... เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรจะทำยังไงก่อนดี ใช้สติที่มีน้อยนิดไตร่ตรองแล้วเลยตัดสินใจโทรหาผู้หญิงคนนั้นเลยค่ะ
โทรไปถามตรงๆเลยไม่ได้จะโทรไปหาเรื่องนะ แต่อยากฟังชัดๆจาดปากของผู้หญิงคนนั้นเลย ว่าตกลงเรื่องที่เราได้ยินมามันจริงใช่มั้ย
ถ้าจริง เรายินดีไปค่ะ
พอได้คุยกับผู้หญิงคนนั้น ปรากฎว่า .....ผู้หญิงคนนั้นยอมรับทุกอย่าง  เค้าขอโทษเราแล้วบอกว่าเราไม่ควรจะต้องไป คนที่ต้องไปคือเค้าเอง
จนในที่สุด ผู้หญิงคนนั้นก็ยอมถอยไป  ทันทีที่ลิงรู้เรื่อง ลิงโมโหมากเหมือนเดิม ต่อว่าเราว่าทำไมต้องโทรไปหาผู้หญิงคนนั้น บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นี้คือจุดเปลี่ยนของความรู้สึก วันที่คำว่าความเชื่อใจมันถูกทำลาย แต่ถ้าถามว่าเรายังรักลิงมั้ย ?? >> รักสิ รักมาก แต่ก็กลัวมากเช่นกัน

....หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเราตัดสินใจกดลบเพื่อนกับลิงในเฟส แล้วเรากับลิงก็เริ่มมีระยะห่างที่เราพยายามสร้างขึ้นมา
การห่างครั้งนี้สำหรับเราเพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และหาคำตอบว่าเราจะเดินต่อไหวมั้ย? ความรักที่ไม่เชื่อกันจะไปต่อได้มั้ย
เราจะให้อภัยลิงได้มั้ย ?  หรือเราควรจะพักก่อนดี ?
จนในที่สุดเราก็ได้คำตอบให้ตัวเองคือเรายังอยากมีลิงอยู่
แล้วเราก็กลับมาคุยกัน ให้อิสระกันมากขึ้นเรียนรู้กันเพิ่มเติม คือเจอกันน้อยลงแต่จะโทร หรือไลน์บอกตลอดว่าอยู่ไหนทำอะไร

และแล้วก็เข้าสู่ปีที่ 3 เราเริ่มสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลระหว่างลิงกับหมู เพราะหมูก็เป็นผู้หญิงถึงหมูจะสนิทกับลิงแต่การหยอกล้อถูกเนื้อต้องตัวกอดกัน มันคงไม่ค่อยดี??? เรายอมรับนะว่าเราหึง แต่ก็พยามยามบอกตัวเองว่า 'จะบ้าหรอ หมูนี่ก็เพื่อนแกนะ อย่างี่เง่าเลย' หลายครั้งที่เรา หมู ลิง อยู่ด้วยกันแล้วเรารู้สึกเป็นส่วนเกิน คือเราพยายามปรับความคิดตัวเองให้คิดบวก เพื่อที่จะไม่แสดงงี่เง่า จนวันนึงเราโทรหาลิงหลายสายมาก ตอนกลางคืนลิงไปกินเหล้ากับเพื่อน ปกติถึงหอลิงก็จะโทรมาหรือทิ้งข้อความไว้ นี่เราโทรหาลิงตั้งแต่ตี1 ของวันนั้นยันสายๆของอีกวันไม่รับเลย
ใจลึกๆก็เป็นห่วง มันเงียบเกินไปลิงไม่เคยเงียบขนาดนี้   เลยตัดสินใจบุกหอลิง!!  ชวนเพื่อนที่อยู่หอเดียวกับเราไปด้วยเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
ไปถึงห้องลิงไม่ได้ล็อคประตู เราก็เปิดเข้าไป เจอลิงกับหมูนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน คือต่างคนต่างนอนนะ ไม่ได้กอดก่าย
แต่..แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้ใจเราฝ่อแล้ว ลิงบอกว่าเมื่อวานกลับดึกหอในปิดหมูเข้าหอไม่ได้ ไม่มีอะไรนะ  หมูก็บอกเราว่าอย่าคิดมากนะแก

หลังจากวันนั้นมันไม่จบแค่นี้ ! เราไปหาลิงที่หอเกือบทุกครั้ง เราต้องเจอหมูด้วย
ยิ่งกว่านั้นคือ หมูเริ่มเอาเสื้อผ้าและของใช้ของหมู ครีม ชุดชั้นใน เครื่องสำอาง ตารางเรียน ใช้ของร่วมกันจดบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยกัน  เราถามว่านี่คือสิ่งที่คนเป็นเพื่อนทำกันใช่มั้ย?? เรายอมรับนะจุดนั้นเสียใจมาก เหมือนคนไม่ยอมรับความจริงเลย

เราตั้งใจจะเดินออกมาแบบจริงจังเลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่จะเรียนจบพอดี เราตัดสินใจโทรไปบอกแม่ของลิงตรงๆ
ไม่ได้บอกว่าเจออะไรบ้าง แต่บอกแค่เรากับลิงเลิกกันแล้ว แต่เรายังเคารพและนับถือแม่เหมือนเดิม ถ้าแม่เหงายังโทรหาเราได้เหมือนเดิมเรายินดี
แต่เหมือนแม่ลิงก็รู้เรื่องระหว่างลิงกับหมูนะ แม่ของลิงบอกให้เราเข้มแข็ง  และเปรยว่าถ้าเลือกได้แม่อยากให้เราคุยกับลิง อยากให้ลิงเลือกเรามากกว่า
แม่เองก็รับไม่ได้เรื่องที่มีของใช้ผู้หญิงในห้องของลิง แม่เลยสั่งให้ลิงขนของหมูออกไปให้หมด

----แล้วเรากับลิงก็ห่างกันอีกรอบ ก็เหมือนโดนทดสอบตลอดเวลา แบ่งกลุ่มทำงานก็ได้อยู่ด้วยกันตลอด เจอหน้ากันไม่คุยกัน ต้องเมินใส่ อึดอัดมาก
อกจะแตกตายยยยยย กลับถึงหอทีไรร้องเป็นเขื่อนแตกทุกรอบ ยิ่งใกล้สอบด้วยสะบักสะบอมมากสำหรับการเรียนเทอมสุดท้าย
ห่างกันได้ไม่นาน ลิงก็มาง้อนะ แต่เป็นการยื่นข้อเสนอว่า ลืมไปก่อนได้มั้ยว่าเราเลิกกัน ขอให้คุยกันให้ผ่านช่วงสอบไปก่อนได้มั้ย
ไม่ต้องเจอหน้ากันก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียง
ยอมรับว่าใจอ่อนนะ พอมาคิดๆ เออก็ดีนะ เราเองก็ยังไม่ลืมลิง อย่างน้อยได้ยินเสียงก็จะได้มีกำลังใจ ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้แหละที่ทำให้ทุกอย่างค่อยๆกลับมาเหมือนเดิม

....หลังจากเรียนจบเราก็ทำงานและเรียนต่อโทอยู่ที่กรุงเทพค่ะ ส่วนลิงก็มาเรียนต่อที่กรุงเทพเช่นกัน
เราสองคนเลยเจอกันบ่อยขึ้น ด้วยความที่โตขึ้นด้วยมั้ง เราเริ่มคุยกันเข้าใจมากขึ้น ทุกอย่างมันไปได้สวยงามและดีเยี่ยม
ลิงเข้ากับที่บ้านเราำด้ดีมาก จนเหมือนเป็นส่วนนึงของที่บ้านเราไปแล้ว ส่วนเราก็สนิทกับแม่และญาติๆของลิง แต่....อย่าลืมว่ายังมีหมูค่ะ

ตอนที่ลิงมาอยู่กรุงเทพ ลิงก็ห่างกับหมูค่ะ(หมูอยู่อีกจังหวัดนึง) แต่เค้าก็ยังโทรคุยกันตลอด จนช่วงหลังที่เราเริ่มรู้สึกว่า
เฮ้ยย นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ  เราคุยกับลิงมาจะ6ปีแล้ว แต่มันยังไม่ชัดเจนอะไรเลย แล้วลิงจะเอายังไงกับเรื่องหมู ? ? ?
ใจลึกๆเราก็อยากให้มันเป็นเรื่องของเวลานะ ไม่ต้องไปเร่งรีบอะไร
แต่อีกใจมันก็กลัว กลัวว่าลิงจะจบเรื่องนี้ไม่ลงด้วยระยะเวลาที่มันยาวนานมาต่อเนื่อง
.....ลิงขอเวลาเรา แต่ไม่ได้บอกว่านานเท่าไหร่ (คือเราก็ถามนะแต่ไมไ่ด้คำตอบ) ลิงบอกว่าจะเคลียเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
สิ่งที่เราเห็น ลิงคุยกับหมูน้อยลงจริง แล้วหมูก็พยายามจะเรียกร้องความสนใจ โดยการเอารูปคู่กับลิงสมัยเรียนมาโพสเฟสบุ๊ค แล้วก็แท็กลิง
จริงๆเราไม่ได้เห็นเองนะเพื่อนกับพี่ส่งมาให้ดูอีกที เพราะตั้งแต่ที่ทะเลาะกันหลายปีที่แล้ว
เรากับลิงก็ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟสกันอีกเลย เราแอดไปนะ แต่ลิงไม่รับด้วยเหตุผลว่า เดี๋ยวก็มาทะเลาะกันเพราะเรื่องเฟสอีก (ตอนเป็นแฟนกันทะลเาะกันเพราะเฟสบุ๊คบ่อย) แต่เราก็แอบน้อยใจนะ บางครั้งก็อยากมีโมเม้นไปเที่ยวด้วยกันติดแท็กกันได้ TT_TT
ต่อๆๆ หลังจากหมูลงรูปคู่วันนั้น ดูลิงจะดมโหมาก เราไม่รู้ว่าลิงคุยอะไรกับหมูนะ เรารู้แค่หมูบอกว่าจะฆ่าตัวตาย
ลิงเลยใช้ให้เพื่อนไปดู ซึ่งเพื่อนคนที่ลิงใช้ สนิทกับเพื่อนของเรา เพื่อนเราก็ไปดูด้วยวันเกิดเหตุแล้วก็ทักแชทเฟสมาบอกเรา

จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่กำลังนั่งพิมพ์ เราก็เชื่อว่าลิงกับหมูยังติดต่อกันอยู่
เราคุยกับลิงรอบล่าสุดว่า เป็นยังไงบ้างเล่าให้ฟังหน่อย เรื่องที่ขอเวลาไปจัดการ โอเคมั้ย??
ลิงตอบเรามาว่า " ก็โอเค มันต้องใช้เวลานะ"
เรา : ใช้เวลาทำอะไร หืมม
ลิง : ความเข้มแข็งของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เรา : กำลังจะบอกว่าหมูอ่อนแอ? รู้มั้ยว่าหมีเองก็น้อยใจนะ ทุกครั้งที่มีเรื่องกันลิงคิดตลอดว่าหมีเข้มแข็ง หมีเข้าใจลิงหมีไม่ร้องไห้ไม่ฟูมฟาย
แต่การไม่ร้องไห้ฟูมฟายแปลว่าคนๆนั้นเข้มแข็ง ???

สรุป เค้าก็น่าจะยังติดต่อกันนะ
ถ้าถามว่า เรารักลิงมั้ย เรารักลิงมาก ไม่งั้นคงไม่อยู่จนถึงตอนนี้ แต่ลึกๆพอลิงไม่มีกำหนดระยะเวลา+เราไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วลิงรออะไรกันแน่
ยิ่งต้องรอนาน มันก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจเราลดลงมากเช่นกัน


เลยอยากจะถามความเห็นของคนที่อ่ามาถึงบรรทัดนี้ว่า เราควรจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี?
มันควรจะจบยังไง?


เราควรจะอดใจรอมั้ย หรือ เราควรเดินออกไปเอง


ปล.ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่