สวัสดีครับเพื่อนเพื่อน ผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนนึงที่กำลังคุยกับผู้หญิงคนนึงอยู่

คือผมกับผู้หญิงคนนั้นขอใช้ตัวย่อว่า อ. ก้แบบเราคุยด้วยกันมาเกือบปีนึงได้
แรกแรกก้เหมือนคู่อื่นทั่วไปใส่ใจทุกอย่างไปนู้นไปนี่ด้วยกันเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมพามาบ้านพามาให้พ่อแม่รู้จัก เราโทรหากันเวลาเลิกงานคุยไลท์ตลอดเวลา อ. ตอนนั้นเขาเป็นเซลเขาจำเป็นต้องขับรถออกต่างจังหวัดอยู่ตลอด โดนตอนเริ่มงานตอนแรกเพื่อนเขาชวนเข้าทำงาน
เพื่อนคนนั้นเป็นผู้ชายช่วงแรกที่เริ่มโปรงานเขากับเพื่อนคนนี้ก้ออกต่างจังหวัดด้วยกันตลอด นอนค้างคืนด้วยกัน
แต่ตอนนั้นเพื่อนผู้ชายคนนี้มีแฟน เราก้ไม่ได้อะไร โอเค เราก้โทคุยกับ อ. อยู่ตลอดเป็นแบบนี้อยู่ประมาณสองเดือน
เวลา อ วิ่งเซลแถวบ้านเขาเพื่อนผู้ชายคนนี้ก้จะไปนอนพักที่บ้าน พักจนที่บ้านรู้จักและสนิทสนม(ซึ้งผมไม่เคยไปบ้านเขาเลย) เวลาไปบ้านญาติผู้ชายคนนี้ก้จะอาสาขับรถไปให้ตลอด พบปะกับญาติญาติของ อ. เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือนจนเขาทั้งคู่ออกจากบริษัทเซล อ.เลยกลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ชวนผู้ชายคนนั้นมาทำงานด้วยที่บ้าน (ผมก้ไม่เข้าใจเหมือนกัน)

ผมพยายามไม่คิดมากเรื่องที่เขามาอยู่ด้วยเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทและฝ่ายชายก้มีแฟนอยู่แล้ว อีกอย่างผมเป็นช่างภาพอิสระก้มัวแต่ทำงานออกต่างจังหวัดพยายามหาเงินและเก็บเงิน เลยละเลยจนทุกอย่างมันยืดเยื้อมานาน นานจนไม่รู้ความสัมพันของสองคนนั้นนานจนผมไม่รู้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อผม แต่เราก้ยังคุยกันปกติมาตลอดวางแผนไปเที่ยวนู้นเที่ยวนี่เที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ชวนไปบ้านแต่เราก้ไม่มีรถที่จะไปหาเขา วางแผนไว้หลายหลายอย่างโดยที่ยังไม่เป็นแฟนกัน ชวนไปเที่ยวบ่อยครั้งแต่ก้เวลาไม่ตรงกันอีกอย่างผมพึ่งเรียนจบยังไม่มีรถราที่จะพาผู้หญิงคนนึงไปเที่ยวไกลไกลได้ผมไม่อยากให้เขาลำบากขับรถมาหา


..
จนผมมาเริ่มคิดมากตอนที่เขาตั้งสเตตัสเฟสบุคว่า มีลูกชายก้หวังว่าให้บวช มีลูกสาวก้หวังว่าให้แต่ง 'แล้วเมื่อไหร่จะมาขอ พร้อมแล้วนะ'
ซึ้งผมก้ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใคร ในสเตตัสก้มีพวกเพื่อนมาแซวญาติพี่น้องมาแซว ผมเห็นอยู่คนนึงแท็คชื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นมา ซึ้งแบบบบบบบ.. เราสตั้นไปสามวิ คือแบบอะไรวะจนทุกวันนี้ก้ยังไม่ได้ถามถามถึงว่าคืออะไรยังไงทำไมถึงมีคนมาแท็คแบบนั้นละยิ่งทำให้คิดหนักเพราะช่วงหลังหลังไม่ค่อยได้คุยกัน
อ. เขาก้ทำงานที่บ้านไม่ค่อยว่างไลท์ไปก้ไม่ค่อยตอบ โทไปก้ไม่ค่อยโทกลับเราก้แอบน้อยใจเล็กเล็กว่าทำไมแต่ก้ต้องเข้าใจคนทำงานใครจะมาว่างตลอด
จนผ่านไปอาทิตกว่าผมก้มาถ่ายงานแถวนครปฐมเกือบสัปดาห์นึง อ. ก้เลยบอกจะมาหาเด่วต้องดูเวลาก่อนว่าว่างจากงานรึป่าว เราก้แอบดีใจจะได้เจอหน้าสักทีไม่เจอกันเป็นเดือน ก่อนวันทีนัดกันเราก้เลยโทรหาเขาเขาบ่นในไลท์ว่าเขาเหนื่อย เราก้เลยโทหาทันทีตอนเราเลิกงานก้ถามนู้นถามนี่คุยกันปกติ
เขาบอกเขาเหนื่อยเรื่องหางานปัญหากับงานที่ไปสมัครเพราะตอนนี้เขาทำงานอยู่กับบ้าน เราก้รับฟังไม่ได้อะไรปลอบใจไปตามปกติ แต่มันมาพีคตรงที่ว่ามันมีอยู่หนึ่งประโยคที่เขาถามมา เขาถามมาว่า "คนเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเรียกว่าแฟนได้ไหม.." ผมก้อำ้อึ้งไม่รู้จะตอบยังไง เลยตอบไปว่างั้นขึ้นสเตตัสเฟสบุ๊คเลยปะละว่าคบกัน แต่พูดแบบฮาฮากลบเกลื้อนแต่ในใจก้คิดลึกลึกถ้าเขาตอบตกลงเราก้โอเคสุดท้ายก้ไม่ได้คำตอบมัวแต่หัวเราะกันทั้งคู่ ( ในใจผมอยากขอเขาคบนานแล้วแต่ยังติดอยู่ที่ว่าเราเป็นแค่เด็กพึ่งจบไม่มีรถยังไร้อานาคตใครเขาจะกล้าเอาชีวิตมาฝากด้วยยังอยากจะพร้อมกว่านี้อยากให้เขาสบาย อยากขับรถไปหาเจอหน้ากันบ่อยบ่อย อีกอย่างยังค้างคาใจกับเพื่อนผู้ชายของเขาคนนั้นแต่ก้ไม่กล้าถามเขาตรงตรง กลายเป็นคนกลัวคำตอบ )
สุดท้ายทั้งหมดที่ฝอยมา ก้แค่อยากรู้ความคิดเห็นเพื่อนเพื่อนว่า
.....คนเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเรียกว่าแฟนได้ไหม .....


เผื่อผมเอาไปเป็นทางออกในชีวิตได้
คนเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเรียกว่าแฟนได้ไหม .
คือผมกับผู้หญิงคนนั้นขอใช้ตัวย่อว่า อ. ก้แบบเราคุยด้วยกันมาเกือบปีนึงได้
แรกแรกก้เหมือนคู่อื่นทั่วไปใส่ใจทุกอย่างไปนู้นไปนี่ด้วยกันเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมพามาบ้านพามาให้พ่อแม่รู้จัก เราโทรหากันเวลาเลิกงานคุยไลท์ตลอดเวลา อ. ตอนนั้นเขาเป็นเซลเขาจำเป็นต้องขับรถออกต่างจังหวัดอยู่ตลอด โดนตอนเริ่มงานตอนแรกเพื่อนเขาชวนเข้าทำงาน
เพื่อนคนนั้นเป็นผู้ชายช่วงแรกที่เริ่มโปรงานเขากับเพื่อนคนนี้ก้ออกต่างจังหวัดด้วยกันตลอด นอนค้างคืนด้วยกัน
แต่ตอนนั้นเพื่อนผู้ชายคนนี้มีแฟน เราก้ไม่ได้อะไร โอเค เราก้โทคุยกับ อ. อยู่ตลอดเป็นแบบนี้อยู่ประมาณสองเดือน
เวลา อ วิ่งเซลแถวบ้านเขาเพื่อนผู้ชายคนนี้ก้จะไปนอนพักที่บ้าน พักจนที่บ้านรู้จักและสนิทสนม(ซึ้งผมไม่เคยไปบ้านเขาเลย) เวลาไปบ้านญาติผู้ชายคนนี้ก้จะอาสาขับรถไปให้ตลอด พบปะกับญาติญาติของ อ. เป็นแบบนี้อยู่หลายเดือนจนเขาทั้งคู่ออกจากบริษัทเซล อ.เลยกลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ชวนผู้ชายคนนั้นมาทำงานด้วยที่บ้าน (ผมก้ไม่เข้าใจเหมือนกัน)
..
จนผมมาเริ่มคิดมากตอนที่เขาตั้งสเตตัสเฟสบุคว่า มีลูกชายก้หวังว่าให้บวช มีลูกสาวก้หวังว่าให้แต่ง 'แล้วเมื่อไหร่จะมาขอ พร้อมแล้วนะ'
ซึ้งผมก้ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใคร ในสเตตัสก้มีพวกเพื่อนมาแซวญาติพี่น้องมาแซว ผมเห็นอยู่คนนึงแท็คชื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นมา ซึ้งแบบบบบบบ.. เราสตั้นไปสามวิ คือแบบอะไรวะจนทุกวันนี้ก้ยังไม่ได้ถามถามถึงว่าคืออะไรยังไงทำไมถึงมีคนมาแท็คแบบนั้นละยิ่งทำให้คิดหนักเพราะช่วงหลังหลังไม่ค่อยได้คุยกัน
อ. เขาก้ทำงานที่บ้านไม่ค่อยว่างไลท์ไปก้ไม่ค่อยตอบ โทไปก้ไม่ค่อยโทกลับเราก้แอบน้อยใจเล็กเล็กว่าทำไมแต่ก้ต้องเข้าใจคนทำงานใครจะมาว่างตลอด
จนผ่านไปอาทิตกว่าผมก้มาถ่ายงานแถวนครปฐมเกือบสัปดาห์นึง อ. ก้เลยบอกจะมาหาเด่วต้องดูเวลาก่อนว่าว่างจากงานรึป่าว เราก้แอบดีใจจะได้เจอหน้าสักทีไม่เจอกันเป็นเดือน ก่อนวันทีนัดกันเราก้เลยโทรหาเขาเขาบ่นในไลท์ว่าเขาเหนื่อย เราก้เลยโทหาทันทีตอนเราเลิกงานก้ถามนู้นถามนี่คุยกันปกติ
เขาบอกเขาเหนื่อยเรื่องหางานปัญหากับงานที่ไปสมัครเพราะตอนนี้เขาทำงานอยู่กับบ้าน เราก้รับฟังไม่ได้อะไรปลอบใจไปตามปกติ แต่มันมาพีคตรงที่ว่ามันมีอยู่หนึ่งประโยคที่เขาถามมา เขาถามมาว่า "คนเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเรียกว่าแฟนได้ไหม.." ผมก้อำ้อึ้งไม่รู้จะตอบยังไง เลยตอบไปว่างั้นขึ้นสเตตัสเฟสบุ๊คเลยปะละว่าคบกัน แต่พูดแบบฮาฮากลบเกลื้อนแต่ในใจก้คิดลึกลึกถ้าเขาตอบตกลงเราก้โอเคสุดท้ายก้ไม่ได้คำตอบมัวแต่หัวเราะกันทั้งคู่ ( ในใจผมอยากขอเขาคบนานแล้วแต่ยังติดอยู่ที่ว่าเราเป็นแค่เด็กพึ่งจบไม่มีรถยังไร้อานาคตใครเขาจะกล้าเอาชีวิตมาฝากด้วยยังอยากจะพร้อมกว่านี้อยากให้เขาสบาย อยากขับรถไปหาเจอหน้ากันบ่อยบ่อย อีกอย่างยังค้างคาใจกับเพื่อนผู้ชายของเขาคนนั้นแต่ก้ไม่กล้าถามเขาตรงตรง กลายเป็นคนกลัวคำตอบ )
สุดท้ายทั้งหมดที่ฝอยมา ก้แค่อยากรู้ความคิดเห็นเพื่อนเพื่อนว่า
.....คนเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่ใกล้กัน เขาเรียกว่าแฟนได้ไหม .....
เผื่อผมเอาไปเป็นทางออกในชีวิตได้