สวัสดีค่ะกระทู้เราจะพาไปที่ยว เกาะพยาม ฉบับคนมีเวลาน้อย บอกไว้ก่อนนะค่ะเราเป็นพยาบาล ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องเวลาแทบจะไม่มีเลย เราเห็นกระทู้ในพันทิปซึ่งเราตั้งปณิทานว่าฉันจะต้องไปให้ได้ และเราก็ได้ไปจริงๆค่ะ เริ่มแรกชวนเพื่อนก่อน(ขอเวรให้ตรงกัน) นัดวันซึ่งเราไปกันวันที่ 10-12 ธันวาคม 2558 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ในการเลือกที่พักนั้นเราถามเพื่อนว่าอยากได้บรรยากาศแบบไหนเพื่อนเราบอกว่าขอแบบมัลดีฟ เราก็จัดให้ค่ะ เราจองที่พักที่theblueskyresort โดยพักที่Zone L 1 คืน และ Zone S 1 คืน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ^^ หลังจากจองที่พักเรียบร้อย
การเดินทาง
การเดินทางไปหละ เราเลือกใช้บริการรถทัวร์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายค่ะเพราะแค่ค่าที่พักตังจะไม่เหลือแล้วอย่างอื่นจึงต้องประหยัด เรานั่งรถทัวร์ของนิวมิตรทัวร์ทั้งไปและกลับแบบ VIP(644บาท/เที่ยว)เราให้ 4ดาว (เต็ม5) ใช้เวลาเดินทางจาก กทม-บขส.ระนอง 8 ชม.โดยประมาณ หลังจากถึง บขส.ระนองแล้ว แผนต่อไปคือหาทางไปเกาะ เรานั่งรถกระบะรับจ้างจาก บขส.ไปท่าเรือข้ามเกาะ ใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีโดยประมาณ(100บาท/คน/เที่ยว) ถึงท่าเรือเราก็ติดต่อเรือเพื่อข้ามไปเกาะเรานั่งSpeed Boat กันเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางใช้เวลา 1 ชม.โดยประมาณ โดยเที่ยวแรกจากฝั่งไปเกาะ 7น. เที่ยวสุดท้าย 16.30น., จากเกาะมาฝังเที่ยวแรก 8.00น. เที่ยวสุดท้าย 17.30น.(ขออภัยถ้าเราจำเวลาผิด) (350บาท/คน/เที่ยว)
บนเกาะพยาม
พอถึงเกาะสิ่งแรกที่ทำคือหาที่เก็บกระเป๋าก่อน(เพราะหนักมาก)เราเอาไปฝากไว้ที่รีสอร์ทระหว่างรอCheck In ข้อดีอย่างนึงของการพักที่theblueskyresort คือ พอขึ้นจากเรือสามารถเดินไปที่รีสอร์ทได้เลยเพราะใกล้มาก
ออนทัวร์
การเดินทางบนเกาะจะใช้เป็นมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด และร้านเช่ามีเยอะมากแล้วแต่เราจะเลือกใช้ราคาจะอยู่ที่ 150-300 บาท ตามสภาพของรถ หลังจากได้รถแล้วเราก็เริ่มออกสำรวจรอบเกาะก่อน 1 รอบ โดยเริ่มที่อ่าวเขาควาย, อ่าวใหญ่, และสุดท้ายที่กวางปีป และสิ่งเราเราสังเกตได้คือ ตอนที่เราสำรวจเป็นเวลาประมาณ 9น.ซึ่งน้ำทะเลกำลังขึ้นและบริเวณหาดจะยังเล่นไม่ได้ เราจึงกลับมารอที่รีสอร์ทเพื่อCheck In และเปลี่ยนเสื้อผ้าไปใหม่อีกรอบในตอนเย็น
TheBlueSkyResort Day 1
วันแรกเราพักที่Zone L ซึ้งห้องพักจะเป็นหลังๆมีทางเชื่อมไปหาบ้านทุกหลัง บ้านที่เราพักจะไม่มีบันไดลงไปในน้ำ ถ้าอยากได้แบบมีบันไดต้องเลือกเป็นZone R ราคาจะแพงกว่าถ้าใครชอบมีท่าน้ำเป็นส่วนตัวควรเลือกอันนี้แต่ก็ต้องทำใจกับราคานิดนึง จากที่เราสอบถามพนักงานคือ ช่วงเวลาที่น้ำจะขึ้นให้เห็น
ในเวลาประมาณ 9น.และขึ้นเต็มที่ 11น. คงอยู่ประมาณครึ่ง-1ชม. จากนั้นน้ำจะค่อยๆลงมองเห็นเป็นพื้นทรายใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศต้องรีบตื้นให้ทัน
TheBlueSkyจะมีชายหาดเป็นของตัวเองและ หาดจะค่อนข้างสะอาด น่าเล่น ทรายขาว และรีสอร์ทจะมีเรือให้สำรับคนที่พักในรีสอร์ทได้ใช้(ฟรี) เอาไว้พายเล่นซึ่งอันนี้เราชอบมากเลย

อาหารของทางรีสอร์ทเรามองว่าราคาค่อนข้างสูง รสชาติเราว่าธรรมดานะ(อันนี้สำหรับเรานะ) เราเลือกขับรถออกไปตะเวนหาของกินรอบๆเกาะแทนและถือโอกาสไปเที่ยวตามหาดที่ได้ไปสำรวจไว้ในตอนเช้าด้วย
อ่าวเขาควาย+หินทะลุ เรามองว่าไม่ค่อยฟินเท่าที่ควร ร้อนมาก ลมไม่มี หาดตื้นไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เราแวะไปถ่ายรูปเล็กน้อยแล้วไปที่หาดอื่นต่อ
ขับรถไปซักพักสะดุดกับป้าย อ่าวหินขาว อยากรู้สิค่ะรอไรก็ขับรถเข้าไปดูคือจะบอกว่าน่ากลัวมากทางแบบถ้าเป็นไปได้จะไม่เข้าไปเลยทั้งหลุม ทั้งทุรัดกันดาน เปลี่ยวมาก สรุปน่ากลัว จากถนนเข้าไปหาดประมาณ 500ม. มีรีสอร์ทร้างอยู่ แต่ชายหาดเงียบสงบมาก ทรายขาว แต่ไหนหละหินขาวมีแต่หินดำทั้งนั้นเลยสุดท้ายก็แบบไม่เป็นที่ประทับใจจึงขับออกมาและไปหาดอื่นต่อ
หาาดสุดท้ายของวันคือ อ่าวกวางปีป บอกเลยว่าอันนี้สวย ทางที่เข้าไปยังลำบากอยู่เพราะถนนยังเทคอนกรีตไม่ถึงทุรัดกันดานพอสมควร ไปถึงมีรีสอร์ทอยู่แค่ที่เดียวถ้าใครชอบความสงบสันโดดแนะนำที่นี้เลยรับลองฟินสุดๆ ได้รสชาติติดเกาะแบบเต็มๆ เราไปถึงอ่าวนี้ประมาณ 16น.นิดๆ ซึ่งใกล้ค่ำแล้วอากาศไม่ร้อนมาก เย็นสบาย ทะเลสวย น้ำน่าเล่น เราชอบนะ มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอยู่พอสมควร เราก็ลงไปเก็บบรรยากาศตามระเบียบแล้วก็กลับที่พัก ตอนเย็นเราไปกินส้มตำค่ะ(ขาดไม่ได้จริงๆ) ร้านนุชอุดร แซบมาก ราคาไม่แพงมาก ใครไปก็ไปโดนกันได้ พอทานเสร็จก็กลับห้องเข้านอนเก็บแรงไว้เที่ยวในวันต่อไป
TheBlueSkyResort Day 2
อาหารเช้าของทางรีสอร์ทเริ่ม 07.00-10.00น.อาหารก็เหมือนรีสอร์ททั่วไปค่ะ และจะมีเป็นบุฟเฟ่สำหรับบุคคลที่ไม่ได้พักที่รีสอร์ท(270บาท/คน) หลังทานอาหารเช้าเสร็จเราก็มาเตรียมตัวรอเวลาให้น้ำขึ้นเต็มที่แล้วก็ไปเล่นน้ำกัน อย่างที่บอกทางรีสอร์ทจะมีเรือให้ใช้ฟรี(เรือTriyak) พายจากหาดหน้ารีสอร์ทไปในบริเวณรอบรีสอร์ทที่น้ำขึ้น จะบอกว่าน้ำใสมากกกก เป็นสีเขียวตัดกับต้นไม้คือสวยอ่ะ มองเห็นพื้นทรายทั้งที่น้ำลึกมาก ถ้าใครพักZone R จะดีตรงที่มีท่าน้ำส่วนตัวเล่นตรงนั้นได้เลยไม่ต้องกลัวใครมาวุ้นวาย(แอบเสียดายเล็กๆที่ไม่ได้เลือกโซนนี้)
อย่างที่บอกเราเลือกพัก 2 ที่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราพักที่ Zone S เป็นZone ที่อยู่ข้างหน้าติดถนนมี 2 ชั้น ชั้นบนสามารถนอนดูวิวรับลมได้ มองเห็น Zone L กับ R ได้ทั่ว ได้บรรยากาศอีกแบบ
ตกตอนบายเราหาที่นั่งชิว ร้านที่เราเลือกคือCoffeeResort ที่ตั้งร้านอยู่ตรง 4 แยกตรงข้ามกับซอยที่จะเลี้ยวไปอ่าวใหญ่ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นกลางร้าน บรรยากาศเลิศเหมาะแก่การนั่งชิวสุดๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นี้พักใหญ่ก็กลับรีสอร์ท
ตอนบ่ายทางรีสอร์ทมีทริปดำน้ำดูประการัง(500บาท/คน) แต่เราไม่ได้ไป เราเลือกมาเดินชิวๆหน้าหาดและลงเล่นน้ำในสระของรีสอร์ทแทน เก็บบรรยากาศไปด้วย
ตกเย็นเราเลือกทานอาหารทะเลร้านใกล้ๆรีสอร์ท รสชาติก็ใช้ได้ ราคาแพงนิดหน่อย แต่บรรยากาศสุดๆ เริดมาก เพราะติดชายทะเลระหว่างรออาหารมองลงไปที่หาดจะมีปูเดินเต็มหาดเลย เราชอบมากมองปูไป กินข้าวไป ลมทะเลเย็นๆคือแบบฟินโครตๆอ่ะ เป็นการจบมื้อหารของวันที่ประทับใจมาก
TheBlueSkyResort Day 3
วันสุดท้ายในเกาะพยามรออะไรหละค่ะ เก็บภาพบรรยากาศสวยๆก่อนกลับ กทม ให้ทั่วค่ะ
เราเดินทางออกจากเกาะตอน 12.30น. ถ้าใครยังไม่จองเรือกลับสามารถจองกับทางรีสอร์ทได้นะค่ะ ตอนกลับมีรถกอล์ฟของทางรีสอร์ทมาส่งขึ้นเรือพร้อมขนของลงเรื่อให้เรียบร้อยเราแค่เดินลงเรือสวยๆพอค่ะ(อันนี้ชอบเพราะกระเป๋าเราหนักมาก) เราขึ้นรถทัวกลับ กทม ตอน 20.00น. ในระหว่างนั้นเราก็ไปเที่ยวเมืองระนองรอเวลารถออกค่ะ
เราเดินทางถึง กทม เวลา 6.00น.โดยสวัสดิภาพ
จบทริปเกาะพยาม สนุกมากเราประทับใจสุดๆ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีกแน่นอนค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะค่ะ..ขอบคุณค่ะ^^
[CR] หนีกรุง ลงใต้สัมผัสมัลดีฟเมืองไทย@เดอะบลูสกายรีสอร์ท เกาะพยาม
การเดินทาง
การเดินทางไปหละ เราเลือกใช้บริการรถทัวร์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายค่ะเพราะแค่ค่าที่พักตังจะไม่เหลือแล้วอย่างอื่นจึงต้องประหยัด เรานั่งรถทัวร์ของนิวมิตรทัวร์ทั้งไปและกลับแบบ VIP(644บาท/เที่ยว)เราให้ 4ดาว (เต็ม5) ใช้เวลาเดินทางจาก กทม-บขส.ระนอง 8 ชม.โดยประมาณ หลังจากถึง บขส.ระนองแล้ว แผนต่อไปคือหาทางไปเกาะ เรานั่งรถกระบะรับจ้างจาก บขส.ไปท่าเรือข้ามเกาะ ใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีโดยประมาณ(100บาท/คน/เที่ยว) ถึงท่าเรือเราก็ติดต่อเรือเพื่อข้ามไปเกาะเรานั่งSpeed Boat กันเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางใช้เวลา 1 ชม.โดยประมาณ โดยเที่ยวแรกจากฝั่งไปเกาะ 7น. เที่ยวสุดท้าย 16.30น., จากเกาะมาฝังเที่ยวแรก 8.00น. เที่ยวสุดท้าย 17.30น.(ขออภัยถ้าเราจำเวลาผิด) (350บาท/คน/เที่ยว)
บนเกาะพยาม
พอถึงเกาะสิ่งแรกที่ทำคือหาที่เก็บกระเป๋าก่อน(เพราะหนักมาก)เราเอาไปฝากไว้ที่รีสอร์ทระหว่างรอCheck In ข้อดีอย่างนึงของการพักที่theblueskyresort คือ พอขึ้นจากเรือสามารถเดินไปที่รีสอร์ทได้เลยเพราะใกล้มาก
ออนทัวร์
การเดินทางบนเกาะจะใช้เป็นมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด และร้านเช่ามีเยอะมากแล้วแต่เราจะเลือกใช้ราคาจะอยู่ที่ 150-300 บาท ตามสภาพของรถ หลังจากได้รถแล้วเราก็เริ่มออกสำรวจรอบเกาะก่อน 1 รอบ โดยเริ่มที่อ่าวเขาควาย, อ่าวใหญ่, และสุดท้ายที่กวางปีป และสิ่งเราเราสังเกตได้คือ ตอนที่เราสำรวจเป็นเวลาประมาณ 9น.ซึ่งน้ำทะเลกำลังขึ้นและบริเวณหาดจะยังเล่นไม่ได้ เราจึงกลับมารอที่รีสอร์ทเพื่อCheck In และเปลี่ยนเสื้อผ้าไปใหม่อีกรอบในตอนเย็น
TheBlueSkyResort Day 1
วันแรกเราพักที่Zone L ซึ้งห้องพักจะเป็นหลังๆมีทางเชื่อมไปหาบ้านทุกหลัง บ้านที่เราพักจะไม่มีบันไดลงไปในน้ำ ถ้าอยากได้แบบมีบันไดต้องเลือกเป็นZone R ราคาจะแพงกว่าถ้าใครชอบมีท่าน้ำเป็นส่วนตัวควรเลือกอันนี้แต่ก็ต้องทำใจกับราคานิดนึง จากที่เราสอบถามพนักงานคือ ช่วงเวลาที่น้ำจะขึ้นให้เห็น
ในเวลาประมาณ 9น.และขึ้นเต็มที่ 11น. คงอยู่ประมาณครึ่ง-1ชม. จากนั้นน้ำจะค่อยๆลงมองเห็นเป็นพื้นทรายใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศต้องรีบตื้นให้ทัน
TheBlueSkyจะมีชายหาดเป็นของตัวเองและ หาดจะค่อนข้างสะอาด น่าเล่น ทรายขาว และรีสอร์ทจะมีเรือให้สำรับคนที่พักในรีสอร์ทได้ใช้(ฟรี) เอาไว้พายเล่นซึ่งอันนี้เราชอบมากเลย
อาหารของทางรีสอร์ทเรามองว่าราคาค่อนข้างสูง รสชาติเราว่าธรรมดานะ(อันนี้สำหรับเรานะ) เราเลือกขับรถออกไปตะเวนหาของกินรอบๆเกาะแทนและถือโอกาสไปเที่ยวตามหาดที่ได้ไปสำรวจไว้ในตอนเช้าด้วย
อ่าวเขาควาย+หินทะลุ เรามองว่าไม่ค่อยฟินเท่าที่ควร ร้อนมาก ลมไม่มี หาดตื้นไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ เราแวะไปถ่ายรูปเล็กน้อยแล้วไปที่หาดอื่นต่อ
ขับรถไปซักพักสะดุดกับป้าย อ่าวหินขาว อยากรู้สิค่ะรอไรก็ขับรถเข้าไปดูคือจะบอกว่าน่ากลัวมากทางแบบถ้าเป็นไปได้จะไม่เข้าไปเลยทั้งหลุม ทั้งทุรัดกันดาน เปลี่ยวมาก สรุปน่ากลัว จากถนนเข้าไปหาดประมาณ 500ม. มีรีสอร์ทร้างอยู่ แต่ชายหาดเงียบสงบมาก ทรายขาว แต่ไหนหละหินขาวมีแต่หินดำทั้งนั้นเลยสุดท้ายก็แบบไม่เป็นที่ประทับใจจึงขับออกมาและไปหาดอื่นต่อ
หาาดสุดท้ายของวันคือ อ่าวกวางปีป บอกเลยว่าอันนี้สวย ทางที่เข้าไปยังลำบากอยู่เพราะถนนยังเทคอนกรีตไม่ถึงทุรัดกันดานพอสมควร ไปถึงมีรีสอร์ทอยู่แค่ที่เดียวถ้าใครชอบความสงบสันโดดแนะนำที่นี้เลยรับลองฟินสุดๆ ได้รสชาติติดเกาะแบบเต็มๆ เราไปถึงอ่าวนี้ประมาณ 16น.นิดๆ ซึ่งใกล้ค่ำแล้วอากาศไม่ร้อนมาก เย็นสบาย ทะเลสวย น้ำน่าเล่น เราชอบนะ มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอยู่พอสมควร เราก็ลงไปเก็บบรรยากาศตามระเบียบแล้วก็กลับที่พัก ตอนเย็นเราไปกินส้มตำค่ะ(ขาดไม่ได้จริงๆ) ร้านนุชอุดร แซบมาก ราคาไม่แพงมาก ใครไปก็ไปโดนกันได้ พอทานเสร็จก็กลับห้องเข้านอนเก็บแรงไว้เที่ยวในวันต่อไป
TheBlueSkyResort Day 2
อาหารเช้าของทางรีสอร์ทเริ่ม 07.00-10.00น.อาหารก็เหมือนรีสอร์ททั่วไปค่ะ และจะมีเป็นบุฟเฟ่สำหรับบุคคลที่ไม่ได้พักที่รีสอร์ท(270บาท/คน) หลังทานอาหารเช้าเสร็จเราก็มาเตรียมตัวรอเวลาให้น้ำขึ้นเต็มที่แล้วก็ไปเล่นน้ำกัน อย่างที่บอกทางรีสอร์ทจะมีเรือให้ใช้ฟรี(เรือTriyak) พายจากหาดหน้ารีสอร์ทไปในบริเวณรอบรีสอร์ทที่น้ำขึ้น จะบอกว่าน้ำใสมากกกก เป็นสีเขียวตัดกับต้นไม้คือสวยอ่ะ มองเห็นพื้นทรายทั้งที่น้ำลึกมาก ถ้าใครพักZone R จะดีตรงที่มีท่าน้ำส่วนตัวเล่นตรงนั้นได้เลยไม่ต้องกลัวใครมาวุ้นวาย(แอบเสียดายเล็กๆที่ไม่ได้เลือกโซนนี้)
อย่างที่บอกเราเลือกพัก 2 ที่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราพักที่ Zone S เป็นZone ที่อยู่ข้างหน้าติดถนนมี 2 ชั้น ชั้นบนสามารถนอนดูวิวรับลมได้ มองเห็น Zone L กับ R ได้ทั่ว ได้บรรยากาศอีกแบบ
ตกตอนบายเราหาที่นั่งชิว ร้านที่เราเลือกคือCoffeeResort ที่ตั้งร้านอยู่ตรง 4 แยกตรงข้ามกับซอยที่จะเลี้ยวไปอ่าวใหญ่ เป็นร้านกาแฟเล็กๆ มีต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นกลางร้าน บรรยากาศเลิศเหมาะแก่การนั่งชิวสุดๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นี้พักใหญ่ก็กลับรีสอร์ท
ตอนบ่ายทางรีสอร์ทมีทริปดำน้ำดูประการัง(500บาท/คน) แต่เราไม่ได้ไป เราเลือกมาเดินชิวๆหน้าหาดและลงเล่นน้ำในสระของรีสอร์ทแทน เก็บบรรยากาศไปด้วย
ตกเย็นเราเลือกทานอาหารทะเลร้านใกล้ๆรีสอร์ท รสชาติก็ใช้ได้ ราคาแพงนิดหน่อย แต่บรรยากาศสุดๆ เริดมาก เพราะติดชายทะเลระหว่างรออาหารมองลงไปที่หาดจะมีปูเดินเต็มหาดเลย เราชอบมากมองปูไป กินข้าวไป ลมทะเลเย็นๆคือแบบฟินโครตๆอ่ะ เป็นการจบมื้อหารของวันที่ประทับใจมาก
TheBlueSkyResort Day 3
วันสุดท้ายในเกาะพยามรออะไรหละค่ะ เก็บภาพบรรยากาศสวยๆก่อนกลับ กทม ให้ทั่วค่ะ
เราเดินทางออกจากเกาะตอน 12.30น. ถ้าใครยังไม่จองเรือกลับสามารถจองกับทางรีสอร์ทได้นะค่ะ ตอนกลับมีรถกอล์ฟของทางรีสอร์ทมาส่งขึ้นเรือพร้อมขนของลงเรื่อให้เรียบร้อยเราแค่เดินลงเรือสวยๆพอค่ะ(อันนี้ชอบเพราะกระเป๋าเราหนักมาก) เราขึ้นรถทัวกลับ กทม ตอน 20.00น. ในระหว่างนั้นเราก็ไปเที่ยวเมืองระนองรอเวลารถออกค่ะ
เราเดินทางถึง กทม เวลา 6.00น.โดยสวัสดิภาพ
จบทริปเกาะพยาม สนุกมากเราประทับใจสุดๆ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีกแน่นอนค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะค่ะ..ขอบคุณค่ะ^^
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น