ก่อนอื่นเลย นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตตั้งแต่เล่นพันทิพมา ทางเราอยู่กินกับฝ่ายชายมาได้ประมาณ 4 ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีลูกกับฝ่ายชาย 1 คน อายุ 3 ขวบครึ่ง ชีวิตแรกๆก็มีความสุขดีฝ่ายชายและเราช่วยกันทำงานหาเงิน ลูกทางย่าก็เลี้ยงให้ เสาร์อาทิตย์ก็ไปหาลูกที แต่ปัญหาเริ่มจากฝ่ายชายเป็นคนที่ติดเหล้า เวลาไปทำงาน ที่ทำงานจะเลี้ยงเหล้าประจำ ขับรถเมากลับบ้านบ้าง บางทีหนักสุดคือหายไปเลยเป็นคืนๆ เราก็ไปตามเพราะเป็นห่วง ที่สำคัญเวลาเมาฝ่ายชายจะทำร้ายร่างกายเรา เวลาเราบ่นเค้าจะโมโหและทุบตี มีครั้งนึงตอนท้องได้ 6 เดือน เราไปตามฝ่ายชายกลับจากที่ทำงาน สามีเมาหนักมาก แล้วกลับมาบ้าน เราทะเลาะกันฝ่ายชายชกหน้าเราจนฟันหัก และถีบเรา ทำร้ายเรา แต่บุญที่ไม่กระทบถึงลูกในท้อง เหตุการณ์เป็นแบบนี้ตลอด จนคลอด ฝ่ายชายก็ยังเป็นคนติดเหล้าเหมือนเดิม เมากลับบ้าน หายไปจากบ้าน เอาเงินไปกินเหล้าจนหมด จากที่เคยเป็นคนดีก็ทะเลาะกันบ่อยขึ้น เรื่องฝ่ายชายขี้โมโห และติดเหล้า เจ้าชู้ถามคนที่ทำงานกับฝ่ายชายเค้ารู้นิสัยทุกคนค่ะ
ในส่วนค่าคลอดลูกเรานั้นแม่เราเป็นคนจ่ายให้ค่ะ เพราะทางเราเห็นว่าบ้านฝ่ายชายไม่ค่อยสะดวกเรื่องเงิน แต่บ้านฝ่ายชายก็เลี้ยงลูกให้เราดีค่ะ ทางแม่ของเราก็มีการส่งเงินให้ย่าบ้างเดือนละสองพัน เพราะแม่เราเกรงใจย่าที่ต้องมานั่งเลี้ยงหลานให้
พอต้นปี 2557 ฝ่ายชายย้ายงานใหม่ เงินก็ดีขึ้น แต่ก็ยังคงติดเหล้าเหมือนเคย เพื่อนที่ทำงานก็ชวนกินเรื่อยๆ ก็เมาและชอบหายออกจากบ้านประจำ และเหตุการณ์ที่ทำให้เราเริ่มระแวงฝ่ายชายคือ เราจับได้ว่าเค้าแอบคุยไลน์กับคนที่ทำงาน เค้าก็ปฏิเสธและบอกกับเราว่าแค่เพื่อน เรื่องนี้ก็จบโดยการที่เค้าลบไลน์ลบเฟส ผญ.คนนั้นออกไป เรานึกว่าเหตุการณ์จะจบ อยู่มาวันนึง เราเจอข้อความในไลน์ของฝ่ายชาย เป็นลักษณะคุยแบบชู้สาวกับผญ.อีกคนนึง ซึ่งเค้าแกล้งเซฟชื่อว่าเป็นคนที่ทำงาน แต่พอสืบไปสืบมาเป็นคนที่แอบคุยทางบีทอค และสานสัมพันธ์คุยกันมาเรื่อยๆ เหมือนเดิมพอเราจับได้ก็ทะเลาะกันใหญ่โต คราวนี้เค้าก็ทำร้ายร่างกายเราเหมือนเดิม แต่เค้าก็ยอมที่จะลบไลน์ ลบเบอร์โทรออกไป เรื่องนี้เราคิดว่าจะจบอีก ที่เราทนเพราะเราสงสารลูก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อค่ะ แต่หลังจากนั้นเราสองคนก็อยู่กันแบบไม่มีความสุข เราก็เครียดระแวงเค้าตลอดเวลา เค้าก็เมาทุกวันเพราะเรื่องนี้
และเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือ ในที่ทำงานเค้ามีพนักงานเข้ามาใหม่เป็นเซลล์ เค้ากับเซลล์คนนี้ต้องทำงานด้วยกัน ซึ่งลักษณะงานเค้าต้องออกไปสัมภาษณ์ลูกค้าเพื่อมาออกรายการ ก็จะมีผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนในกลุ่มอีก แรกๆเราไม่เอะใจอะไรค่ะ แต่มีอยู่เหตุการณ์บางเหตุการที่ชวนให้สงสัย ทางผู้หญิงคนนี้ต้องให้ฝ่ายชายเอารถไปรับที่คอนโด และมีการแอบคุยไลน์กับผู้หญิงคนนี้ และลบออกทุกครั้ง ถามฝ่ายชายๆก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่เราแอบรู้จากเพื่อนร่วมงานของผู้หญิงคนนี้มาว่า ทางเพื่อนเห็นพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้กับฝ่ายชายมาพอสมควร ทางผู้หญิงจะมาเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังเสมอว่าคุยอะไรกับฝ่ายชาย ฝ่ายชายโทรมาคุย มีการไลน์มาคุยตลอดว่าไปทำงานที่ไหนบ้าง
ทางเพื่อนผู้หญิงก็ได้มีการทักท้วงตักเตือนไปว่าเค้ามีลูกมีเมียแล้ว แต่ทางฝ่ายหญิงได้ตอบกลับมาว่า แค่คุยสนุกๆไม่ได้จริงจังอะไร
จสรุปได้ชัดเจนว่า ฝ่ายชายจะแอบโทรหาผู้หญิงคนนี้เวลาที่ออกไปงานข้างนอกทุกครั้ง และคุยบ่อยมากก เราเอาเอกสารการใช้งานการโทรศัพท์ของเบอร์ฝ่ายชายมาให้ฝ่ายชายดูว่าทำไมต้องทำแบบนี้ วันนั้นเรากลับโดนทำร้ายร่างกายเพราะเค้าโมโหที่เราไปจู้จี้เค้า สรุปนะคะ สุดท้ายเราจับได้ว่าฝ่ายชายแอบคุยกับผู้หญิงคนนั้นและตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งสองคนแอบคบกันมาโดยตลอด เรามีหลักฐานทั้งพยานบุคคลและเป็นเบอร์โทรของฝ่ายชายที่โทรหาฝ่ายหญิงตลอด
พอเราถามว่าจะเอายังไง ทางฝ่ายชายบอกกับเราว่า เค้าทนเรามานานแล้ว เค้าทนที่เราเป็นคนขี้โมโหจู้จี้เค้ามานาน เค้าเสียสละเพือเรากับลูกมานานแล้ว ต่อไปนี้ขอใช้ชีวิตส่วนตัวบ้างซึ่งมันไม่น่าเป็นคำพูดจากปากคนเป็นพ่อนะค่ะ เราเสียใจกับคำพูดเค้ามาก
เราทนอยู่มาได้จนถึงเดือนสิงหาคม และมีคืนนึงเราก็ทะเลาะกันคืนนั้นฝ่ายชายชกท้องเรา เราจึงตัดสินใจให้เค้าออกจากคอนโดของเรา และเราก็พาลูกสาวกลับมาบ้านต่างจังหวัด ทางเราหลังเลิกกับฝ่ายชายเคยโทรไปหาฝ่ายหญิงคุยเรื่องเค้ากะฝ่ายชายเค้าบอกเค้ายอมรับว่าแอบคุยกันเพราะทางฝ่ายชายมีปัญหากับเราก้ชอบโทรไปปรึกษาเค้า และเค้าก็มีปัญหากับแฟน พอคุยกันเค้าบอกว่าสบายใจดีเลยคุยกันมาเรื่อยๆ พอเค้ารู้ว่าเรากับฝ่ายชายเลิกกันเค้าเลยเปิดตัวคบกันเต็มที่
หลังจากแยกทางฝ่ายชายไม่ได้มาง้อขอคืนดีแต่อย่างใด เค้าพูดเพียงแค่ว่า เราเลือกพาลูกออกไปเอง แต่เค้าพูดกับเราว่าจะทำเพื่อลูก เค้าจะไม่มีใครใหม่และเงินที่หามาได้ทุกบาทเค้าจะส่งให้ตลอด แต่ตอนนี้ทางฝ่ายชายส่งเงินมาให้เราเพียงแค่เดือนละ 2000 บาท ซึ่งเราต้องใช้ค่าเทอม ค่ายา ค่านม สารพัดค่าใช้จ่าย เราจึงขอค่าเลี้ยงดูทางฝ่ายชายเพิ่มเป็นเดือนละ 5000 และขอให้เค้ามาเซ็นสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับลูกเพื่อเป็นหลักฐานไว้ กลับได้คำตอบมาว่าเราเรียกร้องเค้าเยอะเกินไป ภาระเค้าเยอะต้องผ่อนรถ ซึ่งรถคั้นนั้นเราก็เคยช่วยผ่อนสักระยะ คือตอนอยู่ด้วยกันเราตกลงว่าเงินฝ่ายชายมาผ่อนรถกะบ้าน ส่วนเงินเราเอามาเลี้ยงลูกจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านของครอบครัวเรา มาวันนี้เราแยกทางกันเค้าจะไม่ยอมส่งค่าเลี้ยงดู ทางเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้เซ็นรับรองบุตรยังไงเค้าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูหรือไม่จ่ายก็ได้ ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปขึ้นศาลเอา
คืออยากปรึกษาว่าถ้าเราไปปรึกษาทนายฟ้องเค้า ทางเราจะมีโอกาสชนะบ้างมั๊ยค่ะ เพราะฝ่ายชายพูดมาคำเดียวเลยว่าถึงศาลจะสั่งเค้าให้จ่ายแต่ถ้าเค้าไม่จ่ายก็ไม่เป็นผลเสียอะไรกับเค้า หรือเราจะยอมแพ้ดีค่ะแล้วออกมาหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ฝากรบกวนเพื่อนๆในพันทิพแนะนำด้วยนะค่ะ
ครั้งแรกในชีวิต จะต่อสู้เพื่อลูกสาวตัวน้อย เพื่อทวงสิทธิ์ให้กับลูก
ในส่วนค่าคลอดลูกเรานั้นแม่เราเป็นคนจ่ายให้ค่ะ เพราะทางเราเห็นว่าบ้านฝ่ายชายไม่ค่อยสะดวกเรื่องเงิน แต่บ้านฝ่ายชายก็เลี้ยงลูกให้เราดีค่ะ ทางแม่ของเราก็มีการส่งเงินให้ย่าบ้างเดือนละสองพัน เพราะแม่เราเกรงใจย่าที่ต้องมานั่งเลี้ยงหลานให้
พอต้นปี 2557 ฝ่ายชายย้ายงานใหม่ เงินก็ดีขึ้น แต่ก็ยังคงติดเหล้าเหมือนเคย เพื่อนที่ทำงานก็ชวนกินเรื่อยๆ ก็เมาและชอบหายออกจากบ้านประจำ และเหตุการณ์ที่ทำให้เราเริ่มระแวงฝ่ายชายคือ เราจับได้ว่าเค้าแอบคุยไลน์กับคนที่ทำงาน เค้าก็ปฏิเสธและบอกกับเราว่าแค่เพื่อน เรื่องนี้ก็จบโดยการที่เค้าลบไลน์ลบเฟส ผญ.คนนั้นออกไป เรานึกว่าเหตุการณ์จะจบ อยู่มาวันนึง เราเจอข้อความในไลน์ของฝ่ายชาย เป็นลักษณะคุยแบบชู้สาวกับผญ.อีกคนนึง ซึ่งเค้าแกล้งเซฟชื่อว่าเป็นคนที่ทำงาน แต่พอสืบไปสืบมาเป็นคนที่แอบคุยทางบีทอค และสานสัมพันธ์คุยกันมาเรื่อยๆ เหมือนเดิมพอเราจับได้ก็ทะเลาะกันใหญ่โต คราวนี้เค้าก็ทำร้ายร่างกายเราเหมือนเดิม แต่เค้าก็ยอมที่จะลบไลน์ ลบเบอร์โทรออกไป เรื่องนี้เราคิดว่าจะจบอีก ที่เราทนเพราะเราสงสารลูก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อค่ะ แต่หลังจากนั้นเราสองคนก็อยู่กันแบบไม่มีความสุข เราก็เครียดระแวงเค้าตลอดเวลา เค้าก็เมาทุกวันเพราะเรื่องนี้
และเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือ ในที่ทำงานเค้ามีพนักงานเข้ามาใหม่เป็นเซลล์ เค้ากับเซลล์คนนี้ต้องทำงานด้วยกัน ซึ่งลักษณะงานเค้าต้องออกไปสัมภาษณ์ลูกค้าเพื่อมาออกรายการ ก็จะมีผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนในกลุ่มอีก แรกๆเราไม่เอะใจอะไรค่ะ แต่มีอยู่เหตุการณ์บางเหตุการที่ชวนให้สงสัย ทางผู้หญิงคนนี้ต้องให้ฝ่ายชายเอารถไปรับที่คอนโด และมีการแอบคุยไลน์กับผู้หญิงคนนี้ และลบออกทุกครั้ง ถามฝ่ายชายๆก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่เราแอบรู้จากเพื่อนร่วมงานของผู้หญิงคนนี้มาว่า ทางเพื่อนเห็นพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้กับฝ่ายชายมาพอสมควร ทางผู้หญิงจะมาเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังเสมอว่าคุยอะไรกับฝ่ายชาย ฝ่ายชายโทรมาคุย มีการไลน์มาคุยตลอดว่าไปทำงานที่ไหนบ้าง
ทางเพื่อนผู้หญิงก็ได้มีการทักท้วงตักเตือนไปว่าเค้ามีลูกมีเมียแล้ว แต่ทางฝ่ายหญิงได้ตอบกลับมาว่า แค่คุยสนุกๆไม่ได้จริงจังอะไร
จสรุปได้ชัดเจนว่า ฝ่ายชายจะแอบโทรหาผู้หญิงคนนี้เวลาที่ออกไปงานข้างนอกทุกครั้ง และคุยบ่อยมากก เราเอาเอกสารการใช้งานการโทรศัพท์ของเบอร์ฝ่ายชายมาให้ฝ่ายชายดูว่าทำไมต้องทำแบบนี้ วันนั้นเรากลับโดนทำร้ายร่างกายเพราะเค้าโมโหที่เราไปจู้จี้เค้า สรุปนะคะ สุดท้ายเราจับได้ว่าฝ่ายชายแอบคุยกับผู้หญิงคนนั้นและตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งสองคนแอบคบกันมาโดยตลอด เรามีหลักฐานทั้งพยานบุคคลและเป็นเบอร์โทรของฝ่ายชายที่โทรหาฝ่ายหญิงตลอด
พอเราถามว่าจะเอายังไง ทางฝ่ายชายบอกกับเราว่า เค้าทนเรามานานแล้ว เค้าทนที่เราเป็นคนขี้โมโหจู้จี้เค้ามานาน เค้าเสียสละเพือเรากับลูกมานานแล้ว ต่อไปนี้ขอใช้ชีวิตส่วนตัวบ้างซึ่งมันไม่น่าเป็นคำพูดจากปากคนเป็นพ่อนะค่ะ เราเสียใจกับคำพูดเค้ามาก
เราทนอยู่มาได้จนถึงเดือนสิงหาคม และมีคืนนึงเราก็ทะเลาะกันคืนนั้นฝ่ายชายชกท้องเรา เราจึงตัดสินใจให้เค้าออกจากคอนโดของเรา และเราก็พาลูกสาวกลับมาบ้านต่างจังหวัด ทางเราหลังเลิกกับฝ่ายชายเคยโทรไปหาฝ่ายหญิงคุยเรื่องเค้ากะฝ่ายชายเค้าบอกเค้ายอมรับว่าแอบคุยกันเพราะทางฝ่ายชายมีปัญหากับเราก้ชอบโทรไปปรึกษาเค้า และเค้าก็มีปัญหากับแฟน พอคุยกันเค้าบอกว่าสบายใจดีเลยคุยกันมาเรื่อยๆ พอเค้ารู้ว่าเรากับฝ่ายชายเลิกกันเค้าเลยเปิดตัวคบกันเต็มที่
หลังจากแยกทางฝ่ายชายไม่ได้มาง้อขอคืนดีแต่อย่างใด เค้าพูดเพียงแค่ว่า เราเลือกพาลูกออกไปเอง แต่เค้าพูดกับเราว่าจะทำเพื่อลูก เค้าจะไม่มีใครใหม่และเงินที่หามาได้ทุกบาทเค้าจะส่งให้ตลอด แต่ตอนนี้ทางฝ่ายชายส่งเงินมาให้เราเพียงแค่เดือนละ 2000 บาท ซึ่งเราต้องใช้ค่าเทอม ค่ายา ค่านม สารพัดค่าใช้จ่าย เราจึงขอค่าเลี้ยงดูทางฝ่ายชายเพิ่มเป็นเดือนละ 5000 และขอให้เค้ามาเซ็นสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับลูกเพื่อเป็นหลักฐานไว้ กลับได้คำตอบมาว่าเราเรียกร้องเค้าเยอะเกินไป ภาระเค้าเยอะต้องผ่อนรถ ซึ่งรถคั้นนั้นเราก็เคยช่วยผ่อนสักระยะ คือตอนอยู่ด้วยกันเราตกลงว่าเงินฝ่ายชายมาผ่อนรถกะบ้าน ส่วนเงินเราเอามาเลี้ยงลูกจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านของครอบครัวเรา มาวันนี้เราแยกทางกันเค้าจะไม่ยอมส่งค่าเลี้ยงดู ทางเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้เซ็นรับรองบุตรยังไงเค้าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูหรือไม่จ่ายก็ได้ ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปขึ้นศาลเอา
คืออยากปรึกษาว่าถ้าเราไปปรึกษาทนายฟ้องเค้า ทางเราจะมีโอกาสชนะบ้างมั๊ยค่ะ เพราะฝ่ายชายพูดมาคำเดียวเลยว่าถึงศาลจะสั่งเค้าให้จ่ายแต่ถ้าเค้าไม่จ่ายก็ไม่เป็นผลเสียอะไรกับเค้า หรือเราจะยอมแพ้ดีค่ะแล้วออกมาหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ฝากรบกวนเพื่อนๆในพันทิพแนะนำด้วยนะค่ะ