เมื่อสิ่งปรุงแต่งทั้งหลายเกิดขึ้นมาจากเหตุและปัจจัยแล้ว มันก็ต้องขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยที่มาร่วมกันปรุงแต่งให้มันเกิดขึ้นมา เมื่อเหตุหรือปัจจัยของมันเปลี่ยนแปลง สิ่งปรุงแต่งนั้นก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย และเมื่อเหตุหรือปัจจัยของมันแตก (ใช้กับวัตถุ) หรือดับ (ใช้กับจิต) หายไป สิ่งปรุงแต่งนั้นก็ย่อมที่จะแตกหรือดับหายตามไปด้วยทันที ซึ่งแม้เหตุและปัจจัยที่มาปรุงแต่งนั้น มันก็ยังต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้มันเกิดขึ้นมาด้วยเหมือนกัน (คือมีการปรุงแต่งซ้อนกันเป็นชั้นๆไป) และเมื่อเหตุและปัจจัยพื้นฐาน (คือธาตุ ๔) ของทุกสิ่งก็ยังมีสภาวะที่ไม่นิ่ง (คือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา) จึงทำให้สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายมีความไม่เที่ยง (ที่เรียกว่า อนิจจัง) ตามไปด้วย คือมันจะมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือไหล หรือมีความเสื่อมสภาพอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งนี้เอง ที่ทำให้สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายต้องแตกสลาย (ใช้กับวัตถุ) หรือ ดับหายไป (ใช้กับจิต) อย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว
บางคนอาจจะแย้งว่า “เมื่อสิ่งใดมีอายุยาวนานมากก็เท่ากับว่าสิ่งนั้นเที่ยง อย่างเช่นที่บอกว่า โลก ภูเขา ก้อนหิน เพชร หรือดวงอาทิตย์ เป็นต้น ที่กว่าจะแตกสลายต้องใช้เวลานานหลายล้านๆปีนั้น เป็นสิ่งที่เที่ยง” นั้นไม่ถูกต้อง เพราะแม้จะมีอายุยาวนานสักเท่าใด มันก็ยังต้องแตกสลายอย่างแน่นอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นเราจะเอาอายุมาเป็นสิ่งชี้วัดว่า ถ้าสิ่งใดมีอายุยาวนานสิ่งนั้นเป็นสิ่งเที่ยงไม่ได้
สรุปได้ว่าสาเหตุที่สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายไม่เที่ยงนั้นก็เป็นเพราะ สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายไม่ใช่ตัวตนของมันเอง (อนัตตา) คือมันต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้นมา ซึ่งเหตุและปัจจัยที่มาปรุงแต่งนั้นก็ต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้นอีกเหมือนกัน และเมื่อเหตุและปัจจัยที่เป็นพื้นฐานของการปรุงแต่งทั้งหลายก็ยังมีความไม่เที่ยง จึงทำให้สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายมีความไม่เที่ยงตามไปด้วย
อนิจจัง-ไม่เที่ยง
บางคนอาจจะแย้งว่า “เมื่อสิ่งใดมีอายุยาวนานมากก็เท่ากับว่าสิ่งนั้นเที่ยง อย่างเช่นที่บอกว่า โลก ภูเขา ก้อนหิน เพชร หรือดวงอาทิตย์ เป็นต้น ที่กว่าจะแตกสลายต้องใช้เวลานานหลายล้านๆปีนั้น เป็นสิ่งที่เที่ยง” นั้นไม่ถูกต้อง เพราะแม้จะมีอายุยาวนานสักเท่าใด มันก็ยังต้องแตกสลายอย่างแน่นอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นเราจะเอาอายุมาเป็นสิ่งชี้วัดว่า ถ้าสิ่งใดมีอายุยาวนานสิ่งนั้นเป็นสิ่งเที่ยงไม่ได้
สรุปได้ว่าสาเหตุที่สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายไม่เที่ยงนั้นก็เป็นเพราะ สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายไม่ใช่ตัวตนของมันเอง (อนัตตา) คือมันต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้นมา ซึ่งเหตุและปัจจัยที่มาปรุงแต่งนั้นก็ต้องอาศัยเหตุและปัจจัยมาปรุงแต่งให้เกิดขึ้นอีกเหมือนกัน และเมื่อเหตุและปัจจัยที่เป็นพื้นฐานของการปรุงแต่งทั้งหลายก็ยังมีความไม่เที่ยง จึงทำให้สิ่งปรุงแต่งทั้งหลายมีความไม่เที่ยงตามไปด้วย