เราขอเล่าชีวิตคู่ของเราที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ไว้สำหรับเป็นวิทยาทานสำหรับหลายๆท่าน และเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หากเป็นตัวพวกท่านเองนั้นจะทำอย่างไร ขอบคุณทุกๆความเห็นมา ณ ที่นี้ด้วยคะ ยาวหน่อยคะ (User ยืมของเพื่อนมาคะ)
ตามชื่อกระทู้เลยคะ ตอนนี้เรามีลูก 3 คนแล้ว โดยลูกทั้ง 3 คนไม่ใช่พ่อคนเดียวกัน
เริ่มจากลูกคนแรก เรามีตอนอายุ 15 ปี แน่นอนคะเกิดความความที่เรายังเด็กและก็ได้ผิดพลาดไป เราทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนแรกมาโดยตลอดคะ ส่วนสามีของลูกคนแรกก็เป็นวัยรุ่นเด็กช่างที่ช่วงนั้นชอบมีเรื่องมีราวไล่ยิง ไล่ฟันกัน และสามีคนที่ 1 เจ้าชู้ และทำให้เราต้องช้ำใจตลอดคะ เป็นเวลาแค่สั้นๆที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะระหว่างที่เรากำลังตั้งท้องอยู่ 5 เดือนนั้น สามีคนที่ 1 ก็ได้ทำผู้หญิงอีกคนหนึ่งตั้งท้องเหมือนกัน กับสามีที่เรามีลูกด้วยคนแรกนั้นทำให้เราเจ็บปวดมากและยังเด็กมาก เราสู้ชีวิตโดยการทำงานด้วยเรียนด้วยแถมเลี้ยงลูกด้วย ตั้งแต่ขายโทรศัพท์ ตลอดจนลานเบียร์ พริตตี้ เราทำหมดคะ
สามีคนที่ 2 เราทำงานลานเบียร์ เค้ามาจีบเราและได้ตกลงคบกัน ส่วนเรื่องลูกคนแรกเราไม่เคยปิดบัง จนกระทั้งตั้งท้องลูกคนที่ 2 เราช่วยกันทำมาหากินปกติ สามีคนที่ 2 มาอยู่ที่บ้านเรา เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน คล้ายๆบ้านเช่าชั้นเดียวทั่วไป เมื่อก่อนแม่ของเราปล่อยให้เช่าแต่พอเราตั้งท้องเลยอยากออกมาอยู่เฉพาะครอบครัวเรา สามีคนที่ 2 เป็นวิศวะกรโรงงาน และพ่อแม่สามีก็ช่วยหางานให้คือการทำแบบจี้เครื่องประดับ ลงทุนซื้อเครื่องผลิตมาให้ราคาสูงพอสมควร บ้านเค้าเป็นคนจีนหัวโบราณ สามีคนที่ 2 พาเรามาที่บ้านของเค้าปกติ และได้รับรู้ว่าสามีคนที่ 2 นี้ มีลูกติดเหมือนกับเราและก็อยู่บ้านพ่อแม่สามี และเรื่องราวเดิมๆก็เข้ามา เมื่อสามีคนที่ 2 ออกไปทำงาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้านและบอกกับว่าเธอเป็นภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายของสามีคนที่ 2 วินาทีนั้นมันทำอะไรไม่ถูกจริงๆคะ สามีคนที่ 2 กลับมาพอดี เราพูดแต่เพียงว่าให้เอาคนของเธอออกไปจากบ้านของฉัน จากนั้นเราก็คุยคะว่าทำไมต้องปิดบัง ทางสามีคนที่ 2 บอกเราว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ของลูกเค้าที่อยู่ที่บ้านนั้นเอง และได้เลิกรากันไปแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่เค้าไม่ยอมหย่า เนื่องจากกลัวในเรื่องสิทธิ์ที่ลูกชายของเค้าสมควรจะได้ หลังจากเรื่องวันนั้นเราและสามีคนที่ 2 ก็มีเรื่องที่ต้องคอยทะเลาะกันแบบนี้มาโดยตลอด เพราะเรื่องหย่า มันเหมือนเราเป็นเมียชัดๆ เลยแบบนี้ อีกอย่างเรื่องของเราก็ต้องปิดบังครอบครัวเค้าเรื่องที่เราเองก็มีลูก เราก็ยอมปิด แต่ทุกครั้งเราก็คอยพูดตลอดว่าเราอึดอัด และอยากจะเปิดใจคุยกับที่บ้านเค้าบ้าง เพราะขนาดเค้ามีลูกเรายังรับเค้าได้เลยคะ บ้านเราไม่มีปัญหาเลยสำหรับเรื่องนี้ เราพยายามจะสอบถามเรื่องหย่า ติดต่อหาเพื่อนที่มีความรู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องฟ้องหย่าคะ ซึ่งมีแต่เราที่กระตือรือร้นที่จะทำมันคะ วันหนึ่งเราก็เริ่มเหนื่อย เบื่อที่จะทำ สุดท้ายจบตรงที่ต้องเลิกกัน เนื่องจากหลายๆอย่าง และเรื่องครอบครัวด้วย ฝ่ายชายเป็นผู้ขอเลิกคะ เราเสียใจมากจริงๆคะ ถึงขนาดทานยาจะฆ่าตัวตายคะ ตอนนั้นมันหมดหนทางจริงๆคะ สุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้
สามีคนที่ 3 เราเริ่มเรียนต่อในช่วงที่เราคบกับสามีของลูกคนที่ 2 คะ เรียนต่อเนื่อง 4 ปี และทำงานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเราเรียนจบได้ทำงานประจำเกี่ยวกับงานขาย ง่ายๆเป็น SALE ขายอุปกรณ์ทุกๆอย่างเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านมีให้หมดคะ และเราก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องลูกที่มีทั้ง 2 คนแต่อย่างไรกับสังคม เราพูดเก่ง ขายเก่ง เงินเดือนเรา 20,000 บาท แต่ก็ได้ค่าคอมทุกๆ เดือน ในเดือนๆ หนึ่งต้องหาได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท เพราะเราซื้อบ้านเดี่ยว ส่งรถ ส่งลูกด้วย ทำงานแบบนี้มาโดยตลอด เหนื่อยสุดๆคะ แต่เรามีความสุขมากๆ ลูกของเราโตแล้วเค้าเป็นเด็กดีช่วยกันทำงานบ้าน และช่วยเหลือตัวเอง ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว และแล้วก็มาเจอเพื่อนร่วมงาน (สามีคนที่3) ขอใช้นามสมมุตินะคะ ชื่อพี่พีละกันคะ พี่พีเข้ามาทำงานกับเราที่บริษัทเดียวกัน และก็เข้ามาเล่นกับเรา ลูกๆเรา เริ่มตั้งแต่คุยกันทุกๆวัน เช้าเราโทร.หากัน วันหยุดก็ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวคะ ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวกันลูกๆไปด้วยทุกครั้ง เราไม่เคยทิ้งลูกนะคะเพราะถ้าเราไม่อยู่บ้านเราต้องเอาลูกไปส่ง ถ้าเป็นคนแรกจะเป็นบ้านยายคือแม่ของเรา คนที่ 2 จะเป็นบ้านพ่อเค้าคือไปอยู่กับอาม่า เป็นเวลาไม่กี่เดือนที่เรามีความสุขมากๆ พี่พีเค้าดีกับเรามากๆ รักลูกเรา เลี้ยงลูก นอนกับลูก ดูแลลูก ไปรับส่งลูกเราไปโรงเรียน เราว่างหรือไม่ว่างเราสามารถฝากลูกเรากับเค้าได้เลยคะ เค้าทำทุกๆอย่างกับเราและลูกดีมาก จนเราและลูกๆรักพี่พีกันคะ เป็นแบบนี้มา 8 เดือน และพี่พีก็ย้ายเข้าอยู่ที่บ้านของเรา ดีกับเราทุกอย่าง จนกระทั่งเราต้องท้อง เราดีใจมากๆ ที่มีคนรักและเข้าใจเรา รับได้ที่เรามีลูกแล้ว และยังเข้ากับลูกของเราได้ดีอีกด้วย เรารีบบอกพี่พี จากนั้นพี่พีเปลี่ยนไปแบบเหมือนหน้ามือเป็นหลัง..เลยคะ เค้าพูดว่าเค้าไม่พร้อม เค้าจะมีลูกได้ยังงัย เราตกใจมากๆคะที่มีคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากพี่พี เราคิดว่าพี่พีคงตกใจ หลังจากนั้นพี่พีเริ่มทะเลาะกับลูกเรา ไม่เอาลูกเรา ไม่ทำอะไรเลย มีครั้งหนึ่งอยูๆพี่พีหายไปจากชีวิตของเรา เราตามหาพี่พี ตามหากับเพื่อนๆของพี่พี ตอนนั้นเรากำลังท้องได้ 6 เดือนแล้ว พี่พีหายไปแบบนี้โดยที่ไม่พูดอะไร จะเอายังงัยก็ไม่บอก เราทำอะไรไม่ถูกแล้ว ร้องไห้อย่างเดียว พยายามตามหา ตามจากเพื่อน ตามจากคนรู้จัก ส่องตามเฟส ตามไลน์ เค้าให้เพื่อนทำเป็นว่าเค้ากลับสุรินทร์ (บ้านพี่พีก็อยู่ที่สุรินทร์คะ) แท๊กสถานที่ในเฟสของเค้าว่าอยู่ด้วยกัน เราเห็นเราก็เลยขับรถจากกรุงเทพเพื่อไปสุรินทร์ไปตามหาพี่พี ขับรถออกไปกับลูกทั้ง 2 คน สุดท้ายตามจนเจอที่จังหวัดขอนแก่น พี่พีเห็นหน้าเราพูดกับเราแค่เพียงว่าเดี๋ยวกลับไปคุยกันที่บ้าน เราก็กลับตอนนั้นเลย ตามจริงแล้วเรามาตามพี่พีขนาดนี้แล้วทำไมเค้าถึงไม่กลับมากับเรา เค้าไม่สงสารเราเลย เราท้องอยู่นะแถมยังมีแต่เด็ก สุดท้ายเราขับรถกลับมาเอง
จากนั้นเค้าก็ไม่ค่อยกลับบ้าน เค้าบอกว่าถ้าเค้าจะกลับต้องไม่มีลูกของเราอยู่ที่บ้าน เราอึดอัดมากๆ เราทำได้แต่ร้องไห้ พอถึงกำหนดใกล้คลอดเราถามพี่พีจะเอายังงัย เราพูดแต่เพียงว่าต้องให้พ่อแม่เค้ารับรู้นะว่าเค้ามีหลาน เราไม่ได้เรียกร้องอะไร หรือให้มารับผิดชอบเลยคะ เพียงแต่ไม่อยากให้ลูกคนนี้มีปัญหาอีก ไม่อยากเลิก และอยากจะปรับเปลี่ยนทุกๆ อย่างเพื่อให้เป็นครอบครัว ส่วนคำตอบที่ได้คือพี่พีเลือกที่จะไม่บอกพ่อกับแม่ เราถามว่าถ้าลูกถามหาปู่กับย่าละ พี่พีบอกว่าก็จะบอกตามตรงว่า เค้าไม่ได้บอกปู่กับย่าว่ามีลูก เห่อ..ฟังแล้วถ้าคนเป็นลูกจะรู้สึกเสียใจมากขนาดไหนพูดมาได้งัย ยิ่งถึงกำหนดคลอดพี่พียิ่งห่าง ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเกือบทุกวัน สุดท้ายเราหาทางออกไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าบทสรุปเค้าจะเอายังงัย เราเลยพาลูกทั้ง 2 คน ไปตามหาพี่พีที่คอนโดของพี่พี พ่อกับแม่เค้าอยู่คะ แล้วตัวเค้าก็อยู่ด้วย เราเลยบอกกับแม่ของเค้าว่าเราท้อง แม่เค้ามองหน้าเรา เราบอกเพียงแต่ว่าที่บอกไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ครอบครัวพี่พีทำหน้าตาเฉยๆ แถมสายตายังมองดูถูกเหมือนเราเป็นผู้หญิงไม่ดีเหมือนมาหลอกลูกเค้าหรือเปล่า เราเลยพูดว่าบอกเฉยๆถ้าอย่างนั้นก็บอกลูกชายคุณว่าไม่ต้องมายุ่งกันแล้วนะคะ เราพูดด้วยน้ำเสียงดีๆคะ ไม่ได้ประชดอะไรคะ แม่ของพี่พีเลยพูดกลับมาว่า ได้ยินรึยังพี เค้าบอกว่าไม่ต้องไปยุ่งก็ไม่ต้องไปยุ่ง หลังจากวันนั้นพี่พีมาที่บ้าน แล้วคุยกับเราว่าทำไมเราถึงกล้าที่จะมาคุยบอกแม่เค้าอย่างนั้น อยู่เฉยๆแบบนี้ก็ดีแล้วจะฆ่าตัวเองทำไม ถ้าทำแบบนี้เค้าจะยิ่งออกห่างเราและเค้าไม่ชอบ
วันที่เราคลอดเค้ามาส่งเราที่โรงพยาบาลและออกไปทำงานปกติ หลังจากคลอดเค้าก็มารับ มองหน้าลูกและพูดว่าทำไมชีวิตเค้าต้องเป็นแบบนี้อยู่ดีๆก็ต้องมาเลี้ยงเด็ก เราได้ยินแต่ไม่พูดอะไรดีกว่าแค่นี้เราก็เครียดมากแล้ว กลับมาอยู่ที่บ้านเราได้ตกลงกับพี่พีว่า พี่พีจะกลับมาช่วยเลี้ยงลูกเพียงแค่คืนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น และในข้อตกลงคือถ้าเค้ามาถึงที่บ้านต้องไม่มีลูกของเราอยู่บ้าน เป็นแบบนี้มา 2 เดือนเต็มๆคะ เราเองทนไม่ไหวแล้ว จะอะไรกับลูกของเรา ลูกเราก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เค้าต้องมาดูแลเลยคะ เด็กๆเป็นเด็กดีคะ ช่วยเราเลี้ยงน้องทุกๆอย่าง จัดเก็บกวาดบ้านที่เค้าพอจะทำได้ เพราะเห็นเราทำงานเหนื่อยกลับมาต้องมาปั๊มนมไว้ วันธรรมดาเราจ้างคนในซอยแถวบ้านเลี้ยงตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นคะ เราพยายามอยากให้พี่พีกลับมา อยากเป็นครอบครัว ช่วงแรกๆเราก็ยอม ตื้อให้เค้ากลับมา ง้อเค้ากลับมาให้ได้ ไม่อยากเลิก อยากให้ลูกมีพ่อ ทำทุกๆอย่างแล้วแต่มันก็มีปัญหาตลอด ตั้งแต่ทะเลาะกับลูกเรา ไม่ให้ลูกเราทั้ง 2 คนเล่นหรือไปแตะตัวลูกเค้า อึดอัดสุดๆแต่อดทน ทุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทะเลาะกันอีกตามเคย แต่พี่พีเค้าพูดว่า เนี้ยแค่เค้ามาช่วยเราเลี้ยงลูกมันก็ดีแล้วนะจะเอาอะไรอีก เรารู้สึกว่าอ้าว..นี้แค่ช่วยหรอ ตั้งแต่ได้คบกันมาครั้งนี้ดูจะรุนแรงที่สุดถึงขนาดตีกันเลยคะ เราจับเข็มขัดได้เราก็ฟาดไปโดนหัวพี่พีจนแตก เค้าสู้เราเหมือนกันจนเราตะโกนบอกให้ลูกเราไปเอามีดมา คิดแล้วว่าถ้าเค้าเข้ามาอีกคงจะเป็นอารมณ์ช่วงวูบแทงเป็นแทงคะ แล้วก็ไล่พี่พีออกไปคะ สุดท้ายเราก็มานั่งเสียใจร้องไห้
เราจะทำยังงัยดีคะ เราคิดอะไรไม่ออก ตอนนี้ลูกคนที่ 3 เราได้ 4 เดือนเอง เราอายุ 29 ปี เราจะไปตามเค้ากลับมาดีไหม หรือยังงัย เพื่อนเราบอกว่าให้เลี้ยงลูกไปก่อน แต่เราไม่อยากเลิก อยากให้ลูกมีพ่อ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครหลายๆคนหรอคะ เหมือนรอบนี้เค้าคงไม่กลับมาแล้วคะ อยากเริ่มชีวิตใหม่ก็โดนคนมองว่า ลูก 3 ผัว 3 มันไม่ดีตามโบราณเค้าถือ ตอนนี้มีคนเข้ามาจีบๆและพร้อมจะดูแล แต่ยังไม่เปิดใจคะ
สามี 3 ลูก 3 ผิดไหมที่อยากจะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้งกับคนที่ 4
ตามชื่อกระทู้เลยคะ ตอนนี้เรามีลูก 3 คนแล้ว โดยลูกทั้ง 3 คนไม่ใช่พ่อคนเดียวกัน
เริ่มจากลูกคนแรก เรามีตอนอายุ 15 ปี แน่นอนคะเกิดความความที่เรายังเด็กและก็ได้ผิดพลาดไป เราทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนแรกมาโดยตลอดคะ ส่วนสามีของลูกคนแรกก็เป็นวัยรุ่นเด็กช่างที่ช่วงนั้นชอบมีเรื่องมีราวไล่ยิง ไล่ฟันกัน และสามีคนที่ 1 เจ้าชู้ และทำให้เราต้องช้ำใจตลอดคะ เป็นเวลาแค่สั้นๆที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะระหว่างที่เรากำลังตั้งท้องอยู่ 5 เดือนนั้น สามีคนที่ 1 ก็ได้ทำผู้หญิงอีกคนหนึ่งตั้งท้องเหมือนกัน กับสามีที่เรามีลูกด้วยคนแรกนั้นทำให้เราเจ็บปวดมากและยังเด็กมาก เราสู้ชีวิตโดยการทำงานด้วยเรียนด้วยแถมเลี้ยงลูกด้วย ตั้งแต่ขายโทรศัพท์ ตลอดจนลานเบียร์ พริตตี้ เราทำหมดคะ
สามีคนที่ 2 เราทำงานลานเบียร์ เค้ามาจีบเราและได้ตกลงคบกัน ส่วนเรื่องลูกคนแรกเราไม่เคยปิดบัง จนกระทั้งตั้งท้องลูกคนที่ 2 เราช่วยกันทำมาหากินปกติ สามีคนที่ 2 มาอยู่ที่บ้านเรา เป็นบ้านชั้นเดียว 1 ห้องนอน คล้ายๆบ้านเช่าชั้นเดียวทั่วไป เมื่อก่อนแม่ของเราปล่อยให้เช่าแต่พอเราตั้งท้องเลยอยากออกมาอยู่เฉพาะครอบครัวเรา สามีคนที่ 2 เป็นวิศวะกรโรงงาน และพ่อแม่สามีก็ช่วยหางานให้คือการทำแบบจี้เครื่องประดับ ลงทุนซื้อเครื่องผลิตมาให้ราคาสูงพอสมควร บ้านเค้าเป็นคนจีนหัวโบราณ สามีคนที่ 2 พาเรามาที่บ้านของเค้าปกติ และได้รับรู้ว่าสามีคนที่ 2 นี้ มีลูกติดเหมือนกับเราและก็อยู่บ้านพ่อแม่สามี และเรื่องราวเดิมๆก็เข้ามา เมื่อสามีคนที่ 2 ออกไปทำงาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้านและบอกกับว่าเธอเป็นภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมายของสามีคนที่ 2 วินาทีนั้นมันทำอะไรไม่ถูกจริงๆคะ สามีคนที่ 2 กลับมาพอดี เราพูดแต่เพียงว่าให้เอาคนของเธอออกไปจากบ้านของฉัน จากนั้นเราก็คุยคะว่าทำไมต้องปิดบัง ทางสามีคนที่ 2 บอกเราว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ของลูกเค้าที่อยู่ที่บ้านนั้นเอง และได้เลิกรากันไปแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่เค้าไม่ยอมหย่า เนื่องจากกลัวในเรื่องสิทธิ์ที่ลูกชายของเค้าสมควรจะได้ หลังจากเรื่องวันนั้นเราและสามีคนที่ 2 ก็มีเรื่องที่ต้องคอยทะเลาะกันแบบนี้มาโดยตลอด เพราะเรื่องหย่า มันเหมือนเราเป็นเมียชัดๆ เลยแบบนี้ อีกอย่างเรื่องของเราก็ต้องปิดบังครอบครัวเค้าเรื่องที่เราเองก็มีลูก เราก็ยอมปิด แต่ทุกครั้งเราก็คอยพูดตลอดว่าเราอึดอัด และอยากจะเปิดใจคุยกับที่บ้านเค้าบ้าง เพราะขนาดเค้ามีลูกเรายังรับเค้าได้เลยคะ บ้านเราไม่มีปัญหาเลยสำหรับเรื่องนี้ เราพยายามจะสอบถามเรื่องหย่า ติดต่อหาเพื่อนที่มีความรู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องฟ้องหย่าคะ ซึ่งมีแต่เราที่กระตือรือร้นที่จะทำมันคะ วันหนึ่งเราก็เริ่มเหนื่อย เบื่อที่จะทำ สุดท้ายจบตรงที่ต้องเลิกกัน เนื่องจากหลายๆอย่าง และเรื่องครอบครัวด้วย ฝ่ายชายเป็นผู้ขอเลิกคะ เราเสียใจมากจริงๆคะ ถึงขนาดทานยาจะฆ่าตัวตายคะ ตอนนั้นมันหมดหนทางจริงๆคะ สุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้
สามีคนที่ 3 เราเริ่มเรียนต่อในช่วงที่เราคบกับสามีของลูกคนที่ 2 คะ เรียนต่อเนื่อง 4 ปี และทำงานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเราเรียนจบได้ทำงานประจำเกี่ยวกับงานขาย ง่ายๆเป็น SALE ขายอุปกรณ์ทุกๆอย่างเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านมีให้หมดคะ และเราก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องลูกที่มีทั้ง 2 คนแต่อย่างไรกับสังคม เราพูดเก่ง ขายเก่ง เงินเดือนเรา 20,000 บาท แต่ก็ได้ค่าคอมทุกๆ เดือน ในเดือนๆ หนึ่งต้องหาได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท เพราะเราซื้อบ้านเดี่ยว ส่งรถ ส่งลูกด้วย ทำงานแบบนี้มาโดยตลอด เหนื่อยสุดๆคะ แต่เรามีความสุขมากๆ ลูกของเราโตแล้วเค้าเป็นเด็กดีช่วยกันทำงานบ้าน และช่วยเหลือตัวเอง ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว และแล้วก็มาเจอเพื่อนร่วมงาน (สามีคนที่3) ขอใช้นามสมมุตินะคะ ชื่อพี่พีละกันคะ พี่พีเข้ามาทำงานกับเราที่บริษัทเดียวกัน และก็เข้ามาเล่นกับเรา ลูกๆเรา เริ่มตั้งแต่คุยกันทุกๆวัน เช้าเราโทร.หากัน วันหยุดก็ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวคะ ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวกันลูกๆไปด้วยทุกครั้ง เราไม่เคยทิ้งลูกนะคะเพราะถ้าเราไม่อยู่บ้านเราต้องเอาลูกไปส่ง ถ้าเป็นคนแรกจะเป็นบ้านยายคือแม่ของเรา คนที่ 2 จะเป็นบ้านพ่อเค้าคือไปอยู่กับอาม่า เป็นเวลาไม่กี่เดือนที่เรามีความสุขมากๆ พี่พีเค้าดีกับเรามากๆ รักลูกเรา เลี้ยงลูก นอนกับลูก ดูแลลูก ไปรับส่งลูกเราไปโรงเรียน เราว่างหรือไม่ว่างเราสามารถฝากลูกเรากับเค้าได้เลยคะ เค้าทำทุกๆอย่างกับเราและลูกดีมาก จนเราและลูกๆรักพี่พีกันคะ เป็นแบบนี้มา 8 เดือน และพี่พีก็ย้ายเข้าอยู่ที่บ้านของเรา ดีกับเราทุกอย่าง จนกระทั่งเราต้องท้อง เราดีใจมากๆ ที่มีคนรักและเข้าใจเรา รับได้ที่เรามีลูกแล้ว และยังเข้ากับลูกของเราได้ดีอีกด้วย เรารีบบอกพี่พี จากนั้นพี่พีเปลี่ยนไปแบบเหมือนหน้ามือเป็นหลัง..เลยคะ เค้าพูดว่าเค้าไม่พร้อม เค้าจะมีลูกได้ยังงัย เราตกใจมากๆคะที่มีคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากพี่พี เราคิดว่าพี่พีคงตกใจ หลังจากนั้นพี่พีเริ่มทะเลาะกับลูกเรา ไม่เอาลูกเรา ไม่ทำอะไรเลย มีครั้งหนึ่งอยูๆพี่พีหายไปจากชีวิตของเรา เราตามหาพี่พี ตามหากับเพื่อนๆของพี่พี ตอนนั้นเรากำลังท้องได้ 6 เดือนแล้ว พี่พีหายไปแบบนี้โดยที่ไม่พูดอะไร จะเอายังงัยก็ไม่บอก เราทำอะไรไม่ถูกแล้ว ร้องไห้อย่างเดียว พยายามตามหา ตามจากเพื่อน ตามจากคนรู้จัก ส่องตามเฟส ตามไลน์ เค้าให้เพื่อนทำเป็นว่าเค้ากลับสุรินทร์ (บ้านพี่พีก็อยู่ที่สุรินทร์คะ) แท๊กสถานที่ในเฟสของเค้าว่าอยู่ด้วยกัน เราเห็นเราก็เลยขับรถจากกรุงเทพเพื่อไปสุรินทร์ไปตามหาพี่พี ขับรถออกไปกับลูกทั้ง 2 คน สุดท้ายตามจนเจอที่จังหวัดขอนแก่น พี่พีเห็นหน้าเราพูดกับเราแค่เพียงว่าเดี๋ยวกลับไปคุยกันที่บ้าน เราก็กลับตอนนั้นเลย ตามจริงแล้วเรามาตามพี่พีขนาดนี้แล้วทำไมเค้าถึงไม่กลับมากับเรา เค้าไม่สงสารเราเลย เราท้องอยู่นะแถมยังมีแต่เด็ก สุดท้ายเราขับรถกลับมาเอง
จากนั้นเค้าก็ไม่ค่อยกลับบ้าน เค้าบอกว่าถ้าเค้าจะกลับต้องไม่มีลูกของเราอยู่ที่บ้าน เราอึดอัดมากๆ เราทำได้แต่ร้องไห้ พอถึงกำหนดใกล้คลอดเราถามพี่พีจะเอายังงัย เราพูดแต่เพียงว่าต้องให้พ่อแม่เค้ารับรู้นะว่าเค้ามีหลาน เราไม่ได้เรียกร้องอะไร หรือให้มารับผิดชอบเลยคะ เพียงแต่ไม่อยากให้ลูกคนนี้มีปัญหาอีก ไม่อยากเลิก และอยากจะปรับเปลี่ยนทุกๆ อย่างเพื่อให้เป็นครอบครัว ส่วนคำตอบที่ได้คือพี่พีเลือกที่จะไม่บอกพ่อกับแม่ เราถามว่าถ้าลูกถามหาปู่กับย่าละ พี่พีบอกว่าก็จะบอกตามตรงว่า เค้าไม่ได้บอกปู่กับย่าว่ามีลูก เห่อ..ฟังแล้วถ้าคนเป็นลูกจะรู้สึกเสียใจมากขนาดไหนพูดมาได้งัย ยิ่งถึงกำหนดคลอดพี่พียิ่งห่าง ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเกือบทุกวัน สุดท้ายเราหาทางออกไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าบทสรุปเค้าจะเอายังงัย เราเลยพาลูกทั้ง 2 คน ไปตามหาพี่พีที่คอนโดของพี่พี พ่อกับแม่เค้าอยู่คะ แล้วตัวเค้าก็อยู่ด้วย เราเลยบอกกับแม่ของเค้าว่าเราท้อง แม่เค้ามองหน้าเรา เราบอกเพียงแต่ว่าที่บอกไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ครอบครัวพี่พีทำหน้าตาเฉยๆ แถมสายตายังมองดูถูกเหมือนเราเป็นผู้หญิงไม่ดีเหมือนมาหลอกลูกเค้าหรือเปล่า เราเลยพูดว่าบอกเฉยๆถ้าอย่างนั้นก็บอกลูกชายคุณว่าไม่ต้องมายุ่งกันแล้วนะคะ เราพูดด้วยน้ำเสียงดีๆคะ ไม่ได้ประชดอะไรคะ แม่ของพี่พีเลยพูดกลับมาว่า ได้ยินรึยังพี เค้าบอกว่าไม่ต้องไปยุ่งก็ไม่ต้องไปยุ่ง หลังจากวันนั้นพี่พีมาที่บ้าน แล้วคุยกับเราว่าทำไมเราถึงกล้าที่จะมาคุยบอกแม่เค้าอย่างนั้น อยู่เฉยๆแบบนี้ก็ดีแล้วจะฆ่าตัวเองทำไม ถ้าทำแบบนี้เค้าจะยิ่งออกห่างเราและเค้าไม่ชอบ
วันที่เราคลอดเค้ามาส่งเราที่โรงพยาบาลและออกไปทำงานปกติ หลังจากคลอดเค้าก็มารับ มองหน้าลูกและพูดว่าทำไมชีวิตเค้าต้องเป็นแบบนี้อยู่ดีๆก็ต้องมาเลี้ยงเด็ก เราได้ยินแต่ไม่พูดอะไรดีกว่าแค่นี้เราก็เครียดมากแล้ว กลับมาอยู่ที่บ้านเราได้ตกลงกับพี่พีว่า พี่พีจะกลับมาช่วยเลี้ยงลูกเพียงแค่คืนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น และในข้อตกลงคือถ้าเค้ามาถึงที่บ้านต้องไม่มีลูกของเราอยู่บ้าน เป็นแบบนี้มา 2 เดือนเต็มๆคะ เราเองทนไม่ไหวแล้ว จะอะไรกับลูกของเรา ลูกเราก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้เค้าต้องมาดูแลเลยคะ เด็กๆเป็นเด็กดีคะ ช่วยเราเลี้ยงน้องทุกๆอย่าง จัดเก็บกวาดบ้านที่เค้าพอจะทำได้ เพราะเห็นเราทำงานเหนื่อยกลับมาต้องมาปั๊มนมไว้ วันธรรมดาเราจ้างคนในซอยแถวบ้านเลี้ยงตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นคะ เราพยายามอยากให้พี่พีกลับมา อยากเป็นครอบครัว ช่วงแรกๆเราก็ยอม ตื้อให้เค้ากลับมา ง้อเค้ากลับมาให้ได้ ไม่อยากเลิก อยากให้ลูกมีพ่อ ทำทุกๆอย่างแล้วแต่มันก็มีปัญหาตลอด ตั้งแต่ทะเลาะกับลูกเรา ไม่ให้ลูกเราทั้ง 2 คนเล่นหรือไปแตะตัวลูกเค้า อึดอัดสุดๆแต่อดทน ทุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทะเลาะกันอีกตามเคย แต่พี่พีเค้าพูดว่า เนี้ยแค่เค้ามาช่วยเราเลี้ยงลูกมันก็ดีแล้วนะจะเอาอะไรอีก เรารู้สึกว่าอ้าว..นี้แค่ช่วยหรอ ตั้งแต่ได้คบกันมาครั้งนี้ดูจะรุนแรงที่สุดถึงขนาดตีกันเลยคะ เราจับเข็มขัดได้เราก็ฟาดไปโดนหัวพี่พีจนแตก เค้าสู้เราเหมือนกันจนเราตะโกนบอกให้ลูกเราไปเอามีดมา คิดแล้วว่าถ้าเค้าเข้ามาอีกคงจะเป็นอารมณ์ช่วงวูบแทงเป็นแทงคะ แล้วก็ไล่พี่พีออกไปคะ สุดท้ายเราก็มานั่งเสียใจร้องไห้
เราจะทำยังงัยดีคะ เราคิดอะไรไม่ออก ตอนนี้ลูกคนที่ 3 เราได้ 4 เดือนเอง เราอายุ 29 ปี เราจะไปตามเค้ากลับมาดีไหม หรือยังงัย เพื่อนเราบอกว่าให้เลี้ยงลูกไปก่อน แต่เราไม่อยากเลิก อยากให้ลูกมีพ่อ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครหลายๆคนหรอคะ เหมือนรอบนี้เค้าคงไม่กลับมาแล้วคะ อยากเริ่มชีวิตใหม่ก็โดนคนมองว่า ลูก 3 ผัว 3 มันไม่ดีตามโบราณเค้าถือ ตอนนี้มีคนเข้ามาจีบๆและพร้อมจะดูแล แต่ยังไม่เปิดใจคะ