Star Wars: The Force Awakens พังสถิติยับเยิน คว้าหลายตำแหน่งท็อปในอันดับหนังทำเงินตลอดกาล

US Box Office December 18-20, 2015


(แปล/เรียบเรียงจาก www.boxoffficemojo.com)

Star Wars: The Force Awakens  กระหน่ำอันดับหนังทำเงินแบบสุดๆ และเปิดตัวไปด้วยตัวเลขมโหฬาร 247.9  ล้านเหรียญ จากการฉาย 3 วันแรกเฉพาะในอเมริกา โดยรวมรายได้รอบพรีวิวคืนวันพฤหัสฯ 57 ล้านเหรียญด้วย ขณะที่ตลาดนอกอเมริกาก็ทำรายมหึมากว่าที่ 281 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้เปิดตัวทั่วโลกอยู่ที่ 524.9 ล้านเหรียญ ซึ่งมากพอจะทุบสถิติสารพัดที่หนังเรื่องอื่นๆ สร้างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถิติเปิดตัวสูงสุดในอเมริกา 208.8 ล้านเหรียญของ Jurassic World เมื่อซัมเมอร์ปีนี้ รวมไปถึงเปิดตัวทั่วโลกมากที่สุด และแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่นี้

ในวันแรกที่ฉาย Force Awakens ทำเงินไปถึง 119.1 ล้านเหรียญ ทำสถิติใหม่หนังรายได้วันเปิดตัวมากที่สุด แล้วยังไปทุบสถิติหนังเปิดตัวเดือนธันวาฯ มากที่สุด 84.62 ล้านเหรียญของ The Hobbit: An Unexpected Journey เมื่อปี 2012 เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ไปดูกันว่า หนังสร้างสถิติใหม่อะไรบ้างเฉพาะในอเมริกา
@ รายได้รอบพรีวิววันพฤหัสบดีสูงสุด: 57 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 (43.5 ล้านเหรียญ) แต่รายได้ของ The Harry Potter and the Deathly Hallows - Part 2 จะมีแค่รายได้ในรอบมิดไนท์ แต่ Force Awakens เริ่มฉายรอบพรีวิวกันตั้งแต่ทุ่มตรงของวันพฤหัสบดี แล้วยังมีรายได้จาก Star Wars รอบมาราธอน ที่ขายตั๋วใบละ 59.99 เหรียญ รวมเข้ามาอีกด้วย)
@ รายได้วันศุกร์ วันเปิดตัวเพียงวันเดียวมากที่สุด: 119.1 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 (91 ล้านเหรียญ)
@ รายได้วันอาทิตย์ มากที่สุด: 60.5 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (57.2 ล้านเหรียญ)
@ รายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์ ในอเมริกามากที่สุด: 247.9 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (208.8 ล้านเหรียญ)
@ รายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์ทั่วโลกมาที่สุด: 529 ล้านเหรียญ จาก 4,134 โรง ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (524.9 ล้านเหรียญ)
@ รายได้เฉลี่ยต่อโรงมากที่สำหรับ สำหรับหนังเปิดตัวในวงกว้าง: 59,982 เหรียญต่อโรง ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (48,855 เหรียญต่อโรง จากการฉาย 4,274 โรง)
@  หนังเรท พีจี-13 ที่เปิดตัวสุดสัปดาห์ได้มากที่สุด: 247.9 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (208.8 ล้านเหรียญ)
@ ทำรายได้ในสุดสัปดาห์ของช่วงฮอลิเดย์มากที่สุด: 247.9 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า The Hunger Games: Catching Fire (158 ล้านเหรียญ) โดยช่วงฮอลิเดย์ หมายถึงตั้งแต่ศุกร์แรกของเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงสัปดาห์วันขึ้นปีใหม่ หรือสุดสัปดาห์ขึ้นปีใหม่ สำหรับรายได้ในอเมริกา Force Awakens ไม่สามารถทำลายสถิติรายได้วันเสาร์มากที่สุดของ Jurassic World (69.6 ล้านเหรียญ) ลงได้ และไม่มีใครคิดว่า หนังจะไม่สามารถทำลายสถิติรายได้วันจันทร์มากที่สุดของ Spider-Man (27.6 ล้านเหรียญ) เมื่อปี 2004 ไม่ได้ ซึ่งจะทำให้หนังน่าจะคว้าตำแหน่งหนังทำรายได้ 300 ล้านเหรียญ เร็วที่สุดตามมา โดยที่ไม่ต้องไปมองถึงรายได้ทั้งหมดในอเมริกา ที่ Avatar ทำไว้ 760.5 ล้านเหรียญ โดยดูจากค่าเฉลี่ยตลอด2 ปีที่ผ่านมา และทำให้รายได้ในอเมริกาน่าจะอยู่ที่ราวๆ 714-833 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับ Harry Potter and the Deathly Hallows - Part 2 ที่เปิดตัวคล้ายๆ กัน หนัง Potter ปิดตัวที่ราวๆ 565 ล้านเหรียญ ในอเมริกา ซึ่งเป็นเพราะหนังรายได้หล่นฮวบถึง 72% ในสัปดาห์ที่สอง กับการที่มีช่วงคริสต์มาสรออยู่ รายได้ของ Star Wars จะไม่หล่นขนาดนี้แน่ๆ แต่เรากำลังพูดถึงหนังที่ยังไม่ได้เข้าชาร์ทในตอนนี้ ซึ่งอาจจะทำให้อนาคตคาดเดาได้ยากพอๆ กับการคาดการณ์ในสุดสัปดาห์ช่วงที่หนังเปิดตัว
@ รายได้รวมสุดสัปดาห์มากที่สุด (รวม 12 เรื่องแรก): 305.5 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า สุดสัปดาห์ 12-14 มิถุนายน 2015 (266 ล้านเหรียญ)
@ รายได้รวมสุดสัปดาห์เดือนธันวาฯ มากที่สุด (รวม 12 เรื่องแรก): 305.5 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า สุดสัปดาห์ที่ 25-27 ธันวาคม 2009 (259.9 ล้านเหรียญ)
@ รายได้วันเดียวเดือนธันวาคมมากที่สุด: 119.1 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า The Hobbit An Unexpected Journey (37.13 ล้านเหรียญ)
@ เปิดตัววงกว้างในเดือนธันวาคมมากที่สุด: 4,134 โรง ชนะแชมป์เก่า The Hobbit An Unexpected Journey (4,045 โรง)
@  เปิดตัวสุดสัปดาห์เดือนธันวาคมมากที่สุด: 247.9 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า The Hobbit An Unexpected Journey (84.62 ล้านเหรียญ)
@ ทำรายได้ร้อยล้านเร็สที่สุด ใช้เวลาแค่ 1 วัน ชนะแชมป์เก่า Jurassic World ที่ใช้เวลา 2 วัน
@ รายได้ทั่วโลกในโรงไอแมกซ์ มากที่สุด: 48 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (44.1 ล้านเหรียญ)
@ รายได้เปิดตัวในโรงไอแมกซ์ ที่อเมริกามากที่สุด: 30.1 ล้านเหรียญ ชนะแชมป์เก่า Jurassic World (20.9 ล้านเหรียญ)

กับรายได้ต่างประเทศ Force Awakens ทำได้ 281 ล้านเหรียญ น้อยกว่ารายได้เปิดตัวของ Jurassic World นอกอเมริกาที่ทำไว้ 316.1 ล้านเหรียญ แต่เมื่อรวมกับรายได้ในอเมริกา ที่เปิดได้อย่างสวยงาม ทำให้มากพอจะกลายเป็นหนังเปิดตัวมากที่สุดทั่วโลกด้วยตัวเลข 524.9 ล้านเหรียญ มากกว่าที่ Jurassic World ทำได้ 4.1 ล้านเหรียญ ซึ่งความต่างนั้นมาจากรายได้ในอเมริกาที่ Star Wars เก็บได้มากกว่าทำได้ดีกว่าเกือบๆ 40 ล้านเหรียญ

แต่เรื่องสร้างสถิติก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าในอเมริกาเลย หนังทำสถิติเปิดตัวมากที่สุดตลอดกาลได้ที่ อังกฤษ (รายได้ 4 วัน), ออสเตรเลีย, รัสเซีย, เยอรมันนี, สวีเดน, นอร์เวย์, ฟินแลนด์, ออสเตรีย, โปแลนด์ (สามวัน), เดนมาร์ค (5 วัน), โรมาเนีย, ฮังการี, บัลกาเรีย, โครเอเชีย, ยูเครน, ไอซแลนด์, เซอร์เบีย, นิว ซีแลนด์ โดยประเทศที่ทำรายได้มากที่สุดได้แก่ อังกฤษ (50.6 ล้านเหรียญ), เยอรมันนี (27.5 ล้านเหรียญ), ฝรั่งเศส (22.5 ล้านเหรียญ), ออสเตรเลีย (19.6 ล้านเหรียญ) และญี่ปุ่น (13.4 ล้านเหรียญ)

ที่สำคัญคือหนังยังไม่เปิดตัวที่จีน ซึ่งสามารถทำเงินในสัปดาห์เปิดตัวให้ Jurassic World ได้มากกว่า 99 ล้านเหรียญ โดยทางวอลล์ สตรีม เจอร์นัล เกริ่นไว้แล้วว่า Star Wars ยังไม่เคยสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของจีน และต้องรอจนกระทั่งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หนังสามเรื่องแรกถึงได้ฉายเป็นครั้งแรกในจีน ที่เทศกาลภาพยตร์เซี่ยงไฮ ซึ่งทำเงินรวมกันได้แค่ 18.7 ล้านเหรียญ เหนือกว่ารายได้ของหนังที่ออกฉายในในปี 1999, 2002 และ 2005  ดิสนีย์พยายามทำการตลาดอย่างหนักหน่วงในจีน และต้องรอถึงสุดสัปดาห์วันที่ 9 มกราคมปีหน้า ถึงจะรู้ว่าได้ผลหรือไม่

สำหรับหนังเรื่องอื่นๆ ที่เปิดตัวในสัปดาห์นี้ ที่อันดับ 2 เป็น Alvin and the Chipmunks: The Road Chip ที่ทำรายได้ 14.2 ล้านเหรียญ ซึ่งลดมาเรื่อยๆ จากภาคก่อนๆ โดยรายได้เปิดตัวของหนังภาคสองตกจากภาคแรก 52% และตอนนี้หนังภาคสามก็ตกจากภาคก่อน 38.5% ซึ่งมองในมุมหนึ่งก็คือ ดีกว่าเดิม หนังรับมือกับ Star Wars ได้ดี และกับคะแนน A- จากซีนีมาสกอร์ ที่ดีขึ้นกว่าภาคสอง หนังน่าจะยืนระยะไปได้ในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ Sisters ของทีนา เฟย์ และเอมี โพห์เลอร์ คว้าอันดับสามด้วยรายได้เปิดตัว 13.9 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า This Is 40 เมื่อปี 2012 ประมาณสองล้านเหรียญ ซึ่งในตอนนั้น หนังเจอคู่ปรับอย่าง The Hobbit: An Unexpected Journey ที่เปิดฉายเป็นสัปดาห์ที่สอง โดยมี Jack Reacher เปิดตัวในวงกว้าง แล้วพอสัปดาห์ที่สอง This is 40 รายได้ก็กระเตื้องขึ้นราวๆ 8% สำหรับคำวิจารณ์หนังสองเรื่องที่ว่า ก็ออกมาพอๆ กัน โดย Sisters ได้ "B จากซีนีมาสกอร์ แต่ This Is 40 แค่ B- ถ้า Sisters เดินหน้าไปในแบบเดียวกัน ก็น่าจะเก็บรายได้ในระดับ 75 ล้านเหรียญขึ้นไป

อันดับ 5 เป็น Creed ที่ยืนระยะได้ดี ทำเงินมาอีก 5 ล้านเหรียญ และรายได้รวมเพิ่มเป็น 87.9 ล้านเหรียญ แต่ In the Heart of the Sea ไม่ได้ดูดีขนาดนี้ กับสัปดาห์ที่สอง หนังรายได้ตกลงถึง 69% ทำเงินได้แค่ 3.4 ล้านเหรียญ รายได้รวมแค่ 18 ล้านเหรียญ ซึ่งพอๆ กับรายได้ในสัปดาห์ที่สองของหนังที่รอน โฮเวิร์ด จับมือกับคริส เฮมสเวิร์ธเรื่องก่อน Rush ทำเอาไว้ จากการเปิดตัวในวงกว้าง

ที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ สองหนังบอลลีวูด ที่ฉวยโอกาสเข้าฉายในช่วงนี้ Dilwale และ Bajirao Mastani ทำได้ดีถึงขั้นติดอันดับ 9 และ 10 ในอันดับหนังทำเงิน

สำหรับการฉายในวงจำกัด Son of Saul หนังภาษาต่างประเทศเต็งออสการ์ เปิดตัวด้วย 3 โรงฉาย และทำเงินได้ 37,930 เหรียญ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรง 12,643 เหรียญ ซึ่งดูท่าแล้วหนังไม่น่าจะถูกเปิดฉายด้วยจำนวนโรงระดับมากกว่า 125 โรง

ส่วนอดีตแชมป์ The Hunger Games: Mockingjay - Part 2 กลายเป็นหนังเรื่องที่ 6 ของปีนี้ ที่ทำเงินผ่าน 250 ล้านเหรียญในอเมริกา ขณะที่รายได้รวมทั่วโลกก็ไปถึง 595.5 ล้านเหรียญแล้ว แต่ก็ยังรั้งท้ายรายได่ของหนังชุดนี้  

สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ฝุ่นตลบ เพราะมีหนังเปิดตัวกันให้รึ่ม ได้แก่ หนังตลกวิลล์ เฟอร์เรลล์ - มาร์ค วอห์ลเบิร์ก Daddy's Home, หนัง Point Break ฉบับสร้างใหม่, Joy ของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ Concussion หนังหวังรางวัลของวิลล์ สมิธ ขณะที่หนังเก่าบางเรื่องก็จะเพิ่มโรง เช่น The Big Short ที่จะฉายกว่า 2,200 โรง, The Danish Girl เพิ่มเป็นมากกว่า 400 โรง, หนังเควนติน ทารานติโน The Hateful Eight จะเปิดตัวในระดับ 100 โรง และ The Revenant, 45 Years and Anomalisa จะออกตัวในแบบจำกัดโรง ดูแล้วยุ่งอีรุงตุงนังดีทีเดียว

อ่านแล้วถูกใจ แวะไปกดไลค์เพจ www.facebook.com/Sadaos ให้ด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่