สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกนะคะ ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ มีคำถาม มาขอคำปรึกษาจากชาวพันทิบค่ะ คือว่าก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน และเล่าเรื่องราวแสนยาวสักครู่
จทกท อายุ23ปี กำลังเรียนอยู่ปี4มหาลัยแห่งหนึ่งในทางภาคเหนือ แล้ว จขกท มีน้องซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นผู้หญิง สมมุติชื่อน้องเอ น้องเออยู่ชั้นป.5เราเพิ่งมาสนิทกันตอนปีที่แล้ว เพราะพ่อของเจ้าของกระทู้ชอบพาน้องเอมาบ้านจขกท พามาเที่ยวบ้าง พามาช่วยงานบ้าง พ่อซื้อโน้นซื้อนี่ตามใจน้องเอมาก น้องเอแกเป็นเด็กพูดเก่ง เฟรนลี่มากๆ พ่อจขกท เหมือนจะได้ลูกสาวเล็กๆมาเลี้ยง พ่อแลดูมีความสุข ลืมบอกไป แม่น้องเอเสียแล้วตอนน้องเออยู่ป.2ส่วนพ่อของน้องเออยู่ไหนก็ไม่ทราบ น้องเออยู่กับยายกับป้า
จนวันหนึ่ง จขกท ถามน้องเอว่าโตขึ้น อยากเป็นอะไรน้องเ อเงียบไป.และยิ้มอ่อน จนไม่นานจขกท ก็ถามน้องเออีกคำถามเดิม ก็ได้คำตอบเงียบๆแบบเดิม ดูจากสายน้องเอแล้ว คิดว่าแกไม่ได้ลังเลนะ แต่แกคิดไม่ออก จนอยู่กันบ่อยๆก็ได้คำตอบว่า น้องเอเรียนจบมอสามแล้วจะไปทำงาน น้องเออยากทำงานร้านอาหารเป็นเด็กเสริฟ แล้วจขทก็ถามอีกว่าทำไมไม่คิดเรียนต่อสูงๆ ดูยายสิ ยายทำงานเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ส่วนป้าก็ทำงานเป็นพยาบาล ไม่อยากทำงานดีๆบ้างเหรอ คำตอบที่ได้คือ ไม่อยากเรียนแล้ว ขี้เกียจ เหนื่อย เรียนให้จบมัธยมสามก็จะแย่อยู่แล้ว !!!!คือแบบ ดิฉันเงิบมาก จากที่ดิฉันเห็นน้องเอนะ ที่โรงเรียนก็อยู่ติดดอย เป็น รร เล็กๆ มีเด็กนักเรียน ไม่เกิน200คนมีตั้งชั้นอนุบาลถึงมัธยมสาม 40%เป็นเด็กชาวเขาที่มากับพ่อแม่มารับจ้างทำงานแถวนั้น มีครูน้อยมาก บางทีวันๆก็ไม่มีเรียน เล่นทั้งคาบ แล้วเด็กก็พัฒนาการช้ามาก น้องเอเป็นเด็กไวพริบดีเอาตัวรอดเก่ง เก่งกว่า จขกทอีก แต่จากที่อยู่กันไปนานๆก็พบว่า
น้องเอซึ่งอยู่ ป.5 อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ถูก บางคำสะกดไม่ได้
บวกลบเลขง่ายๆก็ช้ามาก อย่างเช่น ถามเป็นประโยค ว่ามีเงิน20บาทจะไปเข้าห้องน้ำเสียค่าบริการคนละ3บาท ไปกันสองคนเอาแบงค์20ให้เขา เขาต้องทอนเท่าไหร่ แกตอบไม่ได้อ่ะค่ะ บางทีขายของที่ร้าน ราคา15บาท ลูกค้าให้แบงค์20มา น้องเอทอนตังไม่ได้ (จะสอนให้ขายของ) คิดนานมาก ยิ่งถ้าถามแบบ 58+30ได้เท่าไหร่ ยิ่งตอบไม่ได้ ต้องเอากระดาษ มาขีด ขอย้ำว่ามาขีดทีละขีด ขีดไป50ขีด แล้วขีด30ขีดแล้วมานับรวมกันว่า ได้กี่ขีด นั่นคือวิธีการคิดของนาง เราก็ตั้งคำถามว่าพี่ถามหลักร้อย น้องเอจะไม่ขีดจนมือหงิกเหรอ ทำไมไม่ตั้งโจทย์ แบบแนวตั้ง 50+30ได้เท่าไหร่ ไม่ก็เอา50ไว้ในใจแล้วนับไปอีก 30 ล่ะ คำตอบที่ได้คือ ยิ้มอ่อน
อีกเรื่องคือนางอยากได้นาฬิกาข้อมือ จขกท ยังไม่มีเลย จขกท ก็ถามว่าตอนนี้กี่โมง นางตอบไม่ได้ โดยชี้ไปนาฬิกาแขวน คือแบบจขกทเคยบอกนางว่าอีกสองชั่วโมงปลุกพี่ตื่นนะพี่จะไปนอนแปปนึง เดียวอีกสองชั่วโมงพี่จะพาไปเดินตลาด ตอนนั้นไม่ทราบว่านางดูเวลาไม่เป็น ไม่ทัน หนึ่งชั่วโมงเรียกตื่นละ ตอนนั้นก็ไม่เอะใจนึกว่าตื่นเต้นจะได้ไปเดินตลาดเลยปลุกก่อนเวลา ตอนนี้รู้แล้วว่านางดูนาฬิกาไม่เป็น แต่ดันอยากได้นาฬิกา เราก็เลยสอนนางไป ตอนนี้ดูเวลาเป็นแล้ว และก็ได้นาฬิกาสีชมพูสมใจอยากนางละ คือจะบอกว่า ไ่ม่มีคนใส่ใจเด็กเลยเหรอ จขกท อ่านนาฬิกาเป็นตั้งแต่ป.2 รร สอนค่ะ
รู้ละว่านางอ่อนเรื่องเรียนเลยจะสอนอะไรที่มันจำเป็น จขกท ก็เลยสอน อ่านวันเดือนปีบนฉลากดูวันหมดอายุ เชื่อมั้ยคะทุกท่าน นางไม่รู้เดือนในไทย ต้องสอนท่องตั้งแต่ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม กันเลย บอกตั้งแต่ หนึ่งปีมีกี่วัน หนึ่งสัปดาห์มีกี่วัน หนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง เดือนลงท้ายด้วยคมมีกี่วัน บลาๆๆๆๆ จขกท หนักใจมาก เรียนกันยังไง ไม่รู้เลยเหรอว่าเด็กมันไม่รู้ น้องเอไม่รู้จัก คริสต์ศักราช กับ พุทธศักราช ต้องสอน วิธีทำ พ.ศเป็นค.ศ ต้องเล่ายันที่มาของ พ.ศ ค.ศ ตั้งพระพุทธเจ้าปรินิพานยัน พระเยซูประสูติ
คือแบบบางที จขกท มีชวน อ่านหนังสือนิยาย นางก็ไ่ม่อ่าน ไม่ค่อยสนใจ บางทีก็บังคับอ่านหนังสือ หาอะไรอ่านในเน็ต บางทีก็อ่านเรื่องผีๆ ก็ได้ผลอยู่นะคะ น้องเออ่าน อ่านช้ามาก
จขกท หนักใจเป็นห่วงน้องเอ ก็เลยไปถามเพื่อนสนิทซึ่งเขาก็มีน้องสาวอยู่1คนอยู่ชั้นป.3 จขกท สมมุติชื่อน้องจี ก็เลยฝากคำถาม ไปถามน้องจีว่า โตขึ้นมาน้องจีอยากเป็นอะไร และคำตอบที่ได้คือ น้องจีจะเรียนแค่มัธยมสาม พอแล้ว (น้องจีขี้เกียจมาก) แต่คำตอบที่ทำให้ตะลึงคือ น้องไม่อยากเรียนต่อ จบมอสามจะเอาผัวแล้ว !!!!!!!!!!!!!!!นี่คือคำตอบของเด็ก ป.3. ดิฉันสตั้น สิคะ เพื่อนจขกท ก็ตกใจมิใช่น้อยกับคำตอบ ดีนะพ่อน้องจีไม่มาได้ยิน มิเช่นนั้นหนูคงโดนหวายหลังขาดไปแล้ว ที่บ้านน้องจีคือพ่อเป็นตำรวจ ให้น้องจีเรียน รร เอกชนอย่างดี แต่การมีตัวอย่างที่ดี สังคมดี ก็ไม่ได้ทำอะไรบางอย่างมันดี มันขาดอะไรนะ?
อีกเคสหนึ่งค่ะ ลูกชายวัยประถมของเจ้ากิจการ(รวยมาก) คือพี่ชายของเด็กคนนี้เป็นทหารแล้วเรียนเก่งมาก ก็เลยสอนน้องอยากให้น้องเป็นทหาร แต่สิ่งที่น้องตอบกลับมาคือ หนูไม่อยากเป็นทหารเพราะกลัวตายกลัวลำบาก อันนี้เข้าใจนะ แต่ก็ถามไปว่าอยากเป็นอะไร เจ้าหนูก็ตอบมาว่าอยากเป็นเจ้าของกิจการเหมือนพ่อเพราะพ่อรวยมาก ประมานว่าพ่อจบแค่ป.4แต่ทำงานจนมั่งมี ขนาดนี้. เจ้าหนูเลยไม่อยากเรียนหนังสือเอาแต่เล่นเกมส์ บอกเปรยๆว่าอยากสอบแค่ ป.6 แล้วช่วยพ่อทำงาน ฟังละน่าปวดหัว
เข้าใจค่ะว่าพื้นฐานชีวิตเรามันต่างกันและไม่ได้อยากคาดคั้นเด็กให้หาจุดหมายในชีวิตนะแต่เพราะการมีแรงบันดาลใจ การมีตัวอย่างที่ดี มันสร้างอะไรดีๆในตัวเด็กได้น่ะค่ะ แต่อยากทราบว่าสมัยนี้ผู้ปกครองยังใส่ใจลูกหลานท่านหรือไม่คะ มีการปลูกฝั่งความคิดให้เด็กอยู่ไหม. ตอนเด็กจขกท ยากจนมาก แม่จบแค่ ป.4 ส่วนคุณพ่อไปทำงานไกลบ้าน จขกท ก็มีแม่ค่อยบอกนี่แหละค่ะ ท่านพยามสอน พยามชี้ทาง ว่าถ้าอยากมีเงินให้ทำงานดีๆ และการที่จะได้ทำงานดีๆต้องตั้งใจเรียน เพราะความจนมันน่ากลัว ท่านกล่อมเกลาให้เห็นว่าแม่ลำบากไม่มีโอกาสเรียนอยากให้ลูกเรียนสูง แล้วพยามบอกว่าแบบพี่ข้างบ้านตอนเด็กๆลำบากมากต้องเกี่ยวหญ้าค้าเอาไปขายมือแหกไปหมดร้องไห้ลั่นเลยแล้วยังบอกว่าจะตั้งใจเรียนจะได้ไม่ต้องลำบากแบบนี้ พอพี่เขามีโอกาสได้เรียนก็ตั้งใจเรียนมาก ตอนนี้เป็นพยาบาลแล้ว !!!นี่ไงตัวอย่างที่ดี จขกท ถือว่ามีโอกาสดีมากที่แม่ใส่ใจตอนเด็กๆ ถึงแม่จะสอนการบ้านไม่ค่อยได้ แต่แม่ก็ใส่ใจมากๆ สอนท่อง เอบีซี ตอนป.1 สอนท่อง กอไก่ตั้งแต่อนุบาล พาจขกท ท่องสูตรคูณ พาจขกท เขียนตามคำบอก พยามถามว่าตอนนี้กี่โมง สอนให้ดูเวลา คำถามที่โดนบ่อยๆคือ ประมานว่าถ้าอีก15นาทีจะ8โมง ตอนนี้คือเวลากี่โมง เป็นคำถามที่ล้ำลึกสำหรับเด็กประถมค่ะ บางทีก็สลับกันอ่านหนังสือให้ฟัง หนังสือเก่าๆที่เก็บได้ แม่จขกท ก็เอามาให้อ่าน ชวนดูทีวี ถามเรื่องละครที่ดู ตอนโตนี่เพิ่งรู้ว่า แม่สอนให้พูดสรุปใจความสำคัญจากละครที่ดู
จขกท พยามเล่าให้น้องเอฟัง ยกตัวอย่างคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เช่น มีญาติสนิท ชื่อน้องดิว อายุ18ในตอนนี้ พ่อแม่น้องดิวไม่ส่งเรียนหนังสือเลย แม่ไม่มีเงิน ไม่รุ้หนังสือ รับจ้างไปวันๆ แค่หาให้กินได้ไปวันๆ ส่วนพ่อก็งก มีเงินเดือนแต่ไม่ส่งดิวเลยให้ไปหาเอาเอง ดิวจบแค่มอสาม รร ใกล้บ้าน โดยเป็น รร ที่ไม่ต้องจ่ายค่าทอม ถ้าต่อมอสี่คงไม่มีหวังไม่มีเงินเรียน ก็เลยทำงานส่งตัวเองเรียน กศน. ที่จริงดิวทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก. ดิวเคยมาบ่นกับ จขกท ว่าขอตังพ่อ20ไปซื้อผ้าอนามัยยังโดนบ่น ก็เลยไม่อยากขอ ไม่อยากถามอีก (น่าเห็นใจ) ดิวเรียนเก่ง มีไหวพริบดี ทำงานยากๆก็เป็น ชีวิตที่กร้านแบบนี้ทำให้คนแกร่งจริงๆ แต่ที่สุดคือดิวไม่ได้เรียนต่อ ไม่นานมานี้คุยกับดิว ดิวบอกว่าเห็นเพื่อนๆกำลังสอบเข้ามหาลัย น่าอิจฉามาก ส่วนดิวก็เดินต็อกๆหางานทำ ตอนนี้ตกงาน ส่วนอีกคนแกชื่อน้องเกสอายุประมาน15ปี เป็นชาวเขา มาทำงานล้างจานร้านเดียวกับที่ จขกท ทำงานพาสทาม น้องเกสเห็น จขกท ใส่ชุดนักศึกษา แก่ทำตาวาว เข้ามาชมว่าสวย อยากใส่บ้าง คุยกันไปมาๆก็เลยทราบว่า มาทำงานเก็บตัง มีความฝันอยากเปิดเนิสเซอรี่บนดอย รับเลี้ยงเด็กๆตอนกลางวันตอนพ่อแม่เด็กไปทำงานแล้วก็จะสอนหนังสือเด็กได้วย ตอนนี้น้องเกสเก็บเงินทำงานหลายปี เกือบแสนบาท (จขกทอึ้งคนทำงานล้างจานมีเงินเก็บเกือบแสน) ต่อๆ แกบอกว่า มีเงินพอจะไปเปิดเนิสเซอรี่บนดอยนะ แต่ก็คงทำไม่ได้. เหตุเพราะน้องเกสไม่รู้หนังสือ ถ้าเปิดเนิสเซอรี่ใครเขาจะเอาลูกมาฝากกับคนไม่รู้หนังสือแบบเกสที่ ตอนเด็กบ้านเกสใช้ทำงานเกษตรตั้งแต่เด็กเลยไม่ได้ไป รร แถม รรก็อยู่บนดอยอีก สอนบ้างไม่สอนบ้าง คือแบบฟังแล้วรู้สึกตัวเองโคตรโชคดีที่ได้เรียนหนังสือ ก็เล่านี้ให้น้องเอฟัง ไม่ทราบเหมือนกันว่าน้องเอ จะเข้าใจมั้ย
จขกทจะบอกว่า การเอาใจใส่เด็กๆในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากๆ อย่างน้องเอ ถ้าไม่ใส่ใจไม่ถาม จขกท ก็คงไม่รู้ว่าน้องเอ อ่อนเรื่องเรียนมาก ประกอบกับวิสัยทัศน์ทางการเรียนติดลบอีก ทั้งๆที่ที่บ้านมีเงินส่งให้น้องเรียนสูง เพราะถ้าจบปอหก ก็ให้เรียนที่ดีๆ ไกลๆบ้านหน่อย นั่งรถเดือนไป ที่บ้านยังเป็นห่วงน้องเอยังไม่กล้าให้เรียนไกลบ้านตอนนี้ค่ะ. จบ
คำถามก็คือ
จขกท ควรจะบอกน้องเอยังไงให้น้องเออยากเรียนสูงๆ
ควรหาแรงบันดาลใจแบบไหนให้น้องเอ
ควรชี้แนะให้น้องเอเห็นความสำคัญของการศึกษาอย่างไร
ควรชี้แนะอย่างไรให้น้องเอเห็นคุณค่าในโอกาสที่ตนเองมี
****จขกท เป็นคนพูดไม่เก่ง เป็นลูกคนเดียวเลยจิตวิทยาคุยกับเด็กนี่ไม่ค่อยดีเลยค่ะ อยากให้เพื่อนๆชาวพันทิบ ช่วยคิดวิธีคุยกับเด็ก ถ้าเป็นคุณแม่ที่ผ่านประสบการณ์ให้คำปรึกษายิ่งดีค่ะ
คำถามส่งท้ายคือ สมัยนี้ผู้ปกครองยังคอยปลูกฝังแรงบันดาลและชี้ตัวอย่างที่ดีให้เด็กอยู่ไหมคะ หรือว่าท่านกับเด็กไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกัน
ปล.น้องเอพูดเก่งมากและมีแววจะสวยสไตส์อินเตอร์ ผอมเพรียวผิวแทนตาคม อยากให้นางมีแรงบันดาลใจๆดี เพราะ นิสัยพูดเก่งเฟรนลี่ บวกกับความสวยแล้ว ดูนางอนาคตไกลเป็นทางผ่านที่ดีให้ชีวิตได้เยอะมาก ไม่อยากให้คิดแค่จบมอสามก็พอแล้วจะไปเสริฟอาหาร (ไม่ใช่ว่าเด็กเสริฟไม่ดีนะแต่มีโอกาสเรียนทำไมไม่เรียน อีกอย่างจขกทก็เป็นเด็กเสริฟพาสทามตอนเรียนมหาลัยนี่ล่ะค่ะ)
คำถามง่ายๆว่า "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร"เป็นอันต้องสะดุด
จทกท อายุ23ปี กำลังเรียนอยู่ปี4มหาลัยแห่งหนึ่งในทางภาคเหนือ แล้ว จขกท มีน้องซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นผู้หญิง สมมุติชื่อน้องเอ น้องเออยู่ชั้นป.5เราเพิ่งมาสนิทกันตอนปีที่แล้ว เพราะพ่อของเจ้าของกระทู้ชอบพาน้องเอมาบ้านจขกท พามาเที่ยวบ้าง พามาช่วยงานบ้าง พ่อซื้อโน้นซื้อนี่ตามใจน้องเอมาก น้องเอแกเป็นเด็กพูดเก่ง เฟรนลี่มากๆ พ่อจขกท เหมือนจะได้ลูกสาวเล็กๆมาเลี้ยง พ่อแลดูมีความสุข ลืมบอกไป แม่น้องเอเสียแล้วตอนน้องเออยู่ป.2ส่วนพ่อของน้องเออยู่ไหนก็ไม่ทราบ น้องเออยู่กับยายกับป้า
จนวันหนึ่ง จขกท ถามน้องเอว่าโตขึ้น อยากเป็นอะไรน้องเ อเงียบไป.และยิ้มอ่อน จนไม่นานจขกท ก็ถามน้องเออีกคำถามเดิม ก็ได้คำตอบเงียบๆแบบเดิม ดูจากสายน้องเอแล้ว คิดว่าแกไม่ได้ลังเลนะ แต่แกคิดไม่ออก จนอยู่กันบ่อยๆก็ได้คำตอบว่า น้องเอเรียนจบมอสามแล้วจะไปทำงาน น้องเออยากทำงานร้านอาหารเป็นเด็กเสริฟ แล้วจขทก็ถามอีกว่าทำไมไม่คิดเรียนต่อสูงๆ ดูยายสิ ยายทำงานเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ส่วนป้าก็ทำงานเป็นพยาบาล ไม่อยากทำงานดีๆบ้างเหรอ คำตอบที่ได้คือ ไม่อยากเรียนแล้ว ขี้เกียจ เหนื่อย เรียนให้จบมัธยมสามก็จะแย่อยู่แล้ว !!!!คือแบบ ดิฉันเงิบมาก จากที่ดิฉันเห็นน้องเอนะ ที่โรงเรียนก็อยู่ติดดอย เป็น รร เล็กๆ มีเด็กนักเรียน ไม่เกิน200คนมีตั้งชั้นอนุบาลถึงมัธยมสาม 40%เป็นเด็กชาวเขาที่มากับพ่อแม่มารับจ้างทำงานแถวนั้น มีครูน้อยมาก บางทีวันๆก็ไม่มีเรียน เล่นทั้งคาบ แล้วเด็กก็พัฒนาการช้ามาก น้องเอเป็นเด็กไวพริบดีเอาตัวรอดเก่ง เก่งกว่า จขกทอีก แต่จากที่อยู่กันไปนานๆก็พบว่า
น้องเอซึ่งอยู่ ป.5 อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ถูก บางคำสะกดไม่ได้
บวกลบเลขง่ายๆก็ช้ามาก อย่างเช่น ถามเป็นประโยค ว่ามีเงิน20บาทจะไปเข้าห้องน้ำเสียค่าบริการคนละ3บาท ไปกันสองคนเอาแบงค์20ให้เขา เขาต้องทอนเท่าไหร่ แกตอบไม่ได้อ่ะค่ะ บางทีขายของที่ร้าน ราคา15บาท ลูกค้าให้แบงค์20มา น้องเอทอนตังไม่ได้ (จะสอนให้ขายของ) คิดนานมาก ยิ่งถ้าถามแบบ 58+30ได้เท่าไหร่ ยิ่งตอบไม่ได้ ต้องเอากระดาษ มาขีด ขอย้ำว่ามาขีดทีละขีด ขีดไป50ขีด แล้วขีด30ขีดแล้วมานับรวมกันว่า ได้กี่ขีด นั่นคือวิธีการคิดของนาง เราก็ตั้งคำถามว่าพี่ถามหลักร้อย น้องเอจะไม่ขีดจนมือหงิกเหรอ ทำไมไม่ตั้งโจทย์ แบบแนวตั้ง 50+30ได้เท่าไหร่ ไม่ก็เอา50ไว้ในใจแล้วนับไปอีก 30 ล่ะ คำตอบที่ได้คือ ยิ้มอ่อน
อีกเรื่องคือนางอยากได้นาฬิกาข้อมือ จขกท ยังไม่มีเลย จขกท ก็ถามว่าตอนนี้กี่โมง นางตอบไม่ได้ โดยชี้ไปนาฬิกาแขวน คือแบบจขกทเคยบอกนางว่าอีกสองชั่วโมงปลุกพี่ตื่นนะพี่จะไปนอนแปปนึง เดียวอีกสองชั่วโมงพี่จะพาไปเดินตลาด ตอนนั้นไม่ทราบว่านางดูเวลาไม่เป็น ไม่ทัน หนึ่งชั่วโมงเรียกตื่นละ ตอนนั้นก็ไม่เอะใจนึกว่าตื่นเต้นจะได้ไปเดินตลาดเลยปลุกก่อนเวลา ตอนนี้รู้แล้วว่านางดูนาฬิกาไม่เป็น แต่ดันอยากได้นาฬิกา เราก็เลยสอนนางไป ตอนนี้ดูเวลาเป็นแล้ว และก็ได้นาฬิกาสีชมพูสมใจอยากนางละ คือจะบอกว่า ไ่ม่มีคนใส่ใจเด็กเลยเหรอ จขกท อ่านนาฬิกาเป็นตั้งแต่ป.2 รร สอนค่ะ
รู้ละว่านางอ่อนเรื่องเรียนเลยจะสอนอะไรที่มันจำเป็น จขกท ก็เลยสอน อ่านวันเดือนปีบนฉลากดูวันหมดอายุ เชื่อมั้ยคะทุกท่าน นางไม่รู้เดือนในไทย ต้องสอนท่องตั้งแต่ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม กันเลย บอกตั้งแต่ หนึ่งปีมีกี่วัน หนึ่งสัปดาห์มีกี่วัน หนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง เดือนลงท้ายด้วยคมมีกี่วัน บลาๆๆๆๆ จขกท หนักใจมาก เรียนกันยังไง ไม่รู้เลยเหรอว่าเด็กมันไม่รู้ น้องเอไม่รู้จัก คริสต์ศักราช กับ พุทธศักราช ต้องสอน วิธีทำ พ.ศเป็นค.ศ ต้องเล่ายันที่มาของ พ.ศ ค.ศ ตั้งพระพุทธเจ้าปรินิพานยัน พระเยซูประสูติ
คือแบบบางที จขกท มีชวน อ่านหนังสือนิยาย นางก็ไ่ม่อ่าน ไม่ค่อยสนใจ บางทีก็บังคับอ่านหนังสือ หาอะไรอ่านในเน็ต บางทีก็อ่านเรื่องผีๆ ก็ได้ผลอยู่นะคะ น้องเออ่าน อ่านช้ามาก
จขกท หนักใจเป็นห่วงน้องเอ ก็เลยไปถามเพื่อนสนิทซึ่งเขาก็มีน้องสาวอยู่1คนอยู่ชั้นป.3 จขกท สมมุติชื่อน้องจี ก็เลยฝากคำถาม ไปถามน้องจีว่า โตขึ้นมาน้องจีอยากเป็นอะไร และคำตอบที่ได้คือ น้องจีจะเรียนแค่มัธยมสาม พอแล้ว (น้องจีขี้เกียจมาก) แต่คำตอบที่ทำให้ตะลึงคือ น้องไม่อยากเรียนต่อ จบมอสามจะเอาผัวแล้ว !!!!!!!!!!!!!!!นี่คือคำตอบของเด็ก ป.3. ดิฉันสตั้น สิคะ เพื่อนจขกท ก็ตกใจมิใช่น้อยกับคำตอบ ดีนะพ่อน้องจีไม่มาได้ยิน มิเช่นนั้นหนูคงโดนหวายหลังขาดไปแล้ว ที่บ้านน้องจีคือพ่อเป็นตำรวจ ให้น้องจีเรียน รร เอกชนอย่างดี แต่การมีตัวอย่างที่ดี สังคมดี ก็ไม่ได้ทำอะไรบางอย่างมันดี มันขาดอะไรนะ?
อีกเคสหนึ่งค่ะ ลูกชายวัยประถมของเจ้ากิจการ(รวยมาก) คือพี่ชายของเด็กคนนี้เป็นทหารแล้วเรียนเก่งมาก ก็เลยสอนน้องอยากให้น้องเป็นทหาร แต่สิ่งที่น้องตอบกลับมาคือ หนูไม่อยากเป็นทหารเพราะกลัวตายกลัวลำบาก อันนี้เข้าใจนะ แต่ก็ถามไปว่าอยากเป็นอะไร เจ้าหนูก็ตอบมาว่าอยากเป็นเจ้าของกิจการเหมือนพ่อเพราะพ่อรวยมาก ประมานว่าพ่อจบแค่ป.4แต่ทำงานจนมั่งมี ขนาดนี้. เจ้าหนูเลยไม่อยากเรียนหนังสือเอาแต่เล่นเกมส์ บอกเปรยๆว่าอยากสอบแค่ ป.6 แล้วช่วยพ่อทำงาน ฟังละน่าปวดหัว
เข้าใจค่ะว่าพื้นฐานชีวิตเรามันต่างกันและไม่ได้อยากคาดคั้นเด็กให้หาจุดหมายในชีวิตนะแต่เพราะการมีแรงบันดาลใจ การมีตัวอย่างที่ดี มันสร้างอะไรดีๆในตัวเด็กได้น่ะค่ะ แต่อยากทราบว่าสมัยนี้ผู้ปกครองยังใส่ใจลูกหลานท่านหรือไม่คะ มีการปลูกฝั่งความคิดให้เด็กอยู่ไหม. ตอนเด็กจขกท ยากจนมาก แม่จบแค่ ป.4 ส่วนคุณพ่อไปทำงานไกลบ้าน จขกท ก็มีแม่ค่อยบอกนี่แหละค่ะ ท่านพยามสอน พยามชี้ทาง ว่าถ้าอยากมีเงินให้ทำงานดีๆ และการที่จะได้ทำงานดีๆต้องตั้งใจเรียน เพราะความจนมันน่ากลัว ท่านกล่อมเกลาให้เห็นว่าแม่ลำบากไม่มีโอกาสเรียนอยากให้ลูกเรียนสูง แล้วพยามบอกว่าแบบพี่ข้างบ้านตอนเด็กๆลำบากมากต้องเกี่ยวหญ้าค้าเอาไปขายมือแหกไปหมดร้องไห้ลั่นเลยแล้วยังบอกว่าจะตั้งใจเรียนจะได้ไม่ต้องลำบากแบบนี้ พอพี่เขามีโอกาสได้เรียนก็ตั้งใจเรียนมาก ตอนนี้เป็นพยาบาลแล้ว !!!นี่ไงตัวอย่างที่ดี จขกท ถือว่ามีโอกาสดีมากที่แม่ใส่ใจตอนเด็กๆ ถึงแม่จะสอนการบ้านไม่ค่อยได้ แต่แม่ก็ใส่ใจมากๆ สอนท่อง เอบีซี ตอนป.1 สอนท่อง กอไก่ตั้งแต่อนุบาล พาจขกท ท่องสูตรคูณ พาจขกท เขียนตามคำบอก พยามถามว่าตอนนี้กี่โมง สอนให้ดูเวลา คำถามที่โดนบ่อยๆคือ ประมานว่าถ้าอีก15นาทีจะ8โมง ตอนนี้คือเวลากี่โมง เป็นคำถามที่ล้ำลึกสำหรับเด็กประถมค่ะ บางทีก็สลับกันอ่านหนังสือให้ฟัง หนังสือเก่าๆที่เก็บได้ แม่จขกท ก็เอามาให้อ่าน ชวนดูทีวี ถามเรื่องละครที่ดู ตอนโตนี่เพิ่งรู้ว่า แม่สอนให้พูดสรุปใจความสำคัญจากละครที่ดู
จขกท พยามเล่าให้น้องเอฟัง ยกตัวอย่างคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เช่น มีญาติสนิท ชื่อน้องดิว อายุ18ในตอนนี้ พ่อแม่น้องดิวไม่ส่งเรียนหนังสือเลย แม่ไม่มีเงิน ไม่รุ้หนังสือ รับจ้างไปวันๆ แค่หาให้กินได้ไปวันๆ ส่วนพ่อก็งก มีเงินเดือนแต่ไม่ส่งดิวเลยให้ไปหาเอาเอง ดิวจบแค่มอสาม รร ใกล้บ้าน โดยเป็น รร ที่ไม่ต้องจ่ายค่าทอม ถ้าต่อมอสี่คงไม่มีหวังไม่มีเงินเรียน ก็เลยทำงานส่งตัวเองเรียน กศน. ที่จริงดิวทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก. ดิวเคยมาบ่นกับ จขกท ว่าขอตังพ่อ20ไปซื้อผ้าอนามัยยังโดนบ่น ก็เลยไม่อยากขอ ไม่อยากถามอีก (น่าเห็นใจ) ดิวเรียนเก่ง มีไหวพริบดี ทำงานยากๆก็เป็น ชีวิตที่กร้านแบบนี้ทำให้คนแกร่งจริงๆ แต่ที่สุดคือดิวไม่ได้เรียนต่อ ไม่นานมานี้คุยกับดิว ดิวบอกว่าเห็นเพื่อนๆกำลังสอบเข้ามหาลัย น่าอิจฉามาก ส่วนดิวก็เดินต็อกๆหางานทำ ตอนนี้ตกงาน ส่วนอีกคนแกชื่อน้องเกสอายุประมาน15ปี เป็นชาวเขา มาทำงานล้างจานร้านเดียวกับที่ จขกท ทำงานพาสทาม น้องเกสเห็น จขกท ใส่ชุดนักศึกษา แก่ทำตาวาว เข้ามาชมว่าสวย อยากใส่บ้าง คุยกันไปมาๆก็เลยทราบว่า มาทำงานเก็บตัง มีความฝันอยากเปิดเนิสเซอรี่บนดอย รับเลี้ยงเด็กๆตอนกลางวันตอนพ่อแม่เด็กไปทำงานแล้วก็จะสอนหนังสือเด็กได้วย ตอนนี้น้องเกสเก็บเงินทำงานหลายปี เกือบแสนบาท (จขกทอึ้งคนทำงานล้างจานมีเงินเก็บเกือบแสน) ต่อๆ แกบอกว่า มีเงินพอจะไปเปิดเนิสเซอรี่บนดอยนะ แต่ก็คงทำไม่ได้. เหตุเพราะน้องเกสไม่รู้หนังสือ ถ้าเปิดเนิสเซอรี่ใครเขาจะเอาลูกมาฝากกับคนไม่รู้หนังสือแบบเกสที่ ตอนเด็กบ้านเกสใช้ทำงานเกษตรตั้งแต่เด็กเลยไม่ได้ไป รร แถม รรก็อยู่บนดอยอีก สอนบ้างไม่สอนบ้าง คือแบบฟังแล้วรู้สึกตัวเองโคตรโชคดีที่ได้เรียนหนังสือ ก็เล่านี้ให้น้องเอฟัง ไม่ทราบเหมือนกันว่าน้องเอ จะเข้าใจมั้ย
จขกทจะบอกว่า การเอาใจใส่เด็กๆในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมากๆ อย่างน้องเอ ถ้าไม่ใส่ใจไม่ถาม จขกท ก็คงไม่รู้ว่าน้องเอ อ่อนเรื่องเรียนมาก ประกอบกับวิสัยทัศน์ทางการเรียนติดลบอีก ทั้งๆที่ที่บ้านมีเงินส่งให้น้องเรียนสูง เพราะถ้าจบปอหก ก็ให้เรียนที่ดีๆ ไกลๆบ้านหน่อย นั่งรถเดือนไป ที่บ้านยังเป็นห่วงน้องเอยังไม่กล้าให้เรียนไกลบ้านตอนนี้ค่ะ. จบ
คำถามก็คือ
จขกท ควรจะบอกน้องเอยังไงให้น้องเออยากเรียนสูงๆ
ควรหาแรงบันดาลใจแบบไหนให้น้องเอ
ควรชี้แนะให้น้องเอเห็นความสำคัญของการศึกษาอย่างไร
ควรชี้แนะอย่างไรให้น้องเอเห็นคุณค่าในโอกาสที่ตนเองมี
****จขกท เป็นคนพูดไม่เก่ง เป็นลูกคนเดียวเลยจิตวิทยาคุยกับเด็กนี่ไม่ค่อยดีเลยค่ะ อยากให้เพื่อนๆชาวพันทิบ ช่วยคิดวิธีคุยกับเด็ก ถ้าเป็นคุณแม่ที่ผ่านประสบการณ์ให้คำปรึกษายิ่งดีค่ะ
คำถามส่งท้ายคือ สมัยนี้ผู้ปกครองยังคอยปลูกฝังแรงบันดาลและชี้ตัวอย่างที่ดีให้เด็กอยู่ไหมคะ หรือว่าท่านกับเด็กไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกัน
ปล.น้องเอพูดเก่งมากและมีแววจะสวยสไตส์อินเตอร์ ผอมเพรียวผิวแทนตาคม อยากให้นางมีแรงบันดาลใจๆดี เพราะ นิสัยพูดเก่งเฟรนลี่ บวกกับความสวยแล้ว ดูนางอนาคตไกลเป็นทางผ่านที่ดีให้ชีวิตได้เยอะมาก ไม่อยากให้คิดแค่จบมอสามก็พอแล้วจะไปเสริฟอาหาร (ไม่ใช่ว่าเด็กเสริฟไม่ดีนะแต่มีโอกาสเรียนทำไมไม่เรียน อีกอย่างจขกทก็เป็นเด็กเสริฟพาสทามตอนเรียนมหาลัยนี่ล่ะค่ะ)