เรื่องความสัมพันธ์กับแม่
ตลอดชีวิตมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเลย เหตุเพราะคิดว่า แม่รักแต่คนอื่นไม่รักเรา เคยมีจิตสงสารแม่ กลัวแม่เหนื่อย จะเตรียมทุกอย่างไว้ให้แม่ เพื่อให้แม่กลับจากทำงาน จะได้ไม่เหนื่อย แต่ก็มักจะถูกแม่บ่น แม่ว่า ประจำ เลยไม่ทำ หลัง ๆ แทบจะไม่เคยพูดกับแม่เลย เพราะว่า ไม่ว่าจะพูดอะไร จะกล่าวอะไร เป็นต้องถูกตำหนิไปหมด
ไม่เคยให้เงินแม่ใช้เลย เพราะว่า เงินเดือนแม่กับพ่อ แม่เป็นคนถือคนเดียว แต่พ่อไม่เคยมีเงินใช้เลย สงสารพ่อมาก แต่พ่อมีข้อเสียคือ ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
เวลาขอเงินแม่ แม่มักจะบ่นว่า ไม่มีเลย ทำให้เราเกรงใจไม่กล้าขอ แต่ตอนหลังเราพบว่า จริง ๆ แม่มีเงินแต่เอาไปเล่นหวยเสียหมด ทำให้เราไม่ศรัทธา ไม่เชื่อแม่
กับน้องชายที่ไม่เรียนหนังสือ ขโมยของ ขโมยเอทีเอ็มพ่อไปกด ( เอทีเอ็มนี้ พ่อให้แม่ถือ พ่อไม่เคยได้ถือ ) น้องก็ไม่ผิด น้องไปเล่นการพนัน เสียพนันมากมาย มาให้พ่อเอาที่ดิน โฉนดบ้านไปจำนอง น้องก็ไม่ผิด พอดิฉันจะขอไถ่ ให้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นชื่อดิฉันนะ ถ้าไถ่ถอนมา แม่กลับด่าว่าเนรคุณ
ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ ถ้าเป็นชื่อดิฉัน ก็จะได้ไม่ไปจำนองที่ไหนอีก
ตั้งวัยรุ่น จนอายุสามสิบกว่า พูดกับแม่แค่ไม่กี่คำ เพราะว่า ถ้าพูดแล้วเป็นต้องถูกดุ ถูกตำหนิ
เลยไม่อยากเข้าใกล้แม่
แต่แม่ให้อะไร ต่อมิอะไรกับน้องชายมากมาย เราไม่ได้ เราก็ไม่ว่า แค่แม่ส่งให้เรียนจนจบ มีงานทำ บุญคุณก็มากกมายก่ายกองแล้ว
แต่เรายังมี อะไร กั้ก ๆ กับแม่อยู่นะ
เช่น แม่ป่วยอยู่ โรงพยาบาล น้องชายควรจะไปเฝ้า ดูแล เขาก็ไม่ไป
แม่ที่เลี้ยงดูเขามา เขาไม่เคยเหลียวแลเลย
มีวันหนึ่ง เขาปล่อยให้แม่ขับมอร์เตอร์ไซด์ ฝ่าเปลวแดดเปรี๊ยง ๆ ส่วนตัวเขากับภรรยา นั่งรถยนต์เปิดแอร์ฉ่ำ กับภรรยา ( อันนี้แม่เล่าให้เราฟังนะ )
ระยะสุดท้ายของชีวิต
แม่ป่วยอยู่กับเรา
เราก็ดูแลอย่างดี
แม่บอกว่า .......( ชื่อเรา ) นี่ดูแลแม่ดีจังเลยนะ
เราเลยตอบไปว่า ถ้าแม่รัก................มากกว่านี้นะ แม่มีความสุขกว่านี้เยอะ
และแม่ก็ตายจากไป
เราก็จัดการงานศพแม่อย่างสมเกียรติ เต็มที่ เราเป็นแม่งาน
แม่ทำพินัยกรรมไว้ว่า
สมมุตนะคะ ว่ามีเงิน 100 บาท ให้น้องชาย 70 บาท ให้เรากับพี่ชายคนละ 15 บาท
เพราะว่า น้องชายเกเร ไม่เรียนหนังสือ ส่วนเราากับพี่ชายรับราชการ ส่วนนี้เราไม่โกรธแม่นะ
มีอยู่วันหนึ่ง มีน้องที่ทำงาน เล่าให้เราฟังว่า เธอฝันเห็นแม่เรา
ว่าแม่เรามาร้องไห้ กับเธอ บอกว่า อยากขอโทษเราที่ไม่ได้ให้อะไรเราเลย
น้องคนนี้ ไม่เคยเห็นแม่เราเลย
จนวันหนึ่งเธอมาเยี่ยมเราที่บ้าน
เห็นรูปแม่เรา เธอก็บอกว่า ใช่ ๆ คนนี้ล่ะที่ฝันเห็น
เราความเป็นมาระหว่างดิฉันกับแม่แล้ว
คราวนี้ มาดูว่า ชีวิตดิฉันพบอะไรบ้าง
ดิฉัน เป็นโผงผาง คงจะเหมือนแม่นะ
คนที่ทำงาน คนที่มาใหม่ ๆ ไม่มีใครชอบดิฉันสักคน
คนที่อยู่เก่า ๆ เขาจะรู้ว่า เนื้อแท้ดิฉัน ใจดี มีน้ำใจ ( อันนี้ เขาบอกมาค่ะ )
ทำงานอะไร ผู้ใหญ่ก็ไม่เคยสนับสนุน
งานเดียวกัน ดิฉันประกวดได้รางวัลชนะเลิศ เจ้านายเงียบกริ๊บบบบบบบบ ไม่ประกาศ ไม่แจ้งที่ประชุม
แต่น้องอีกคน งานเดียวกัน ได้รางวัลเหมือนกัน แต่คนละปี มีการแห่รอบเมือง บอกความสำเร็จ
ทำอะไร ก็มีแต่คนโกง
จนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นคนล้มละลายแล้วค่ะ เงินเดือนแค่สามหมื่อน แต่หนี้จะ หกล้านแล้วค่ะ
แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้ สวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ถ้ามีเวลาจะไปทำที่วัดเสมอ ๆ สายวัดป่าค่ะ
แต่อยู่ที่บ้านแทบจะไม่เคยทำ ก่อนนอน ก่อนนอนเอียง ๆ กับหมอน ยกมือมาพนมด้วยความเกียจคร้าน พุทโธ พุทโธ
ระยะหลังนี้ ไปบวชหลายวันขึ้น เคร่งครัดในการทำสมาธิมากขึ้น
จนกระทั่งระดับ การนั่งสมาธิ อยู่กายสั่น กายโยก
แต่ชีวิตก็ไม่มีดีขึ้นมาเลย หนี้สิน ดอกทบต้น ต้นทบดอก วนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้
หนี้สินที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากน้องชายค่ะ เดี่ยวก็บอกว่างานมีปัญหา ขอยืมเงินก่อน ยืมแล้วก็ไม่คืน
ทำงาน ก็มีแต่คนคอยแขวะ
เจ้านายก็ฟังแต่คนที่มาฟ้องท่าน ทำให้ดิฉันทำงานไม่มีความสุข
ทำบ้าน ช่างก็ไม่ตอกเสาเข็มให้บ้านทรุด
กู้เงินก้อนใหญ่จากสหกรณ์ออมทรัพย์มา หวังจะสร้างบ้าน แต่ว่า เขาทำบ้านช้า จึงทำให้เป็นมีทางไปทางอื่น
พอทำบ้านเสร็จก็เลย ต้องใช้วิชามาร ไปกู้เงินธนาคารมา ด้วยความหวังว่า จ่ายเท่านี้ เราต้องอยู่ได้ ถ้าประหยัด ๆ หน่อย
เหมือนฟ้าผ่า ดิฉันไปค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง แล้วเธอหนีไปทิ้งหนี้สินไว้ให้ดิฉัน เกือบ ๆ จะล้านบาท
จากเดิม สหกรณ์เกือบ ๆ จะ สามล้าน กู้ซื้อบ้านสองล้าน รวมเป็นห้าล้าน มาเจอของแถม คนกู้หนี้เราเป็นคนค้ำต้องรับผิดชอบ
จากเมื่อก่อน ถ้าประมาณวันที่ 10 ต้นเดือน คำนวณเงินแล้วว่า ถ้ามีไม่ถึงหมื่นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาไว้ ให้ดูมีเงิน น้องชายมาไถ เอ๊ยมาขอ จะได้ควักให้ได้ง่าย ๆ
ปัจจุบันนี้ ขอแค่มีเงินในกระเป๋าเดือนละ 500 นี่บอกได้เลยว่า สุดหรู
เวลาเข้าบ้าน ต้องค่อย ๆ เช็คว่า มีป้ายมาติดว่ายึดบ้านหรือยัง
มาเอาหม้อไฟเราไปหรือยัง
ซักซ้อมตัวเอง เวลาไฟดับ ควรทำตัวอย่างไร
เตรียมเทียน ไว้
มีเงินใช้ตอนนี้ ดีที่สุด เดือนละ 200-300 บ้าน
คำถามนะคะ
สิ่งที่ดิฉันเล่าให้ฟังเรื่องพฤติกรรมดิฉัน ที่แสดงกับแม่ ถือว่าเป็นกรรมหนักหรือเปล่าคะ
มีทางแก้ไขอย่างไรคะ
แบบนี้ ดิฉันพบกับกรรมหนักหรือเปล่าคะ
ตลอดชีวิตมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเลย เหตุเพราะคิดว่า แม่รักแต่คนอื่นไม่รักเรา เคยมีจิตสงสารแม่ กลัวแม่เหนื่อย จะเตรียมทุกอย่างไว้ให้แม่ เพื่อให้แม่กลับจากทำงาน จะได้ไม่เหนื่อย แต่ก็มักจะถูกแม่บ่น แม่ว่า ประจำ เลยไม่ทำ หลัง ๆ แทบจะไม่เคยพูดกับแม่เลย เพราะว่า ไม่ว่าจะพูดอะไร จะกล่าวอะไร เป็นต้องถูกตำหนิไปหมด
ไม่เคยให้เงินแม่ใช้เลย เพราะว่า เงินเดือนแม่กับพ่อ แม่เป็นคนถือคนเดียว แต่พ่อไม่เคยมีเงินใช้เลย สงสารพ่อมาก แต่พ่อมีข้อเสียคือ ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
เวลาขอเงินแม่ แม่มักจะบ่นว่า ไม่มีเลย ทำให้เราเกรงใจไม่กล้าขอ แต่ตอนหลังเราพบว่า จริง ๆ แม่มีเงินแต่เอาไปเล่นหวยเสียหมด ทำให้เราไม่ศรัทธา ไม่เชื่อแม่
กับน้องชายที่ไม่เรียนหนังสือ ขโมยของ ขโมยเอทีเอ็มพ่อไปกด ( เอทีเอ็มนี้ พ่อให้แม่ถือ พ่อไม่เคยได้ถือ ) น้องก็ไม่ผิด น้องไปเล่นการพนัน เสียพนันมากมาย มาให้พ่อเอาที่ดิน โฉนดบ้านไปจำนอง น้องก็ไม่ผิด พอดิฉันจะขอไถ่ ให้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นชื่อดิฉันนะ ถ้าไถ่ถอนมา แม่กลับด่าว่าเนรคุณ
ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ ถ้าเป็นชื่อดิฉัน ก็จะได้ไม่ไปจำนองที่ไหนอีก
ตั้งวัยรุ่น จนอายุสามสิบกว่า พูดกับแม่แค่ไม่กี่คำ เพราะว่า ถ้าพูดแล้วเป็นต้องถูกดุ ถูกตำหนิ
เลยไม่อยากเข้าใกล้แม่
แต่แม่ให้อะไร ต่อมิอะไรกับน้องชายมากมาย เราไม่ได้ เราก็ไม่ว่า แค่แม่ส่งให้เรียนจนจบ มีงานทำ บุญคุณก็มากกมายก่ายกองแล้ว
แต่เรายังมี อะไร กั้ก ๆ กับแม่อยู่นะ
เช่น แม่ป่วยอยู่ โรงพยาบาล น้องชายควรจะไปเฝ้า ดูแล เขาก็ไม่ไป
แม่ที่เลี้ยงดูเขามา เขาไม่เคยเหลียวแลเลย
มีวันหนึ่ง เขาปล่อยให้แม่ขับมอร์เตอร์ไซด์ ฝ่าเปลวแดดเปรี๊ยง ๆ ส่วนตัวเขากับภรรยา นั่งรถยนต์เปิดแอร์ฉ่ำ กับภรรยา ( อันนี้แม่เล่าให้เราฟังนะ )
ระยะสุดท้ายของชีวิต
แม่ป่วยอยู่กับเรา
เราก็ดูแลอย่างดี
แม่บอกว่า .......( ชื่อเรา ) นี่ดูแลแม่ดีจังเลยนะ
เราเลยตอบไปว่า ถ้าแม่รัก................มากกว่านี้นะ แม่มีความสุขกว่านี้เยอะ
และแม่ก็ตายจากไป
เราก็จัดการงานศพแม่อย่างสมเกียรติ เต็มที่ เราเป็นแม่งาน
แม่ทำพินัยกรรมไว้ว่า
สมมุตนะคะ ว่ามีเงิน 100 บาท ให้น้องชาย 70 บาท ให้เรากับพี่ชายคนละ 15 บาท
เพราะว่า น้องชายเกเร ไม่เรียนหนังสือ ส่วนเราากับพี่ชายรับราชการ ส่วนนี้เราไม่โกรธแม่นะ
มีอยู่วันหนึ่ง มีน้องที่ทำงาน เล่าให้เราฟังว่า เธอฝันเห็นแม่เรา
ว่าแม่เรามาร้องไห้ กับเธอ บอกว่า อยากขอโทษเราที่ไม่ได้ให้อะไรเราเลย
น้องคนนี้ ไม่เคยเห็นแม่เราเลย
จนวันหนึ่งเธอมาเยี่ยมเราที่บ้าน
เห็นรูปแม่เรา เธอก็บอกว่า ใช่ ๆ คนนี้ล่ะที่ฝันเห็น
เราความเป็นมาระหว่างดิฉันกับแม่แล้ว
คราวนี้ มาดูว่า ชีวิตดิฉันพบอะไรบ้าง
ดิฉัน เป็นโผงผาง คงจะเหมือนแม่นะ
คนที่ทำงาน คนที่มาใหม่ ๆ ไม่มีใครชอบดิฉันสักคน
คนที่อยู่เก่า ๆ เขาจะรู้ว่า เนื้อแท้ดิฉัน ใจดี มีน้ำใจ ( อันนี้ เขาบอกมาค่ะ )
ทำงานอะไร ผู้ใหญ่ก็ไม่เคยสนับสนุน
งานเดียวกัน ดิฉันประกวดได้รางวัลชนะเลิศ เจ้านายเงียบกริ๊บบบบบบบบ ไม่ประกาศ ไม่แจ้งที่ประชุม
แต่น้องอีกคน งานเดียวกัน ได้รางวัลเหมือนกัน แต่คนละปี มีการแห่รอบเมือง บอกความสำเร็จ
ทำอะไร ก็มีแต่คนโกง
จนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นคนล้มละลายแล้วค่ะ เงินเดือนแค่สามหมื่อน แต่หนี้จะ หกล้านแล้วค่ะ
แต่อย่างไรก็ตามเราก็ได้ สวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ถ้ามีเวลาจะไปทำที่วัดเสมอ ๆ สายวัดป่าค่ะ
แต่อยู่ที่บ้านแทบจะไม่เคยทำ ก่อนนอน ก่อนนอนเอียง ๆ กับหมอน ยกมือมาพนมด้วยความเกียจคร้าน พุทโธ พุทโธ
ระยะหลังนี้ ไปบวชหลายวันขึ้น เคร่งครัดในการทำสมาธิมากขึ้น
จนกระทั่งระดับ การนั่งสมาธิ อยู่กายสั่น กายโยก
แต่ชีวิตก็ไม่มีดีขึ้นมาเลย หนี้สิน ดอกทบต้น ต้นทบดอก วนไปเวียนมาอยู่อย่างนี้
หนี้สินที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากน้องชายค่ะ เดี่ยวก็บอกว่างานมีปัญหา ขอยืมเงินก่อน ยืมแล้วก็ไม่คืน
ทำงาน ก็มีแต่คนคอยแขวะ
เจ้านายก็ฟังแต่คนที่มาฟ้องท่าน ทำให้ดิฉันทำงานไม่มีความสุข
ทำบ้าน ช่างก็ไม่ตอกเสาเข็มให้บ้านทรุด
กู้เงินก้อนใหญ่จากสหกรณ์ออมทรัพย์มา หวังจะสร้างบ้าน แต่ว่า เขาทำบ้านช้า จึงทำให้เป็นมีทางไปทางอื่น
พอทำบ้านเสร็จก็เลย ต้องใช้วิชามาร ไปกู้เงินธนาคารมา ด้วยความหวังว่า จ่ายเท่านี้ เราต้องอยู่ได้ ถ้าประหยัด ๆ หน่อย
เหมือนฟ้าผ่า ดิฉันไปค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง แล้วเธอหนีไปทิ้งหนี้สินไว้ให้ดิฉัน เกือบ ๆ จะล้านบาท
จากเดิม สหกรณ์เกือบ ๆ จะ สามล้าน กู้ซื้อบ้านสองล้าน รวมเป็นห้าล้าน มาเจอของแถม คนกู้หนี้เราเป็นคนค้ำต้องรับผิดชอบ
จากเมื่อก่อน ถ้าประมาณวันที่ 10 ต้นเดือน คำนวณเงินแล้วว่า ถ้ามีไม่ถึงหมื่นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาไว้ ให้ดูมีเงิน น้องชายมาไถ เอ๊ยมาขอ จะได้ควักให้ได้ง่าย ๆ
ปัจจุบันนี้ ขอแค่มีเงินในกระเป๋าเดือนละ 500 นี่บอกได้เลยว่า สุดหรู
เวลาเข้าบ้าน ต้องค่อย ๆ เช็คว่า มีป้ายมาติดว่ายึดบ้านหรือยัง
มาเอาหม้อไฟเราไปหรือยัง
ซักซ้อมตัวเอง เวลาไฟดับ ควรทำตัวอย่างไร
เตรียมเทียน ไว้
มีเงินใช้ตอนนี้ ดีที่สุด เดือนละ 200-300 บ้าน
คำถามนะคะ
สิ่งที่ดิฉันเล่าให้ฟังเรื่องพฤติกรรมดิฉัน ที่แสดงกับแม่ ถือว่าเป็นกรรมหนักหรือเปล่าคะ
มีทางแก้ไขอย่างไรคะ