Final Girl (2015)
5/10
อีกหนึ่งหนังแนวทริลเลอร์ฟอร์มเล็กที่ไม่ได้ฉายในวงกว้าง ออกจะอินดี้หน่อยๆ ด้วยการนำเสนอที่ดูไม่ค่อยบันเทิง พูดแบบบ้านๆ คือไม่ค่อยสนุกอย่างที่คาดหวัง แม้ว่าพล็อตจะน่าสนใจเพียงใดก็ตาม โดยหนังจะเล่าถึงวัยรุ่นหนุ่มไฮโซสี่คนที่โปรดปรานการหลอกลวงหญิงสาวเข้าป่าไปไล่ฆ่ามากๆ จนวันหนึ่งที่พวกเขาได้เจอกับเวโรนิก้า (รับบทโดยอบิเกล เบรสลิน อดีตดาราเด็กน้อยจาก Little Miss Sunshine) เหยื่อรายใหม่ที่พวกเขาหมายตาเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่าเธอนี่แหละเรียนการต่อสู้มาแล้วเพื่อเตรียมจะเก็บพวกเขา!
การเล่าเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ ชวนหลับ และตัดต่อไม่ค่อยสมูธ ราบเรียบไปหน่อย แถมยังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลในบางจุด ที่ชวนสะดุดสุดๆ เห็นจะเป็นการที่หนังพยายามยัดเยียดให้ตัวนางเอกเกิดมาเพื่อลุยผู้ร้ายจนเกินไป แม้จะมีสาเหตุที่ทำให้เก่งกาจก็ตาม จึงเดาเรื่องได้ง่าย ขาดความลุ้นระทึกในแบบที่ควรจะเป็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงครึ่งชั่งโมงหลังทำให้ตื่นเต็มตาขึ้นมาดูให้จบได้อยู่ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่น่าติดตามสุดๆ แล้ว โดยภาพรวมไม่เหมือนหนังโรงเลย เหมือนหนังเกรดบีมากกว่า อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้หนังน่าดูอยู่บ้าง ก็เห็นจะเป็นพี่เบน เวสต์ลีย์ (ผู้คุมเกมจาก Hunger Games ภาคแรก) นี่แหละที่โผล่มาทำหน้าหล่อแบบนิ่งๆ ให้ใจละลายได้นะเออ
credit :
https://www.facebook.com/kimkanamagazine/
[CR] Final Girl เกมไล่ล่าของอีหนูลิตเติลมิสซันชายน์
Final Girl (2015)
5/10
อีกหนึ่งหนังแนวทริลเลอร์ฟอร์มเล็กที่ไม่ได้ฉายในวงกว้าง ออกจะอินดี้หน่อยๆ ด้วยการนำเสนอที่ดูไม่ค่อยบันเทิง พูดแบบบ้านๆ คือไม่ค่อยสนุกอย่างที่คาดหวัง แม้ว่าพล็อตจะน่าสนใจเพียงใดก็ตาม โดยหนังจะเล่าถึงวัยรุ่นหนุ่มไฮโซสี่คนที่โปรดปรานการหลอกลวงหญิงสาวเข้าป่าไปไล่ฆ่ามากๆ จนวันหนึ่งที่พวกเขาได้เจอกับเวโรนิก้า (รับบทโดยอบิเกล เบรสลิน อดีตดาราเด็กน้อยจาก Little Miss Sunshine) เหยื่อรายใหม่ที่พวกเขาหมายตาเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่าเธอนี่แหละเรียนการต่อสู้มาแล้วเพื่อเตรียมจะเก็บพวกเขา!
การเล่าเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ ชวนหลับ และตัดต่อไม่ค่อยสมูธ ราบเรียบไปหน่อย แถมยังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลในบางจุด ที่ชวนสะดุดสุดๆ เห็นจะเป็นการที่หนังพยายามยัดเยียดให้ตัวนางเอกเกิดมาเพื่อลุยผู้ร้ายจนเกินไป แม้จะมีสาเหตุที่ทำให้เก่งกาจก็ตาม จึงเดาเรื่องได้ง่าย ขาดความลุ้นระทึกในแบบที่ควรจะเป็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงครึ่งชั่งโมงหลังทำให้ตื่นเต็มตาขึ้นมาดูให้จบได้อยู่ เพราะถือว่าเป็นช่วงที่น่าติดตามสุดๆ แล้ว โดยภาพรวมไม่เหมือนหนังโรงเลย เหมือนหนังเกรดบีมากกว่า อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้หนังน่าดูอยู่บ้าง ก็เห็นจะเป็นพี่เบน เวสต์ลีย์ (ผู้คุมเกมจาก Hunger Games ภาคแรก) นี่แหละที่โผล่มาทำหน้าหล่อแบบนิ่งๆ ให้ใจละลายได้นะเออ
credit : https://www.facebook.com/kimkanamagazine/