วงการตลาดทุนเร่งฟื้นความเชื่อมั่นธรรมาภิบาล บจ.ไทย หวั่นกระทบต่อภาพรวม สมาคมบลจ. เตรียมยื่นหนังสือ CPALL สัปดาห์หน้าเรียกร้องการกระทำที่เหมาะสม ขู่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะรวมตัว สถาบัน -รายย่อย เรียกประชุมวิสามัญเพื่อปลดบอร์ดที่มีปัญหา ด้าน ก.ล.ต. ระบุจะไม่เพิ่มกฎใหม่แต่จะบังคับใช้กฎเดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่
พบว่า 280 กองทุนถือ CPALL รวม 3.7 หมื่นลบ. ด้านราคา CPALL ปิดเทรด 41.75 บ. +0.25 บาท หรือ 0.60%
*** สมาคม บลจ. เตรียมผนึกรายย่อย เรียกประชุมวิสามัญปลดบอร์ด CPALL

นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าสมาคมฯ จะยื่นหนังสือเพื่อขอเข้าพบทีมบริหารของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL โดยคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบหรือการกระทำที่สมควร หลังจากเกิดกรณีผู้บริหารใช้ข้อมูลภายใน ซื้อหุ้น MAKRO เพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยจะใช้ประกอบการพิจารณาถึงความไว้วางใจที่จะลงทุนใน CPALL ต่อหรือไม่
ทั้งนี้ หากหลังจากการเข้าพบดังกล่าว ผู้บริหารยังไม่ดำเนินการที่เหมาะสม จะขอความร่วมมือระหว่างนักลงทุนสถาบัน และผู้ถือหุ้นรายย่อย รวบรวมหุ้นเพื่อขอเรียกประชุมวิสามัญ เรียกร้องให้ถอดถอนคณะกรรมการบริหารที่มีปัญหา ซึ่งทางสมาคมฯ มองว่าธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นหัวใจหลักในการพิจารณาการลงทุน
" ถ้าเข้าพบบอร์ดแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็จะรวมตัวกันระหว่างนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อขอเปิดประชุมวิสามัญ พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการที่มีปัญหา" นางวรวรรณ กล่าว
ขณะที่ในวันนี้ ที่มีการจัดสัมมนา Ethical Trading & Good Governance : Aspiring to a Higher Standard ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีตัวแทนจากสมาคมผู้ลงทุนต่างชาติ ได้มีการตั้งคำถามและแนะนำว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติได้ลดความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นไทย หลังจากเกิดกรณีธรรมาภิบาลในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง CPALL ซึ่งกลุ่มนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลเป็นอันดับแรกในการลงทุนข้ามประเทศ พร้อมทั้งอยากเห็นการตอบสนองจากตลาดหุ้นไทยในทิศทางที่สมควรเพื่อเรียกความเชื่อมั่นสำหรับการลงทุนในอนาคต
ทั้งนี้ นางวรวรรณ ได้ให้คำตอบว่าตลาดหุ้นไทยไม่ได้เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งประเด็นนี้ Market Force จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ เห็นได้จากหลังประกาศความผิด ได้มีการเทขายหุ้นจนทำให้มาร์เก็ตแคปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มิได้เพิกเฉยและเร่งหามาตรการต่าง ๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาต่อตลาดหุ้นไทย
ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ก.ล.ต.จะไม่มีการพิจารณาเพิ่มกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับลงโทษผู้กระทำผิด แต่จะพัฒนาและปรับใช้กฎเกณฑ์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญ
" เราคงไม่มีการออกกฎใหม่ เพราะที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว แต่จะบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเคสล่าสุดเราได้มีการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งทำให้ประชาชนทุกคนรับทราบ โดยจะส่งผลกระทบไปยังผู้คิดกระทำผิดต่อไป เพราะการต้องตกเป็นจำเลยของสังคมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบริษัทจดทะเบียนในด้านชื่อเสียง"นายรพี กล่าว
*** รายย่อย 25 คนรวมหุ้น 10% ขอจัดประชุมวิสามัญได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ถือหุ้นสามารถร้องขอให้บริษัทจัดประชุมวิสามัญได้ หากมีผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คนซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด เข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยต้องระบุเหตุผลในการขอให้เรียกประชุมไว้ให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าวด้วย ซึ่งในกรณีนี้ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น (พ.ร.บ. มหาชน มาตรา 100)
สำหรับสิทธิในการคัดเลือกหรือถอดถอนกรรมการ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคนที่ตนเห็นว่าน่าเชื่อถือและไว้ใจได้มาเป็นกรรมการที่จะเป็นตัวแทนของตนในการเข้าไปบริหารบริษัท ( ดูเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯมาตรา 70, 71) และหากผู้ถือหุ้นเห็นว่า กรรมการรายใดทำหน้าที่ไม่เหมาะสม ก็มีสิทธิที่จะถอดถอนกรรมการรายนั้นให้ออกก่อนครบวาระก็ได้ กฎหมายให้สิทธิผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง สามารถลงมติในเรื่องนี้ได้ (ดูเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ มาตรา 76)
*** กองทุนถือ CPALL รวม 3.7 หมื่นลบ.

ด้านราคาหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือ CPALL ปิดตลาดวานนี้ที่ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.60% มูลค่าการซื้อขาย 1.16 พันล้านบาท โดยราคาหุ้นบริษัทฯ ยังทรงตัวอยู่ในช่วง 40-42 บาทในช่วง 1 สัปดาห์นี้หลังร่วงจากระดับ 49-50 บาทในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังปรากฎข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปรียบเทียบปรับผู้บริหารระดับสูงของ CPALL กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) หรือ MAKRO
ข่าวดังกล่าวอาจไม่ได้มีผลกระทบต่อพื้นฐานธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ แต่ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้น CPALL เพราะเมื่อมีข่าวดังกล่าวออกมา พบว่า ผู้จัดการกองทุนแสดงท่าทีพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น CPALL เพราะหลักการลงทุนของกองทุนต่าง ๆ จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี
ตามข้อมูลของบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช(ประเทศไทย) พบว่า มี 280 กองทุน ถือหุ้นCPALL คิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 3.7 หมื่นล้านบาท โดย บลจ.ที่มีสัดส่วนการถือหุ้น CPALL มากที่สุด 5 แห่ง ได้แก่ บลจ.บัวหลวง บลจ.กรุงศรี บลจ.กสิกรไทย บลจ.ยูโอบี(ประเทศไทย) และบลจ.ไทยพาณิชย์ โดยถือเฉลี่ยมากกว่า 7% ของมูลค่าทรัพย์สุทธิของกองทุนที่มีการลงทุนใน CPALL
Cr: Efinancethai
*** Hot News บลจ.ผนึกรายย่อยปลดบอร์ด CPALL ***
วงการตลาดทุนเร่งฟื้นความเชื่อมั่นธรรมาภิบาล บจ.ไทย หวั่นกระทบต่อภาพรวม สมาคมบลจ. เตรียมยื่นหนังสือ CPALL สัปดาห์หน้าเรียกร้องการกระทำที่เหมาะสม ขู่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะรวมตัว สถาบัน -รายย่อย เรียกประชุมวิสามัญเพื่อปลดบอร์ดที่มีปัญหา ด้าน ก.ล.ต. ระบุจะไม่เพิ่มกฎใหม่แต่จะบังคับใช้กฎเดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่
พบว่า 280 กองทุนถือ CPALL รวม 3.7 หมื่นลบ. ด้านราคา CPALL ปิดเทรด 41.75 บ. +0.25 บาท หรือ 0.60%
*** สมาคม บลจ. เตรียมผนึกรายย่อย เรียกประชุมวิสามัญปลดบอร์ด CPALL
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าสมาคมฯ จะยื่นหนังสือเพื่อขอเข้าพบทีมบริหารของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL โดยคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบหรือการกระทำที่สมควร หลังจากเกิดกรณีผู้บริหารใช้ข้อมูลภายใน ซื้อหุ้น MAKRO เพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยจะใช้ประกอบการพิจารณาถึงความไว้วางใจที่จะลงทุนใน CPALL ต่อหรือไม่
ทั้งนี้ หากหลังจากการเข้าพบดังกล่าว ผู้บริหารยังไม่ดำเนินการที่เหมาะสม จะขอความร่วมมือระหว่างนักลงทุนสถาบัน และผู้ถือหุ้นรายย่อย รวบรวมหุ้นเพื่อขอเรียกประชุมวิสามัญ เรียกร้องให้ถอดถอนคณะกรรมการบริหารที่มีปัญหา ซึ่งทางสมาคมฯ มองว่าธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นหัวใจหลักในการพิจารณาการลงทุน
" ถ้าเข้าพบบอร์ดแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็จะรวมตัวกันระหว่างนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อขอเปิดประชุมวิสามัญ พิจารณาคุณสมบัติของกรรมการที่มีปัญหา" นางวรวรรณ กล่าว
ขณะที่ในวันนี้ ที่มีการจัดสัมมนา Ethical Trading & Good Governance : Aspiring to a Higher Standard ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีตัวแทนจากสมาคมผู้ลงทุนต่างชาติ ได้มีการตั้งคำถามและแนะนำว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติได้ลดความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นไทย หลังจากเกิดกรณีธรรมาภิบาลในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง CPALL ซึ่งกลุ่มนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลเป็นอันดับแรกในการลงทุนข้ามประเทศ พร้อมทั้งอยากเห็นการตอบสนองจากตลาดหุ้นไทยในทิศทางที่สมควรเพื่อเรียกความเชื่อมั่นสำหรับการลงทุนในอนาคต
ทั้งนี้ นางวรวรรณ ได้ให้คำตอบว่าตลาดหุ้นไทยไม่ได้เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งประเด็นนี้ Market Force จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ เห็นได้จากหลังประกาศความผิด ได้มีการเทขายหุ้นจนทำให้มาร์เก็ตแคปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ มิได้เพิกเฉยและเร่งหามาตรการต่าง ๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาต่อตลาดหุ้นไทย
ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ก.ล.ต.จะไม่มีการพิจารณาเพิ่มกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับลงโทษผู้กระทำผิด แต่จะพัฒนาและปรับใช้กฎเกณฑ์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญ
" เราคงไม่มีการออกกฎใหม่ เพราะที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว แต่จะบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเคสล่าสุดเราได้มีการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งทำให้ประชาชนทุกคนรับทราบ โดยจะส่งผลกระทบไปยังผู้คิดกระทำผิดต่อไป เพราะการต้องตกเป็นจำเลยของสังคมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบริษัทจดทะเบียนในด้านชื่อเสียง"นายรพี กล่าว
*** รายย่อย 25 คนรวมหุ้น 10% ขอจัดประชุมวิสามัญได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ถือหุ้นสามารถร้องขอให้บริษัทจัดประชุมวิสามัญได้ หากมีผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คนซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด เข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยต้องระบุเหตุผลในการขอให้เรียกประชุมไว้ให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าวด้วย ซึ่งในกรณีนี้ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น (พ.ร.บ. มหาชน มาตรา 100)
สำหรับสิทธิในการคัดเลือกหรือถอดถอนกรรมการ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคนที่ตนเห็นว่าน่าเชื่อถือและไว้ใจได้มาเป็นกรรมการที่จะเป็นตัวแทนของตนในการเข้าไปบริหารบริษัท ( ดูเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯมาตรา 70, 71) และหากผู้ถือหุ้นเห็นว่า กรรมการรายใดทำหน้าที่ไม่เหมาะสม ก็มีสิทธิที่จะถอดถอนกรรมการรายนั้นให้ออกก่อนครบวาระก็ได้ กฎหมายให้สิทธิผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงและถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง สามารถลงมติในเรื่องนี้ได้ (ดูเพิ่มเติมใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ มาตรา 76)
*** กองทุนถือ CPALL รวม 3.7 หมื่นลบ.
ด้านราคาหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือ CPALL ปิดตลาดวานนี้ที่ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.60% มูลค่าการซื้อขาย 1.16 พันล้านบาท โดยราคาหุ้นบริษัทฯ ยังทรงตัวอยู่ในช่วง 40-42 บาทในช่วง 1 สัปดาห์นี้หลังร่วงจากระดับ 49-50 บาทในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังปรากฎข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปรียบเทียบปรับผู้บริหารระดับสูงของ CPALL กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) หรือ MAKRO
ข่าวดังกล่าวอาจไม่ได้มีผลกระทบต่อพื้นฐานธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ แต่ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อหุ้น CPALL เพราะเมื่อมีข่าวดังกล่าวออกมา พบว่า ผู้จัดการกองทุนแสดงท่าทีพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น CPALL เพราะหลักการลงทุนของกองทุนต่าง ๆ จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี
ตามข้อมูลของบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช(ประเทศไทย) พบว่า มี 280 กองทุน ถือหุ้นCPALL คิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 3.7 หมื่นล้านบาท โดย บลจ.ที่มีสัดส่วนการถือหุ้น CPALL มากที่สุด 5 แห่ง ได้แก่ บลจ.บัวหลวง บลจ.กรุงศรี บลจ.กสิกรไทย บลจ.ยูโอบี(ประเทศไทย) และบลจ.ไทยพาณิชย์ โดยถือเฉลี่ยมากกว่า 7% ของมูลค่าทรัพย์สุทธิของกองทุนที่มีการลงทุนใน CPALL
Cr: Efinancethai