สวัสดีสมาชิกพันทิป ผู้หลงไหลการเดินทางช่องเที่ยว แห่งห้องบลูแพลนเน็ตทุกท่าน สำหรับรีวิวนี้เป็นรีวิวการท่องเที่ยว รีวิวแรกของผมนะครับ อยากจะเขียนเล่าประสบการณ์ล่าสุดกับการขึ้นภูกระดึง ต้องขอบอกก่อนเลยว่าการขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกของผม แต่เป็นครั้งที่ 3 และยังคงยืนยันตรงนี้ว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน
ทริปนี้เริ่มจากการที่อยากหวนลำลึกความทรงจำกับสองครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยเรื่องของเวลา และภาระหน้าที่ทำให้ทริปนี้ถูกเลื่อนออกมาอย่างไม่มีกำหนดหลายครั้งหลายครา จนถึงจุดที่ต้องบอกกับตัวเองว่าถ้าขืนเลื่อนต่อไปแบบนี้ ก็คงจะต้องเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ แล้วความทรงจำดี ๆ อาจจะเลือนหายไปก่อนก็ได้ จึงตัดสินใจวางแผนการเดินทางคนเดียว และหาเพื่อนร่วมทริปจากพันทิป ตามลายแทง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://pantip.com/topic/34407234
สำหรับแผนการเดินทางของทริปนี้ผมได้วางแผนไว้ว่าจะเดินทาง และใช้เวลาบนภูกระดึงทั้งหมด 3 วัน 2 คืน และจะเดินทางต่อไปนอนค้างที่วังเวียงสัก 1 คืน แต่เนื่องจากเกิดความผิดพลาดทาง "สติ" ทำให้สับสนเรื่องวัน เวลา ทำให้วางแผนผิดจึงต้องเปลี่ยนแผน เป็นใช้เวลาบนภูกระดึงทั้งหมด 3 วัน 2 คืน ตามเดิม แต่ต้องกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อ และ แม่ด้วยความคิดถึง
กำหนดเดินทางของผมคือ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลยในวันที่ 9 ธันวาคม แต่เนื่องด้วยปกติเป็นผู้ชายกะดึก ทำให้ต้องปรับชีวิตมาเป็นผู้ชายกะเช้าชั่วคราว โอ้โห บอกเลยครับชีวิตเจอมรสุม ยิ่งกว่าวันมหาวิปโยคอีก เนื่องจากนาฬิกาชีวิตเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เจออะไรก็ขัดใจ หงุดหงิดไปหมด ต้องนั่งตั้งสติ ถามว่าได้ไหม หึ ไม่ได้ ห้าห้า
โดยก่อนหน้านั้นผมได้นัดพบกับพี่ศร เพื่อนร่วมทริปจากพันทิป และมีพี่นก พี่น้อย (สองคนนี้โดนจับคู่เป็น นกน้อย อุไรพร โดยปริยาย) พี่แอ๊ะ พี่ตุ๊ก และพี่นิด ทุกคนดูแฮปปี้กับการกินมาก แฮปปี้จนแทบลืมดูเวลากันเลยทีเดียว กลุ่มพี่ ๆ เค้าเดินออกเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เวลา 21:00 ส่วนผมออกเดินทางเวลา 21:30 โดยที่ได้นัดแนะว่าจะไปเจอกันอีกทีที่ร้านเจ๊กิม ผานกเค้า
ตัดภาพมาบนรถที่ใช้เดินทาง หลังจากออกมาจากจุดแวะพักทานอาหารแห่งหนึ่งบนเส้นทาง (ขออนุญาตไม่พาดพิงถึงธุรกิจนะครับ) เรื่องตื่นเต้นก็ได้เกิดขึ้น คือ แอร์หนาวจนแอร์น็อค ทำให้อากาศเริ่มร้อน อาการคงประมาณว่าทำยังไงก็ไม่ติด ทางแก้คือ ดับเครื่อง แล้วสตาร์ทเครื่องใหม่ครับ แล้วมันตื่นเต้นตรงไหนหรอ ตื่นเต้นตรงที่ดับเครื่องช่วงบนเขาน่ะสิครับ จากเดิมที่รถสองเที่ยวนี้จะถึงผานกเค้าเวลาไล่เรี่ยกัน ทำให้ถึงช้ากว่ากำหนดเดิมนิดหน่อย
พอลงรถก็โทรหาพวกพี่ ๆ ปรากฎว่าทุกคนพร้อมหมดแล้วทั้ง 6 คน และมีเพื่อนร่วมทางอีก 3 คน เหอะ ๆ เค้าต้องรอผมคนเดียว พอผมขึ้นบอกเลย คนขับรถก็ถามว่าออกเลยไหม ทุกคนตอบว่าออกเลย ไอ้เราก็นึกในใจเห้ย เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้นเลยนะเว้ย แต่ทุกคนพร้อมมาก ผมไม่พร้อมมมมม แต่ไม่ทันละถ้าจะมารื้อกระเป๋าหาเสื้อคลุม เพราะรถออกแล้ว
ตัดภาพไปเลยละกัน ขาดตกบกพร่องตรงไหนจะมาเสริม มาแทรกให้แล้วกันครับ ไม่อยากดองไว้นาน ไม่ใช่อะไรนะ เดี๋ยวจะลืมไอ้เรื่องที่นี่นินทาชาวบ้านเค้าหมด อ่อ ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวมีเรื่องมานินทายิบย่อยเรื่อย ๆ ใครขึ้นช่วงวันนั้น ไม่น่ารอดการโดนนินทาซักเท่าไหร่ เรานินทามากจนชนิดที่ว่า จำหน้าไม่ได้ ต้องอาศัยการจำอุปกรณ์แต่งกาย สำหรับกรณีนี้ไม่ใช่ เสื้อ กางเกงนะ แต่เป็น กระเป๋า กับรองเท้า เพราะอย่างที่บอกไปเรานินทาเยอะ จนจำไม่หมดจริง ๆ
ฟ้าสางที่ศรีฐาน
ไป ๆ ถ่ายรูปรวมตัวกันก่อนสักหน่อย นี่คือทีมเราครับ เห็นไหม แม้กระทั้งตอนถ่ายรูป ยังไม่มีคำว่าหยุดที่จะคุย ต้องขอขอบคุณพี่ศร ตากล้องของเราด้วยนะครับ คืออยากจะถามว่า ขาตั้งกล้องอ่ะ ทำไมไม่ใช้ จะได้มาถ่ายรูปด้วยกัน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวแกจะออกมาแสดงตัวจากรูปต่อ ๆ ไปนี่แหละ อ่อ ขาตั้งกล้องอ่ะ ของพี่แอ๊ะ
อ่ะ อีกสักรูป เอาแบบระบุชื่อเรียงตัวเลย เผื่อคนที่โดนนินทาจะได้มาหมายหัวแสดงตัว ว่าโดนใครคนไหนนินทาบ้าง เนื่องจากบางทีเราก็นินทาระยะเผาขน ไม่ได้ทิ้งช่วง ทิ้งระยะห่างเลย เริ่มจากทางซ้ายเลยนะครับ คนแรก พี่แอ๊ะ ตามด้วยพี่ตุ๊ก พี่นก คั่นกลางด้วยหลักกิโลฯ พี่น้อย...อะไรก็ได้ และพี่นิด ส่วนอีกคนใครไม่รู้ ห้าห้า
อย่ารอช้า ลุยกันเลยดีกว่า แต่พวกเราไปกันแบบเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็ช่างดิ ห้าห้า ช่วงที่แรงยังดีก็มีเรื่องคุยกันไปเรื่อย พอหมดเรื่องคุยก็จะสอดส่ายสายตาหาเรื่องนินทาชาวบ้าน
อันนี้เหมือนจะเป็นการพักเหนื่อยเฉย ๆ นะ แต่ไม่ใช่เราใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กว่านั้นเยอะ ขุดสารพัดเรื่องราวมาคุยกันได้เรื่อย ๆ ถ้าหมดเรื่องก็หาเป้าหมาย แล้วนินทาแทน บอกเลยทริปนี้มีเรื่องเม้าท์กันไม่หยุดปาก นี่ไงพี่ศร เค้าปรากฎตัวออกมาแล้ว
สำหรับคนที่โดนเราแซว โดนเรานินทา รู้ไว้เถอะครับ ว่าคุณมีจุดเด่นสะดุดตาเรามาก ไม่ว่าจะเป็นน้องโคมยี่เป็ง เชียงใหม่ น้องกระเป๋าม่วง ไอ้บ้าพลัง 10 เมตร บลา บลา บลา สำหรับประโยคเริ่มต้นของคนที่จะโดนนินทาคือ คอยดูนะ และเห็นป่ะ
ขอยกตัวอย่างคนที่ถูกนินทา (รูปจากซำแฮกขาลง) เราเรียกว่าอีน้องเป็ดเหลือง น้องคนนี้โดนเรานินทาตั้งแต่ขาขึ้น เนื่องจากขึ้นวันเดียวกัน ส่วนที่ขอพาดพิงเพราะเราได้ช่วยเหลือน้องกลุ่มนี้ไว้ถึง 2 ครั้ง ส่วนรายละเอียดจะเล่าตามลำดับเรื่อง
ขอเตือนนะครับ การขึ้นภูกระดึง อย่าคิดแค่ว่าร่างกายพร้อมอย่างเดียวจะขึ้นได้ ใจต้องพร้อมด้วย แล้วถ้าเหนื่อย ห้ามฝืนเด็ดขาด เหนื่อยพักเลย ไม่ต้องอาย ไม่ไหวต้องการความช่วยเหลือ ร้องขอความช่วยเหลือเลย ผมเชื่อว่ามีเพื่อนร่วมทางพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ อย่างพวกเราถ้าเห็นเพื่อนร่วมทางอาการไม่ดี เราจะสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือไหม อย่าน้องคนนี้ เป็นตะคริว แต่ไอ้ตอนเราเห็นอ่ะ เราคิดว่าน้องไม่ได้เป็นอะไร แต่เหมือนเพื่อนน้องจะเป็น แต่ไป ๆ มา ๆ คนที่เราคิดว่าเป็นตะคริวกลับไม่เป็น พากันงง ห้าห้า อ่ะ แต่เราก็มีหมอนวดติดตัวไปด้วย ลงมือเลยแม่หมอ สำหรับยาตัวนี้คือ เพอสกินดอล
เพอสกินดอล
อ่อ ขอเพิ่มเติมอีกหน่อย การเดินขึ้นภูกระดึง เดินป่า เดินเขา เดินทางลำบากนะครับคู๊ณ ไม่ใช่เดินเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน สยามดิสฯ สยามสแคว และห้างสรรพสินค้าทั่วราชอาณาจักร บอกเลย กางเกงยีนส์ที่รัดติ้ว หรือพวกขาเดฟเนี่ย อย่าได้ใส่ไปกันเลย พาลตะคริวกินได้ง่าย ๆ ใส่ที่สบาย ๆ ดีกว่า ถ้ากลัวล้ม แล้วจะเจ็บก็เลือกพวกกางเกงวอร์ม หรือ ยีนส์ตัวใหญ่ ๆ หน่อย ส่วนตัวผมกางเกงขาสั้นตลอดทริปครับ แนะนำว่า แว่นกันแดด หมวกด้วยยิ่งดีครับ ช่วงก่อนซำแฮกแดดร้อนมาก ส่วนรองเท้าเอาที่ดอกยางดี ๆ และเลือกคู่ที่พร้อมตัดใจได้หากมันพัง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ผมต้องทิ้งรองเท้าใหม่ทั้งสองครั้ง รอบนี้เลยเอารองเท้าที่พร้อมจะทิ้งไปใส่ ปรากฎว่า หัวเปิดตั้งแต่ก่อนถึงหลังแปอีก แต่ที่วังกวางมีกาวร้อนขาย เลยพอประทังเอากลับลงมาทิ้งที่ศรีฐานได้
เหมือนกำลังจะโฟกัสใครสักคนนี่แหละ แล้วจู่ ๆ จุดที่โฟกัสก็หายไป สติหลุด มือลั่นชัตเตอร์ สรุป แล้วเมื่อกี้โฟกัสอะไร
สองกิโลฯ แรกก็ลิ้นห้อยแล้ว ไม่ร็ว่าเหนื่อยเพราะเดิน หรือเหนื่อยเพราะนินทาชาวบ้านเหมือนกัน ณ. จุดนั้น เอ๊ะ ได้ข่าวว่าแบกขาตั้งกล้องอยู่นะ ทำไมไม่เอามาใช้ให้มันเกิดประโยชน์ ถ้าจะแบกขึ้นมาให้หนักเล่น ๆ ก็ไม่ว่ากันนะ แต่ เอามาใช้ไหม ถ้าไม่ใช้ ทำไมไม่ฝากลูกหาบแต่แรก คือสภาพแต่ละคน เหมือนไม่ได้เอาสติมาด้วย ห้าห้า แก้ไข ขาตั้งกล้องอ่ะพี่แอ๊ะ ให้พี่ศรใช้ก่อนไหม ถือขึ้นมาก็ให้มันเป็นประโยชน์นะ
ขาตึงหรอ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ควักสเปรย์มาช่วยบรรเทาอาการ และป้องกันการเกิดตะคริวก่อนเลย ตัวนี้คือ ยูนิเรน
ยูนิเรน
เดี๋ยวขอตัวไปปิดระบบก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมาต่อให้ทีเดียวพรุ่งนี้ ขออนุญาตดองเพิ่ม 1 คืนครับ ส่วนเรื่องนินทาไม่ต้องกลัวครับ มีมานินทาให้ฟังแน่ ๆ อาจจะไม่มีรูปประกอบนะ แต่เล่าไปคงจะพอนึกภาพออก
edit เรียกสติ : ขาตั้งกล้อง พี่แอ๊ะแบกขึ้นมา แต่เอ๊ะได้ข่าวว่ามันแบ่งกันใช้ได้ไม่ใช่หรอ ห้าห้า
[CR] หลีกหนีความสบาย พาร่างกายไปลำบาก ประสบการณ์ที่แตกต่างบนความ โหด มันส์ ฮา เศร้า เคล้าน้ำตา และการนินทาตลอดทริป ภูกระดึง
ทริปนี้เริ่มจากการที่อยากหวนลำลึกความทรงจำกับสองครั้งที่ผ่านมา แต่ด้วยเรื่องของเวลา และภาระหน้าที่ทำให้ทริปนี้ถูกเลื่อนออกมาอย่างไม่มีกำหนดหลายครั้งหลายครา จนถึงจุดที่ต้องบอกกับตัวเองว่าถ้าขืนเลื่อนต่อไปแบบนี้ ก็คงจะต้องเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ แล้วความทรงจำดี ๆ อาจจะเลือนหายไปก่อนก็ได้ จึงตัดสินใจวางแผนการเดินทางคนเดียว และหาเพื่อนร่วมทริปจากพันทิป ตามลายแทง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สำหรับแผนการเดินทางของทริปนี้ผมได้วางแผนไว้ว่าจะเดินทาง และใช้เวลาบนภูกระดึงทั้งหมด 3 วัน 2 คืน และจะเดินทางต่อไปนอนค้างที่วังเวียงสัก 1 คืน แต่เนื่องจากเกิดความผิดพลาดทาง "สติ" ทำให้สับสนเรื่องวัน เวลา ทำให้วางแผนผิดจึงต้องเปลี่ยนแผน เป็นใช้เวลาบนภูกระดึงทั้งหมด 3 วัน 2 คืน ตามเดิม แต่ต้องกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อ และ แม่ด้วยความคิดถึง
กำหนดเดินทางของผมคือ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลยในวันที่ 9 ธันวาคม แต่เนื่องด้วยปกติเป็นผู้ชายกะดึก ทำให้ต้องปรับชีวิตมาเป็นผู้ชายกะเช้าชั่วคราว โอ้โห บอกเลยครับชีวิตเจอมรสุม ยิ่งกว่าวันมหาวิปโยคอีก เนื่องจากนาฬิกาชีวิตเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เจออะไรก็ขัดใจ หงุดหงิดไปหมด ต้องนั่งตั้งสติ ถามว่าได้ไหม หึ ไม่ได้ ห้าห้า
โดยก่อนหน้านั้นผมได้นัดพบกับพี่ศร เพื่อนร่วมทริปจากพันทิป และมีพี่นก พี่น้อย (สองคนนี้โดนจับคู่เป็น นกน้อย อุไรพร โดยปริยาย) พี่แอ๊ะ พี่ตุ๊ก และพี่นิด ทุกคนดูแฮปปี้กับการกินมาก แฮปปี้จนแทบลืมดูเวลากันเลยทีเดียว กลุ่มพี่ ๆ เค้าเดินออกเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เวลา 21:00 ส่วนผมออกเดินทางเวลา 21:30 โดยที่ได้นัดแนะว่าจะไปเจอกันอีกทีที่ร้านเจ๊กิม ผานกเค้า
ตัดภาพมาบนรถที่ใช้เดินทาง หลังจากออกมาจากจุดแวะพักทานอาหารแห่งหนึ่งบนเส้นทาง (ขออนุญาตไม่พาดพิงถึงธุรกิจนะครับ) เรื่องตื่นเต้นก็ได้เกิดขึ้น คือ แอร์หนาวจนแอร์น็อค ทำให้อากาศเริ่มร้อน อาการคงประมาณว่าทำยังไงก็ไม่ติด ทางแก้คือ ดับเครื่อง แล้วสตาร์ทเครื่องใหม่ครับ แล้วมันตื่นเต้นตรงไหนหรอ ตื่นเต้นตรงที่ดับเครื่องช่วงบนเขาน่ะสิครับ จากเดิมที่รถสองเที่ยวนี้จะถึงผานกเค้าเวลาไล่เรี่ยกัน ทำให้ถึงช้ากว่ากำหนดเดิมนิดหน่อย
พอลงรถก็โทรหาพวกพี่ ๆ ปรากฎว่าทุกคนพร้อมหมดแล้วทั้ง 6 คน และมีเพื่อนร่วมทางอีก 3 คน เหอะ ๆ เค้าต้องรอผมคนเดียว พอผมขึ้นบอกเลย คนขับรถก็ถามว่าออกเลยไหม ทุกคนตอบว่าออกเลย ไอ้เราก็นึกในใจเห้ย เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้นเลยนะเว้ย แต่ทุกคนพร้อมมาก ผมไม่พร้อมมมมม แต่ไม่ทันละถ้าจะมารื้อกระเป๋าหาเสื้อคลุม เพราะรถออกแล้ว
ตัดภาพไปเลยละกัน ขาดตกบกพร่องตรงไหนจะมาเสริม มาแทรกให้แล้วกันครับ ไม่อยากดองไว้นาน ไม่ใช่อะไรนะ เดี๋ยวจะลืมไอ้เรื่องที่นี่นินทาชาวบ้านเค้าหมด อ่อ ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวมีเรื่องมานินทายิบย่อยเรื่อย ๆ ใครขึ้นช่วงวันนั้น ไม่น่ารอดการโดนนินทาซักเท่าไหร่ เรานินทามากจนชนิดที่ว่า จำหน้าไม่ได้ ต้องอาศัยการจำอุปกรณ์แต่งกาย สำหรับกรณีนี้ไม่ใช่ เสื้อ กางเกงนะ แต่เป็น กระเป๋า กับรองเท้า เพราะอย่างที่บอกไปเรานินทาเยอะ จนจำไม่หมดจริง ๆ
ฟ้าสางที่ศรีฐาน
ไป ๆ ถ่ายรูปรวมตัวกันก่อนสักหน่อย นี่คือทีมเราครับ เห็นไหม แม้กระทั้งตอนถ่ายรูป ยังไม่มีคำว่าหยุดที่จะคุย ต้องขอขอบคุณพี่ศร ตากล้องของเราด้วยนะครับ คืออยากจะถามว่า ขาตั้งกล้องอ่ะ ทำไมไม่ใช้ จะได้มาถ่ายรูปด้วยกัน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวแกจะออกมาแสดงตัวจากรูปต่อ ๆ ไปนี่แหละ อ่อ ขาตั้งกล้องอ่ะ ของพี่แอ๊ะ
อ่ะ อีกสักรูป เอาแบบระบุชื่อเรียงตัวเลย เผื่อคนที่โดนนินทาจะได้มาหมายหัวแสดงตัว ว่าโดนใครคนไหนนินทาบ้าง เนื่องจากบางทีเราก็นินทาระยะเผาขน ไม่ได้ทิ้งช่วง ทิ้งระยะห่างเลย เริ่มจากทางซ้ายเลยนะครับ คนแรก พี่แอ๊ะ ตามด้วยพี่ตุ๊ก พี่นก คั่นกลางด้วยหลักกิโลฯ พี่น้อย...อะไรก็ได้ และพี่นิด ส่วนอีกคนใครไม่รู้ ห้าห้า
อย่ารอช้า ลุยกันเลยดีกว่า แต่พวกเราไปกันแบบเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็ช่างดิ ห้าห้า ช่วงที่แรงยังดีก็มีเรื่องคุยกันไปเรื่อย พอหมดเรื่องคุยก็จะสอดส่ายสายตาหาเรื่องนินทาชาวบ้าน
อันนี้เหมือนจะเป็นการพักเหนื่อยเฉย ๆ นะ แต่ไม่ใช่เราใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กว่านั้นเยอะ ขุดสารพัดเรื่องราวมาคุยกันได้เรื่อย ๆ ถ้าหมดเรื่องก็หาเป้าหมาย แล้วนินทาแทน บอกเลยทริปนี้มีเรื่องเม้าท์กันไม่หยุดปาก นี่ไงพี่ศร เค้าปรากฎตัวออกมาแล้ว
สำหรับคนที่โดนเราแซว โดนเรานินทา รู้ไว้เถอะครับ ว่าคุณมีจุดเด่นสะดุดตาเรามาก ไม่ว่าจะเป็นน้องโคมยี่เป็ง เชียงใหม่ น้องกระเป๋าม่วง ไอ้บ้าพลัง 10 เมตร บลา บลา บลา สำหรับประโยคเริ่มต้นของคนที่จะโดนนินทาคือ คอยดูนะ และเห็นป่ะ
ขอยกตัวอย่างคนที่ถูกนินทา (รูปจากซำแฮกขาลง) เราเรียกว่าอีน้องเป็ดเหลือง น้องคนนี้โดนเรานินทาตั้งแต่ขาขึ้น เนื่องจากขึ้นวันเดียวกัน ส่วนที่ขอพาดพิงเพราะเราได้ช่วยเหลือน้องกลุ่มนี้ไว้ถึง 2 ครั้ง ส่วนรายละเอียดจะเล่าตามลำดับเรื่อง
ขอเตือนนะครับ การขึ้นภูกระดึง อย่าคิดแค่ว่าร่างกายพร้อมอย่างเดียวจะขึ้นได้ ใจต้องพร้อมด้วย แล้วถ้าเหนื่อย ห้ามฝืนเด็ดขาด เหนื่อยพักเลย ไม่ต้องอาย ไม่ไหวต้องการความช่วยเหลือ ร้องขอความช่วยเหลือเลย ผมเชื่อว่ามีเพื่อนร่วมทางพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ อย่างพวกเราถ้าเห็นเพื่อนร่วมทางอาการไม่ดี เราจะสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือไหม อย่าน้องคนนี้ เป็นตะคริว แต่ไอ้ตอนเราเห็นอ่ะ เราคิดว่าน้องไม่ได้เป็นอะไร แต่เหมือนเพื่อนน้องจะเป็น แต่ไป ๆ มา ๆ คนที่เราคิดว่าเป็นตะคริวกลับไม่เป็น พากันงง ห้าห้า อ่ะ แต่เราก็มีหมอนวดติดตัวไปด้วย ลงมือเลยแม่หมอ สำหรับยาตัวนี้คือ เพอสกินดอล
เพอสกินดอล
อ่อ ขอเพิ่มเติมอีกหน่อย การเดินขึ้นภูกระดึง เดินป่า เดินเขา เดินทางลำบากนะครับคู๊ณ ไม่ใช่เดินเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน สยามดิสฯ สยามสแคว และห้างสรรพสินค้าทั่วราชอาณาจักร บอกเลย กางเกงยีนส์ที่รัดติ้ว หรือพวกขาเดฟเนี่ย อย่าได้ใส่ไปกันเลย พาลตะคริวกินได้ง่าย ๆ ใส่ที่สบาย ๆ ดีกว่า ถ้ากลัวล้ม แล้วจะเจ็บก็เลือกพวกกางเกงวอร์ม หรือ ยีนส์ตัวใหญ่ ๆ หน่อย ส่วนตัวผมกางเกงขาสั้นตลอดทริปครับ แนะนำว่า แว่นกันแดด หมวกด้วยยิ่งดีครับ ช่วงก่อนซำแฮกแดดร้อนมาก ส่วนรองเท้าเอาที่ดอกยางดี ๆ และเลือกคู่ที่พร้อมตัดใจได้หากมันพัง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ผมต้องทิ้งรองเท้าใหม่ทั้งสองครั้ง รอบนี้เลยเอารองเท้าที่พร้อมจะทิ้งไปใส่ ปรากฎว่า หัวเปิดตั้งแต่ก่อนถึงหลังแปอีก แต่ที่วังกวางมีกาวร้อนขาย เลยพอประทังเอากลับลงมาทิ้งที่ศรีฐานได้
เหมือนกำลังจะโฟกัสใครสักคนนี่แหละ แล้วจู่ ๆ จุดที่โฟกัสก็หายไป สติหลุด มือลั่นชัตเตอร์ สรุป แล้วเมื่อกี้โฟกัสอะไร
สองกิโลฯ แรกก็ลิ้นห้อยแล้ว ไม่ร็ว่าเหนื่อยเพราะเดิน หรือเหนื่อยเพราะนินทาชาวบ้านเหมือนกัน ณ. จุดนั้น เอ๊ะ ได้ข่าวว่าแบกขาตั้งกล้องอยู่นะ ทำไมไม่เอามาใช้ให้มันเกิดประโยชน์ ถ้าจะแบกขึ้นมาให้หนักเล่น ๆ ก็ไม่ว่ากันนะ แต่ เอามาใช้ไหม ถ้าไม่ใช้ ทำไมไม่ฝากลูกหาบแต่แรก คือสภาพแต่ละคน เหมือนไม่ได้เอาสติมาด้วย ห้าห้า แก้ไข ขาตั้งกล้องอ่ะพี่แอ๊ะ ให้พี่ศรใช้ก่อนไหม ถือขึ้นมาก็ให้มันเป็นประโยชน์นะ
ขาตึงหรอ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ควักสเปรย์มาช่วยบรรเทาอาการ และป้องกันการเกิดตะคริวก่อนเลย ตัวนี้คือ ยูนิเรน
ยูนิเรน
เดี๋ยวขอตัวไปปิดระบบก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมาต่อให้ทีเดียวพรุ่งนี้ ขออนุญาตดองเพิ่ม 1 คืนครับ ส่วนเรื่องนินทาไม่ต้องกลัวครับ มีมานินทาให้ฟังแน่ ๆ อาจจะไม่มีรูปประกอบนะ แต่เล่าไปคงจะพอนึกภาพออก
edit เรียกสติ : ขาตั้งกล้อง พี่แอ๊ะแบกขึ้นมา แต่เอ๊ะได้ข่าวว่ามันแบ่งกันใช้ได้ไม่ใช่หรอ ห้าห้า
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น