ตอนที่แม่เสีย เราเริ่มโทรบอกคนจากรายชื่อในโทรศัพท์ของแม่
และจากสมุดจดรายชื่อคนรู้จักที่แม่มีอยู่หนึ่งเล่ม
แต่ในสมุดมีชื่อคนเป็นร้อยเลย
บางคนแม่เขียนว่า แดง เราก้อไม่รู้ว่าใคร พอโทรไปกลายเป็นว่าร้านขายดอกไม้ เป็นร้านแก๊สบ้าง
เราเลยเลือกโทรบอกเฉพาะชื่อที่เราคุ้นๆว่าเคยได้ยินแม่พูดหรือโทรหา บ่อยๆๆ
ซึ่งจากรายชื่อเป็นร้อยเราเลยโทรหาได้ไม่กี่คนเอง นอกนั้นเราไม่คุ้น กลัวโทรไปเป็นร้านค้าอะไรอีก
และพอเอาเข้าจริงๆ ญาติทางแม่เราจากต่างจังหวัด ก้อมาเยอะอยู่แล้ว
ในงานก้อเลยมีคนเยอะมากพอสมควร ทั้งคนมาร่วมงานและคนมาช่วยงาน
ตอนก่อนเริ่มงานก้อกลัวเรื่องค่าใช้จ่าย เราพอหยิบยืมเงินญาติๆ มาบ้างเพราะกลัวเงินไม่พอ ของเราก้อมีไม่เยอะ
แต่จบงานหักค่าใช่จ่ายทุกอย่างแล้ว ยังเหลือเงินอีกตั้งหลายหมื่น ก้อจะเก็บไว้ในวันทำบุญร้อยวันอีกที....
....................................พอหมดงานไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ ก้อเริ่มมีคนที่ยังไม่รู้ข่าวเรื่องแม่โทรเข้าเครื่องแม่ หลายคนแม่ไม่ได้เมมชื่อไว้
เราก้อแจ้งไป เค้าก้อโวยวายใหญ่หาว่าทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้ไม่บอกกัน เราก้อต้องขอโทษขอโพยกันไป
เค้าก้อบอกว่าถึงวันที่ทำบุญร้อยวัน ต้องแจ้งมาด้วยนะ ........แล้วก้อมีสายของเพื่อนเราเองด้วยที่เราไม่ได้แจ้งไป เพราะเรามัวแต่ยุ่งเรื่องงาน
ก้อตำหนิเราอีกทาง ...................จนทุกวันนี้ จะเดือนนึงแล้ว ก้อยังมีคนโทรหาแม่เราเรื่อยๆ เราก้อได้แต่น้อมรับข้อผิดพลาดกันไป....
ทีนี้เราเลยบอกพ่อเลยว่า ให้พ่อจดรายชื่อคนที่คิดว่าจะให้เชิญในงานของพ่อเอง ไว้ก่อนเลย สัก สามสิบสี่สิบคน
เพราะรายชื่อในสมุดจดของพ่อ เยอะกว่าของแม่อีก โทรศัพท์พ่อก้อไม่เคยเมมชื่อใครๆไว้เลย
เราจะรู้จักคนของแม่เยอะกว่าทางพ่อซะอีกด้วย ส่วนใหญ่ก้อเป็นคนต่างจังหวัดทั้งนั้นด้วย
ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมจากบทเรียนงานแม่......พ่ออายุ 78แล้วด้วยครับ
น้อยใจครับ โดนคนตำหนิ ที่ไม่ยอมโทรบอกเค้าเรื่องที่แม่เราเสีย.....( เราไม่สามารถโทรบอกได้ทุกคนไงครับ )
และจากสมุดจดรายชื่อคนรู้จักที่แม่มีอยู่หนึ่งเล่ม
แต่ในสมุดมีชื่อคนเป็นร้อยเลย
บางคนแม่เขียนว่า แดง เราก้อไม่รู้ว่าใคร พอโทรไปกลายเป็นว่าร้านขายดอกไม้ เป็นร้านแก๊สบ้าง
เราเลยเลือกโทรบอกเฉพาะชื่อที่เราคุ้นๆว่าเคยได้ยินแม่พูดหรือโทรหา บ่อยๆๆ
ซึ่งจากรายชื่อเป็นร้อยเราเลยโทรหาได้ไม่กี่คนเอง นอกนั้นเราไม่คุ้น กลัวโทรไปเป็นร้านค้าอะไรอีก
และพอเอาเข้าจริงๆ ญาติทางแม่เราจากต่างจังหวัด ก้อมาเยอะอยู่แล้ว
ในงานก้อเลยมีคนเยอะมากพอสมควร ทั้งคนมาร่วมงานและคนมาช่วยงาน
ตอนก่อนเริ่มงานก้อกลัวเรื่องค่าใช้จ่าย เราพอหยิบยืมเงินญาติๆ มาบ้างเพราะกลัวเงินไม่พอ ของเราก้อมีไม่เยอะ
แต่จบงานหักค่าใช่จ่ายทุกอย่างแล้ว ยังเหลือเงินอีกตั้งหลายหมื่น ก้อจะเก็บไว้ในวันทำบุญร้อยวันอีกที....
....................................พอหมดงานไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ ก้อเริ่มมีคนที่ยังไม่รู้ข่าวเรื่องแม่โทรเข้าเครื่องแม่ หลายคนแม่ไม่ได้เมมชื่อไว้
เราก้อแจ้งไป เค้าก้อโวยวายใหญ่หาว่าทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้ไม่บอกกัน เราก้อต้องขอโทษขอโพยกันไป
เค้าก้อบอกว่าถึงวันที่ทำบุญร้อยวัน ต้องแจ้งมาด้วยนะ ........แล้วก้อมีสายของเพื่อนเราเองด้วยที่เราไม่ได้แจ้งไป เพราะเรามัวแต่ยุ่งเรื่องงาน
ก้อตำหนิเราอีกทาง ...................จนทุกวันนี้ จะเดือนนึงแล้ว ก้อยังมีคนโทรหาแม่เราเรื่อยๆ เราก้อได้แต่น้อมรับข้อผิดพลาดกันไป....
ทีนี้เราเลยบอกพ่อเลยว่า ให้พ่อจดรายชื่อคนที่คิดว่าจะให้เชิญในงานของพ่อเอง ไว้ก่อนเลย สัก สามสิบสี่สิบคน
เพราะรายชื่อในสมุดจดของพ่อ เยอะกว่าของแม่อีก โทรศัพท์พ่อก้อไม่เคยเมมชื่อใครๆไว้เลย
เราจะรู้จักคนของแม่เยอะกว่าทางพ่อซะอีกด้วย ส่วนใหญ่ก้อเป็นคนต่างจังหวัดทั้งนั้นด้วย
ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมจากบทเรียนงานแม่......พ่ออายุ 78แล้วด้วยครับ