จขกท.ไปสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนมาค่ะ ซึ่งครั้งนี้เป็นการขอ F-1 ครั้งที่สอง
ลืมบอกค่ะว่า จขกท.มีประวัติการเินทางเข้าออกอเมริกาอย่างถูกต้องมาหลายครั้งแล้วค่ะ เลยคิดว่าวีซ่าเราต้องผ่านแน่ๆ
แต่ผลปรากฎว่า จนท.ไม่ได้สนใจถามแพลนที่เราจะเรียนต่อ ไม่ได้ถามเหตุการณ์ปัจจุบัน หรืออนาคต แต่กลับถามแต่อดีตว่า
ใครเป็นสปอนเซอร์ แล้วสปอนเซอร์ทำงานอะไร แล้วครั้งที่แล้วที่ไปเขาโอนเงินให้ใช้ยังไง บ่อยแค่ไหน เป็นจำนวนเท่าไหร่
ซึ่งจขกท. ก็ตอบว่าสปอนเซอร์โอนเข้าแบงค์ xxxx บลาๆ แล้วจนท. ก็จดตามที่เราพูด เสร็จแล้วเขาก้อยื่นใบสีเขียวให้
แล้วเขียนว่าขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งก็คือ สเตทเม้นต์ย้อนหลังห้าปี ที่มีการโอนเงินมาให้เราใช้ตามแบงค์ที่เราบอกที่ต่างประเทศ
ซึ่งอันที่จริง ปีแรกเราไปผ่านเอเจนซี่ แล้วทางบ้านเราโอนค่าเรียนเป็นเงินสดผ่านแบงค์ให้กับเอเจนซี่เขาไปจ่ายให้โรงเรียนเอง โดยมีหลักฐานคือสลิปการโอน แต่มันก็ห้าปีผ่านมาแล้ว
จขกท.ทิ้งไปแล้วค่ะ และมีสลิปจากธนาคารที่เราแลกเงินดอลล่าไปใช้ที่นู่น เราก็ทิ้งไปหมดแล้วเพราะมันนานมากแล้ว
ส่วนปีอื่นๆ ทางบ้านเราโอนเงินให้เราสองวิธีคือ
1. เรารับเงินดอลจากคนไทยที่อเมริกาแล้วให้ที่บ้านเราโอนเงินบาทเข้าบัญชีเขา (ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ เพราะไม่เสียค่าโอนมากค่ะ)
2. โอนผ่านแบงค์เข้าบัญชีเราที่อเมริกา (วิธีนี้ถ้าจำไม่ผิดประมาณแค่สามครั้ง)
ปัญหาของเราคือ แต่ก่อนลุงของเราเขาเป็นสปอนเซอร์ให้ แต่ลุงและครอบครัวย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เราติดต่อเขาไม่ได้ ( ปัจจุบัน คนสปอนเซอร์เราคือพี่สาว)
และถ้าจะเอาสเตทเม้นจากบัญชีที่อเมริกาเรา ยิ่งแล้วใหญ่เพราะเราปิดบัญชีก่อนกลับมาเมืองไทย (เรากลับมาทำงานที่ไทยได้ปีกว่า)
*** เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ทางสถานฑูตเขาจะให้ระยะเวลา 1 ปี ไม่งั้นเขาจะทำลายไฟล์เราทิ้ง แล้วเราต้องยื่นใหม่ ***
เรากลุ้มใจมาก เพราะนอกจากจะทำให้วีซ่ามันล่าช้า จนไม่ทันเปิดเรียน แถมเครียดตรงไม่มีเอกสารเพิ่มเติมยื่นให้ทางสถานฑูต มันก็หมายถึงเรามีโอกาสปฏิเสธวีซ่า แล้วพาสปอร์ตเราก็อยู่กับทางสถานฑูต
เราเลยอยากรู้ว่า
1. เราจะมีวิธีอื่นอีกไหม ที่จะใช้แทนสเตทเม้น (คำถามอาจจะดูโง่ไปหน่อย ขออภัยนะคะ แต่เผื่อมีทางออกอื่น)
2. ถ้าเราไม่มีเอกสารยื่นให้ทางสถานฑูตจริงๆ แล้วเราจะได้พาสปอร์ตคืนอีกนานมั้ยค่ะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆคำตอบนะคะ
สถานฑูตอเมริกา ขอเอกสารเพิ่มเติม แต่หาไม่ได้
ลืมบอกค่ะว่า จขกท.มีประวัติการเินทางเข้าออกอเมริกาอย่างถูกต้องมาหลายครั้งแล้วค่ะ เลยคิดว่าวีซ่าเราต้องผ่านแน่ๆ
แต่ผลปรากฎว่า จนท.ไม่ได้สนใจถามแพลนที่เราจะเรียนต่อ ไม่ได้ถามเหตุการณ์ปัจจุบัน หรืออนาคต แต่กลับถามแต่อดีตว่า
ใครเป็นสปอนเซอร์ แล้วสปอนเซอร์ทำงานอะไร แล้วครั้งที่แล้วที่ไปเขาโอนเงินให้ใช้ยังไง บ่อยแค่ไหน เป็นจำนวนเท่าไหร่
ซึ่งจขกท. ก็ตอบว่าสปอนเซอร์โอนเข้าแบงค์ xxxx บลาๆ แล้วจนท. ก็จดตามที่เราพูด เสร็จแล้วเขาก้อยื่นใบสีเขียวให้
แล้วเขียนว่าขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งก็คือ สเตทเม้นต์ย้อนหลังห้าปี ที่มีการโอนเงินมาให้เราใช้ตามแบงค์ที่เราบอกที่ต่างประเทศ
ซึ่งอันที่จริง ปีแรกเราไปผ่านเอเจนซี่ แล้วทางบ้านเราโอนค่าเรียนเป็นเงินสดผ่านแบงค์ให้กับเอเจนซี่เขาไปจ่ายให้โรงเรียนเอง โดยมีหลักฐานคือสลิปการโอน แต่มันก็ห้าปีผ่านมาแล้ว
จขกท.ทิ้งไปแล้วค่ะ และมีสลิปจากธนาคารที่เราแลกเงินดอลล่าไปใช้ที่นู่น เราก็ทิ้งไปหมดแล้วเพราะมันนานมากแล้ว
ส่วนปีอื่นๆ ทางบ้านเราโอนเงินให้เราสองวิธีคือ
1. เรารับเงินดอลจากคนไทยที่อเมริกาแล้วให้ที่บ้านเราโอนเงินบาทเข้าบัญชีเขา (ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ เพราะไม่เสียค่าโอนมากค่ะ)
2. โอนผ่านแบงค์เข้าบัญชีเราที่อเมริกา (วิธีนี้ถ้าจำไม่ผิดประมาณแค่สามครั้ง)
ปัญหาของเราคือ แต่ก่อนลุงของเราเขาเป็นสปอนเซอร์ให้ แต่ลุงและครอบครัวย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เราติดต่อเขาไม่ได้ ( ปัจจุบัน คนสปอนเซอร์เราคือพี่สาว)
และถ้าจะเอาสเตทเม้นจากบัญชีที่อเมริกาเรา ยิ่งแล้วใหญ่เพราะเราปิดบัญชีก่อนกลับมาเมืองไทย (เรากลับมาทำงานที่ไทยได้ปีกว่า)
*** เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม ทางสถานฑูตเขาจะให้ระยะเวลา 1 ปี ไม่งั้นเขาจะทำลายไฟล์เราทิ้ง แล้วเราต้องยื่นใหม่ ***
เรากลุ้มใจมาก เพราะนอกจากจะทำให้วีซ่ามันล่าช้า จนไม่ทันเปิดเรียน แถมเครียดตรงไม่มีเอกสารเพิ่มเติมยื่นให้ทางสถานฑูต มันก็หมายถึงเรามีโอกาสปฏิเสธวีซ่า แล้วพาสปอร์ตเราก็อยู่กับทางสถานฑูต
เราเลยอยากรู้ว่า
1. เราจะมีวิธีอื่นอีกไหม ที่จะใช้แทนสเตทเม้น (คำถามอาจจะดูโง่ไปหน่อย ขออภัยนะคะ แต่เผื่อมีทางออกอื่น)
2. ถ้าเราไม่มีเอกสารยื่นให้ทางสถานฑูตจริงๆ แล้วเราจะได้พาสปอร์ตคืนอีกนานมั้ยค่ะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆคำตอบนะคะ