Travelling is me Ry_chEr > ทริปนี้เที่ยวคนเดียวจริงๆ ไม่ได้ไปกะใคร เป็นทริปแรกในชีวิตที่เที่ยวคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว
สืบเนื่องมาจากได้ตั๋วฟรีมาจากสายการบินยูเครน เป็นสายการบินที่น่ารักและอบอุ่นดีมาก

ชอบอัธยาศัยของคนที่นี่มากๆ เป็นความน่ารักที่น้อยคนนักจะได้เห็นชาวยูเครน ... ว่าจริงๆ แล้วเค้าน่ารักดี และเป็นกันเองเป็นอย่างมาก
ตอนที่รู้ว่าได้ตั๋วเครื่องบินฟรี .... เห็นชื่อตัวเองว่าได้ Lucky Draw ดีใจสุดๆๆๆ และเค้าให้เลือกว่าจะไปที่ไหน ???
ตัวเองก็คิดแล้วคิดอีก ... ว่าถ้าไปคนเดียวไปที่ไหนดีน้าาาา ...สุดท้ายก็เลยเลือกไปปราก ... ดินแดนที่เป็นเทพนิยายมากๆๆ
ทริปนี้ออกเดินทางวันที่ 4 ธันวาคม และเดินทางกลับวันที่ 9 ธันวาคม ถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพเช้าวันที่ 10 ธันวาคม 2558
เหตุผลที่เลือกเดินทางไปประเทศ Czech Republic เพราะเป็นประเทศไม่ใหญ่มาก และมีความสวยงามในทุกๆ พื้นที่ของเมือง
ซึ่งเราคิดว่าประเทศนี้ค่อนข้างเป็นประเทศที่ปลอดภัยและไม่อันตรายสำหรับผู้หญิงคนเดียว ... จึงเลือกจองตั๋วเครื่องบินทันที
ซึ่งเราก็ได้มีการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเป็นภาคภาษาอังกฤษเองนะ เพราะไม่ค่อยมีคนเขียนรีวิวของที่นี่สักเท่าไร
จึงพยายามอ่านและศึกษาด้วยตัวเองและออกแบบ Artwork คู่มือเที่ยวด้วยตัวเองทั้งหมด
และสาเหตุที่ทำไมเที่ยวปราก จึงไปโผล่ที่ Hallstatt ได้นั้น... คงเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เนื่องจากน้องที่ทำงานบอกว่าไป Hallstatt หรือเปล่า ?
เราก็..คิดว่ามันใกล้กันหรอ ??? จึงไปหาข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการเดินทางไปที่นี่ และผลที่ได้คือ มันไม่ไกลกันมาก สามารถเดินทางไปได้
ก็จัดสิค่ะ >>>> จะรออะไร 55555 .... ปักหมุดทันทีเลยค่ะ
และจากที่เราได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับฟรี โดยต้องเสียเงินเพิ่มแค่ 1 USD เท่านั้น เราก็ได้ทำการแจ้งไปยังสายการบินยูเครนว่า
จะไปที่ไหนและวันไหน และหลังจากเรียบร้อยก็ปริ้นท์เอกสารออกมารอไปขอวีซ่าเชงเก้นของ Czech กันเลยค่ะ
วิธีการขอวีซ่าเชงเก้นของ Czech Republic
1. กรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอวีซ่าและเลือกวันเวลาที่จะเข้าไปส่งเอกสารขอวีซ่า (แบบไปขอเองไม่ผ่านตัวแทนใดๆ ทั้งสิ้น)
- Link เพื่อทำการนัดหมายในการขอวีซ่ากับทางสถานฑูตเช็ก ในประเทศไทย
https://visapoint.eu/disclaimer
2. หลังจากได้นัดวันยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็มาเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนวันยื่นกันค่ะ
- เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บของ VFS ที่ให้ข้อมูลในการเตรียมเอกสารและขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็นในการขอวีซ่าทั้งหมด
(ช่วยให้ง่ายต่อการเตรียมเอกสารทั้งหมด)
http://www.vfsglobal.com/czechrepublic/thailand/thai/index.html

อัพเดท ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2558
- Link เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มมากรอกข้อมูลของสถานฑูตเช็ก ในประเทศไทย
http://www.mzv.cz/bangkok/en/visa_and_consular_Information/necessary_requirements_for_schengen_visa.html
- Link ข้อมูลบริษัทประกันการเดินทางที่ได้รับการรับรองในการขอวีซ่าเชงเก้น (ดูจากไฟล์แนบจ้า)
http://www.mzv.cz/bangkok/en/visa_and_consular_Information/schengen_visa_information.html
- สำหรับ Bookbank พยายามอัพเดทให้เป็นหน้าสรุปยอดเงินก่อนวันไปยื่น 1 วันนะคะ เพื่อความไม่ประมาทเพราะถ้าไม่ล่าสุดจริงๆ
เจ้าหน้าที่จะถามและให้เอามายื่นเพิ่มเติมค่ะ (ต่อให้ไม่เคยฝากเงินเพิ่มมานานแค่ไหน ก็ไปอัพให้มันขึ้นวันที่เป็นวันก่อนไปยื่นนะคะ)
- หลักฐานการจองห้องพัก ก็ต้องแนบไปด้วยนะคะ อาจจะจองผ่านเว็บไซต์ที่ยังไม่ต้องโอนเงินหรือตัดเงิน และสามารถยกเลิกภายหลังได้มายื่นก็ได้ค่ะ เพราะอาจะมีเปลี่ยนใจ
3. วันที่ไปยื่นเอกสารตามวันนัดหมาย
การเดินทางไม่อยากค่ะ นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเพลินจิต และนั่งมอไซต์วินหน้าปากซอยร่วมฤดี (10 บาท)
บอกไปสถานฑูตเช็กค่ะ เพราะถ้าเดินอาจเหนื่อยค่ะ เคยเดินมาแล้ว... พอไปถึงก็เอาเอกสารนัดหมายไปยื่นให้พี่ รปภ. ดูและเค้าจะบอกค่ะ
ว่าให้มาตั้งแถวตอนกี่โมง ซึ่งระหว่างนี้เพื่อนสามารถนั่งรอได้ที่บ้านข้างๆ ที่เค้าขายน้ำและรับปริ้นท์เอกสารเพิ่มเติมค่ะ
แต่ต้องเสียเงินซื้อน้ำ 20 บาทนะคะ ถึงจะนั่งรอข้างในร้านได้อ่ะค่ะ
4. พอถึงคิวยื่นเอกสาร ก็เตรียมเอกสารให้พร้อมครบถ้วน และยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ค่ะ
ซึ่งตอนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติกับเจ้าหน้าที่ชาวไทย ซึ่งอาจจะดูดุๆ หน่อย แต่ถ้าคุณปฏิบัติตามกฎระเบียบก็ไม่ต้องกลัวอะไรนะคะ
และเค้าอาจจะถามคำถามนิดๆ หน่อยๆ ว่าไปทำอะไร ไปกะใคร ไปกี่วัน .... ก็ตอบไปตามจริงค่ะ และจ่ายเงินค่าวีซ่า
ทางสถานฑูตจะให้กระดาษแผ่นเล็กๆ มา 1 ใบ เป็นเลขที่ในการออกวีซ่าและวันที่นัดมารับพาสปอร์ตคืนค่ะ
และถ้าใครต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ก็สามารถยื่นได้ตั้งแต่ 13.30 เป็นต้นไป (อันนี้ไม่แน่ใจว่าถึงกี่โมงค่ะ) ก่อนถึงวันรับพาสปอร์ตคืน
เวลาที่ใช้ในการรับพาสปอร์ตคืนไม่นานค่ะ เพียงแค่ 1 สัปดาห์ก็จะได้คืน และต้องมารับตอนบ่ายนะคะ เพราะช่วงเวลาบ่ายเป็นต้นไป
จะเป็นเวลาในการยื่นเอกสารเพิ่มเติม และรับพาสปอร์ตคืนค่ะ .......
หลังจากไปรับพาสปอร์ตคืน ..ผลที่ออกมาคือ วีซ่าออกแล้ว ...เย้เย้ๆๆๆๆ ดีใจที่สุด (เนื่องจากไปคนเดียว กลัววีซ่าไม่ผ่าน)
ต่อจากนี้ก็เป็นเวลาแห่งการวางแผนท่องเที่ยวและการเดินทางในแต่ละที่แล้วค่ะ สำหรับเราเป็นดังนี้ค่ะ
แผนการเดินทางคร่าวๆ มีดังนี้
คืนวันที่ 3 ธันวาคม >> เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์
(สายการบินยูเครน ไฟล์ทออกจากกรุงเทพประมาณตี 1.45 น.) รอนานๆๆๆ มาก
วันที่ 4 ธันวาคม >> เดินทางไปถึงเคียฟ เวลาประมาณ 8 โมงเช้ากว่า (ตามเวลาของประเทศยูเครน)
ต่อเครื่องจากเคียฟไปยังปราก (ตอนนี้จะต้องผ่านตรวจด่าน ตม. ของเคียฟ และไปที่ Gate เพื่อขึ้นรถบัส)
>> เดินทางถึงปราก เวลาประมาณ 10.35 น.
(แวะซื้อซิมมือถือของ Vodafone ที่ Terminal 2 = มีแบบ 1 GB (จำไม่ได้), 4GB (700 kc), 10 GB (900 kc))
>> จากสนามบินปราก เดินทางเข้ามาในเมืองโดยรถบัสและต่อรถไฟเมโทร (ซื้อตั๋วแบบ 90 นาที ราคา 32 kc)
เพื่อไปยังที่พักย่าน I. P. Pavlova ซึ่งไม่ไกลจาก Wenceslas Square (จองผ่าน Airbnb)
วันที่ 5 ธันวาคม >> เดินทางไปยัง Cesky Krumlov โดยการจองตั๋วรถบัสของ Student Agency Bus ผ่านทางเว็บไซต์
https://jizdenky.studentagency.cz/?0
ข้อดีที่ดีมากๆ ของรถบัสที่นี่ คือ สามารถเปลี่ยนเวลาการจองได้ ถ้าหากที่นั่งยังว่าง ก่อนล่วงหน้า 30 นาที
และเพียงแค่โชว์อีเมล์ยืนยันการจองก็เรียบร้อย (เราให้ดูทางโทรศัพท์เลย)
ซึ่งเราเลือกไปขึ้นรถที่สถานี Prague (Na Knížecí) หรือทางออกของสถานีรถไฟฟ้า Andel
ต้นทาง คือ Prague (Na Knížecí) ไปยัง Český Krumlov, AN ( AN ย่อมาจาก Autobusové nádraží)
เป็นสถานีป้ายสุดท้ายที่ใกล้ Cesky Krumlov มากที่สุด
>> พักที่ Pension Gardena ราคาคืนละ 980 kc รวมอาหารเช้าและห้องน้ำในตัว
http://www.pensiongardena.com/en/welcome-in-pension-gardena/1/
วันที่ 6 ธันวาคม >> เดินทางไป Hallstatt โดยการจองตั๋วรถล่วงหน้าของ BeanShuttle ราคาประมาณ 800 kc
http://www.beanshuttle.com/
เพียงแค่เลือกต้นทาง-ปลายทาง, วันที่จะเดินทาง และกรอกรายละเอียด(ในอีกหน้า)
หลังจากนั้น รออีเมลตอบกลับและแจ้งเวลาที่รถมีให้บริการ โดยที่เราสามารถตอบกลับอีเมลและถามรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ (บอกเลยว่าชอบมาก บริการดีค่ะ)
หมายเหตุ: ใช้เวลาในการเดินทางเฉลี่ย 3 - 3.5 ชั่วโมง
>> พักที่ Bräugasthof Hallstatt Lobisser ซึ่งจริงๆ เราอยากพักที่ Seehotel Grüner Baum Boutiquehotel am Hallstättersee
แต่ที่พักเต็ม เพราะที่นี่บริการดีมากๆ และอาหารอร่อยยยย
http://www.gruenerbaum.cc/
วันที่ 7 ธันวาคม >> เดินทางกลับไป Cesky Krumlov และต่อรถบัสไป Prague
วันที่ 8 ธันวาคม >> เที่ยวในปรากให้ได้เยอะที่สุด
วันที่ 9 ธันวาคม >> กลับบ้านแล้วจ้า ไปสนามบินปราก และไปรอต่อเครื่องที่เคียฟ เพื่อกลับประเทศไทย
วันที่ 10 ธันวาคม >> เดินทางถึงประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจบนเครื่องบิน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นในคืน
วันที่ 3 ธันวาคม 2558 ไปรอเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ
ซึ่งแถวไม่ยาวมาก.... แป๊ปเดียวเสร็จจ้า แต่คนที่เดินทางออกวันนี้เยอะมากกก แบบที่ว่าจะเยอะไปไหน
เมื่อเช็คอินเสร็จก็เดินเล่น ช้อปปิ้งเรื่อยเปื่อยในสนามบินเลยค่ะ ทริปนี้เราได้ซื้อมะม่วงแพคอบแห้งจากสนามบินไปฝากคนที่โรงแรมด้วย
ถ้าจะถามว่าอารมณ์ไหน คงบอกได้ว่า..ก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่คิดว่าไปเที่ยวแบบตั๋วเครื่องบินฟรีทั้งที น่าจะให้อะไรใครบ้าง
เลยจัดไปประมาณ 5 ห่อค่ะ ก็แบกหิ้วไปตามระเบียบ ...
อย่างแรกเลย ... ที่ขอต่อว่าสนามบินของเราเองเนี่ยล่ะค่ะ คือ ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ไม่ยอมคืนเงิน ถามเจ้าหน้าที่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ...
คือดีนะ ที่หยอดเหรียญไปไม่กี่บาท รอตังค์ทอนแค่ 5 บาท ... รบกวนดูแลด้วยค่ะ ถ้าใส่แบงค์ไปเป็นร้อย จะเอาเงินทอนที่ไหน
พอได้เวลาใกล้ ตี 1 ก็ได้เข้าไปนั่งรอภายใน Gate ซึ่งก็อยากรบกวนขอสนามบินของไทย ให้ช่วยมีจุดบริการปลั๊กไฟให้เยอะกว่านี้หน่อย
เพราะระยะเวลาในการนั่งรอก็นานพอสมควร และถ้าแบตมือถือหมดจะทำไงค่ะ เนื่องจากต้องใช้พึ่งพาตอนอยู่ต่างประเทศนะคะ
สักพักก็เรียกขึ้นเครื่อง ..เราก็เข้าไปหาที่นั่งตามหมายเลขที่นั่งของเรา ...โชคดีเราได้นั่งริมหน้าต่าง ... เลยโอเคหน่อยย

ลักษณะภายในของสายการบินนี้ .... คงต้องย้อนกลับไปสัก 10 ปี แบบเครื่องของบ้านเรา ที่มีแต่เก้าอี้และหูฟังแบบ 2 รู แจกให้กับผู้โดยสาร
และผ้าห่ม 1 ผืนอยู่ในซองห่อพลาสติก ซึ่งแถวที่นั่งจะเป็นแบบ 2-4-2 ... เรื่องที่น่าสงสารฝรั่งมากที่สุดคือ บางคนขายาวมาก แบบงอยังไงก็ติดเข่า และบางคนก็อ้วนมีพุง ที่มันก็เลยไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไรนัก แต่สำหรับเราก็นั่งโอเคนะ ..... แค่ตอนนอนอาจจะเหนื่อยหน่อย
เพราะใช้เวลาบินค่อนข้างนานกว่าจะถึงเคียฟ ....
พอเครื่องขึ้นปุ๊ป ..แอร์ก็เสิร์ฟอาหารชุดแรกให้กิน... ซึ่งเวลาตอนนั้นของประเทศไทยคือ จะตี 2 แล้ว (จะกินไหวไหมล่ะ) แต่ก็กินไปบ้าง
ซึ่งบอกเลยว่าอาหารจากครัวไทย (ไม่อร่อยเลย ถ้าเทียบจากไฟล์ทกลับออกมาจากเคียฟ) ประเภทของอาหารมีไก่กับปลา ให้ผู้โดยสารได้เลือกว่าจะกินอะไรค่ะ ส่วนน้ำดื่มก็มีน้ำผลไม้และน้ำเปล่า ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องซื้อนะคะ .....
กินเสร็จก็หลับสิค่ะ ..จะทำให้ทำอะไรต่อ 5555
ขอเวลานะคะ ..เดี๋ยวจะทยอยอัพเรื่องราวและความสนุกที่เกิดขึ้นในทริปนี้ให้สำหรับคนที่สนใจอยากไปเที่ยวที่นี่ค่ะ
(รับรองสนุกและเริ่ดดดด 100 % ค่ะ)
[CR] Traveling is me Ry_chEr > ตั๋วฟรีเลยเที่ยวคนเดียว = Prague - Cesky Krumlov - Hallstatt - Prague
สืบเนื่องมาจากได้ตั๋วฟรีมาจากสายการบินยูเครน เป็นสายการบินที่น่ารักและอบอุ่นดีมาก
ชอบอัธยาศัยของคนที่นี่มากๆ เป็นความน่ารักที่น้อยคนนักจะได้เห็นชาวยูเครน ... ว่าจริงๆ แล้วเค้าน่ารักดี และเป็นกันเองเป็นอย่างมาก
ตอนที่รู้ว่าได้ตั๋วเครื่องบินฟรี .... เห็นชื่อตัวเองว่าได้ Lucky Draw ดีใจสุดๆๆๆ และเค้าให้เลือกว่าจะไปที่ไหน ???
ตัวเองก็คิดแล้วคิดอีก ... ว่าถ้าไปคนเดียวไปที่ไหนดีน้าาาา ...สุดท้ายก็เลยเลือกไปปราก ... ดินแดนที่เป็นเทพนิยายมากๆๆ
ทริปนี้ออกเดินทางวันที่ 4 ธันวาคม และเดินทางกลับวันที่ 9 ธันวาคม ถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพเช้าวันที่ 10 ธันวาคม 2558
เหตุผลที่เลือกเดินทางไปประเทศ Czech Republic เพราะเป็นประเทศไม่ใหญ่มาก และมีความสวยงามในทุกๆ พื้นที่ของเมือง
ซึ่งเราคิดว่าประเทศนี้ค่อนข้างเป็นประเทศที่ปลอดภัยและไม่อันตรายสำหรับผู้หญิงคนเดียว ... จึงเลือกจองตั๋วเครื่องบินทันที
ซึ่งเราก็ได้มีการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเป็นภาคภาษาอังกฤษเองนะ เพราะไม่ค่อยมีคนเขียนรีวิวของที่นี่สักเท่าไร
จึงพยายามอ่านและศึกษาด้วยตัวเองและออกแบบ Artwork คู่มือเที่ยวด้วยตัวเองทั้งหมด
และสาเหตุที่ทำไมเที่ยวปราก จึงไปโผล่ที่ Hallstatt ได้นั้น... คงเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เนื่องจากน้องที่ทำงานบอกว่าไป Hallstatt หรือเปล่า ?
เราก็..คิดว่ามันใกล้กันหรอ ??? จึงไปหาข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการเดินทางไปที่นี่ และผลที่ได้คือ มันไม่ไกลกันมาก สามารถเดินทางไปได้
ก็จัดสิค่ะ >>>> จะรออะไร 55555 .... ปักหมุดทันทีเลยค่ะ
และจากที่เราได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับฟรี โดยต้องเสียเงินเพิ่มแค่ 1 USD เท่านั้น เราก็ได้ทำการแจ้งไปยังสายการบินยูเครนว่า
จะไปที่ไหนและวันไหน และหลังจากเรียบร้อยก็ปริ้นท์เอกสารออกมารอไปขอวีซ่าเชงเก้นของ Czech กันเลยค่ะ
วิธีการขอวีซ่าเชงเก้นของ Czech Republic
1. กรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอวีซ่าและเลือกวันเวลาที่จะเข้าไปส่งเอกสารขอวีซ่า (แบบไปขอเองไม่ผ่านตัวแทนใดๆ ทั้งสิ้น)
- Link เพื่อทำการนัดหมายในการขอวีซ่ากับทางสถานฑูตเช็ก ในประเทศไทย
https://visapoint.eu/disclaimer
2. หลังจากได้นัดวันยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็มาเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนวันยื่นกันค่ะ
- เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บของ VFS ที่ให้ข้อมูลในการเตรียมเอกสารและขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็นในการขอวีซ่าทั้งหมด
(ช่วยให้ง่ายต่อการเตรียมเอกสารทั้งหมด)
http://www.vfsglobal.com/czechrepublic/thailand/thai/index.html
อัพเดท ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2558
- Link เพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มมากรอกข้อมูลของสถานฑูตเช็ก ในประเทศไทย
http://www.mzv.cz/bangkok/en/visa_and_consular_Information/necessary_requirements_for_schengen_visa.html
- Link ข้อมูลบริษัทประกันการเดินทางที่ได้รับการรับรองในการขอวีซ่าเชงเก้น (ดูจากไฟล์แนบจ้า)
http://www.mzv.cz/bangkok/en/visa_and_consular_Information/schengen_visa_information.html
- สำหรับ Bookbank พยายามอัพเดทให้เป็นหน้าสรุปยอดเงินก่อนวันไปยื่น 1 วันนะคะ เพื่อความไม่ประมาทเพราะถ้าไม่ล่าสุดจริงๆ
เจ้าหน้าที่จะถามและให้เอามายื่นเพิ่มเติมค่ะ (ต่อให้ไม่เคยฝากเงินเพิ่มมานานแค่ไหน ก็ไปอัพให้มันขึ้นวันที่เป็นวันก่อนไปยื่นนะคะ)
- หลักฐานการจองห้องพัก ก็ต้องแนบไปด้วยนะคะ อาจจะจองผ่านเว็บไซต์ที่ยังไม่ต้องโอนเงินหรือตัดเงิน และสามารถยกเลิกภายหลังได้มายื่นก็ได้ค่ะ เพราะอาจะมีเปลี่ยนใจ
3. วันที่ไปยื่นเอกสารตามวันนัดหมาย
การเดินทางไม่อยากค่ะ นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเพลินจิต และนั่งมอไซต์วินหน้าปากซอยร่วมฤดี (10 บาท)
บอกไปสถานฑูตเช็กค่ะ เพราะถ้าเดินอาจเหนื่อยค่ะ เคยเดินมาแล้ว... พอไปถึงก็เอาเอกสารนัดหมายไปยื่นให้พี่ รปภ. ดูและเค้าจะบอกค่ะ
ว่าให้มาตั้งแถวตอนกี่โมง ซึ่งระหว่างนี้เพื่อนสามารถนั่งรอได้ที่บ้านข้างๆ ที่เค้าขายน้ำและรับปริ้นท์เอกสารเพิ่มเติมค่ะ
แต่ต้องเสียเงินซื้อน้ำ 20 บาทนะคะ ถึงจะนั่งรอข้างในร้านได้อ่ะค่ะ
4. พอถึงคิวยื่นเอกสาร ก็เตรียมเอกสารให้พร้อมครบถ้วน และยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ค่ะ
ซึ่งตอนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติกับเจ้าหน้าที่ชาวไทย ซึ่งอาจจะดูดุๆ หน่อย แต่ถ้าคุณปฏิบัติตามกฎระเบียบก็ไม่ต้องกลัวอะไรนะคะ
และเค้าอาจจะถามคำถามนิดๆ หน่อยๆ ว่าไปทำอะไร ไปกะใคร ไปกี่วัน .... ก็ตอบไปตามจริงค่ะ และจ่ายเงินค่าวีซ่า
ทางสถานฑูตจะให้กระดาษแผ่นเล็กๆ มา 1 ใบ เป็นเลขที่ในการออกวีซ่าและวันที่นัดมารับพาสปอร์ตคืนค่ะ
และถ้าใครต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ก็สามารถยื่นได้ตั้งแต่ 13.30 เป็นต้นไป (อันนี้ไม่แน่ใจว่าถึงกี่โมงค่ะ) ก่อนถึงวันรับพาสปอร์ตคืน
เวลาที่ใช้ในการรับพาสปอร์ตคืนไม่นานค่ะ เพียงแค่ 1 สัปดาห์ก็จะได้คืน และต้องมารับตอนบ่ายนะคะ เพราะช่วงเวลาบ่ายเป็นต้นไป
จะเป็นเวลาในการยื่นเอกสารเพิ่มเติม และรับพาสปอร์ตคืนค่ะ .......
หลังจากไปรับพาสปอร์ตคืน ..ผลที่ออกมาคือ วีซ่าออกแล้ว ...เย้เย้ๆๆๆๆ ดีใจที่สุด (เนื่องจากไปคนเดียว กลัววีซ่าไม่ผ่าน)
ต่อจากนี้ก็เป็นเวลาแห่งการวางแผนท่องเที่ยวและการเดินทางในแต่ละที่แล้วค่ะ สำหรับเราเป็นดังนี้ค่ะ
แผนการเดินทางคร่าวๆ มีดังนี้
คืนวันที่ 3 ธันวาคม >> เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์
(สายการบินยูเครน ไฟล์ทออกจากกรุงเทพประมาณตี 1.45 น.) รอนานๆๆๆ มาก
วันที่ 4 ธันวาคม >> เดินทางไปถึงเคียฟ เวลาประมาณ 8 โมงเช้ากว่า (ตามเวลาของประเทศยูเครน)
ต่อเครื่องจากเคียฟไปยังปราก (ตอนนี้จะต้องผ่านตรวจด่าน ตม. ของเคียฟ และไปที่ Gate เพื่อขึ้นรถบัส)
>> เดินทางถึงปราก เวลาประมาณ 10.35 น.
(แวะซื้อซิมมือถือของ Vodafone ที่ Terminal 2 = มีแบบ 1 GB (จำไม่ได้), 4GB (700 kc), 10 GB (900 kc))
>> จากสนามบินปราก เดินทางเข้ามาในเมืองโดยรถบัสและต่อรถไฟเมโทร (ซื้อตั๋วแบบ 90 นาที ราคา 32 kc)
เพื่อไปยังที่พักย่าน I. P. Pavlova ซึ่งไม่ไกลจาก Wenceslas Square (จองผ่าน Airbnb)
วันที่ 5 ธันวาคม >> เดินทางไปยัง Cesky Krumlov โดยการจองตั๋วรถบัสของ Student Agency Bus ผ่านทางเว็บไซต์
https://jizdenky.studentagency.cz/?0
ข้อดีที่ดีมากๆ ของรถบัสที่นี่ คือ สามารถเปลี่ยนเวลาการจองได้ ถ้าหากที่นั่งยังว่าง ก่อนล่วงหน้า 30 นาที
และเพียงแค่โชว์อีเมล์ยืนยันการจองก็เรียบร้อย (เราให้ดูทางโทรศัพท์เลย)
ซึ่งเราเลือกไปขึ้นรถที่สถานี Prague (Na Knížecí) หรือทางออกของสถานีรถไฟฟ้า Andel
ต้นทาง คือ Prague (Na Knížecí) ไปยัง Český Krumlov, AN ( AN ย่อมาจาก Autobusové nádraží)
เป็นสถานีป้ายสุดท้ายที่ใกล้ Cesky Krumlov มากที่สุด
>> พักที่ Pension Gardena ราคาคืนละ 980 kc รวมอาหารเช้าและห้องน้ำในตัว
http://www.pensiongardena.com/en/welcome-in-pension-gardena/1/
วันที่ 6 ธันวาคม >> เดินทางไป Hallstatt โดยการจองตั๋วรถล่วงหน้าของ BeanShuttle ราคาประมาณ 800 kc
http://www.beanshuttle.com/
เพียงแค่เลือกต้นทาง-ปลายทาง, วันที่จะเดินทาง และกรอกรายละเอียด(ในอีกหน้า)
หลังจากนั้น รออีเมลตอบกลับและแจ้งเวลาที่รถมีให้บริการ โดยที่เราสามารถตอบกลับอีเมลและถามรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ (บอกเลยว่าชอบมาก บริการดีค่ะ)
หมายเหตุ: ใช้เวลาในการเดินทางเฉลี่ย 3 - 3.5 ชั่วโมง
>> พักที่ Bräugasthof Hallstatt Lobisser ซึ่งจริงๆ เราอยากพักที่ Seehotel Grüner Baum Boutiquehotel am Hallstättersee
แต่ที่พักเต็ม เพราะที่นี่บริการดีมากๆ และอาหารอร่อยยยย http://www.gruenerbaum.cc/
วันที่ 7 ธันวาคม >> เดินทางกลับไป Cesky Krumlov และต่อรถบัสไป Prague
วันที่ 8 ธันวาคม >> เที่ยวในปรากให้ได้เยอะที่สุด
วันที่ 9 ธันวาคม >> กลับบ้านแล้วจ้า ไปสนามบินปราก และไปรอต่อเครื่องที่เคียฟ เพื่อกลับประเทศไทย
วันที่ 10 ธันวาคม >> เดินทางถึงประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและความประทับใจบนเครื่องบิน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ไปรอเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ
ซึ่งแถวไม่ยาวมาก.... แป๊ปเดียวเสร็จจ้า แต่คนที่เดินทางออกวันนี้เยอะมากกก แบบที่ว่าจะเยอะไปไหน
เมื่อเช็คอินเสร็จก็เดินเล่น ช้อปปิ้งเรื่อยเปื่อยในสนามบินเลยค่ะ ทริปนี้เราได้ซื้อมะม่วงแพคอบแห้งจากสนามบินไปฝากคนที่โรงแรมด้วย
ถ้าจะถามว่าอารมณ์ไหน คงบอกได้ว่า..ก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่คิดว่าไปเที่ยวแบบตั๋วเครื่องบินฟรีทั้งที น่าจะให้อะไรใครบ้าง
เลยจัดไปประมาณ 5 ห่อค่ะ ก็แบกหิ้วไปตามระเบียบ ...
อย่างแรกเลย ... ที่ขอต่อว่าสนามบินของเราเองเนี่ยล่ะค่ะ คือ ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ไม่ยอมคืนเงิน ถามเจ้าหน้าที่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ...
คือดีนะ ที่หยอดเหรียญไปไม่กี่บาท รอตังค์ทอนแค่ 5 บาท ... รบกวนดูแลด้วยค่ะ ถ้าใส่แบงค์ไปเป็นร้อย จะเอาเงินทอนที่ไหน
พอได้เวลาใกล้ ตี 1 ก็ได้เข้าไปนั่งรอภายใน Gate ซึ่งก็อยากรบกวนขอสนามบินของไทย ให้ช่วยมีจุดบริการปลั๊กไฟให้เยอะกว่านี้หน่อย
เพราะระยะเวลาในการนั่งรอก็นานพอสมควร และถ้าแบตมือถือหมดจะทำไงค่ะ เนื่องจากต้องใช้พึ่งพาตอนอยู่ต่างประเทศนะคะ
สักพักก็เรียกขึ้นเครื่อง ..เราก็เข้าไปหาที่นั่งตามหมายเลขที่นั่งของเรา ...โชคดีเราได้นั่งริมหน้าต่าง ... เลยโอเคหน่อยย
ลักษณะภายในของสายการบินนี้ .... คงต้องย้อนกลับไปสัก 10 ปี แบบเครื่องของบ้านเรา ที่มีแต่เก้าอี้และหูฟังแบบ 2 รู แจกให้กับผู้โดยสาร
และผ้าห่ม 1 ผืนอยู่ในซองห่อพลาสติก ซึ่งแถวที่นั่งจะเป็นแบบ 2-4-2 ... เรื่องที่น่าสงสารฝรั่งมากที่สุดคือ บางคนขายาวมาก แบบงอยังไงก็ติดเข่า และบางคนก็อ้วนมีพุง ที่มันก็เลยไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไรนัก แต่สำหรับเราก็นั่งโอเคนะ ..... แค่ตอนนอนอาจจะเหนื่อยหน่อย
เพราะใช้เวลาบินค่อนข้างนานกว่าจะถึงเคียฟ ....
พอเครื่องขึ้นปุ๊ป ..แอร์ก็เสิร์ฟอาหารชุดแรกให้กิน... ซึ่งเวลาตอนนั้นของประเทศไทยคือ จะตี 2 แล้ว (จะกินไหวไหมล่ะ) แต่ก็กินไปบ้าง
ซึ่งบอกเลยว่าอาหารจากครัวไทย (ไม่อร่อยเลย ถ้าเทียบจากไฟล์ทกลับออกมาจากเคียฟ) ประเภทของอาหารมีไก่กับปลา ให้ผู้โดยสารได้เลือกว่าจะกินอะไรค่ะ ส่วนน้ำดื่มก็มีน้ำผลไม้และน้ำเปล่า ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องซื้อนะคะ .....
กินเสร็จก็หลับสิค่ะ ..จะทำให้ทำอะไรต่อ 5555
ขอเวลานะคะ ..เดี๋ยวจะทยอยอัพเรื่องราวและความสนุกที่เกิดขึ้นในทริปนี้ให้สำหรับคนที่สนใจอยากไปเที่ยวที่นี่ค่ะ
(รับรองสนุกและเริ่ดดดด 100 % ค่ะ)