สืบเนื่องจากที่ผ่านๆมา TPL ผ่อนผันกฎเกณฑ์ฟุตบอลอาชีพตามเกณฑ์ของ AFC ให้สโมสรสมาชิก มาหลายปีแล้ว
เมื่อมีการผ่อนผัน สโมสรหลายๆแห่งจึงไม่ค่อยสนใจที่จะพัฒนาให้เข้าเกณฑ์ AFC กันเสียที
สมัยเกณฑ์ไฟสนาม 1200 Lux มาใช้ครั้งแรก TPL ก็ช่วยลดเกณฑ์ให้เหลือ 600 Lux ในปีแรก และเพิ่มเป็น 800 1000
จนปัจจุบันใช้เกณฑ์เท่า AFC ที่ 1200 Lux สโมสรส่วนใหญ่ก็เลยแค่ทำให้มันผ่านๆเกณฑ์ TPL
ทีนี้รอบการประเมินโควต้า ACL ในปลายปี 2016 ที่จะมีผลต่อโควต้าในปีถัดไป แน่นอนว่าเกณฑ์คลับไลเซนซิ่ง และสนาม A Class
ยังเป็นปัญหาหลักของไทยลีก ที่สโมสรส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่งยังทำตามไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียต่อภาพรวมของลีก คือคะแนนประเมินได้น้อย
ถ้าโดนลีกอื่นๆในโซนตะวันออกแซงหน้าเราขึ้นไป หรืออินโดพ้นแบนจาก FIFA อันดับลีกเราก็จะร่วงลง โควต้าไปบอลถ้วยเอเชียก็จะน้อยลง
ส่วนผลเสียต่อสโมสรนั้นๆ เองก็อย่างกรณีสุพรรณบุรี ที่ต้องมารอลุ้นว่าจะสามารถปรับปรุงสนาม และการบริหารสโมสรให้ทันได้คลับไลเซนซิ่งหรือไม่
ถ้าไม่ทันก็อดไปถ้วยเอเชียรอบคัดเลือกรอบ 2 ซึ่งจะเจอกับย่างกุ้ง แทนที่จะได้สบายๆ วางแผนเตรียมทีมไปเล่นถ้วยเอเชียแล้ว
เรื่องที่มันทำได้ทันทีอย่างสนามแข่งขัน TPL ควรเข้มงวดไปเลยเช่นเรื่องติดตั้งเก้าอี้ระบุที่นั่ง ห้องต่างๆ พื้นที่ต่างๆ ทางเดิน ฯลฯ
ตามเกณฑ์สนาม A Class มันควรจะทำได้ทั้ง 18 ทีม หลายๆทีมมีสนามอยู่แล้ว ถึงบางทีมใช้สนามของราชการ ก็เห็นขออนุญาตไปปรับปรุงส่วนต่างๆมากอยู่แล้ว หลายทีมเกินกว่าครึ่งลีกใช้งบเป็น 100 ล้านทำทีม แต่การจะเจียดมาทำตรงนี้ให้มันผ่านเกณฑ์ไม่กี่สิบล้าน ผมว่ามันไม่น่าจะลำบากจนเกินไป ถ้าเป็น 4-5 ปีก่อน เงินในระบบไม่สูงขนาดนี้ก็ไม่ว่ากันหรอก นี่เงินในระบบสูงขึ้นมาก น่าจะทำอะไรได้สะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรให้ใช้สนามเหย้าตัวเองไปเลย เข้มเหมือนกรณีไฟไม่ถึง 1200 Lux ที่สุดท้ายทุกทีมก็อยากเตะบ้านตัวเอง ก็หาทางปรับปรุงจนได้ได้ไฟ 1200 Lux ทุกสนามแล้ว
ส่วน Club Licensing อนาคตปี 2017 ถ้าทีมไหนทำไม่ได้เลยจริงๆ ก็น่าจะปรับตกชั้นไปเลย บอกให้รู้กันล่วงหน้ากันไปก่อน
จะได้ขยันทำกันทั้งลีก เท่านี้น่าจะทำให้ภาพรวมลีกไทยมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องพื้นฐานพวกนี้อีกต่อไป
จะได้ไปโฟกัสผลงานในสนามกันเต็มๆ
ฤดูกาล 2016 TPL ควรจะเข้มงวดเรื่องClub licensing กับเรื่องสนาม A Class ได้แล้วนะครับ
เมื่อมีการผ่อนผัน สโมสรหลายๆแห่งจึงไม่ค่อยสนใจที่จะพัฒนาให้เข้าเกณฑ์ AFC กันเสียที
สมัยเกณฑ์ไฟสนาม 1200 Lux มาใช้ครั้งแรก TPL ก็ช่วยลดเกณฑ์ให้เหลือ 600 Lux ในปีแรก และเพิ่มเป็น 800 1000
จนปัจจุบันใช้เกณฑ์เท่า AFC ที่ 1200 Lux สโมสรส่วนใหญ่ก็เลยแค่ทำให้มันผ่านๆเกณฑ์ TPL
ทีนี้รอบการประเมินโควต้า ACL ในปลายปี 2016 ที่จะมีผลต่อโควต้าในปีถัดไป แน่นอนว่าเกณฑ์คลับไลเซนซิ่ง และสนาม A Class
ยังเป็นปัญหาหลักของไทยลีก ที่สโมสรส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่งยังทำตามไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียต่อภาพรวมของลีก คือคะแนนประเมินได้น้อย
ถ้าโดนลีกอื่นๆในโซนตะวันออกแซงหน้าเราขึ้นไป หรืออินโดพ้นแบนจาก FIFA อันดับลีกเราก็จะร่วงลง โควต้าไปบอลถ้วยเอเชียก็จะน้อยลง
ส่วนผลเสียต่อสโมสรนั้นๆ เองก็อย่างกรณีสุพรรณบุรี ที่ต้องมารอลุ้นว่าจะสามารถปรับปรุงสนาม และการบริหารสโมสรให้ทันได้คลับไลเซนซิ่งหรือไม่
ถ้าไม่ทันก็อดไปถ้วยเอเชียรอบคัดเลือกรอบ 2 ซึ่งจะเจอกับย่างกุ้ง แทนที่จะได้สบายๆ วางแผนเตรียมทีมไปเล่นถ้วยเอเชียแล้ว
เรื่องที่มันทำได้ทันทีอย่างสนามแข่งขัน TPL ควรเข้มงวดไปเลยเช่นเรื่องติดตั้งเก้าอี้ระบุที่นั่ง ห้องต่างๆ พื้นที่ต่างๆ ทางเดิน ฯลฯ
ตามเกณฑ์สนาม A Class มันควรจะทำได้ทั้ง 18 ทีม หลายๆทีมมีสนามอยู่แล้ว ถึงบางทีมใช้สนามของราชการ ก็เห็นขออนุญาตไปปรับปรุงส่วนต่างๆมากอยู่แล้ว หลายทีมเกินกว่าครึ่งลีกใช้งบเป็น 100 ล้านทำทีม แต่การจะเจียดมาทำตรงนี้ให้มันผ่านเกณฑ์ไม่กี่สิบล้าน ผมว่ามันไม่น่าจะลำบากจนเกินไป ถ้าเป็น 4-5 ปีก่อน เงินในระบบไม่สูงขนาดนี้ก็ไม่ว่ากันหรอก นี่เงินในระบบสูงขึ้นมาก น่าจะทำอะไรได้สะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรให้ใช้สนามเหย้าตัวเองไปเลย เข้มเหมือนกรณีไฟไม่ถึง 1200 Lux ที่สุดท้ายทุกทีมก็อยากเตะบ้านตัวเอง ก็หาทางปรับปรุงจนได้ได้ไฟ 1200 Lux ทุกสนามแล้ว
ส่วน Club Licensing อนาคตปี 2017 ถ้าทีมไหนทำไม่ได้เลยจริงๆ ก็น่าจะปรับตกชั้นไปเลย บอกให้รู้กันล่วงหน้ากันไปก่อน
จะได้ขยันทำกันทั้งลีก เท่านี้น่าจะทำให้ภาพรวมลีกไทยมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องพื้นฐานพวกนี้อีกต่อไป
จะได้ไปโฟกัสผลงานในสนามกันเต็มๆ