สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
เมืองไทยมีเรื่องตลกที่น่าอับอายไปทั่วโลก ช่วงนี้มีโอกาศไปเที่ยวต่างประทศ พอรู้ว่ามาจากไทย
พากันหัวเรอะอย่างขำขัน แต่คนถูถามขำไม่ออก มีแต่เรื่องที่ทั่วโลก ไม่เคยมี แต่เกิดขึ้นได้ที่ไหยแห่งเดียว
ถ้าจะเปลียน บ้านเมือง เหมือนรถยนต์ วิ่งฉิวอยู่บนถนนกว้างไหญ่ และกำลังจะนำหน้าคันอื่นๆ อยู่ฯ
ก็ถูกบังคับไห้เปลี่ยนคนขับคนไหม่ คนขับมือไหม่ ไม่ชำนาญทาง ก็ขับรถเข้ารกเข้าพง และนี่ก็กำลังขับเรียบริมเหว พาไห้หวาดเสียวไปตามฯกัน
พากันหัวเรอะอย่างขำขัน แต่คนถูถามขำไม่ออก มีแต่เรื่องที่ทั่วโลก ไม่เคยมี แต่เกิดขึ้นได้ที่ไหยแห่งเดียว
ถ้าจะเปลียน บ้านเมือง เหมือนรถยนต์ วิ่งฉิวอยู่บนถนนกว้างไหญ่ และกำลังจะนำหน้าคันอื่นๆ อยู่ฯ
ก็ถูกบังคับไห้เปลี่ยนคนขับคนไหม่ คนขับมือไหม่ ไม่ชำนาญทาง ก็ขับรถเข้ารกเข้าพง และนี่ก็กำลังขับเรียบริมเหว พาไห้หวาดเสียวไปตามฯกัน
สมาชิกหมายเลข 2845864 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2810327 ถูกใจ, ลุงจืด ถูกใจ, เจ้าหญิงมารยา ถูกใจ, ลุงน้อยลำปาง ขำกลิ้ง, พ่อพูห์ ถูกใจ, ปลาไหลไฟฟ้า ถูกใจ, peejim ถูกใจ, แข้งซ้ายปรมาณู ถูกใจ, คำผาลาด ถูกใจรวมถึงอีก 29 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
มองในแง่ขำ มันก็ขำดีนะครับ ขำชนิดที่ว่าหาที่ไหนในโลกไม่ได้อีกแล้ว นอกจากที่นี่...
ไม่มีเหตุผล ไม่มีอะไรทั้งนั้น ตะบันอ้าง แถ แหลไปวัน ๆ
แต่ก็อยู่กันได้ เย้ว ๆ ติดดี อ้างดีกันไป
อย่างนายตำรวจคนหนึ่ง อยู่ในประเทศก็ไม่มีใครให้ความสนใจ โดนรังแก เพราะดันไปจับโจร
เขาก็ต้องหนีไปต่างประเทศ ไปพูด ไปแฉปัญหากับสื่อต่างประเทศ
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือแทนที่เขาจะโดนตอบโต้ว่าสิ่งที่เขาพูด เขาแฉ นั้นไม่จริง
กลับกลายเป็นว่า ที่เขาพูด เขาแฉ เพราะเขาไม่ได้เลื่อนขั้นมั่ง เพราะเขาไม่รักชาติมั่ง
หรืออย่างกรณีมีการโกงในเรื่องบางเรื่อง คนที่พยายามเสาะหาคนโกง กลายเป็นคนทำให้แปดเปื้อนไปซะงั้น
กลับหัวกลับหางไปหมด
ที่น่าขำที่สุด ก็คือตอนนี้กำลังฮิตเป็นเทรนด์ยอดนิยม คือเรื่องตั้งองค์กร ตั้งมูลนิธิ เกี่ยวกับการปราบโกง ต้านโกง
แล้วก็เย้ว ๆ เชียร์กันไป ออกสื่อกันครึกโครม ยกยอเชิดชูกันไป
แต่ดูหน้าของผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้ร่วมงานแต่ละคนแล้ว ได้แต่ปลง
บางคนโกงมาทั้งชีวิต ทุกวันนี้ก็ยังโกง แต่กลับมาทำตัวต้านโกงด้วยการชี้นิ้วใส่คนอื่นไปหมดว่าโกง ๆ ๆ
เรื่องพวกนี้ คิดในมุมโลกสวย ก็ขำได้ง่าย ๆ ครับ
ภาษาทางการแพทย์จะเรียกยังไงผมไม่รู้ ขี้เกียจค้น แต่ผมขอเรียกว่า fake syndrome
มัน fake กันขนาดถึงว่า จะจับผู้ร้ายก็ยัง fake
มีที่ไหน คนไม่มีแม้กระทั่งเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน กลายเป็นผู้ก่อการร้ายวางระเบิดกลางเมืองหลวง
มีที่ไหน คนอยู่ในเรือนจำแท้ ๆ ยังโดนหมายจับเพราะร่วมวางแผนก่อการร้ายเครื่องมืออีเลคโทรนิค
ยิ่งกว่าเจมส์ บอนด์ ผสมเจสัน บอร์น
fake กันจนเชื่อว่าสิ่งที่ fake นั้นคือความจริงไปแล้ว
บางคนถึงขนาดด่าคนอื่นว่า ทำงานไม่สำเร็จแล้วมีหน้ามานั่งกินเงินเดือนแพง ๆ ทำไม
ทั้งที่ไอ้คนด่าเขาน่ะ ก็กินเงินเดือนแพง มีสวัสดิการเพียบ และแต่งตั้งผู้ช่วย ที่ปรึกษามากินเงินเดือนอีก
ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง งานก็ไม่มีทำ และแถมช่วงว่างงานนี่ ก็ทำเป็นว่ามีงานยุ่งด้วยการไปดูงานต่างประเทศซะเพลิน
สุดท้าย หากคิดในแง่ขำ ๆ ผมนึกภาพในเรื่องเฟค ๆ ว่า
หากสมาชิกในราชดำเนิน ฝ่ายเสื้อแดง ฝ่ายสลิ่มได้นั่งกินข้าวกินเหล้าคุยกัน
คงขำจนปวดตับ
เพราะนึกภาพแล้ว เห็นแต่ภาพว่า ฝ่ายเสื้อแดงพูดอะไรออกไปในวงสนทนา
ฝ่ายสลิ่มก็คงได้แต่ครับ ๆ
อ้าว ก็นั่นคือชีวิตจริงนี่ครับ
ใช้เหตุใช้ผลคุยกัน จะมีอะไรมาเถียงมาแถได้ นอกจากก้มหน้าก้มตาครับ ๆ อ้อม ๆ แอ้ม ๆ ไป
ไม่เหมือนในเน็ตนี่ ที่ว่าอะไรมา หลิ่มไม่สน แถลูกเดียว มั่วลูกเดียว เพ้อหาแม้วหาปูตะบันไป
ก็ในเน็ตไม่รู้ใครเป็นใคร จะทำอะไรก็ได้
แต่หากได้นั่งวงเดียวกัน ทำงั้นไม่ได้แน่ เช่น ฝ่ายแดงบอกว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหา พร้อมอธิบายเหตุผลและข้อมูล
สลิ่มจะโต้ไงล่ะ นอกจาก ครับ
แต่ถ้าเป็นการโพสต์ในราชดำเนิน สลิ่มก็จะเกรียน ป่วน มั่ว แปะรูปแม้วรูปปูไป
คิด ๆ แล้วก็ขำดีครับ
สังคมที่จะล่มสลายนั้น คือสังคมที่ปฏิเสธและไม่กล้ารับความจริง
จมอยู่กับการสร้างมายาคติ
ประเทศไทย มาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร ?
เมื่อย จบ