สกู๊ปพิเศษ: เกาะติดประมูล 900 MHz ระวังเกิดนอมินีสื่อสาร...
สยามรัฐ ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558
การประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการประมูลครั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 33 ชั่วโมงเรียกว่าค้างวันค้างคืนกันเลย และนอกจากจะใช้เวลายาวนานในการประมูลแล้ว ยังแข่งขันราคากันอย่างดุเดือด ชนิดนาทีต่อนาที และราคาก็รดต้นคอตลอดเวลาที่มีการเคาะราคาของผู้เข้าประมูล 4 รายคือ บริษัทแจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด,บริษัทดีแทคไตรเน็ต จำกัด,บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัดจากใบอนุญาตทั้ง 2ชุด และในที่สุดผลการประมูลออกมาว่า ราคาประมูลรวมสองใบอนุญาตสูงถึง80,778ล้านบาท
โดยใบอนุญาตที่ 1 บริษัททรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่นชนะประมูลด้วยราคา 39,792 ล้านบาทส่วนใบอนุญาตที่ 2 บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ชนะด้วยราคา40,986 ล้านบาท ถือเป็นการแข่งขันที่หนักหนาพอสมควร และราคาสูสีกันมาตลอด
ทั้งนี้โดยเฉพาะใบอนุญาตที่ 1 บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เคาะราคาสู้จนถึงนาทีสุดท้ายและพ่ายไปด้วยราคา38,996 ล้านบาท ขณะที่บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หยุดเคาะราคาไว้ที่ 17,504 ล้านบาทเท่านั้น โดยวงการสื่อสารประเมินว่าเหตุผลที่ทำให้ดีแทคยอมถอยออกไปก่อน เพราะเห็นว่ายังมีคลื่นความถี่อยู่ในมือ ทั้ง 21001800และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสัมปทานจะหมดอายุปี 2561
อย่างไรก็ตามผู้เข้าประมูลทั้ง 4 รายเป็นบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากดูที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา และรายได้จากการขายช่วง 9เดือน (ม.ค.-ก.ย.58) ของบริษัทแม่ทั้ง 4รายจะพบว่า บริษัทแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส หรือเอไอเอสมีมาร์เก็ตแคปสูงถึง633,269.31ล้านบาทมีรายได้จากการขาย9เดือนของปี 2558 รวม 1.15 แสนล้านบาท,บริษัทดีแทค 122,534.22 ล้านบาทมีรายได้64.155ล้านล้านบาทและบริษัททรูฯ 226,392.94 ล้านบาทมีรายได้จากการขาย86.22หมื่นล้านบาทขณะที่บริษัทจัสมินฯที่เป็นบริษัทแม่ของบริษัทแจสโมบาย มีมาร์เก็ตแคปเพียง 37,094.06 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,079 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีว่าผู้เข้าประมูล 3 ใน 4 รายดำเนินธุรกิจมือถือในปัจจุบันและมีส่วนแบ่งตลาดไล่เรียงอันดับ 1-3 กันมาได้แก่ ทรู, ดีแทค และเอไอเอสได้ลงทุนโครงข่ายการให้บริการไปทั่วประเทศแต่ละรายกว่าแสนล้านบาทต่างจากบริษัทแจส โมบาย ที่ปัจจุบันมีธุรกิจบรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ต ถือเป็นรายใหม่ที่กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดมือถือ โดยจับมือกับพันธมิตรต่างชาติที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเอสเค โฮลดิ้ง จากประเทศเกาหลีใต้ มีมาร์เก็ตแคปในตลาดหุ้นเกาหลี 5.28แสนล้านบาท โดยเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เอสเค คอมมิวนิเคชั่น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายราย ประเมินว่า บริษัท แจสโมบาย ต้องการรุกเข้ามาในธุรกิจมือถือ เพราะมองว่าธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากในอนาคต ขณะที่ธุรกิจเดิมของแจส คือผู้ให้บริการบรอด แบนด์มีข้อจำกัดด้านการเติบโต
ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแข่งขันราคากันอย่างดุเดือดในการประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ทะลุกว่า 8หมื่นล้านบาทของผู้เข้าประมูล 4 ราย และมีผู้พลาดหวังไป 2 ราย โดยเฉพาะแจสโมบายถือเป็นบริษัทใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดมือถือ เนื่องจากธุรกิจของแจสปัจจุบันมีเพียงบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตเท่านั้นจึงน่าจะมีความต้องการคลื่นความถี่มากกว่ารายอื่นๆซึ่งอาจทำให้การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ วันที่ 15 ธันวาคมนี้ แจสโมบายคงต้องแข่งราคาสู้เพื่อให้ได้คลื่น 900เมกะเฮิรตซ์ มาอยู่ในมือ ซึ่งจะทำให้แจส โมบาย กลายเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดมือถือทันที
อย่างไรก็ตามบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ มองว่าการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz รวมถึงการขยายไปสู่ธุรกิจมือถือเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของJAS ประกอบกับโอกาสในการได้คลื่นความถี่ที่น้อย เนื่องจากเงินทุนที่น้อยกว่าและความเสียเปรียบด้านโครงสร้างโครงข่ายพื้นฐาน เพื่อรองรับการให้บริการเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายเดิมที่มีในตลาดอยู่แล้ว
ขณะที่เอไอเอสนั้นแม้จะประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ได้ไปแล้วก็ตาม แต่มีช่องความถี่เพียง 15 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น หากต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิมในต่างจังหวัดอาจต้องเคาะราคาประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้แม้จะมีช่องความถี่เพียง 10 เมกะเฮิรตซ์ก็ตาม แต่เมื่อรวมกับคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์ เอไอเอสจะมีคลื่นความถี่ในมือถึง 25 เมกะเฮิรตซ์ และยังรักษาฐานลูกค้าในต่างจังหวัดไว้ได้อีกด้วย
ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่าจะมีกรณีที่เรียกว่า "นอมินี"หรือพันธมิตรธุรกิจระหว่างผู้เล่นรายเดิมที่มีความพร้อมทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานกับผู้เล่นรายใหม่ที่ยังไม่ชัดเจนของความพร้อมทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดู !!
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558 (หน้า 6)
สกู๊ปพิเศษ: เกาะติดประมูล 900 MHz ระวังเกิดนอมินีสื่อสาร...
สกู๊ปพิเศษ: เกาะติดประมูล 900 MHz ระวังเกิดนอมินีสื่อสาร...
สยามรัฐ ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558
การประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นการประมูลครั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 33 ชั่วโมงเรียกว่าค้างวันค้างคืนกันเลย และนอกจากจะใช้เวลายาวนานในการประมูลแล้ว ยังแข่งขันราคากันอย่างดุเดือด ชนิดนาทีต่อนาที และราคาก็รดต้นคอตลอดเวลาที่มีการเคาะราคาของผู้เข้าประมูล 4 รายคือ บริษัทแจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด,บริษัทดีแทคไตรเน็ต จำกัด,บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัดจากใบอนุญาตทั้ง 2ชุด และในที่สุดผลการประมูลออกมาว่า ราคาประมูลรวมสองใบอนุญาตสูงถึง80,778ล้านบาท
โดยใบอนุญาตที่ 1 บริษัททรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่นชนะประมูลด้วยราคา 39,792 ล้านบาทส่วนใบอนุญาตที่ 2 บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ชนะด้วยราคา40,986 ล้านบาท ถือเป็นการแข่งขันที่หนักหนาพอสมควร และราคาสูสีกันมาตลอด
ทั้งนี้โดยเฉพาะใบอนุญาตที่ 1 บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เคาะราคาสู้จนถึงนาทีสุดท้ายและพ่ายไปด้วยราคา38,996 ล้านบาท ขณะที่บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หยุดเคาะราคาไว้ที่ 17,504 ล้านบาทเท่านั้น โดยวงการสื่อสารประเมินว่าเหตุผลที่ทำให้ดีแทคยอมถอยออกไปก่อน เพราะเห็นว่ายังมีคลื่นความถี่อยู่ในมือ ทั้ง 21001800และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสัมปทานจะหมดอายุปี 2561
อย่างไรก็ตามผู้เข้าประมูลทั้ง 4 รายเป็นบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากดูที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา และรายได้จากการขายช่วง 9เดือน (ม.ค.-ก.ย.58) ของบริษัทแม่ทั้ง 4รายจะพบว่า บริษัทแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส หรือเอไอเอสมีมาร์เก็ตแคปสูงถึง633,269.31ล้านบาทมีรายได้จากการขาย9เดือนของปี 2558 รวม 1.15 แสนล้านบาท,บริษัทดีแทค 122,534.22 ล้านบาทมีรายได้64.155ล้านล้านบาทและบริษัททรูฯ 226,392.94 ล้านบาทมีรายได้จากการขาย86.22หมื่นล้านบาทขณะที่บริษัทจัสมินฯที่เป็นบริษัทแม่ของบริษัทแจสโมบาย มีมาร์เก็ตแคปเพียง 37,094.06 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 3,079 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีว่าผู้เข้าประมูล 3 ใน 4 รายดำเนินธุรกิจมือถือในปัจจุบันและมีส่วนแบ่งตลาดไล่เรียงอันดับ 1-3 กันมาได้แก่ ทรู, ดีแทค และเอไอเอสได้ลงทุนโครงข่ายการให้บริการไปทั่วประเทศแต่ละรายกว่าแสนล้านบาทต่างจากบริษัทแจส โมบาย ที่ปัจจุบันมีธุรกิจบรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ต ถือเป็นรายใหม่ที่กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดมือถือ โดยจับมือกับพันธมิตรต่างชาติที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเอสเค โฮลดิ้ง จากประเทศเกาหลีใต้ มีมาร์เก็ตแคปในตลาดหุ้นเกาหลี 5.28แสนล้านบาท โดยเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เอสเค คอมมิวนิเคชั่น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายราย ประเมินว่า บริษัท แจสโมบาย ต้องการรุกเข้ามาในธุรกิจมือถือ เพราะมองว่าธุรกิจมีโอกาสเติบโตมากในอนาคต ขณะที่ธุรกิจเดิมของแจส คือผู้ให้บริการบรอด แบนด์มีข้อจำกัดด้านการเติบโต
ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแข่งขันราคากันอย่างดุเดือดในการประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ทะลุกว่า 8หมื่นล้านบาทของผู้เข้าประมูล 4 ราย และมีผู้พลาดหวังไป 2 ราย โดยเฉพาะแจสโมบายถือเป็นบริษัทใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดมือถือ เนื่องจากธุรกิจของแจสปัจจุบันมีเพียงบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตเท่านั้นจึงน่าจะมีความต้องการคลื่นความถี่มากกว่ารายอื่นๆซึ่งอาจทำให้การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ วันที่ 15 ธันวาคมนี้ แจสโมบายคงต้องแข่งราคาสู้เพื่อให้ได้คลื่น 900เมกะเฮิรตซ์ มาอยู่ในมือ ซึ่งจะทำให้แจส โมบาย กลายเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดมือถือทันที
อย่างไรก็ตามบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ มองว่าการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ 1800 MHz รวมถึงการขยายไปสู่ธุรกิจมือถือเป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของJAS ประกอบกับโอกาสในการได้คลื่นความถี่ที่น้อย เนื่องจากเงินทุนที่น้อยกว่าและความเสียเปรียบด้านโครงสร้างโครงข่ายพื้นฐาน เพื่อรองรับการให้บริการเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายเดิมที่มีในตลาดอยู่แล้ว
ขณะที่เอไอเอสนั้นแม้จะประมูล 4 จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ได้ไปแล้วก็ตาม แต่มีช่องความถี่เพียง 15 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น หากต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิมในต่างจังหวัดอาจต้องเคาะราคาประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้แม้จะมีช่องความถี่เพียง 10 เมกะเฮิรตซ์ก็ตาม แต่เมื่อรวมกับคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์ เอไอเอสจะมีคลื่นความถี่ในมือถึง 25 เมกะเฮิรตซ์ และยังรักษาฐานลูกค้าในต่างจังหวัดไว้ได้อีกด้วย
ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่าจะมีกรณีที่เรียกว่า "นอมินี"หรือพันธมิตรธุรกิจระหว่างผู้เล่นรายเดิมที่มีความพร้อมทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานกับผู้เล่นรายใหม่ที่ยังไม่ชัดเจนของความพร้อมทั้งเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดู !!
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558 (หน้า 6)