ตอนนี้สงสัยอยากรู้อย่างมาก ว่าต้องถึงขั้นไหนจึงจะถือว่าเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ
ต้องเลือดตกยางออก หรือถึงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ต้องให้ฝ่ายถูกกระทำสติฟั่นเฟือนหรือ ถึงจะถือว่าเป็นอันตรายต่อจิตใจ
อย่างเช่น โดนต่อยเข้าที่ขมับแถวกกหู ทำให้ฟกช้ำ แก้วหูอักเสบ
เจ็บปวดกรามเคี้ยวข้าวไม่ได้ไปสองสัปดาห์ .... แบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจไหม
หรือกรณีที่สอง โดนรัดคอจนสลบ ไม่มีรอยฟกช้ำ ฟื้นมาร่างกายปกติดีทุกอย่าง ..แบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจไหม
ตบปากต่อหน้าผู้คนมากมาย ยังไม่ถือว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจอีก กฎหมายยุติธรรมจริงๆ
(คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙/๒๕๑๙) จำเลยตบปากโจทก์ ๒ ครั้ง ต่อหน้าคนประมาณ ๖๐ คนไม่มีบาดแผล เป็นแต่ริมฝีปากบนบวมใช้เวลารักษา ๓ วัน บาดแผลของโจทก์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจของโจทก์ เหตุที่ให้เกิดอันตรายแก่จิตใจต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของจำเลย ประกอบบาดแผลของโจทก์ผู้ถูกทำร้าย มิได้ขึ้นกับความรู้สึกของโจทก์ว่าเป็นการหยามน้ำใจต่อหน้าคนทั้งปวง หรือเป็นการทำร้ายจิตใจให้เกิดความหวาดหวั่นระแวงอยู่ตลอดเวลา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕
มีเรื่องวิวาทกัน ใช้ท่อนแขนรัดคอเขาจนสลบ ถือว่าไม่อันตรายแก่ร่างกายและจิตใจหรือครับ ความผิดลหุโทษปรับไม่เกินหมื่น?
ต้องเลือดตกยางออก หรือถึงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ต้องให้ฝ่ายถูกกระทำสติฟั่นเฟือนหรือ ถึงจะถือว่าเป็นอันตรายต่อจิตใจ
อย่างเช่น โดนต่อยเข้าที่ขมับแถวกกหู ทำให้ฟกช้ำ แก้วหูอักเสบ
เจ็บปวดกรามเคี้ยวข้าวไม่ได้ไปสองสัปดาห์ .... แบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจไหม
หรือกรณีที่สอง โดนรัดคอจนสลบ ไม่มีรอยฟกช้ำ ฟื้นมาร่างกายปกติดีทุกอย่าง ..แบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจไหม
ตบปากต่อหน้าผู้คนมากมาย ยังไม่ถือว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจอีก กฎหมายยุติธรรมจริงๆ
(คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙/๒๕๑๙) จำเลยตบปากโจทก์ ๒ ครั้ง ต่อหน้าคนประมาณ ๖๐ คนไม่มีบาดแผล เป็นแต่ริมฝีปากบนบวมใช้เวลารักษา ๓ วัน บาดแผลของโจทก์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจของโจทก์ เหตุที่ให้เกิดอันตรายแก่จิตใจต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของจำเลย ประกอบบาดแผลของโจทก์ผู้ถูกทำร้าย มิได้ขึ้นกับความรู้สึกของโจทก์ว่าเป็นการหยามน้ำใจต่อหน้าคนทั้งปวง หรือเป็นการทำร้ายจิตใจให้เกิดความหวาดหวั่นระแวงอยู่ตลอดเวลา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕