13 - 17 พ.ย. 2558 (4 วัน 4 คืน)
Ep.1 แนะนำตัว & Let's Go น่านนนน นาน นาน
สวัสดีค่ะ
เราเป็นอีกคนที่ก็ชอบการท่องเที่ยวในราคาแบบสบายๆ กระเป๋า และการตั้งกระทู้
เรารู้สึกว่า เราอยากแชร์ ประสบการณ์ ในการเที่ยวแบบของเรา เพราะเราเป็นคนเที่ยวแบบ
"ประหยัดงบ สบาย สไตล์ ยาย ยาย 555++"
มาเริ่มกันเลยดีกว่า
นี้เป็นกล้อง NIKON รุ่น D3100 ผู้ร่วมทริปกับเราตลอดทริปค่ะ
ทริปนี้ของเรา เริ่มขึ้นจากที่ มีน้องคนนึง มาขอให้เราทำ MV Wedding ให้
เพราะเคยเห็นผลงานเรา จากการที่เราทำให้เพื่อนของน้องคนนี้ แล้วชอบ
เราก็เลยตกลงทำให้ แบบ "สบายสบาย สไตล์ ยาย ยาย ของเรา"
แบบ เอ้า น้องอยากเอาแบบไหน เอา เอากี่เพลง เอา เอาเพลงไหน เอา แล้วก็แก้กี่ครั้ง .... ก็เอา! 555++
พอทำไปทำมา น้องเขาก็บอกว่า "พี่จอยค่ะ ถ้าวันงาน พี่จะมาด้วยไหมค่ะ หนูชวน แต่ งานแต่หนู
จัดที่ บ้านสบสาย ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน" ผ่าง...............ผ่างงงงงงงงงง เราก็..... เอา เอาก็เอา เพราะว่า เราเป็นพวก
อยากไปดูแลผลงานตัวเองด้วย กลัวว่า เดี๋ยวงานออกมาไม่ดี หรือติดขัดอะไรหรือเปล่าเพราะปกติ เวลาเรา
ทำ MV งานแต่งของใคร เราก็จะไปด้วยตลอด..(แบบ อยากเห็นบรรยากาศ เวลาที่คนเขาได้เห็น MV เรา)^_^
สำหรับคนที่อยากดูผลงานเรา สามารถไปดูได้นะค่ะที่
https://www.youtube.com/user/26chalalai/videos
เอาละ เกริ่นมาก็ นานแหล่ะ มาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
เนื่องจากตอนที่เราคิดว่าจะไปตอนนั้น ตั๋วเครื่องบินก็ราคาแพงแล้ว
เราสองคนยาย ยาย เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ จะไปรถทัวร์ แล้วกลับ เครื่องบินกันดีกว่า
ในเมื่อมติเป็นเอกฉันท์ตามนี้แล้ว..รออะไรละค่ะ
จองรถทัวร์สิ..สายรถทัวร์ในใจที่เราเลือกในครั้งนี้คือ "สมบัติทัวร์" ด้วยเหตุผลที่ว่า 1 ราคาสบายๆ 2.สามารถขึ้นรถได้ที่ท่าวิภาวดี
3.เบาะนั่งสบายยยย มีทีวีให้ดู (อันนี้เราดูจากเวปของเขาก่อน)
โดยการจอง เราจองแบบ VIP 24 ที่นั่ง แบบนอนได้
สนนราคาที่ คนละ 745 บาท
โดยกำหนดของานแต่งที่เราจะไปร่วมคือ 15 พ.ย. 2558
เราก็ อีก 1 ยาย เลยตกลงกันว่าจะไปตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. และกลับ วันอังคารที่ 17 พ.ย. (อันนี้เนื่องจาก ราคาตั๋ววันจันทร์กับ
วันอังคาร ต่างกัน ครึ่งๆ เราเลยเลือกที่จะกลับวันอังคาร เพื่อที่จะประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินได้อีก)
และเมื่อถึงวัน...ที่ 13 พ.ย. 58 ยายทั้งสอง ก็ได้ไปทำงานกันก่อนในช่วงเช้า และลางานบ่าย อันเนื่องจาก กลัวรถติดตกรถ เป็นเรื่องกันอีก
รถที่เราจอง ออกเวลา 20.30 น. แต่พวกเรามากันตั้งแต่ 17.00 น. ...เอาน่า มาก่อน จะได้ไม่ต้องวิ่ง ได้เปรียบจะตาย 555+++
........ เริ่ม............
วันที่ 1 13 พ.ย. 58 ณ. เวลา 17.00 น. เราก็ได้มาสถิตย์ ณ ท่ารถของสมบัติทัวร์ สาขา ถนนวิภาวดี
ซึ่งถือว่า ท่าที่นี้ ใหญ่ และ หาง่ายมาก ติดถนนวิภาวดี เลย โดยถ้ามาจากสวนจตุจักร ก็มาถึงห้าแยกลาดพร้าว
แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเลย ปตท. แปปเดียว ก็เจอแล้ว ท่ารถสมบัติทัวร์

Cr.
http://www.sombattour.com/th/contact-us.html
ภาพหน้าทางเข้าไปแลกตั๋วค่ะ

เมื่อมาถึง อันดับแรกที่เราต้องทำคือ ไปเปลี่ยนตั๋วที่จ่ายผ่าน Couter Sevice มาเป็นตัวจริงก่อน
ซึ่งอันนี้ ต้องมาเปลี่ยนล่วงหน้า อย่างน้อย 30 นาที ก่อนเดินทาง หรือจะมาเปลี่ยนก่อนวันเดินทางก็ได้ค่ะ
แต๊นนนน แต่นนนน ได้มาแล้วว ตั๋วจริงของเราสองคน ยาย ยาย
ทีนี้ก็รอเวลาอย่างเดียวแหล่ะ เพื่อจะได้นั่งรถ
กิจกรรมระหว่างรอก็นั่งหาอะไรกินกัน
ยังไม่มาใช่ไหม.. นั่งรถด้านในก็ได้ชิร์
พอถึงเวลา เนื่องจากรถที่จะมาท่านี้ ต้องออกมาจากหมอชิตก่อน เพราะฉะนั้น เวลาก็อาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง
ไม่ช้า ก็เร็วไป แต่ของเรามาช้าไปประมาณ 30 นาที ไอ้เราก็ชะเง้อแล้ว ชะเง้ออีก ไม่มาสักที
แต่ที่นี้จะดีอย่าง ถ้ารถมาแล้ว แต่ผู้โดยสารขึ้นไม่ครบ เขาจะมีการเรียก ประมาณ 3 ครั้ง ก่อน ถ้าไม่ขานรับกันจริง ๆ
ก็ค่อยออกรถ
รถที่เราโดยสารเป็นแบบนี้
ของจริงก็เป็นแบบนี้เลยนะ แต่ไม่ใหม่ขนาดนี้
เอาล่ะ มาขึ้นรถกัน
ด้านในรถก็กว้างขวาง นอน นั่งสบาย แต่ตอนที่จะปรับเบาะนอน ทางที่ดี ควรจะบอกกล่าวคนข้างหลังก่อน
เพราะว่า เบาะมันปรับได้เยอะจริงจัง
มีหมอนรองคอให้ด้วย..แจ่มแจ๋ว
มีทีวี หูฟัง ให้เลือกดูด้วยนะ
พอรถออก พนักงานก็แจกขนม น้ำ แจก แจก แจก แล้วก็แจก จนคิดในใจ พอเห๊อะๆๆๆ ไม่มีที่วางแล้ว
กล่องแรกที่แจก
เปิดกล่องมา...ผ่างงงงงงงงงงงง
ต่อด้วยน้ำผลไม้ จริงๆ แล้ว มีน้ำเปล่าด้วย 1 ขวด
เสร็จเราสิค่ะ เปิดหนังดู การ์ตูนล้วน .. เสียบหูฟัง กินขนม กินน้ำ สบายแฮร์ 5555++ ((รูปนี้มีคนตั้งชื่อว่า "ความสุขของกระทิ"

พอมาถึงกลางทาง จะมีจุดแวะพัก เพื่อที่จะให้เข้าห้องน้ำ หาอะไรกินโดยทางสมบัติทัวร์
จะมีห้องอาหารพร้อมทั้งข้าวต้ม ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน เอาไว้ให้
วันที่สอง ... ถึงที่พัก ---->> เที่ยวในเมือง -----> เที่ยววัด
เวลาผ่านไป เราก็มาถึง จ.น่าน แล้วจร้าาาา ประมาณ 6 โมงเช้า
เอาล่ะ ถึงเวลาลงรถที่ขนส่ง อำเภอเมืองน่าน อากาศก็เย็น ๆสบายนิดหน่อย
ด้วยความที่เราต้องคงสโลแกนไว้ ว่า "เที่ยวแบบสบายกระเป๋า" แทนที่เราจะเหมารถ เราก็เลย
เลือกที่จะนั่งรถสองแถวที่จอดอยู่ตรงท่ารถตรงนั้นไป โดยเสียค่าโดยสาร คนละ 30 บาท ส่งถึงที่
โดยเราบอกเขาว่าเราจะไปที่ไหน รถสองแถวที่นี้ จะไปส่งตามสถานที่ ที่ลูกค้าเป็นคนบอก
ครั้งนี้เราเลยบอกไปเลยว่า ไป "โรงแรมฮักน่าน" ค่ะ
รูปท่ารถ และรถโดยสารที่เราขึ้น
ถึงแล้วค่ะที่พักของเรา
รูปด้านหน้าโรงแรม
บ้านที่รอยู่ตรงข้ามกับโรงแรม
บรรยายกาศด้านหน้าของโรงแรมค่ะ

cr.agoda

cr.agoda
อันนี้ถ่ายจากเราเองแหล่ะ
เอาละ เรามาดูบรรยากาศภายในห้องพักกัน
สำหรับโรงแรมนี้ ถ้าเทียบกับราคาห้องถือว่าถูกมากค่ะ คืนละ 500 บาท ภายในห้องสะอาดสะอ้าน
แต่ด้วยความที่โรงแรมนี้ มีแม่บ้านแค่ 1 คน และตอนที่เรามาถึงมันก็เช้ามากกก
เลยเราต้องออกไปหาอะไรกินก่อนที่จะเข้าห้องพักได้
เอาล่ะ ที่นี้มาดูกันว่าก่อนที่จะได้เข้าที่พัก เราไปไหนบ้าง (แต่ก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมนะค่ะ)
ด้วยความที่เรามาเช้ามาก ร้านมอเตอร์ไซต์ให้เช่า จึงยังไม่เปิด เราสองคนยายยาย เลยเดินชิวๆ
ไปตามทาง จุดแรก ที่เราเจอเลย คือ วัด
จะบอกว่า วัดทุกวัดที่น่าน พระประธานงาม ทุกวัดเลยค่ะ แล้ววัดก็อยู่ใกล้ๆ กันมาก
เพิ่งมารู้จากแม่ของเจ้าของร้านมอเตอร์ไซต์ว่า ที่น่าน จะมีวัดทุกตำบล ในตัวเมือง
มี 28 ตำบล ก็จะมี 28 วัด ซึ่ง แต่ละวัด ล้วนแต่ งาม ทุกที่เลยค่ะ
เอาละเรามาแวะวัดแรกของทริปกันเลยดีกว่าค่ะ
"วัดหัวเวียงใต้"
วัดหัวเวียงใต้อายุกว่า 273 ปี เป็นวัดเก่าแก่ ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนหลังคาทรงมะลิลา ซึ่งเคยรุ่งเรืองในอดีต
มีพระประทานเป็นปูนปั้นศิลป์แบบพม่าหน้าตัก 6 ศอก สูง 8 ศอก โดย หม่องส่า หรือ นายหม่อง วงศ์เครื่อง
ชาวพม่าพ่อค้าไม้ สร้างถวาย ซึ่งในจังหวัดน่านเหลืออยู่แค่สองวัด ที่วัดหัวเวียงใต้ และวัดกู่คำ
อำเภอเมืองน่านกำแพงวัดอายุกว่า 160 ปีมีเป็นรูปพญานาค 2 ตัว เลื้อยอยู่บนกำแพง
อดีตหน้าวัดเหมือนศูนย์การค้าหรือเมืองท่า เนื่องจากอยู่ใกล้น้ำน่าน ปัจจุบันเรียกท่าน้ำศรีน่าน
ตามชื่อโรงเรียนสตรีศรีน่านที่อยู่ใกล้ๆ ในอดีตมีพ่อค้าจากอำเภอทุ่งช้าง ปัว
ท่าวังผาจะทำแพไม้ใผ่บรรทุกสินค้าของป่า ล่องมาตามลำน้ำน่านมาขึ้นที่ท่าน้ำ นี้
เมื่อขายสินค้าหมดมาขายรวมถึงขายแพไม้ไผ่ด้วย ก็ซื้อของจำเป็นเดินกลับ
((Credit :
http://www.sadoodta.com/info/วัดหัวเวียงใต้))
รูปหน้าวัดที่เป็นพญานาค 2 ตัว กำแพงนี้ไง ที่มีอายุกว่า 160 ปี แล้ว
พระประธานเป็นปูนปั้นศิลป์แบบพม่าหน้าตัก 6 ศอก สูง 8 ศอก งามจริง ๆ ค่ะ
มีโบสถ์ไม้สวยงามมากอยู่ด้านข้าง ถ้าหันหน้าเข้าวัดโบสถ์นี้จะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ
แต่ว่าไม่ได้เข้าไป เพราะตอนไป เช้าจัด พระท่านยังกวาดอยู่หน้าโบสถ์อยู่เลย
พิมพ์จะถึง10,000 ตัวอักษรแล้วล่ะ งั้นเดี๋ยวไปต่อ Ep.2 กันอีกว่า
ท่องเที่ยว จ.น่าน ฉบับ ยายยาย แบบสบายกระเป๋า
Ep.1 แนะนำตัว & Let's Go น่านนนน นาน นาน
สวัสดีค่ะ
เราเป็นอีกคนที่ก็ชอบการท่องเที่ยวในราคาแบบสบายๆ กระเป๋า และการตั้งกระทู้
เรารู้สึกว่า เราอยากแชร์ ประสบการณ์ ในการเที่ยวแบบของเรา เพราะเราเป็นคนเที่ยวแบบ
"ประหยัดงบ สบาย สไตล์ ยาย ยาย 555++"
มาเริ่มกันเลยดีกว่า
นี้เป็นกล้อง NIKON รุ่น D3100 ผู้ร่วมทริปกับเราตลอดทริปค่ะ
ทริปนี้ของเรา เริ่มขึ้นจากที่ มีน้องคนนึง มาขอให้เราทำ MV Wedding ให้
เพราะเคยเห็นผลงานเรา จากการที่เราทำให้เพื่อนของน้องคนนี้ แล้วชอบ
เราก็เลยตกลงทำให้ แบบ "สบายสบาย สไตล์ ยาย ยาย ของเรา"
แบบ เอ้า น้องอยากเอาแบบไหน เอา เอากี่เพลง เอา เอาเพลงไหน เอา แล้วก็แก้กี่ครั้ง .... ก็เอา! 555++
พอทำไปทำมา น้องเขาก็บอกว่า "พี่จอยค่ะ ถ้าวันงาน พี่จะมาด้วยไหมค่ะ หนูชวน แต่ งานแต่หนู
จัดที่ บ้านสบสาย ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน" ผ่าง...............ผ่างงงงงงงงงง เราก็..... เอา เอาก็เอา เพราะว่า เราเป็นพวก
อยากไปดูแลผลงานตัวเองด้วย กลัวว่า เดี๋ยวงานออกมาไม่ดี หรือติดขัดอะไรหรือเปล่าเพราะปกติ เวลาเรา
ทำ MV งานแต่งของใคร เราก็จะไปด้วยตลอด..(แบบ อยากเห็นบรรยากาศ เวลาที่คนเขาได้เห็น MV เรา)^_^
สำหรับคนที่อยากดูผลงานเรา สามารถไปดูได้นะค่ะที่
https://www.youtube.com/user/26chalalai/videos
เอาละ เกริ่นมาก็ นานแหล่ะ มาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
เนื่องจากตอนที่เราคิดว่าจะไปตอนนั้น ตั๋วเครื่องบินก็ราคาแพงแล้ว
เราสองคนยาย ยาย เลยตัดสินใจว่า เอาล่ะ จะไปรถทัวร์ แล้วกลับ เครื่องบินกันดีกว่า
ในเมื่อมติเป็นเอกฉันท์ตามนี้แล้ว..รออะไรละค่ะ
จองรถทัวร์สิ..สายรถทัวร์ในใจที่เราเลือกในครั้งนี้คือ "สมบัติทัวร์" ด้วยเหตุผลที่ว่า 1 ราคาสบายๆ 2.สามารถขึ้นรถได้ที่ท่าวิภาวดี
3.เบาะนั่งสบายยยย มีทีวีให้ดู (อันนี้เราดูจากเวปของเขาก่อน)
โดยการจอง เราจองแบบ VIP 24 ที่นั่ง แบบนอนได้
สนนราคาที่ คนละ 745 บาท
โดยกำหนดของานแต่งที่เราจะไปร่วมคือ 15 พ.ย. 2558
เราก็ อีก 1 ยาย เลยตกลงกันว่าจะไปตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. และกลับ วันอังคารที่ 17 พ.ย. (อันนี้เนื่องจาก ราคาตั๋ววันจันทร์กับ
วันอังคาร ต่างกัน ครึ่งๆ เราเลยเลือกที่จะกลับวันอังคาร เพื่อที่จะประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินได้อีก)
และเมื่อถึงวัน...ที่ 13 พ.ย. 58 ยายทั้งสอง ก็ได้ไปทำงานกันก่อนในช่วงเช้า และลางานบ่าย อันเนื่องจาก กลัวรถติดตกรถ เป็นเรื่องกันอีก
รถที่เราจอง ออกเวลา 20.30 น. แต่พวกเรามากันตั้งแต่ 17.00 น. ...เอาน่า มาก่อน จะได้ไม่ต้องวิ่ง ได้เปรียบจะตาย 555+++
........ เริ่ม............
วันที่ 1 13 พ.ย. 58 ณ. เวลา 17.00 น. เราก็ได้มาสถิตย์ ณ ท่ารถของสมบัติทัวร์ สาขา ถนนวิภาวดี
ซึ่งถือว่า ท่าที่นี้ ใหญ่ และ หาง่ายมาก ติดถนนวิภาวดี เลย โดยถ้ามาจากสวนจตุจักร ก็มาถึงห้าแยกลาดพร้าว
แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเลย ปตท. แปปเดียว ก็เจอแล้ว ท่ารถสมบัติทัวร์
Cr.http://www.sombattour.com/th/contact-us.html
เมื่อมาถึง อันดับแรกที่เราต้องทำคือ ไปเปลี่ยนตั๋วที่จ่ายผ่าน Couter Sevice มาเป็นตัวจริงก่อน
ซึ่งอันนี้ ต้องมาเปลี่ยนล่วงหน้า อย่างน้อย 30 นาที ก่อนเดินทาง หรือจะมาเปลี่ยนก่อนวันเดินทางก็ได้ค่ะ
แต๊นนนน แต่นนนน ได้มาแล้วว ตั๋วจริงของเราสองคน ยาย ยาย
กิจกรรมระหว่างรอก็นั่งหาอะไรกินกัน
ยังไม่มาใช่ไหม.. นั่งรถด้านในก็ได้ชิร์
พอถึงเวลา เนื่องจากรถที่จะมาท่านี้ ต้องออกมาจากหมอชิตก่อน เพราะฉะนั้น เวลาก็อาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง
ไม่ช้า ก็เร็วไป แต่ของเรามาช้าไปประมาณ 30 นาที ไอ้เราก็ชะเง้อแล้ว ชะเง้ออีก ไม่มาสักที
แต่ที่นี้จะดีอย่าง ถ้ารถมาแล้ว แต่ผู้โดยสารขึ้นไม่ครบ เขาจะมีการเรียก ประมาณ 3 ครั้ง ก่อน ถ้าไม่ขานรับกันจริง ๆ
ก็ค่อยออกรถ
รถที่เราโดยสารเป็นแบบนี้
ด้านในรถก็กว้างขวาง นอน นั่งสบาย แต่ตอนที่จะปรับเบาะนอน ทางที่ดี ควรจะบอกกล่าวคนข้างหลังก่อน
พอมาถึงกลางทาง จะมีจุดแวะพัก เพื่อที่จะให้เข้าห้องน้ำ หาอะไรกินโดยทางสมบัติทัวร์
จะมีห้องอาหารพร้อมทั้งข้าวต้ม ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน เอาไว้ให้
วันที่สอง ... ถึงที่พัก ---->> เที่ยวในเมือง -----> เที่ยววัด
เวลาผ่านไป เราก็มาถึง จ.น่าน แล้วจร้าาาา ประมาณ 6 โมงเช้า
เอาล่ะ ถึงเวลาลงรถที่ขนส่ง อำเภอเมืองน่าน อากาศก็เย็น ๆสบายนิดหน่อย
ด้วยความที่เราต้องคงสโลแกนไว้ ว่า "เที่ยวแบบสบายกระเป๋า" แทนที่เราจะเหมารถ เราก็เลย
เลือกที่จะนั่งรถสองแถวที่จอดอยู่ตรงท่ารถตรงนั้นไป โดยเสียค่าโดยสาร คนละ 30 บาท ส่งถึงที่
โดยเราบอกเขาว่าเราจะไปที่ไหน รถสองแถวที่นี้ จะไปส่งตามสถานที่ ที่ลูกค้าเป็นคนบอก
ครั้งนี้เราเลยบอกไปเลยว่า ไป "โรงแรมฮักน่าน" ค่ะ
ถึงแล้วค่ะที่พักของเรา
รูปด้านหน้าโรงแรม
บ้านที่รอยู่ตรงข้ามกับโรงแรม
บรรยายกาศด้านหน้าของโรงแรมค่ะ
cr.agoda
cr.agoda
อันนี้ถ่ายจากเราเองแหล่ะ
เอาละ เรามาดูบรรยากาศภายในห้องพักกัน
สำหรับโรงแรมนี้ ถ้าเทียบกับราคาห้องถือว่าถูกมากค่ะ คืนละ 500 บาท ภายในห้องสะอาดสะอ้าน
แต่ด้วยความที่โรงแรมนี้ มีแม่บ้านแค่ 1 คน และตอนที่เรามาถึงมันก็เช้ามากกก
เลยเราต้องออกไปหาอะไรกินก่อนที่จะเข้าห้องพักได้
เอาล่ะ ที่นี้มาดูกันว่าก่อนที่จะได้เข้าที่พัก เราไปไหนบ้าง (แต่ก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมนะค่ะ)
ด้วยความที่เรามาเช้ามาก ร้านมอเตอร์ไซต์ให้เช่า จึงยังไม่เปิด เราสองคนยายยาย เลยเดินชิวๆ
ไปตามทาง จุดแรก ที่เราเจอเลย คือ วัด
จะบอกว่า วัดทุกวัดที่น่าน พระประธานงาม ทุกวัดเลยค่ะ แล้ววัดก็อยู่ใกล้ๆ กันมาก
เพิ่งมารู้จากแม่ของเจ้าของร้านมอเตอร์ไซต์ว่า ที่น่าน จะมีวัดทุกตำบล ในตัวเมือง
มี 28 ตำบล ก็จะมี 28 วัด ซึ่ง แต่ละวัด ล้วนแต่ งาม ทุกที่เลยค่ะ
เอาละเรามาแวะวัดแรกของทริปกันเลยดีกว่าค่ะ
วัดหัวเวียงใต้อายุกว่า 273 ปี เป็นวัดเก่าแก่ ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนหลังคาทรงมะลิลา ซึ่งเคยรุ่งเรืองในอดีต
มีพระประทานเป็นปูนปั้นศิลป์แบบพม่าหน้าตัก 6 ศอก สูง 8 ศอก โดย หม่องส่า หรือ นายหม่อง วงศ์เครื่อง
ชาวพม่าพ่อค้าไม้ สร้างถวาย ซึ่งในจังหวัดน่านเหลืออยู่แค่สองวัด ที่วัดหัวเวียงใต้ และวัดกู่คำ
อำเภอเมืองน่านกำแพงวัดอายุกว่า 160 ปีมีเป็นรูปพญานาค 2 ตัว เลื้อยอยู่บนกำแพง
อดีตหน้าวัดเหมือนศูนย์การค้าหรือเมืองท่า เนื่องจากอยู่ใกล้น้ำน่าน ปัจจุบันเรียกท่าน้ำศรีน่าน
ตามชื่อโรงเรียนสตรีศรีน่านที่อยู่ใกล้ๆ ในอดีตมีพ่อค้าจากอำเภอทุ่งช้าง ปัว
ท่าวังผาจะทำแพไม้ใผ่บรรทุกสินค้าของป่า ล่องมาตามลำน้ำน่านมาขึ้นที่ท่าน้ำ นี้
เมื่อขายสินค้าหมดมาขายรวมถึงขายแพไม้ไผ่ด้วย ก็ซื้อของจำเป็นเดินกลับ
((Credit : http://www.sadoodta.com/info/วัดหัวเวียงใต้))
รูปหน้าวัดที่เป็นพญานาค 2 ตัว กำแพงนี้ไง ที่มีอายุกว่า 160 ปี แล้ว
พระประธานเป็นปูนปั้นศิลป์แบบพม่าหน้าตัก 6 ศอก สูง 8 ศอก งามจริง ๆ ค่ะ
มีโบสถ์ไม้สวยงามมากอยู่ด้านข้าง ถ้าหันหน้าเข้าวัดโบสถ์นี้จะอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ
แต่ว่าไม่ได้เข้าไป เพราะตอนไป เช้าจัด พระท่านยังกวาดอยู่หน้าโบสถ์อยู่เลย
พิมพ์จะถึง10,000 ตัวอักษรแล้วล่ะ งั้นเดี๋ยวไปต่อ Ep.2 กันอีกว่า