ACL ไม่เคยมีคำว่าง่ายสำหรับ บุรีรัมย์....

กระทู้สนทนา
หลายปีก่อนโน้น ปี 2012  ครั้งแรกที่ได้สิทธิ์ในฐานะแชมป์ไทยลีก ออกไปเผชิญโลกภายนอกในเวทีเอเชีย รอบแบ่งกลุ่มเจอ คาจิวะ เรย์โซล , ชุนบุค ฮุนได ,  และ กว่างโจวเอฟเวอร์แกรนด์ ใครจะคาดคิดว่าทีมรองบ่อนมากๆไม่ค่อยมีใครรู้จักเลยในเวทีเอเขีย แค่เเปิดบ้านนัดแรกก็เอาชนะ คาจิวะ เรย์โซล ไปได้อย่างสุดมันส์ จาก 2 ประตูของ จิรวัฒน์ มัครมย์ และ อัสคาร์ จาดิเกรอฟ ชนะไป 3-2 คว้า 3 แต้มแรกในเวทีเอเชียได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็ยกพลไปบุกเมืองจีน หาญกล้าหักหน้ายักษ์ใหญ่ของลีกจีนโดยเอาชนะ กว่างโจว เอฟเวอร์แกรนด์ ทีมแกร่งที่มี คอนก้า กับนักเตะค่าตัวมหาศาลมาได้อย่างสวยงาม จากประตูของ สุเชาว์ และ แฟรงค์ อาเชียมปง สกอร์ 1 -2  ช็อคชีเนม่าทั้งบาง นอกจากนั้นก็มีวลีเด็ดๆจากโค้ชแต็ก กับวลีที่ว่า  ฝีเท้าอย่าง คอนก้า หาได้ทั้วไปในไทยลีก ...... แค่ 2 นัด ก็คว้า 6 แต้มเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสง่างาม แต่ด้วยอ่อนด้อยทางประสบการณ์จึงไม่อาจรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ เมื่อนัดต่อมา แพ้รวดให้แก่ ชุนบุค ฮุนได  , คาจิวะ เรย์โซล  , ปิดด้วยแพ้ กว่างโจว เอฟเวอร์แกรนด์ คาบ้าน ถึงแม้จะตกรอบแต่ก็คว้ามาได้ถึง 6 แต้ม  อย่างไม่อายใคร  ประกาศศักดาทีมจากไทยลีกได้อย่างยิ่งใหญ่..........

ปีต่อมา 2013  ไปในฐานะแชมป์ F.A  คัพ ก้าวแรกต้องไปวัดเพลย์ออฟกับ บริสเบน โรว์ จากออสเตรเลีย เดิมทีต้องไปเยือนดินแดน A ลีก แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ บื๊กเน ต้องยอมควักกระเป๋าเป็นค่าใช้จ่ายให้ บริสเบน โรว์ เป็นแขกมาเยือนแทน จากนัดนี้ เกิดเทพเจ้าแชมป์ ด้วยการเซฟจุดโทษที่โลกตะลึงของ ศิวรักษ์ กับการเซฟ 3 ลูกโทษ ช่วยให้ทีมเอาชนะจุดโทษ  บริสเบน โรว์ จาก A ลีก ของออสเตรเลีย ในรอบเพลย์ออฟ ไปได้อย่างเหลือเชื่อ ได้เข้ารอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง  โดยต้องเจอกับ เอฟซี โซล , เจียงซู เซิ่นตี้ , และ เวลกัลตะ เซนได  นัดแรกออกไปเยือน เวลกัลตะ เซนได แล้วก็แบ่งแต้มกลับมาได้ จากประตูของ ออสมาร์ อิบาเญซ ต่อมาเปิดบ้านแบ่งแต้มจาก เอฟซี โซล 0-0  หลังจากนั้นออกไปเยือนจีนคราวนี้ ต้องแพ้ เจียงซู เซิ่นตี้ ไป 2-0 แต่กลับมาเปิดบ้านถอนแค้นได้สำเร็จ จากประตูของ สุเชาว์ กับ ชัปปุยส์ ต่อมาเปิดบ้านแบ่งแต้มจาก เวลกัลตะ เซนได อีกครั้ง  และนัดสุดท้ายสถานการณ์บีบคั้นให้จำเป็นต้องไปคว้าแต้มจาก เอฟซี โซล ให้ได้ถ้าจะลุ้นเข้ารอบต่อไป แล้วพวกเขาก็ทำเสำเร็จแบ่งแต้มได้ตามต้องการ แม้จะแต้มเดียว แต่ก็เพียงพอเมื่อ เจียงซู เซิ่นตี้ เอาชนะ เวลกัลตะ ไปได้ ส่งผลให้บุรีรัมย์เข้ารอบต่อไป เป็นครั้งแรกที่ได้ผ่านไปเล่นรอบน็อคเอ้าท์  โคจรมาเจอกับ บุนยอดกอร์ ทีมดังจาก อุซเบกิสถาน นัดแรกก็โชว์ฟอร์มหรู เปิดบ้านอัดไป 2-1  และไปยันเสมอที่ อุซเบกิสสถานได้สำเร็จ มุ่งหน้าสู่รอบ 8 ทีม เป็นประวัติศาสตรของสโมสรอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่อาจต้านทานทีมแกร่งจาก อิหร่าน อย่าง เอสเตกัลห์ ได้อีก เมื่แพ้ทั้งไปและกลับ ยุติเส้นทางไว้แค่รอบ 8 ทีม แต่ก็ทำให้ทั้งเอเชียตื่นตะลึงไม่อาจมองข้ามทีมจากอิสานใต้ทีมนี้ไปได้อีกต่อไป......

ครั้งที่ 3 ในปี  2014  กับจุดหมายท้อป 5 เอเชีย เข้ารอบแบ่งกลุ่มในฐานะแชมป์อีกครั้ง รอบนี้มี โปฮัง สตีลเลอร์ , เซเรโซ โอซาก้า , ซานตง ลู่เนิง  แต่ผลงานในปีนั้นถือว่าล้มเหลวอย่างมาก จากการไปแบ่งแต้มจาก ซานตง ลู่เนิง  เปิดบ้านแพ้ โปฮัง สตีลเลอร์ 1-2 บุกไปพ่าย เซเรโซ่ โอซาก้า 4-0 กลับมาเสมอ เซเรโซ โอซาก้า ในบ้าน 2-2 คว้าชัยในบ้านเหนือ ซานตง ลู่เนิง  1-0 และบุกไปเสมอ โปฮัง สตีลเลอร์ 0-0  จบอันดับ 3  ได้ 5 แต้ม ตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง........

และล่าสุดปี  2015  กับเป้าหมายท็อป 5 ต่อไป ไปในตำแหน่งแชมป์ไทยลีกเช่นเดิม  คราวนี้ในก๊วนมี  ซองนัม เอฟซี , กวางโจว อาร์แอนด์เอฟ ,กัมบะ โอซาก้า  การกลับมาครั้งนี้  ขุนพลเซราะกราว สร้างชื่อกระหึ่มอีกครั้ง เมื่อผ่านไป เพียง 3 นัด ก็ครองตำแหน่งจ่าฝูงอย่างผ่าเผย กับ 7 แต้ม เมื่อเอาชนะ ซองนำ ในบ้าน 2-1 บุกไปชนะ กวางโจว R&F 1-2  และไปเสมอ กัมบะ โอซาก้า ถึงแดนอาทิตย์อุทัย 1-1 จากฟรีคิกอันสวยงามของ ธีราทร  แต่ด้วยความหึกเหิมในตำแหน่งจ่าฝูง ต้องการเข้ารอบชัวร์ๆ จึงกะว่าจะเปิดบ้านยำ ทีมบ๊วย อย่าง กัมบะ โอซาก้า เพื่อเข้ารอบเด็ดขาด  แต่เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง  เมือ บุรีรัมย์ ขึ้นนำอย่างเร็วจากลูกเตะมุมไซด์โค้งเข้าประตูอย่างงดงามจนติดอันดับ 4 ของโลกของ ธีราทร บุญมาทัน รูปเกมส์เป็นของเหล่าปราสาทสายฟ้า บุกกระหน่ำอย่างบ้าครั่ง แต่จบสกอร์ไม่ลง ทำให้ทีมเยือนอาศัยจังหวะโต้กลับ จากความผิดพลาด พลิกแซงชนะไป 1-2  ปลุกชีพ กัมบะ โอซาก้า อีกครั้ง และเส้นทางเข้ารอบน็อคเอ๊าท์ของ บุรีรัมย์ เริ่มสั่นคลอน เพราะจำเป็นต้องบุกไปต้องบุกไปคว้าแต้มจาก ซองนำ ให้ได้สถานเดียว แต่ก็ทำไม่สำเร็จ พ่ายไป 2-1 แม้นัดสุดท้ายจะเปิดบ้าน เอาชนะ กวางโจว R&F ไปท่วมท้น 5-0  คว้าแต้มได้เยอะสุด 10 แต้ม ใน ACL ของ บุรีรัมย์  แต่ก็ไม่เพียงพอ จำต้องตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง ด้วยกฏ เฮดทูเฮด แพ้เขาอย่างน่าเจ็บใจ  เป็นบทเรียนที่ดีในการกลับมาอีกครั้งในปี 2016  ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด..........

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

จากหลายปีที่ผ่านมาในเวที ACL  บุรีรัมย์ ไม่เคยเจอคำว่าง่ายเลย ...แต่ที่คว้าแต้มทุกแต้มมาจากทีมทีเหนือกว่าไดันั้น เป็นเพราะการทำงานหนัก การฝึกซ้อมอย่างหนักของทีมงาน  โค้ช สต๊าฟโค้ช นักเตะ ยัน เฮดของเฮดโค้ช  จนเป็นสไตล์ของตัวเอง รวมไปทั้งแฟนบอลบุรีรัมย์ทุกคน อาจไปถึงกองแช่งที่พร้อมเป็นกองเชียร์ ในทีมตัวแทนของไทยลีก  จนทีมประสบผลสำเร็จ ในเวทีเอเขีย สร้างชื่อให้สโมสรจากไทยลีก  ว่าไม่ใช่แค่ไม้ประดับอีกต่อไป............

ดังนั้นในปีนี้  2016 บุรีรัมย์ มีเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างแชมป์ J ลีก  ซานเฟรชเซ่ ฮิโชิม่า ,  เอฟซี โซล แชมป์บอลถ้วยเกาหลี ,  และผู้ชนะ เพลย์ออฟ ( อดิเลด จาก ออสเตรเลีย & ซานตง ลู่เนิง จากจีน ... น่าจะทีมใดทีมหนึ่ง จาก 2 ทีมนี้ ) ล้วนแต่แกร่งๆกันทั้งนั้น   ดังเช่นกับทุกปี

แต่เพราะ บุรีรัมย์ เป็น บุรีรัมย์ คำว่าได้มาง่ายๆไม่มี   จะทำผลงานให้ได้ดีในรอบนี้ จึงต้องทำทีมให้แกร่งทั่วแผ่น  เพื่อรอโอกาสเล่น ACL ทุกปี ตามเป้าหมาย  ท็อปไฟว์เอเชีย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่