เข้าเรื่องเลยนะคะ เราคบกับแฟนมา 10 ปีได้ ตั้งแต่ช่วงมหาลัย ตอนแรกก็มีความสุขดี ยังมีความเป็นเด็กอยู่ ยังไม่คิดถึงอนาคตมาก บ้านแฟนเราทำอาชีพเจ้าของกิจการอย่างหนึ่ง รายได้กลางๆไม่มาก หักค่าใช้จ่ายแล้วก็ประมาณหลักแสน แต่คนที่ทำงานในบ้านมีแฟนเราทำคนเดียว ตอนนั้นยังไม่คิดไรมาก
พอเราเรียนจบ เริ่มเข้าทำงาน ก็จะมีช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ไปอยู่กับแฟนบ้าง เห็นการวิธีบริหารเงินของที่บ้านเค้า แบบเรารู้สึกไม่ดีมาก กิจการที่แฟนทำเนี่ย คือทำต่อจากพ่อ ส่วนพ่อเค้ามักจะมาเอาเงินในส่วนของกิจการเนี่ย ไปลงทุนทำไร่ กับใช้จ่ายตลอด ยกตัวอย่าง เดือนนั้นต้องปลูกข้าวโพด (สมมติ) ก็จะมาเอาน้ำมัน คนเคยทำจะรู้ว่าค่าน้ำมันเยอะมาก เดือนนึงถ้าหน้าลงไร่สี่ห้าหมื่น ค่าคนขับ เรียกว่าทำไร่นี่ไม่ลงทุนอะไรเลย ค่าเมล็ดพันธ์ก็เบิกเถ้าแก่ไร่เอา นี่เฉพาะหน้าลงไร่นะ รายจ่ายปกติทุกเดือนที่ต้องจ่ายให้พ่อ ค่าของ ค่ากินค่าอยู่ น้ำไฟโทรศัพท์ รถเสียซ่อมให้ ทุกอย่างในบ้านยังไปลงบิลร้านค้าไว้ให้แฟนเราไปจ่าย (บ้านที่พ่อเค้าอยู่แฟนเราไม่ได้อยู่ด้วย เป็นบ้านแม่เลี้ยงของเค้า) สิริรวมเดือนนึงก็หลายหมื่น (นี่รายจ่ายส่วนตัวพ่อเค้านะ) แล้วแฟนเราทำไง เดือนนั้นก็ชอร์ตสิ เราเองยังเคยเตือนๆเค้าว่า อย่างค่าน้ำมันที่มาเอาไปทีสี่ห้าหมื่นเพื่อทำไร่น่ะ พ่อเค้าควรต้องจ่ายเองนะ เพราะถ้ามาเอาเมื่อไหร่เดือนนั้นคือชอร์ตไปเลย อย่างเกษตรกรเองเค้ามีสหกรณ์ให้ไปเครดิตน้ำมันได้ ถูกด้วย แต่ไม่ไปเอา มาเอาน้ำมันฟรีไง ซึ่งน้ำมันฟรีเป็นเครดิตของบริษัท ลิตรนึงก็แพงกว่าอยู่แล้ว (เวลาได้เงินไร่มา แฟนเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนะ) เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณสองปี แฟนเราทำงานเช้าจรดดึกดื่น เช้านี่ตีห้า ดึกนี่อย่างน้อย สี่ห้าทุ่มทุกวัน แทบไม่ได้หยุด จากการใช้เงินในบ้านเค้า ทำให้แฟนไม่เคยมีเงินเก็บเลย ทำงานลักษณะได้มาใช้ไป เงินเดือนตัวเองไม่เคยคิด
ต่อมาพี่ชายเค้ากลับมาจากต่างประเทศ พี่คนนี้ติดยาติดเหล้า พ่อเลยส่งไปทำงานก่อสร้างที่ต่างประเทศ กลับมาตอนแรกก็ดี เลิกเหล้าเลิกยา มาช่วยกิจการที่แฟนเราทำอยู่ แฟนเราให้เงินเดือน ต่อมาซักพักกลับไปติดยาติดเหล้าเหมือนเดิม เริ่มสร้างปัญหา เงินไม่พอใช้ ขโมยของในบ้าน งานเริ่มไม่ช่วยทำ ช่วงนี้เป็นช่วงที่กิจการเริ่มแย่ลงด้วย เพราะที่บ้านแฟนต้นทุนส่วนใหญ่เค้าอยู่ที่ค่าน้ำมันไง จำได้ว่าน้ำมันเคยขึ้นไปสูงถึงลิตรละ 40 กว่าบาท ช่วงนั้นแย่ไปเลย (ทั้งนี้พ่อนางก็ยังมาเอาน้ำมันไปใช้อย่างสม่ำเสมอจ้า) ตอนนี้ แฟนเราเริ่มจำกัดการใช้จ่ายของพ่อ ให้น้อยลง พ่อเค้าก็เริ่มดิ้นรนไปทางอื่น (ไม่ขอบอกว่าทางอะไร แต่คล้ายๆการพนัน) เดี๋ยวสองคนนี้จะสร้างปัญหาตามมา
ต่อมาที่บ้านแฟนต้องเลิกกิจการไป ตอนที่ต้องหยุดทำงานไปหนี้สินรุงรังมาก ที่เหลือติดมือมามีรถสามคันที่ยังต้องส่งตลอด หยุดงานไปเงินเก็บที่พอมีก็เริ่มติดลบ ตอนนี้แหละที่พ่อเค้าทำเรื่อง ชิงไปขอวางบิลเอาเงินรายได้งวดสุดท้ายจากลูกค้ามาหมดเลย แล้วเอาไปลงกับเรื่องแย่ๆของเค้านั่นแหละ พี่ชายจากเสพยาก็เริ่มขาย เราก็อยู่คอยให้กำลังใจ เงินที่พอมีเก็บก็เอาออกมาช่วยเค้า แต่ก็ทะเลาะกันบ่อยอยู่ เราอยากให้เค้าเลิกทำงานที่บ้านแล้วไปหางานทำที่อื่น แฟนเราบอกไปไม่ได้ ต้องอยู่ใช้หนี้ก่อน (แต่ในตอนนี้ความคิดเราไม่ไหวแล้วอ่ะ บุญคุณบ้าอะไร หนี้สินอะไร ตอนหาได้มารุมกันใช้ ตอนใช้หนี้จะให้คนๆเดียวรับผิดชอบ เรากล้าพูดเพราะเราอยู่กับแฟนมาเรารู้เลยว่าทำงานสายตัวแทบขาด เงินไม่เคยมีเหลือ นอกจากค่ากินอยู่แล้ว ทุกอย่างที่บ้านใช้หมด แฟนไม่เคยให้อะไรเรา คบกันมาเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดสองครั้ง พัทยากับนครสวรรค์ ที่ไปพัทยาเพราะไปรับเราลงสนามบินแล้วเลยไปด้วยนะ 555)
ระหว่างนี้ก็วิ่งงานไปก็อกๆแก็กๆพอมีรายได้ พ่อเค้าเริ่มกู้หนี้ยืมสินเพราะใช้เงินเกินตัว พี่สาวมีเรื่องต้องออกจากงานและไปโกงเค้าจนโดนจับ พ่อเค้าต้องขายรถเอาไปประกันตัว พี่ชายก็โดนจับค้ายา พ่อเค้าก็โดนจับข้อหาพกพาอาวุธ โอยหลายเรื่องมากๆ แต่สรุปว่า ทั้งหมดโทษว่าเป็นความผิดแฟนเรา

หาเงินไม่พอ ผลาญสมบัติพ่อแม่ พี่น้องเดือดร้อนไปด้วย (นี่ไม่ได้เข้าข้างแฟนนะ แต่ครอบครัวนี้ประหลาดจริงๆ ไม่เคยโทษตัวเอง พ่อเค้าคิดเสมอว่าแฟนเราผลาญเงิน เพราะรายรับเยอะไง แต่ไม่เคยมองรายจ่าย แล้วตอนนั้นต้นทุนก็สูงขึ้น ไม่ใช่หลายสิบปีก่อนแบบที่แกเคยทำ แกเคยใช้เงินยังไงก็ยังจะใช้แบบนั้น ไม่ยอมประหยัด เงินไม่พอก็กู้อย่างเดียว) สรุปช่วงนั้น แฟนเราขายรถหนึ่งคัน เอารถไปรีไฟแนนซ์อีกคันเพื่อเอาเงินมาช่วยวิ่งคดี แล้วพอดีรถหาคิววิ่งได้ มีงานประจำก็พอพยุงตัวไปได้ ตอนนี้เราเคยขอให้ขายรถให้หมด ไม่ก็ให้พ่อทำเองไปเลย แล้วเดินออกมาซะ แต่แฟนเราก็บอกว่า ต้องใช้หนี้ไฟแนนซ์ให้หมดก่อน แล้วคงออกมาจากบ้าน คงไม่กลับไปอีกแล้ว (เหตุผลตรงนี้คือจะใช้หนี้ไฟแนนซ์ รถส่งหมดก็ไว้ให้พ่อหากิน คนอื่นจะได้ไม่หาว่าผลาญสมบัติพ่อหมด)
เงินที่เหลือจากขายรถประมาณแสนนึง เราอยากให้เค้าลงทุนทำกิจการอะไรซักอย่างเพิ่ม อย่าพึ่งพาแต่กิจการขนส่ง เพราะกำไรไม่ดี เงินเหลือมาเป็นค่าซ่อมหมด ของพวกนี้มันสึกหรอ เค้าก็เดี๋ยวทำเดี๋ยวทำ จนสุดท้ายเงินหมดก็ไม่ได้ทำ ต้องพึ่งพาแต่งานรับขนส่งต่อไป เราอยากให้เค้าไปสมัครเป็นช่าง เพราะเค้าซ่อมรถได้ เรียกว่ารถหนักทั้งหลายเค้าทำได้เกือบหมด เครื่องจักรการเกษตร พวกรถไถก็ได้ รถบ้านอย่างปิคอัพหรือเก๋งก็ทำได้ เพราะบ้านเค้าเคยมีหมด แล้วเค้าก็จบมาทางช่าง ตอนรถเสียก็ซ่อมเองมาหมดแล้ว แต่ติดที่งานช่างส่วนใหญ่รายได้ไม่พอส่งรถ เลยต้องทนทำต่อไป ประมาณไว้ว่าสิ้นปีน่าจะจบทุกอย่างได้ เราเองบอกเค้าว่าเราไม่เอาอะไร ไม่ได้ขอให้เค้ามีเงิน ขอแค่มาแต่ตัวก็ไม่ว่า แต่ให้เคลียร์ทางบ้านให้จบภายในสิ้นปีนี้ ออกมาจากที่นั่นซะที เค้าก็รับปากเรา
มาถึงปีนี้ เศรษฐกิจไม่ดี รถที่ส่งก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว เราก็อยากให้แฟนขายรถ เพราะถ้าขายตอนนี้ก็ไม่ขาดทุนเท่าไหร่ เรียกว่าน่าจะเท่าทุน เราก็เข้าเว็ปหางาน ลองดูๆส่งไปให้เค้าบ้าง แต่ตอนนี้จะสิ้นปีแล้ว ก่อนหน้านี้รถเสียไปสองรอบ เสียเงินไปเกือบแสน (ขนาดซ่อมเองนะ) เค้าเลยบอกว่าขอเวลาเพิ่มอีกสี่เดือน รถก็จะส่งงวดหมด เค้าก็จะไปได้ แต่เราไม่ไหวแล้ว เราคิดว่าถ้าเค้าไม่เดินออกมาตอนนี้ เค้าก็คงไม่สามารถเดินออกมาได้ตลอดชีวิต รายได้รถไม่แน่นอน ถ้ารถเสียขึ้นมาอีก ก็ยืดเวลาไปอีก เศรษฐกิจขาลงแบบนี้ ถ้าไม่หาทางไปทางอื่น ก็ต้องจมลงตายอย่างช้าๆ ในความคิดเรา ถ้าเค้าไม่ขายรถ เค้าไม่มีทางออกมาได้แน่ๆ เราเลยบอกว่าเราให้เวลาเค้าแค่สิ้นปี
ตอนนี้แฟนเราก็แย่ เราเองก็ไม่ได้ร่ำรวย จะให้ช่วยเค้าเราก็ไม่มีปัญญา จะให้เราทนเหนื่อยใจอย่างนี้ไปอีกเราก็ท้อ สิ่งที่เราคิดคือเราไม่ต้องการอะไรจากแฟนเรา ขอแค่เค้าเลิกทำอาชีพแบบนี้ อาชีพที่รอว่าวันไหนคุณจะหมดแรงทำงาน ไปทำอาชีพที่อาศัยความรู้กับประสบการณ์ ยิ่งทำยิ่งเก่ง ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งหมดแรงแบบนี้ เค้ารับปากมาหลายรอบ แต่ก็ยืดเวลามาหลายรอบแล้วเหมือนกัน คนรอก็เจ็บนะ ยิ่งคุณผิดคำพูดเราก็ยิ่งเจ็บ ถ้าเลิกกับเค้าตอนนี้ ก็เหมือนเราทิ้งเค้าตอนลำบาก เราควรทำไงดี
สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันให้แฟนเราเลิกทำงานนี้ เพราะเรามั่นใจว่าเค้าไม่มีสกิลผู้บริหารเอาซะเลย ที่จริงเรื่องก่อนหน้า โทษพ่อเค้าทั้งหมดไม่ได้ เค้าบริหารเงินไม่ได้ พ่อมาขอต้องให้ตลอด ถึงจะหน้าบูดหน้าบึ้ง ก็ยังยื่นเงินให้ไปอยู่ดี ห้ามพ่อไม่ได้ ห้ามพี่ไม่ได้ พอให้ไปแล้วตัวเองเดือดร้อนเอง ต้องวิ่งกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาหมุน (อาจฟังดูตลก แต่แฟนเราเป็นคนแบบนี้จริงๆ เคยมีครั้งนึงมีเงินติดตัวร้อยเดียว พี่มาขอไปกินเหล้าหกสิบ นางให้!! บอกว่าตัดรำคาญ) ถ้าเป็นเรานะ พี่แบบนี้จะปล่อยให้ติดคุก

ให้หมด ไม่รักดี ยังทำคนอื่นเดือดร้อน แต่สังคมต่างจังหวัดอ่ะ ความกตัญญูค้ำคอ ไม่ให้ไม่ได้ หาว่าเลว เห็นแก่ตัว บลาบลาบลา...
อาจจะงงๆไปบ้าง เพราะรายละเอียดมันเยอะมากๆ เล่าวกไปวนมา พยายามให้ไม่งง บางอย่างพูดตรงๆไม่ได้ กลัวคนรู้จักมาอ่าน อยากขอคำปรึกษาหน่อยว่าเราควรเอาไงดี ตัดขาด หรือไปต่อ ใครมีคำแนะนำอะไรบอกมาได้นะคะ รบกวนไม่ต้องโหวตไม่ต้องกดแสดงความคิดเห็นไม่ต้องแชร์ กลัวคนเห็นกระทู้ค่ะ ไม่รู้สมัครสมาชิกไม่ยืนยันตัวตนจะใช้หลังไมค์ได้มั้ย หลังไมค์มาก็ได้นะคะ
คบกับแฟนมาสิบปี จะหยุดแค่นี้ หรือไปต่อดีคะ
พอเราเรียนจบ เริ่มเข้าทำงาน ก็จะมีช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ไปอยู่กับแฟนบ้าง เห็นการวิธีบริหารเงินของที่บ้านเค้า แบบเรารู้สึกไม่ดีมาก กิจการที่แฟนทำเนี่ย คือทำต่อจากพ่อ ส่วนพ่อเค้ามักจะมาเอาเงินในส่วนของกิจการเนี่ย ไปลงทุนทำไร่ กับใช้จ่ายตลอด ยกตัวอย่าง เดือนนั้นต้องปลูกข้าวโพด (สมมติ) ก็จะมาเอาน้ำมัน คนเคยทำจะรู้ว่าค่าน้ำมันเยอะมาก เดือนนึงถ้าหน้าลงไร่สี่ห้าหมื่น ค่าคนขับ เรียกว่าทำไร่นี่ไม่ลงทุนอะไรเลย ค่าเมล็ดพันธ์ก็เบิกเถ้าแก่ไร่เอา นี่เฉพาะหน้าลงไร่นะ รายจ่ายปกติทุกเดือนที่ต้องจ่ายให้พ่อ ค่าของ ค่ากินค่าอยู่ น้ำไฟโทรศัพท์ รถเสียซ่อมให้ ทุกอย่างในบ้านยังไปลงบิลร้านค้าไว้ให้แฟนเราไปจ่าย (บ้านที่พ่อเค้าอยู่แฟนเราไม่ได้อยู่ด้วย เป็นบ้านแม่เลี้ยงของเค้า) สิริรวมเดือนนึงก็หลายหมื่น (นี่รายจ่ายส่วนตัวพ่อเค้านะ) แล้วแฟนเราทำไง เดือนนั้นก็ชอร์ตสิ เราเองยังเคยเตือนๆเค้าว่า อย่างค่าน้ำมันที่มาเอาไปทีสี่ห้าหมื่นเพื่อทำไร่น่ะ พ่อเค้าควรต้องจ่ายเองนะ เพราะถ้ามาเอาเมื่อไหร่เดือนนั้นคือชอร์ตไปเลย อย่างเกษตรกรเองเค้ามีสหกรณ์ให้ไปเครดิตน้ำมันได้ ถูกด้วย แต่ไม่ไปเอา มาเอาน้ำมันฟรีไง ซึ่งน้ำมันฟรีเป็นเครดิตของบริษัท ลิตรนึงก็แพงกว่าอยู่แล้ว (เวลาได้เงินไร่มา แฟนเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนะ) เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณสองปี แฟนเราทำงานเช้าจรดดึกดื่น เช้านี่ตีห้า ดึกนี่อย่างน้อย สี่ห้าทุ่มทุกวัน แทบไม่ได้หยุด จากการใช้เงินในบ้านเค้า ทำให้แฟนไม่เคยมีเงินเก็บเลย ทำงานลักษณะได้มาใช้ไป เงินเดือนตัวเองไม่เคยคิด
ต่อมาพี่ชายเค้ากลับมาจากต่างประเทศ พี่คนนี้ติดยาติดเหล้า พ่อเลยส่งไปทำงานก่อสร้างที่ต่างประเทศ กลับมาตอนแรกก็ดี เลิกเหล้าเลิกยา มาช่วยกิจการที่แฟนเราทำอยู่ แฟนเราให้เงินเดือน ต่อมาซักพักกลับไปติดยาติดเหล้าเหมือนเดิม เริ่มสร้างปัญหา เงินไม่พอใช้ ขโมยของในบ้าน งานเริ่มไม่ช่วยทำ ช่วงนี้เป็นช่วงที่กิจการเริ่มแย่ลงด้วย เพราะที่บ้านแฟนต้นทุนส่วนใหญ่เค้าอยู่ที่ค่าน้ำมันไง จำได้ว่าน้ำมันเคยขึ้นไปสูงถึงลิตรละ 40 กว่าบาท ช่วงนั้นแย่ไปเลย (ทั้งนี้พ่อนางก็ยังมาเอาน้ำมันไปใช้อย่างสม่ำเสมอจ้า) ตอนนี้ แฟนเราเริ่มจำกัดการใช้จ่ายของพ่อ ให้น้อยลง พ่อเค้าก็เริ่มดิ้นรนไปทางอื่น (ไม่ขอบอกว่าทางอะไร แต่คล้ายๆการพนัน) เดี๋ยวสองคนนี้จะสร้างปัญหาตามมา
ต่อมาที่บ้านแฟนต้องเลิกกิจการไป ตอนที่ต้องหยุดทำงานไปหนี้สินรุงรังมาก ที่เหลือติดมือมามีรถสามคันที่ยังต้องส่งตลอด หยุดงานไปเงินเก็บที่พอมีก็เริ่มติดลบ ตอนนี้แหละที่พ่อเค้าทำเรื่อง ชิงไปขอวางบิลเอาเงินรายได้งวดสุดท้ายจากลูกค้ามาหมดเลย แล้วเอาไปลงกับเรื่องแย่ๆของเค้านั่นแหละ พี่ชายจากเสพยาก็เริ่มขาย เราก็อยู่คอยให้กำลังใจ เงินที่พอมีเก็บก็เอาออกมาช่วยเค้า แต่ก็ทะเลาะกันบ่อยอยู่ เราอยากให้เค้าเลิกทำงานที่บ้านแล้วไปหางานทำที่อื่น แฟนเราบอกไปไม่ได้ ต้องอยู่ใช้หนี้ก่อน (แต่ในตอนนี้ความคิดเราไม่ไหวแล้วอ่ะ บุญคุณบ้าอะไร หนี้สินอะไร ตอนหาได้มารุมกันใช้ ตอนใช้หนี้จะให้คนๆเดียวรับผิดชอบ เรากล้าพูดเพราะเราอยู่กับแฟนมาเรารู้เลยว่าทำงานสายตัวแทบขาด เงินไม่เคยมีเหลือ นอกจากค่ากินอยู่แล้ว ทุกอย่างที่บ้านใช้หมด แฟนไม่เคยให้อะไรเรา คบกันมาเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดสองครั้ง พัทยากับนครสวรรค์ ที่ไปพัทยาเพราะไปรับเราลงสนามบินแล้วเลยไปด้วยนะ 555)
ระหว่างนี้ก็วิ่งงานไปก็อกๆแก็กๆพอมีรายได้ พ่อเค้าเริ่มกู้หนี้ยืมสินเพราะใช้เงินเกินตัว พี่สาวมีเรื่องต้องออกจากงานและไปโกงเค้าจนโดนจับ พ่อเค้าต้องขายรถเอาไปประกันตัว พี่ชายก็โดนจับค้ายา พ่อเค้าก็โดนจับข้อหาพกพาอาวุธ โอยหลายเรื่องมากๆ แต่สรุปว่า ทั้งหมดโทษว่าเป็นความผิดแฟนเรา
เงินที่เหลือจากขายรถประมาณแสนนึง เราอยากให้เค้าลงทุนทำกิจการอะไรซักอย่างเพิ่ม อย่าพึ่งพาแต่กิจการขนส่ง เพราะกำไรไม่ดี เงินเหลือมาเป็นค่าซ่อมหมด ของพวกนี้มันสึกหรอ เค้าก็เดี๋ยวทำเดี๋ยวทำ จนสุดท้ายเงินหมดก็ไม่ได้ทำ ต้องพึ่งพาแต่งานรับขนส่งต่อไป เราอยากให้เค้าไปสมัครเป็นช่าง เพราะเค้าซ่อมรถได้ เรียกว่ารถหนักทั้งหลายเค้าทำได้เกือบหมด เครื่องจักรการเกษตร พวกรถไถก็ได้ รถบ้านอย่างปิคอัพหรือเก๋งก็ทำได้ เพราะบ้านเค้าเคยมีหมด แล้วเค้าก็จบมาทางช่าง ตอนรถเสียก็ซ่อมเองมาหมดแล้ว แต่ติดที่งานช่างส่วนใหญ่รายได้ไม่พอส่งรถ เลยต้องทนทำต่อไป ประมาณไว้ว่าสิ้นปีน่าจะจบทุกอย่างได้ เราเองบอกเค้าว่าเราไม่เอาอะไร ไม่ได้ขอให้เค้ามีเงิน ขอแค่มาแต่ตัวก็ไม่ว่า แต่ให้เคลียร์ทางบ้านให้จบภายในสิ้นปีนี้ ออกมาจากที่นั่นซะที เค้าก็รับปากเรา
มาถึงปีนี้ เศรษฐกิจไม่ดี รถที่ส่งก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว เราก็อยากให้แฟนขายรถ เพราะถ้าขายตอนนี้ก็ไม่ขาดทุนเท่าไหร่ เรียกว่าน่าจะเท่าทุน เราก็เข้าเว็ปหางาน ลองดูๆส่งไปให้เค้าบ้าง แต่ตอนนี้จะสิ้นปีแล้ว ก่อนหน้านี้รถเสียไปสองรอบ เสียเงินไปเกือบแสน (ขนาดซ่อมเองนะ) เค้าเลยบอกว่าขอเวลาเพิ่มอีกสี่เดือน รถก็จะส่งงวดหมด เค้าก็จะไปได้ แต่เราไม่ไหวแล้ว เราคิดว่าถ้าเค้าไม่เดินออกมาตอนนี้ เค้าก็คงไม่สามารถเดินออกมาได้ตลอดชีวิต รายได้รถไม่แน่นอน ถ้ารถเสียขึ้นมาอีก ก็ยืดเวลาไปอีก เศรษฐกิจขาลงแบบนี้ ถ้าไม่หาทางไปทางอื่น ก็ต้องจมลงตายอย่างช้าๆ ในความคิดเรา ถ้าเค้าไม่ขายรถ เค้าไม่มีทางออกมาได้แน่ๆ เราเลยบอกว่าเราให้เวลาเค้าแค่สิ้นปี
ตอนนี้แฟนเราก็แย่ เราเองก็ไม่ได้ร่ำรวย จะให้ช่วยเค้าเราก็ไม่มีปัญญา จะให้เราทนเหนื่อยใจอย่างนี้ไปอีกเราก็ท้อ สิ่งที่เราคิดคือเราไม่ต้องการอะไรจากแฟนเรา ขอแค่เค้าเลิกทำอาชีพแบบนี้ อาชีพที่รอว่าวันไหนคุณจะหมดแรงทำงาน ไปทำอาชีพที่อาศัยความรู้กับประสบการณ์ ยิ่งทำยิ่งเก่ง ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งหมดแรงแบบนี้ เค้ารับปากมาหลายรอบ แต่ก็ยืดเวลามาหลายรอบแล้วเหมือนกัน คนรอก็เจ็บนะ ยิ่งคุณผิดคำพูดเราก็ยิ่งเจ็บ ถ้าเลิกกับเค้าตอนนี้ ก็เหมือนเราทิ้งเค้าตอนลำบาก เราควรทำไงดี
สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันให้แฟนเราเลิกทำงานนี้ เพราะเรามั่นใจว่าเค้าไม่มีสกิลผู้บริหารเอาซะเลย ที่จริงเรื่องก่อนหน้า โทษพ่อเค้าทั้งหมดไม่ได้ เค้าบริหารเงินไม่ได้ พ่อมาขอต้องให้ตลอด ถึงจะหน้าบูดหน้าบึ้ง ก็ยังยื่นเงินให้ไปอยู่ดี ห้ามพ่อไม่ได้ ห้ามพี่ไม่ได้ พอให้ไปแล้วตัวเองเดือดร้อนเอง ต้องวิ่งกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาหมุน (อาจฟังดูตลก แต่แฟนเราเป็นคนแบบนี้จริงๆ เคยมีครั้งนึงมีเงินติดตัวร้อยเดียว พี่มาขอไปกินเหล้าหกสิบ นางให้!! บอกว่าตัดรำคาญ) ถ้าเป็นเรานะ พี่แบบนี้จะปล่อยให้ติดคุก
อาจจะงงๆไปบ้าง เพราะรายละเอียดมันเยอะมากๆ เล่าวกไปวนมา พยายามให้ไม่งง บางอย่างพูดตรงๆไม่ได้ กลัวคนรู้จักมาอ่าน อยากขอคำปรึกษาหน่อยว่าเราควรเอาไงดี ตัดขาด หรือไปต่อ ใครมีคำแนะนำอะไรบอกมาได้นะคะ รบกวนไม่ต้องโหวตไม่ต้องกดแสดงความคิดเห็นไม่ต้องแชร์ กลัวคนเห็นกระทู้ค่ะ ไม่รู้สมัครสมาชิกไม่ยืนยันตัวตนจะใช้หลังไมค์ได้มั้ย หลังไมค์มาก็ได้นะคะ