วาร์ปไปเลย 2วัน1คืน ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูเรือ-เชียงคาน *กระทู้ปล่อยรูป*

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เขียนกระทู้นานมากกกกก หายตัวไปเป็นมนุษย์เงินเดือนมาพักนึง ละก็ได้ฤกษ์ออกเดินทาง เพี้ยนออกทริป


รอบนี้คุยกับเพื่อนว่าเหนือคนก็ไปเยอะละ ไม่ชอบที่ที่คนเยอะมาก เลยตัดสินใจไปวันธรรมดา
ก็เลยไปซื้อตั๋วกรุงเทพ-ภูเรือ ของเพชรประเสริฐทัวร์ ค่าตั๋วก็ตามภาพค่ะ คนละ 358 รอบสี่ทุ่ม Let's go!

จขกท.กับเพื่อน ตอนแรกก็รีเสิชจากหลายๆกระทู้นะ ก็คิดว่ารถรอบสี่ทุ่ม น่าจะถึงตลาดภูเรือประมาณตีสี่-ตีห้างี้
ปรากฎว่า เลทค่ะ ตีห้ากว่ายังอยู่ที่อ.ด่านซ้าย จ.เลย จะร้องไห้ คิดกันไปว่าอดดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูเรือแหงมๆ พาพันเศร้า

ละรถกรุงเทพ-ภูเรือของเราก็จอดที่ตลาดภูเรือตอน 06.15 น. โดยประมาณ เจอคนขับสองแถวมาเสนอพาบึ่งขึ้นภูเรือพอดี
ราคา 700 บาท แต่ก็ดีลกันได้ที่ 600 บาทค่ะ ไปกันสองคน ก็คนละ 300 บาท ตอนนั้นห่วงแต่ดูพระอาทิตย์ละ 55555

ละสองแถวก็จอดส่งเราก่อนถึงยอดภูเรือ ต้องต่อสองแถวบนอุทยานขึ้นไปอีกคนละ 10 บาทนะคะ อ้อ ละก็มีเสียค่าเข้าอุทยานฯด้วย
คนละ 20 บาทมั้ง เพราะจ่ายไป 40 บาท -0-




ในที่สุด ก็ขึ้นมาถึงยอดภูเรือ ที่ประหลาดใจคือทันพระอาทิตย์ขึ้นด้วย ^o^ (แต่คนขับสองแถวก็พาขึ้นเขามายิ่งกว่า fast7)
ที่พีคก็คืออุณหภูมิบนยอดตอนนั้น ประมาณ 17องศาเซลเซียส ฟินมาก คุ้มละที่หนีกทม.มา #ลั่น 555








มาถึงแล้วก็ต้องไหว้พระกันหน่อย ยิ้ม



พอเก็บบรรยากาศ+รูปเสร็จก็เดินลงค่ะ พอเห็นคนอื่นเดินกันเลยรู้ว่าเดินถึงจุดที่สองแถวจอดรอ -0-




ถึงจุดที่สองแถวจอดรอ ก็แวะช้อปหมวกที่ร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ จขกท.โดนหมวกแพนด้าไป 120ค่ะ เพี้ยนช้อปปิ้ง
ละพี่คนขับก็พาแวะลานคริสต์มาสที่ภูเรือ ก็เลยเลี้ยงกาแฟร้อนพี่เค้า ละก็ซื้อโอวัลตินร้อนให้ลูกของพี่เค้าด้วย 55 หิวข้าวชะมัด หิว


อากาศเช้าๆสบายๆงี้ต้องจัดโอวัลตินร้อนกับปาท่องโก๋ค่ะ ละก็สั่งอาหารตามสั่งในตลาดภูเรือกินกัน มื้อเช้าแบบง่ายๆ
แล้วก็ไปซื้อตั๋วเข้าอ.เมืองเลยที่ร้านกาแฟสด ด้านข้างของตลาด พี่เขาบอกรถมา10โมง ก็รอไป
พอรถมา คือเป็นรถบัสเล็กมาก เป็นรถแอร์สายหล่มสัก-เลย ค่ารถคนละ 70บาท บรรยากาศด้านในตามภาพ ละเราก็สลบไปตอนไหนไม่รู้..

ลืมตาอีกทีก็เข้าตัวเมืองเลยแล้ว ก็ลงกันที่บขส.เลยค่ะ หันไปหันมา ใช้สายตาสแกนหาสองแถวไปเชียงคาน ละก็เจอเขาตะโกนมาพอดี
บรรยากาศก็ประมาณนี้ค่ะ นั่งไปอีกเป็นชม.กว่า เหมือนที่นั่งมาจากภูเรือ -0- #ทริปนี้นั่งรถกันมาราธอนมาก


พอถึงเชียงคาน ก็ลงสองแถวกันมาแบบอึนๆ ยังไม่เข้าใจระบบซอยของเชียงคานในตอนนั้น เลยเจอพี่ที่ขับสามล้อเครื่องกล่อมไป 555
แต่ก็ขี้เกียจเดินแหละค่ะ ของเยอะ ก็เลยบอกว่าไปพูลสวัสดิ์ ซอย9ค่ะ






บรรยากาศทั้งโรงแรมก็ตกแต่งน่ารักดีค่ะ จขกท.กับเพื่อนได้อยู่ห้องเบอร์ 8 เรทที่นี่คืนละ 700บาท (ไม่รู้ราคาห้องใหญ่น้า)

อ้อ ละก็โรงแรมนี้เช็คอินได้ตอนบ่ายสองค่ะ ซึ่งจขกท.กับเพื่อนมาถึงเร็วไปอีก เลยฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ละหามื้อเที่ยง แฮ่

ละก็ลงเอยที่ไข่กระทะ+ข้าวเปียกเส้นเนี่ยแหละค่ะ พอบ่ายสองก็กลับไปเช็คอิน นอนกลิ้ง สลบ ตื่นอีกทีเย็น พาพันง่วง
พอตื่นก็ออกไปเดินดูบรรยากาศเลียบริมแม่น้ำโขงค่ะ ชิลมากจริงๆ สงบ ลมพัดเรื่อยๆ เย็นสบายยย











เดินไปเรื่อยๆ อ้าว มืดแล้ว ลุยถนนคนเดินเชียงคานเลยละกัน เพี้ยนแว๊น




คนไม่เยอะ เดินสบายมาก คงเพราะเป็นวันธรรมดาด้วย เล่นไปวันอังคาร-พุธงี้ 555 สิ่งหนึ่งที่เห็นถี่มากคือร้านส้มตำ เยอะมากจริงๆ




ละเราสองคนก็กลับมานั่งชงโอวัลตินร้อนกินชิลๆ ละก็เข้าห้องไปอาบน้ำนอน แจ้งเคาท์เตอร์ไว้ว่าพรุ่งนี้จะตักบาตร + ไปภูทอกด้วย
(โทรนัดสามล้อไว้แล้วค่ะเรื่องภูทอก - ก็สามล้อเจ้าที่พาพวกเรามาส่งโรงแรมตอนบ่ายนั่นเอง)

ตักบาตรที่นี่คิดเรทชุดละ 50 บาทค่ะ พระแอบเดินขาดช่วงเหมือนกัน จขกท.กับเพื่อนตักตอนประมาณ 05.50 น.
พอประมาณ 06.10น. ยังตักไม่หมด เจ้าของโรงแรมเลยบอกว่าไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันพระอาทิตย์บนภูทอก ก็เลยโทรตามสามล้อละรีบไปโลด

ละลุงคนขับสามล้อก็ส่งพวกเราที่ทางขึ้น ต้องต่อรถกระบะขึ้นภูทอกไปอีก อากาศหนาวมากและหมอกหนักมากในตอนนั้น ตื่นเต้นมากก

ถึงแล้วจ้า หมอกเยอะเกินคำบรรยาย รูปที่ถ่ายมายังไม่สวยเท่าไปเห็นด้วยตาเปล่าอะ จริงๆ













ละก็ไหว้พระตามสเตป 55+ ก่อนนั่งสองแถวลงไปจุดที่ลุงคนขับรอพวกเรา


ละก็มาแก่งคุดคู้กันแต่เช้าเลยจ้า หมอกลงหนักมากเช่นกัน ยังไม่ค่อยเห็นแก่งมาก เลยปล่อยปลากัน ละตอนบ่ายว่าจะมาใหม่





ตัดภาพกลับมาที่โรงแรม หิวแล้ว จัดมื้อเช้าร้านตรงข้ามโรงแรมเลย น่ากินดี "ลุกโภชนา" ค่ะ


กินเสร็จก็ขึ้นไปอาบน้ำ เก็บของ นอนกลิ้ง รอเช็คเอาท์ตอนเที่ยง
พอเช็ครอบรถบัสบขส. กรุงเทพ-เชียงคาน ก็พบว่ามันมีรอบไวสุดตอนเย็นคือ 18.30น.
ปัญหาเลยเกิดว่าจะทำอะไรรอระหว่างนั้น? ก็เลยขอยืมจักรยานโรงแรมไปปั่นสำรวจเล่น ฝากกระเป๋าไว้โรงแรม
เลยไปหาร้านกาแฟสดนั่งชิลพักนึง ละก็ปั่นเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง จนสุดท้ายไปจบที่แก่งคุดคู้ ไป-กลับเกือบ10กม. เพี้ยนชนะเลิศ

มาตอนบ่ายก็เห็นแก่งกว่าตอนเช้าจริงๆแหละ 555 ละก็อุดหนุนมะพร้าวแก้วโซนนั้นไปตามระเบียบ (เกรดเออร่อยมากกกก)



ทริปสั้นๆที่เดินทางนานนี้ก็จบลงด้วยดี เย่ ขอบคุณนิที่ไปด้วยกัน ขอบคุณแบงค์ที่ให้ยืมกล้องรอบที่ล้าน 555
พูดเลยว่าทะเลหมอกภูทอกนี่เป็นอะไรที่ must see! เจอกันทริปหน้า บ๊ายบายอมยิ้ม17


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่