เรื่องที่ผมจะเล่าถึงต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมทุกประการ อยากจะเล่าให้ฟังเพื่อให้ท่านที่เชื่อในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่แล้ว มีกำลังใจยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอันจะทำความเพียรปฏิบัติธรรมให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ส่วนท่านใดที่ไม่เชื่อเรื่องที่เกินกว่าขอบเขตการรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็ขอให้ท่านผ่านกระทู้นี้ไปนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียบรรยากาศในการสนทนานะครับ
เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงเดือนเมษายน 2558 ผมได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมในวัดชื่อดังที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง ซึ่งหลวงพ่อท่านก็เป็นพระที่มีคนรู้จักทั้งประเทศ แต่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อวัดในที่นี้นะครับ
เมื่อไปถึงแล้ว ผมได้ลงทะเบียนปฏิบัติธรรมไว้ 5 วันด้วยกัน แต่หลังจากนั้นผมได้เจอหลายสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบใจ จึงนึกตำหนิ อยู่ในใจตลอดหลายวันที่ได้เข้าปฏิบัติธรรม จนวันสุดท้ายก่อนกลับ มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ผมสั้น ใส่แว่น ผิวขาว ผอม ๆ (คนไปวัดนี้ประจำจะต้องรู้จักพี่คนนี้นะครับ ผมก็เคยเห็นประจำตั้งแต่เด็กยันโตที่ไปปฏิบัติธรรมที่นี่มา) ได้มาพูดในช่วงก่อนที่จะมีการเทศน์ รู้สึกวันนั้นจะเป็นวันพระครับ ปกติจะให้ปฏิบัติธรรม แต่ช่วงบ่ายวันนั้นมีพระมาเทศน์แทน
สิ่งที่พี่ผู้หญิงท่านนี้พูด คือสิ่งที่ผมบ่นในใจมาตลอดเวลาที่มาปฏิบัติธรรม ทุกสิ่งแทบจะก็อปปี้คำบ่นของผมออกมา และอธิบายชี้แจง(อาจจะมีอารมณ์ผสมนิดหน่อย) แต่ผมมั่นใจว่า ประโยคแบบนั้น ไม่มีใครเค้าคิดกันหรอกครับ มีแต่ผมคนเดียวแหละที่คิดบ้าบอแบบนั้น
ยกตัวอย่างนะครับ "เราปกติ ก็ไม่มีบุญกุศลอะไรอยู่แล้ว จะให้แผ่บุญกุศลให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเนี่ยนะ เหมือนคนยากจนจะให้ทานเศรษฐียังไงยังงั้น" ประมาณนี้นะครับ
แล้วเชื่อมั้ยครับ พี่เค้าพูดว่ายังไง "ก็รู้หรอกว่าไม่ค่อยจะมีบุญกุศล แต่ที่ให้แผ่เนี่ยก็เพราะ............... บลา ๆ"
และยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมคิดไม่ดี นึกตำหนิวัดในใจ พี่เค้าก็พูดทุกอย่างที่ผมคิดเลยครับ โอยพูดไปแล้วขนลุก พี่ผู้หญิงคนนี้เค้าทราบได้อย่างไรว่าผมคิดยังไงครับ
นอกจากที่วัดนี้แล้ว ประสบการณ์ตรงของผมอีกครั้งก็ที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เหมือนเดิมครับ คิดไม่ดี หลวงพ่อท่านนั่งคุยกับญาติโยมหัวเราะชอบใจคึกคักกันอยู่ดี ๆ ท่านหันมามองผม แล้วก็หยุดคุยกับญาติโยมเลยนะครับ
จากนั้นท่านเข้าไปหยิบพระจากในห้องออกมาแจกให้ญาติโยม ญาติโยมล้อมกันเต็มไปหมด ใครได้พระแล้วก็ถอยออกไปให้คนอื่น ๆ เข้ามา เชื่อมั้ยครับ คนอื่นได้พระกันหมด ผมไม่ได้ ผมก็รออยู่ คนอื่นเข้ามาออกไปจนหมด จนเหลือผมคนเดียว
ทั้ง ๆ ที่ผมก็เข้ามาอยู่ประชิดติดหน้าหลวงพ่อ สุดท้ายท่านถามผมว่า "ว่ายังไง ยังอยากจะได้มั้ย" ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ถามคนอื่นเลยซักคำ ใครยื่นมือมา ท่านใส่พระให้ มีแต่ผมที่ยื่นมือรอจนเมื่อย ท่านข้ามผมไปมา ผมเลยรีบตอบว่า "อยากได้ครับ หลวงพ่อ" แต่ในใจนี่สำนึกผิดมากที่ไปคิดปรามาสคุณธรรมท่าน
ขอยืนยันว่าทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมจริงทุกประการครับ ที่ผมเจอกับตัวเองมาทั้งสองเหตุการณ์นี้ คงจะเป็น เจโตปริยญาณ คือญาณที่สามารถรู้จิตของผู้อื่นได้ หนึ่งในอภิญญาทั้งหก ดังนั้นเมื่อ เจโตปริยญาณมีจริงแล้ว ญาณอื่น ๆ ไปจนถึง อาสวักขยะญาณ อันเป็นญาณเพื่อตัดสิ้นกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไปย่อมมีอยู่จริงแท้แน่นอนครับ
ขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่านนะครับ
อภิญญาเป็นของที่มีอยู่จริง
ส่วนท่านใดที่ไม่เชื่อเรื่องที่เกินกว่าขอบเขตการรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็ขอให้ท่านผ่านกระทู้นี้ไปนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียบรรยากาศในการสนทนานะครับ
เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงเดือนเมษายน 2558 ผมได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมในวัดชื่อดังที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง ซึ่งหลวงพ่อท่านก็เป็นพระที่มีคนรู้จักทั้งประเทศ แต่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อวัดในที่นี้นะครับ
เมื่อไปถึงแล้ว ผมได้ลงทะเบียนปฏิบัติธรรมไว้ 5 วันด้วยกัน แต่หลังจากนั้นผมได้เจอหลายสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบใจ จึงนึกตำหนิ อยู่ในใจตลอดหลายวันที่ได้เข้าปฏิบัติธรรม จนวันสุดท้ายก่อนกลับ มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ผมสั้น ใส่แว่น ผิวขาว ผอม ๆ (คนไปวัดนี้ประจำจะต้องรู้จักพี่คนนี้นะครับ ผมก็เคยเห็นประจำตั้งแต่เด็กยันโตที่ไปปฏิบัติธรรมที่นี่มา) ได้มาพูดในช่วงก่อนที่จะมีการเทศน์ รู้สึกวันนั้นจะเป็นวันพระครับ ปกติจะให้ปฏิบัติธรรม แต่ช่วงบ่ายวันนั้นมีพระมาเทศน์แทน
สิ่งที่พี่ผู้หญิงท่านนี้พูด คือสิ่งที่ผมบ่นในใจมาตลอดเวลาที่มาปฏิบัติธรรม ทุกสิ่งแทบจะก็อปปี้คำบ่นของผมออกมา และอธิบายชี้แจง(อาจจะมีอารมณ์ผสมนิดหน่อย) แต่ผมมั่นใจว่า ประโยคแบบนั้น ไม่มีใครเค้าคิดกันหรอกครับ มีแต่ผมคนเดียวแหละที่คิดบ้าบอแบบนั้น
ยกตัวอย่างนะครับ "เราปกติ ก็ไม่มีบุญกุศลอะไรอยู่แล้ว จะให้แผ่บุญกุศลให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเนี่ยนะ เหมือนคนยากจนจะให้ทานเศรษฐียังไงยังงั้น" ประมาณนี้นะครับ
แล้วเชื่อมั้ยครับ พี่เค้าพูดว่ายังไง "ก็รู้หรอกว่าไม่ค่อยจะมีบุญกุศล แต่ที่ให้แผ่เนี่ยก็เพราะ............... บลา ๆ"
และยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมคิดไม่ดี นึกตำหนิวัดในใจ พี่เค้าก็พูดทุกอย่างที่ผมคิดเลยครับ โอยพูดไปแล้วขนลุก พี่ผู้หญิงคนนี้เค้าทราบได้อย่างไรว่าผมคิดยังไงครับ
นอกจากที่วัดนี้แล้ว ประสบการณ์ตรงของผมอีกครั้งก็ที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เหมือนเดิมครับ คิดไม่ดี หลวงพ่อท่านนั่งคุยกับญาติโยมหัวเราะชอบใจคึกคักกันอยู่ดี ๆ ท่านหันมามองผม แล้วก็หยุดคุยกับญาติโยมเลยนะครับ
จากนั้นท่านเข้าไปหยิบพระจากในห้องออกมาแจกให้ญาติโยม ญาติโยมล้อมกันเต็มไปหมด ใครได้พระแล้วก็ถอยออกไปให้คนอื่น ๆ เข้ามา เชื่อมั้ยครับ คนอื่นได้พระกันหมด ผมไม่ได้ ผมก็รออยู่ คนอื่นเข้ามาออกไปจนหมด จนเหลือผมคนเดียว
ทั้ง ๆ ที่ผมก็เข้ามาอยู่ประชิดติดหน้าหลวงพ่อ สุดท้ายท่านถามผมว่า "ว่ายังไง ยังอยากจะได้มั้ย" ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ถามคนอื่นเลยซักคำ ใครยื่นมือมา ท่านใส่พระให้ มีแต่ผมที่ยื่นมือรอจนเมื่อย ท่านข้ามผมไปมา ผมเลยรีบตอบว่า "อยากได้ครับ หลวงพ่อ" แต่ในใจนี่สำนึกผิดมากที่ไปคิดปรามาสคุณธรรมท่าน
ขอยืนยันว่าทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมจริงทุกประการครับ ที่ผมเจอกับตัวเองมาทั้งสองเหตุการณ์นี้ คงจะเป็น เจโตปริยญาณ คือญาณที่สามารถรู้จิตของผู้อื่นได้ หนึ่งในอภิญญาทั้งหก ดังนั้นเมื่อ เจโตปริยญาณมีจริงแล้ว ญาณอื่น ๆ ไปจนถึง อาสวักขยะญาณ อันเป็นญาณเพื่อตัดสิ้นกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไปย่อมมีอยู่จริงแท้แน่นอนครับ
ขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่านนะครับ