จากข่าวไทยรัฐ เมื่อวานนี้เอง
http://www.thairath.co.th/content/544225
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2558 23:46
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ก.พาณิชย์ลงนาม ขายข้าวจีทูจีให้จีนแล้ว 1 ล้านตัน เริ่มส่งมอบตั้งแต่ต้นปีหน้า เป็นงวด งวดละ 1 แสนตัน 'อภิรดี' เผยข่าวดี เตรียมคุยจีนให้ซื้อข้าวล้านที่สองอีกในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ คาดช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตลาดข้าวไทย...
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2558 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามสัญญาซื้อขายข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ 1 ล้านตัน กับ COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลการนำเข้าข้าวของจีน และการยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามซื้อขายยางพารา 200,000 ตัน กับ SINOCHEM ที่เป็นการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือสินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีน ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าว เกิดขึ้นในโอกาสที่กระทรวงคมนาคมได้ลงนามกรอบความร่วมมือ (Framework of Cooperation) ภายใต้ MOU กับรัฐบาลจีน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย
สำหรับสัญญาซื้อขายข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ 1 ล้านตัน มีกำหนดส่งมอบข้าวเป็นรายงวดเฉลี่ยเดือนละ 100,000 ตัน โดยราคาซื้อขายจะเจรจาต่อรองตามราคาตลาดโลกขณะส่งมอบแต่ละงวด ซึ่งจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ต้นปี และจะเสร็จสิ้นภายในปี 59
“การลงนามสัญญาซื้อขายข้าวในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่จีนได้ให้ความสนใจที่จะเพิ่มปริมาณการซื้อขายข้าวจากรัฐบาลไทย เพราะปัจจุบันไทยอยู่ในระหว่างการส่งมอบให้จีนภายใต้สัญญาฉบับปัจจุบัน ที่ลงนามในรัฐบาลที่ผ่านมา 1 ล้านตัน ซึ่งมีการส่งมอบไปแล้ว 80% หรือ 800,000 ตัน โดยคาดว่าจะส่งมอบครบตามจำนวนภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจีนจะสามารถเริ่มคำสั่งซื้องวดแรก ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ได้ตั้งแต่ต้น ปี 59 เป็นต้นไป” รมว.พาณิชย์ กล่าว
นางอภิรดี กล่าวอีกว่า ภายใต้ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทย-จีน จีนตกลงในหลักการที่จะซื้อขายข้าวไทยอีก 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นล้านตันที่สอง โดยในวันที่ 4 ธ.ค.58 คณะทำงานด้านเทคนิคสินค้าข้าวของฝ่ายไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศจะมีการเจรจาหารือรายละเอียดกับ COFCO เพื่อเตรียมการทำสัญญาซื้อขายเพิ่มเติมต่อไป และสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตันที่สอง จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดในระยะยาว เพราะจะสามารถรองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ของไทยได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2560
ทั้งนี้ ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค.57 ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลต่างประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งหากรวมการขายข้าวให้รัฐบาลจีนอีก 1 ล้านตันในครั้งนี้ คิดเป็นปริมาณรวม 3.4 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท และในอนาคตรัฐบาลไทยมีแผนที่จะเจรจาซื้อขายข้าวจีทูจีกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแอฟริกา และตะวันออกกลางเพิ่มเติมอีก.
แต่เมื่อเทียบกับข่าวเก่า
http://www.thairath.co.th/content/eco/401319
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2557 19:00
“พาณิชย์” เตรียมระบายข้าวเพิ่มอีก 4 แสนตัน หาเงินใช้ชาวนา เผยรัฐวิสาหกิจมณฑลเฮย์หลงเจียง ขอยกเลิกสัญญาข้าวจีทูจี 1.2 ล้านตัน หลัง ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกต ยันจีทูจีจีน 1 ล้านตัน ระยะเวลา 5 ปี ที่ผู้นำ 2 ประเทศตกลงซื้อขายกันยังอยู่ แค่ชะลอทำสัญญา หลัง กกต.ให้ความเห็น ไม่ควรขายลอตใหญ่ที่มีภาระผูกพันถึงรัฐบาลหน้า...
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการทำสัญญาซื้อขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลจีนว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เป่ยต้าหวง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลเฮย์หลงเจียง เมืองฮาบิน ได้ขอยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวจากไทย 1.2 ล้านตัน หลังจากที่ได้ลงนามในสัญญาร่วมกันแล้วเมื่อปลายปี 56 เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อขายข้าวจีทูจีของไทยกับจีนนั้น กระทรวงพาณิชย์ควรทำสัญญากับรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลางเท่านั้น ไม่ควรทำสัญญากับรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้น บริษัท เป่ยต้าหวง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลท้องถิ่น จึงขอยกเลิกสัญญาไปก่อน เพราะเกรงว่าหากซื้อขายกันจริงแล้ว อาจเกิดปัญหาขึ้นได้กับทั้ง 2 ฝ่าย
“การยกเลิกสัญญาข้าวจีทูจีครั้งนี้
เป็นคนละส่วนกับการซื้อขายจีทูจีกับรัฐบาลจีน
ปีละ 1 ล้านตัน ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นลอตที่นายกรัฐมนตรีของไทย และจีนได้ตกลงกัน ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 56 โดยยืนยันว่า ลอตที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศตกลงกันนั้น ยังคงอยู่ แต่กระทรวงพาณิชย์
ได้ชะลอการทำสัญญาออกไปก่อน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ ในระหว่างรัฐบาลรักษาการ จะยังคงขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ แต่ไม่ควรขายให้เกิดภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งการขายข้าวลอตนี้ที่มีระยะเวลาถึง 5 ปี หากทำสัญญากันในช่วงนี้ จะมีความผูกพันถึงรัฐบาลหน้าแน่นอน ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องชะลอไปก่อน และจะเจรจากันอีกครั้งภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว”
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อถึงความพยายามของรัฐบาลในการหาเงินมาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนาว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามทุกช่องทางในการระบายข้าว เพื่อเอาเงินมาจ่ายชาวนา นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังพยายามหาเงินกู้อยู่ แม้จะมีปัญหาที่ธนาคารหลายแห่งไม่กล้าปล่อยกู้ แต่เชื่อว่ากระทรวงการคลังจะหาเงินกู้ได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งไม่มั่นใจว่า รัฐบาลรักษาการ เมื่อกู้ไปแล้ว รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย จะไม่ยอมชำระหนี้ให้นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลเป็นผู้กู้ ย่อมไม่เบี้ยวหนี้แน่นอน เมื่อกู้ไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ธนาคารพาณิชย์ได้เงินคืนอยู่แล้ว ขณะนี้อยากให้ทุกฝ่ายเห็นใจชาวนาที่กำลังเดือดร้อนมาก.
เมื่อเทียบกันทั้ง 2 ข่าว
จับใจความได้ว่า
- รัฐบาลก่อน ตกลงกับจีนไว้ ปีละ 1 ล้านตัน ระยะเวลา5 ปี
- ถูกการเมืองภายใน ทำให้ต้องชะลอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ ในระหว่างรัฐบาลรักษาการ จะยังคงขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ แต่ไม่ควรขายให้เกิดภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งการขายข้าวลอตนี้ที่มีระยะเวลาถึง 5 ปี หากทำสัญญากันในช่วงนี้ จะมีความผูกพันถึงรัฐบาลหน้าแน่นอน ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงต้อง
ชะลอไปก่อน และจะเจรจากันอีกครั้งภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว”
- ชะลอผ่านมาแล้ว แต่ก็ส่งมอบที่ลงนามในรัฐบาลที่ผ่านมา 1 ล้านตัน ซึ่งมีการส่งมอบไปแล้ว 80% หรือ 800,000 ตัน
ประเด็นกระทู้นี้คือว่า ผมสงสัยว่า การที่ตกลงกัน 1 ล้านตัน ในครั้งใหม่นี้
เกี่ยวกับที่รัฐบาลปูเคยตกลง G2G กับจีนไว้ 1 ล้านตัน ระยะเวลา5 ปี หรือเปล่า
ถ้าใช่ โดยนัยยะที่ผมมองไว้นั้น นี่ก็คือ ล๊อตที่ 2 ที่ไทยต้องส่งมอบปีละ 1 ล้านตัน
อีกประเด็นคือ การที่ 1 ล้านตัน ในล๊อตครั้งนี้ จะสังเกตุได้ว่า มีเรื่องรถไฟของจีนมาเกี่ยวข้อง ในลักษณะของการแลกเปลี่ยนเ
โดยอ้างว่าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย
แต่เมื่อเทียบกับรัฐบาลปูนั้น ไทยตกลงขายกับจีนได้ 5 ล้านตันโดยจะส่งมอบปีละ1ล้านตัน = ได้
ได้ โดยไม่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องรถไฟ
อยากทราบว่า ข้าวที่ตกลงขายให้จีนครั้งนี้ เกี่ยวอะไรกับล๊อตที่รัฐบาลปูได้ตกลงไว้ก่อนหน้าหรือเปล่า
http://www.thairath.co.th/content/544225
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2558 23:46
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่เมื่อเทียบกับข่าวเก่า
http://www.thairath.co.th/content/eco/401319
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2557 19:00
“พาณิชย์” เตรียมระบายข้าวเพิ่มอีก 4 แสนตัน หาเงินใช้ชาวนา เผยรัฐวิสาหกิจมณฑลเฮย์หลงเจียง ขอยกเลิกสัญญาข้าวจีทูจี 1.2 ล้านตัน หลัง ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกต ยันจีทูจีจีน 1 ล้านตัน ระยะเวลา 5 ปี ที่ผู้นำ 2 ประเทศตกลงซื้อขายกันยังอยู่ แค่ชะลอทำสัญญา หลัง กกต.ให้ความเห็น ไม่ควรขายลอตใหญ่ที่มีภาระผูกพันถึงรัฐบาลหน้า...
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการทำสัญญาซื้อขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลจีนว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เป่ยต้าหวง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลเฮย์หลงเจียง เมืองฮาบิน ได้ขอยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวจากไทย 1.2 ล้านตัน หลังจากที่ได้ลงนามในสัญญาร่วมกันแล้วเมื่อปลายปี 56 เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อขายข้าวจีทูจีของไทยกับจีนนั้น กระทรวงพาณิชย์ควรทำสัญญากับรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลางเท่านั้น ไม่ควรทำสัญญากับรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้น บริษัท เป่ยต้าหวง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลท้องถิ่น จึงขอยกเลิกสัญญาไปก่อน เพราะเกรงว่าหากซื้อขายกันจริงแล้ว อาจเกิดปัญหาขึ้นได้กับทั้ง 2 ฝ่าย
“การยกเลิกสัญญาข้าวจีทูจีครั้งนี้ เป็นคนละส่วนกับการซื้อขายจีทูจีกับรัฐบาลจีนปีละ 1 ล้านตัน ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นลอตที่นายกรัฐมนตรีของไทย และจีนได้ตกลงกัน ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีจีนเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 56 โดยยืนยันว่า ลอตที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศตกลงกันนั้น ยังคงอยู่ แต่กระทรวงพาณิชย์ ได้ชะลอการทำสัญญาออกไปก่อน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ ในระหว่างรัฐบาลรักษาการ จะยังคงขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ แต่ไม่ควรขายให้เกิดภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งการขายข้าวลอตนี้ที่มีระยะเวลาถึง 5 ปี หากทำสัญญากันในช่วงนี้ จะมีความผูกพันถึงรัฐบาลหน้าแน่นอน ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องชะลอไปก่อน และจะเจรจากันอีกครั้งภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว”
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อถึงความพยายามของรัฐบาลในการหาเงินมาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนาว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามทุกช่องทางในการระบายข้าว เพื่อเอาเงินมาจ่ายชาวนา นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังพยายามหาเงินกู้อยู่ แม้จะมีปัญหาที่ธนาคารหลายแห่งไม่กล้าปล่อยกู้ แต่เชื่อว่ากระทรวงการคลังจะหาเงินกู้ได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งไม่มั่นใจว่า รัฐบาลรักษาการ เมื่อกู้ไปแล้ว รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย จะไม่ยอมชำระหนี้ให้นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลเป็นผู้กู้ ย่อมไม่เบี้ยวหนี้แน่นอน เมื่อกู้ไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ธนาคารพาณิชย์ได้เงินคืนอยู่แล้ว ขณะนี้อยากให้ทุกฝ่ายเห็นใจชาวนาที่กำลังเดือดร้อนมาก.
เมื่อเทียบกันทั้ง 2 ข่าว
จับใจความได้ว่า
- รัฐบาลก่อน ตกลงกับจีนไว้ ปีละ 1 ล้านตัน ระยะเวลา5 ปี
- ถูกการเมืองภายใน ทำให้ต้องชะลอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่า แม้กระทรวงพาณิชย์ ในระหว่างรัฐบาลรักษาการ จะยังคงขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ แต่ไม่ควรขายให้เกิดภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งการขายข้าวลอตนี้ที่มีระยะเวลาถึง 5 ปี หากทำสัญญากันในช่วงนี้ จะมีความผูกพันถึงรัฐบาลหน้าแน่นอน ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องชะลอไปก่อน และจะเจรจากันอีกครั้งภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว”
- ชะลอผ่านมาแล้ว แต่ก็ส่งมอบที่ลงนามในรัฐบาลที่ผ่านมา 1 ล้านตัน ซึ่งมีการส่งมอบไปแล้ว 80% หรือ 800,000 ตัน
ประเด็นกระทู้นี้คือว่า ผมสงสัยว่า การที่ตกลงกัน 1 ล้านตัน ในครั้งใหม่นี้
เกี่ยวกับที่รัฐบาลปูเคยตกลง G2G กับจีนไว้ 1 ล้านตัน ระยะเวลา5 ปี หรือเปล่า
ถ้าใช่ โดยนัยยะที่ผมมองไว้นั้น นี่ก็คือ ล๊อตที่ 2 ที่ไทยต้องส่งมอบปีละ 1 ล้านตัน
อีกประเด็นคือ การที่ 1 ล้านตัน ในล๊อตครั้งนี้ จะสังเกตุได้ว่า มีเรื่องรถไฟของจีนมาเกี่ยวข้อง ในลักษณะของการแลกเปลี่ยนเ
โดยอ้างว่าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย
แต่เมื่อเทียบกับรัฐบาลปูนั้น ไทยตกลงขายกับจีนได้ 5 ล้านตันโดยจะส่งมอบปีละ1ล้านตัน = ได้
ได้ โดยไม่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องรถไฟ