ดิฉันกำลังถูกเพื่อนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันโดยทราบจากเพื่อนคนอื่นว่าเธอป่วยเป็นโรคจิต ตามคุกคามอยู่คะ อยากปรึกษาว่าเราจะรับมือเค้าอย่างไรดีคะ ยาวหน่อยนะคะ
เล่าเลยนะคะเพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนสนิทมากตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ในกลุ่มมีแต่เพื่อนผู้หญิงหลายๆ คน ดิฉันเป็นคนที่เหมือนจะเป็นผู้นำของเพื่อนๆ คอยช่วยดูแลเพื่อนๆ ตัดสินใจอะไรต่างๆ ให้
พวกเราโตมาจากครอบครัวที่คุณพ่อ คุณแม่ค่อนข้างมีกฎระเบียบเข้มงวด กว่าจะขออนุญาตไปเที่ยวไหนได้ต้องขอกันหลายรอบ หาเหตุผลประกอบ ยิ่งการออกไปเที่ยวยามค่ำคืนนั้นเป็นไปได้ยากต้องขอว่าไปติวหนังสือบ้านดิฉัน แล้วพวกเราก็แอบย่องไปตอนที่คุณแม่ดิฉันหลับ เราสนิทกันมากจนมาถึงวันนึง ต่างคนเริ่มมีแฟน เริ่มคบผู้ชาย เพื่อนคนนี้ดิฉันสมมติว่าเธอชื่อ S นะคะเธอเป็นคนหน้าตาดี สวย มีคนมาชอบเยอะ แต่ไม่เคยคบใครเป็นแฟน ไม่ทราบว่าเพราะอะไร พอคุยกับใครนานๆ ผู้ชายต้องถอย เพราะเธอเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ได้พูดเก่ง...ต่างจากดิฉันที่ไม่ได้สวยเท่าเธอแต่ดิฉันเป็นคนชอบพูดชอบคุย เธอมักจะชมว่าดิฉันเป็นคนเก่ง ทำอะไรได้หลายอย่าง ดิฉันเป็นคนชอบทำกิจกรรมต่างๆ จนเรียนจบ S ห่างจากดิฉันไปโทรไปไม่รับ..ตอนนั้นเล่น Hi5 ก็ไม่เคยเจอกัน จนมาเล่น FB ก็ search ไม่เจอ เพราะเพิ่งรู้ทีหลังว่า S block Facebook ดิฉัน ดิฉันไม่ได้ติดต่อ S เลยได้ทราบจากเพื่อนคนอื่นๆ ว่าเธอมีปัญหาโกรธดิฉัน แล้วเรื่องที่โกรธนั้นมาจาก ผู้ชายคนที่เคยจีบดิฉันไปเป็นแฟนกับเพื่อนของเธอแล้วเค้ามีปัญหากัน เพราะเพื่อนเธอหึงที่ผู้ชายคนนั้นยังคุยกับดิฉันอยู่ แต่เราคุยแบบเพื่อนกัน ดิฉันก็เลยไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ดิฉันยังติดต่อเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ ยกเว้น S ดิฉันแต่งงาน มีครอบครัว และทำงานจนดิฉันเป็นผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง S กลับมา Add friend ใน Facebook ดิฉัน ขอเบอร์จากเพื่อนอีกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกัน S โทรหาดิฉัน..พูดคุยปรกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราพูดคุยกัน ดิฉันดีใจมากเพราะคิดถึงที่ไม่ได้คุยกันนาน จนทราบว่าคุณแม่ S ป่วยดิฉันออกไปเยี่ยมคุณแม่ S สุดท้ายพบว่า S ตกงาน ดิฉันพยายามฝากงานให้ S ที่บริษัท แล้วบอกให้ S มาคุยลองสัมภาษณ์ แต่ S ก็ไม่มาเรานัดเจอกันสามครั้งไปเที่ยว ทานข้าวกันปรกติ เวลาผ่านไป 1 ปีที่เราไม่ได้คุยกัน ดิฉันไม่ได้สงสัยอะไรเพราะงานเยอะ และดิฉันก็ต้องดูแลลูกและสามี ดิฉันเป็นคนชอบทำอาหารยามว่าง และแน่นอน ดิฉันไม่ลืมที่จะ upload ขึ้น social เป็นปรกติ เวลาทานข้าว ชีวิตครอบครัว ความน่ารักของลูก (โดยไมไ่ด้คิดว่าพวกข้อมูลพวกนี้ จะมีคนที่ตามอ่านอยู่เงียบๆ)
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน S โผล่เข้ามาใน Line group แล้วถามถึงเบอร์เพื่อนคนนึงจากดิฉัน เธอมีอาการค่อนข้างแปลก เธอถาม ดิฉันยังไม่ว่าง เธอพิมพ์มาตามดิฉันประมาณ 20 ข้อความ ดิฉันยังไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแกล้งเล่น ยังพิมพ์หยอกกลับไปว่า “ใจร้อนจังแก ทำเป็นวัยรุ่น” S ตอบดิฉันว่า “ปรกติเห็นแกไว” “ใครจะ perfect เหมือนแก เป็นผู้บริหาร ลูกน่ารัก สามีดี ทั้งสวยทั้งเก่ง” ดิฉันเริ่มเอะใจ แต่ไม่ได้ติดใจ จนเพื่อนอีกคนทักดิฉันมาส่วนตัวว่า “ชั้นว่าแกอย่าไปยุ่งกับมันเลย มันไม่เหมือนเดิม มันแปลก” แล้วสุดท้ายเพื่อนดิฉันเล่าให้ฟังว่า S เป็นโรคจิตช่วงที่เธอหายไป เธอไปรับการรักษาที่รพ.จิตเวช เพื่อนดิฉันเล่าว่า S เกลียดและโกรธดิฉัน เข้าข่ายอิจฉา ที่ดิฉันประสบความสำเร็จในชีวิต และในขณะที่ S ไม่ได้ทำงาน ไม่มีแฟน และป่วย สิ่งที่เธอเฝ้าพูด กร่นด่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วทั้งสิ้น และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดิฉัน แต่ S พยายามโยงให้ดิฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย โดยให้ข้อสรุปว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น ชีวิต S พังเพราะดิฉัน และเธอพร่ำบ่นเรื่องที่เธอพลวดความรักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เธอไม่เคยมีแฟนเลย..
เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นหลังจากที่ S ไป post ข้อความลักษณะเดียวกันนี้หลายๆ รอบ “ใครจะ perfect เหมือนแก เป็นผู้บริหาร ลูกน่ารัก สามีดี ทั้งสวยทั้งเก่ง” และเริ่มไปคุกคามเพื่อนอีกคนที่เพิ่งแต่งงานและมีลูกเล็กๆ พยายามจะไปเยี่ยมเพื่อนคนนั้น ทำให้เพื่อนคนนั้นกลัว S มาก และเพื่อนๆ ทุกคน เริ่มรู้ว่า S ผิดปรกติ
ดิฉันรู้ว่า S มีปัญหาทางจิต แต่คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ถ้าอะไรที่ไม่สบายใจ ให้เค้าได้ระบาย พูดออกมา รับฟังน่าจะดี เผื่อเค้าจะหาย ดิฉันโทรหา S เธอไม่รับสาย เธอพิมพ์กลับมาในกลุ่มว่า มี ”อะไรเหรอ โทรหาชั้น” ดิฉันตอบไปว่า “มีอะไรก็คุยกับชั้นตรงๆ นะอย่ามา-ดันชั้นเลย ชั้นไม่ได้ perfect หรอกอย่าคิดมาก ชั้นเป็นผู้บริหาร แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบ ไหนต้องดูแลลูกอีก ค่าใช้จ่ายเยอะแยะ แต่เราก็มีความสุขกับปัจจุบัน ไม่มองอดีต และไม่มองปัญหา มีอะไรให้ช่วยก็บอก เราเป็นเพื่อนกัน” เท่านั้นแหละ S โกรธมาก เธอพิมพ์มารัวๆ ประมาณ 40 ข้อความใจความหลักคือ “อยู่ไหน กูจะไปหา เคลียกับ ตัวต่อตัว คนอื่นไม่เกี่ยว” และถ้อยคำหยาบคายอื่นๆ อีก ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ได้คุยกันคงไม่จบ และคิดว่าถ้าได้เจอกันคงดี
ดิฉันเลยให้มาเจอที่ ร้านอาหารในห้างฯ แห่งนึงใจกลางเมือง หลังเลิกงาน เธอมาถึงก่อน พิมพ์ตามดิฉันรัวๆๆๆๆ ดิฉันไปตรงเวลานัด เธอมากับญาติ เป็นผู้ชาย เธอบอกว่าเป็นพี่ชาย และเพื่อนพี่ชายอีก 1 คน ดิฉันโทรบอกให้สามีมาเป็นเพื่อน โดยดิฉันไปเจอเธอก่อน
พอเจอหน้าดิฉันตกใจมาก เธอเปลี่ยนไปมาก ภาพเพื่อนสาวเรียบร้อยขี้อาย กลายเป็นหญิงท่าทางมั่นใจ สายตาดุร้าย ที่เค้าเรียกว่าตาขวางนั่นแหละคะ เธอเปิดบทสนทนาแรกว่า “กูไป-ดันตรงไหน” น้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก และตบโต๊ะด้วย ดิฉันต้องใจเย็น พร้อมบอกเธอว่า “ใจเย็น แกนั่งลงก่อน ไม่งั้นชั้นไม่คุยด้วย” เธอนั่งลงพร้อมกับ หันไปแนะนำพี่ชายเธอ ดิฉันไหว้ทักทาย เธอพูดต่อ พูดเรื่องเดิม ดิฉันเลยบอกว่า “ถ้าชั้นเข้าใจผิด ชั้นขอโทษแกแล้วกันนะ” S ตอบว่า “เออ กูอยากได้ยินคำขอโทษจากปากแหละ” เธอถามดิฉันต่อ “เฮ้ยอีผู้บริหาร ได้เงินเดือนเท่าไหร่วะ” ดิฉันแกล้งตอบว่า “สองหมื่นกว่าบาท” S พูดพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะว่า “เชี่ย

โคตรกระจอกเลย ฮา....” คนที่เธอว่าเป็นพี่ชายเข้ามาสำทับว่า “พวกมนุษย์เงินเดือนก็แบบนี้แหละ...เงินมันน้อย ทำงานแทบตาย”
ดิฉันคุยกับเธออยู่ประมาณ 15 นาที ระหว่างคุยกันสายตาเธอน่ากลัวมาเธอพูดไป หัวเราะไป พูดไทยคำอังกฤษคำ เธอลุกออกไป ดิฉันถามพี่เธอว่า “พี่คะ S ไม่สบายหรือเปล่า” พี่เธอตอบว่า “เขาสบายดี” ดิฉันตอบไปว่า “ตอนล่าสุดที่เจอกันไม่เป็นแบบนี้” พี่เธอว่า “เค้าเครียดๆ รู้ไหมแม่เค้าป่วย เป็นเพื่อนต้องเข้าใจ ถ้าแม่เธอป่วยบ้างเธอจะรู้” และพี่เธอก็ถามดิฉันเรื่องงาน จนสามีดิฉันตามมารับ ดิฉันขอปลีกตัวออกมา เธอยังทิ้งท้ายว่า “จำไว้ กูไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก”
หลังจากที่เจอกันเพื่อนๆ คนอื่น ดิฉันเป็นห่วงสวัสดิภาพดิฉันมาก หนึ่งในเพื่อนดิฉันที่ S ไว้ใจส่งข้อความที่ S ส่งหาเพื่อนคนนี้มาให้ดิฉันอ่าน S ด่าดิฉันยาวเหยียด สรุปใจความได้ว่า “สมเพช มัน

มันจน กูไม่ให้อภัยมัน”
ดิฉันกลัวเธอมากเลยคะตอนนี้จะรับมือกับเธออย่างไรดีคะ ช่วยแนะนำด้วยคะ ตอนนี้ดิฉันคิดว่าจะเงียบไม่ตอบโต้ คิดมากเรื่องกลัวว่าเธอจะมาทำร้ายลูกๆ หรือแม้แต่ตัวดิฉันเอง ไม่คิดเลยว่า คนวัย 40 เช่นดิฉันจะต้องมามีปัญหาเกียวกับเพื่อนเช่นนี้เครียดมากคะ
นี่เป็นกระทู้แรกของดิฉันเลย ทุกทีได้แต่อ่านหาความรู้...ไม่คิดว่าต้องมาตั้งกระทู้เอง ถ้า tag ผิดต้องขออภัยด้วยคะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยคะ
"มีใครเคยโดนเพื่อนที่เป็นโรคจิตคุกคามไหมคะ?"
เล่าเลยนะคะเพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนสนิทมากตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ในกลุ่มมีแต่เพื่อนผู้หญิงหลายๆ คน ดิฉันเป็นคนที่เหมือนจะเป็นผู้นำของเพื่อนๆ คอยช่วยดูแลเพื่อนๆ ตัดสินใจอะไรต่างๆ ให้
พวกเราโตมาจากครอบครัวที่คุณพ่อ คุณแม่ค่อนข้างมีกฎระเบียบเข้มงวด กว่าจะขออนุญาตไปเที่ยวไหนได้ต้องขอกันหลายรอบ หาเหตุผลประกอบ ยิ่งการออกไปเที่ยวยามค่ำคืนนั้นเป็นไปได้ยากต้องขอว่าไปติวหนังสือบ้านดิฉัน แล้วพวกเราก็แอบย่องไปตอนที่คุณแม่ดิฉันหลับ เราสนิทกันมากจนมาถึงวันนึง ต่างคนเริ่มมีแฟน เริ่มคบผู้ชาย เพื่อนคนนี้ดิฉันสมมติว่าเธอชื่อ S นะคะเธอเป็นคนหน้าตาดี สวย มีคนมาชอบเยอะ แต่ไม่เคยคบใครเป็นแฟน ไม่ทราบว่าเพราะอะไร พอคุยกับใครนานๆ ผู้ชายต้องถอย เพราะเธอเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ได้พูดเก่ง...ต่างจากดิฉันที่ไม่ได้สวยเท่าเธอแต่ดิฉันเป็นคนชอบพูดชอบคุย เธอมักจะชมว่าดิฉันเป็นคนเก่ง ทำอะไรได้หลายอย่าง ดิฉันเป็นคนชอบทำกิจกรรมต่างๆ จนเรียนจบ S ห่างจากดิฉันไปโทรไปไม่รับ..ตอนนั้นเล่น Hi5 ก็ไม่เคยเจอกัน จนมาเล่น FB ก็ search ไม่เจอ เพราะเพิ่งรู้ทีหลังว่า S block Facebook ดิฉัน ดิฉันไม่ได้ติดต่อ S เลยได้ทราบจากเพื่อนคนอื่นๆ ว่าเธอมีปัญหาโกรธดิฉัน แล้วเรื่องที่โกรธนั้นมาจาก ผู้ชายคนที่เคยจีบดิฉันไปเป็นแฟนกับเพื่อนของเธอแล้วเค้ามีปัญหากัน เพราะเพื่อนเธอหึงที่ผู้ชายคนนั้นยังคุยกับดิฉันอยู่ แต่เราคุยแบบเพื่อนกัน ดิฉันก็เลยไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ดิฉันยังติดต่อเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ ยกเว้น S ดิฉันแต่งงาน มีครอบครัว และทำงานจนดิฉันเป็นผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง S กลับมา Add friend ใน Facebook ดิฉัน ขอเบอร์จากเพื่อนอีกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกัน S โทรหาดิฉัน..พูดคุยปรกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราพูดคุยกัน ดิฉันดีใจมากเพราะคิดถึงที่ไม่ได้คุยกันนาน จนทราบว่าคุณแม่ S ป่วยดิฉันออกไปเยี่ยมคุณแม่ S สุดท้ายพบว่า S ตกงาน ดิฉันพยายามฝากงานให้ S ที่บริษัท แล้วบอกให้ S มาคุยลองสัมภาษณ์ แต่ S ก็ไม่มาเรานัดเจอกันสามครั้งไปเที่ยว ทานข้าวกันปรกติ เวลาผ่านไป 1 ปีที่เราไม่ได้คุยกัน ดิฉันไม่ได้สงสัยอะไรเพราะงานเยอะ และดิฉันก็ต้องดูแลลูกและสามี ดิฉันเป็นคนชอบทำอาหารยามว่าง และแน่นอน ดิฉันไม่ลืมที่จะ upload ขึ้น social เป็นปรกติ เวลาทานข้าว ชีวิตครอบครัว ความน่ารักของลูก (โดยไมไ่ด้คิดว่าพวกข้อมูลพวกนี้ จะมีคนที่ตามอ่านอยู่เงียบๆ)
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน S โผล่เข้ามาใน Line group แล้วถามถึงเบอร์เพื่อนคนนึงจากดิฉัน เธอมีอาการค่อนข้างแปลก เธอถาม ดิฉันยังไม่ว่าง เธอพิมพ์มาตามดิฉันประมาณ 20 ข้อความ ดิฉันยังไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแกล้งเล่น ยังพิมพ์หยอกกลับไปว่า “ใจร้อนจังแก ทำเป็นวัยรุ่น” S ตอบดิฉันว่า “ปรกติเห็นแกไว” “ใครจะ perfect เหมือนแก เป็นผู้บริหาร ลูกน่ารัก สามีดี ทั้งสวยทั้งเก่ง” ดิฉันเริ่มเอะใจ แต่ไม่ได้ติดใจ จนเพื่อนอีกคนทักดิฉันมาส่วนตัวว่า “ชั้นว่าแกอย่าไปยุ่งกับมันเลย มันไม่เหมือนเดิม มันแปลก” แล้วสุดท้ายเพื่อนดิฉันเล่าให้ฟังว่า S เป็นโรคจิตช่วงที่เธอหายไป เธอไปรับการรักษาที่รพ.จิตเวช เพื่อนดิฉันเล่าว่า S เกลียดและโกรธดิฉัน เข้าข่ายอิจฉา ที่ดิฉันประสบความสำเร็จในชีวิต และในขณะที่ S ไม่ได้ทำงาน ไม่มีแฟน และป่วย สิ่งที่เธอเฝ้าพูด กร่นด่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วทั้งสิ้น และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดิฉัน แต่ S พยายามโยงให้ดิฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย โดยให้ข้อสรุปว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น ชีวิต S พังเพราะดิฉัน และเธอพร่ำบ่นเรื่องที่เธอพลวดความรักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เธอไม่เคยมีแฟนเลย..
เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นหลังจากที่ S ไป post ข้อความลักษณะเดียวกันนี้หลายๆ รอบ “ใครจะ perfect เหมือนแก เป็นผู้บริหาร ลูกน่ารัก สามีดี ทั้งสวยทั้งเก่ง” และเริ่มไปคุกคามเพื่อนอีกคนที่เพิ่งแต่งงานและมีลูกเล็กๆ พยายามจะไปเยี่ยมเพื่อนคนนั้น ทำให้เพื่อนคนนั้นกลัว S มาก และเพื่อนๆ ทุกคน เริ่มรู้ว่า S ผิดปรกติ
ดิฉันรู้ว่า S มีปัญหาทางจิต แต่คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ถ้าอะไรที่ไม่สบายใจ ให้เค้าได้ระบาย พูดออกมา รับฟังน่าจะดี เผื่อเค้าจะหาย ดิฉันโทรหา S เธอไม่รับสาย เธอพิมพ์กลับมาในกลุ่มว่า มี ”อะไรเหรอ โทรหาชั้น” ดิฉันตอบไปว่า “มีอะไรก็คุยกับชั้นตรงๆ นะอย่ามา-ดันชั้นเลย ชั้นไม่ได้ perfect หรอกอย่าคิดมาก ชั้นเป็นผู้บริหาร แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบ ไหนต้องดูแลลูกอีก ค่าใช้จ่ายเยอะแยะ แต่เราก็มีความสุขกับปัจจุบัน ไม่มองอดีต และไม่มองปัญหา มีอะไรให้ช่วยก็บอก เราเป็นเพื่อนกัน” เท่านั้นแหละ S โกรธมาก เธอพิมพ์มารัวๆ ประมาณ 40 ข้อความใจความหลักคือ “อยู่ไหน กูจะไปหา เคลียกับ ตัวต่อตัว คนอื่นไม่เกี่ยว” และถ้อยคำหยาบคายอื่นๆ อีก ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ได้คุยกันคงไม่จบ และคิดว่าถ้าได้เจอกันคงดี
ดิฉันเลยให้มาเจอที่ ร้านอาหารในห้างฯ แห่งนึงใจกลางเมือง หลังเลิกงาน เธอมาถึงก่อน พิมพ์ตามดิฉันรัวๆๆๆๆ ดิฉันไปตรงเวลานัด เธอมากับญาติ เป็นผู้ชาย เธอบอกว่าเป็นพี่ชาย และเพื่อนพี่ชายอีก 1 คน ดิฉันโทรบอกให้สามีมาเป็นเพื่อน โดยดิฉันไปเจอเธอก่อน
พอเจอหน้าดิฉันตกใจมาก เธอเปลี่ยนไปมาก ภาพเพื่อนสาวเรียบร้อยขี้อาย กลายเป็นหญิงท่าทางมั่นใจ สายตาดุร้าย ที่เค้าเรียกว่าตาขวางนั่นแหละคะ เธอเปิดบทสนทนาแรกว่า “กูไป-ดันตรงไหน” น้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก และตบโต๊ะด้วย ดิฉันต้องใจเย็น พร้อมบอกเธอว่า “ใจเย็น แกนั่งลงก่อน ไม่งั้นชั้นไม่คุยด้วย” เธอนั่งลงพร้อมกับ หันไปแนะนำพี่ชายเธอ ดิฉันไหว้ทักทาย เธอพูดต่อ พูดเรื่องเดิม ดิฉันเลยบอกว่า “ถ้าชั้นเข้าใจผิด ชั้นขอโทษแกแล้วกันนะ” S ตอบว่า “เออ กูอยากได้ยินคำขอโทษจากปากแหละ” เธอถามดิฉันต่อ “เฮ้ยอีผู้บริหาร ได้เงินเดือนเท่าไหร่วะ” ดิฉันแกล้งตอบว่า “สองหมื่นกว่าบาท” S พูดพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะว่า “เชี่ย
ดิฉันคุยกับเธออยู่ประมาณ 15 นาที ระหว่างคุยกันสายตาเธอน่ากลัวมาเธอพูดไป หัวเราะไป พูดไทยคำอังกฤษคำ เธอลุกออกไป ดิฉันถามพี่เธอว่า “พี่คะ S ไม่สบายหรือเปล่า” พี่เธอตอบว่า “เขาสบายดี” ดิฉันตอบไปว่า “ตอนล่าสุดที่เจอกันไม่เป็นแบบนี้” พี่เธอว่า “เค้าเครียดๆ รู้ไหมแม่เค้าป่วย เป็นเพื่อนต้องเข้าใจ ถ้าแม่เธอป่วยบ้างเธอจะรู้” และพี่เธอก็ถามดิฉันเรื่องงาน จนสามีดิฉันตามมารับ ดิฉันขอปลีกตัวออกมา เธอยังทิ้งท้ายว่า “จำไว้ กูไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก”
หลังจากที่เจอกันเพื่อนๆ คนอื่น ดิฉันเป็นห่วงสวัสดิภาพดิฉันมาก หนึ่งในเพื่อนดิฉันที่ S ไว้ใจส่งข้อความที่ S ส่งหาเพื่อนคนนี้มาให้ดิฉันอ่าน S ด่าดิฉันยาวเหยียด สรุปใจความได้ว่า “สมเพช มัน
ดิฉันกลัวเธอมากเลยคะตอนนี้จะรับมือกับเธออย่างไรดีคะ ช่วยแนะนำด้วยคะ ตอนนี้ดิฉันคิดว่าจะเงียบไม่ตอบโต้ คิดมากเรื่องกลัวว่าเธอจะมาทำร้ายลูกๆ หรือแม้แต่ตัวดิฉันเอง ไม่คิดเลยว่า คนวัย 40 เช่นดิฉันจะต้องมามีปัญหาเกียวกับเพื่อนเช่นนี้เครียดมากคะ
นี่เป็นกระทู้แรกของดิฉันเลย ทุกทีได้แต่อ่านหาความรู้...ไม่คิดว่าต้องมาตั้งกระทู้เอง ถ้า tag ผิดต้องขออภัยด้วยคะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยคะ