กระทู้นี้ เป็นกระทู้ริวิวการเดินทาง จริงๆ ก็ไม่เชิงเที่ยวหรอกนะคะ พอดีว่าที่ต้องไปถึงสังขละบุรี จุดเริ่มต้นมาจากงานค่ะ
งานที่อาจารย์ท่านหนึ่งสั่งให้ทำ หัวข้อที่พวกเราได้รับคือภูมิปัญญาพื้นบ้าน แล้วแบบคือห้ามซ้ำกับกลุ่มอื่นในคลาสไงคะ เลยค่อนข้างจะเป็นงานเป็นการกันขึ้นมา๕๕๕+ (ปกติกลุ่มเราไม่ค่อยจะจริงจังกับเรื่องงานเท่าไหร่ -_-'') ก็เลยมาปรึกษากันว่าจะทำเรื่องอะไรดี ละทีนี้คิดไม่ออก
เลยขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่สั่งงาน ท่านก็แนะนำว่าลงพื้นที่จริงก็ดีนะ ปีที่แล้วมีรุ่นพี่ไปสังขละ ไปเก็บข้อมูลนู่นนี่
ทีนี้พวกเราเลยปิ๊ง! ตกลงกันไปสังขละกันค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของเด็กปีหนึ่ง ประจวบกับ คือเพื่อนเราบ้านอยู่สังขละด้วย ละหมู่บ้านที่จะไปก็เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชื่อ หมู่บ้านสะเนพ่องค่ะ ยายเพื่อนอยู่หมู่บ้านนี้พอดี เรื่องที่เราทำก็เลยเป็นเรื่องของ นิทานพื้นบ้านของกะเหรี่ยงค่ะ
ละต่อไปนี้จะขอเล่าแบบทีละภาพเลยนะคะ
อ้อ ลืมบอกไป กลุ่มเรามี7คน แต่ที่ไปร่วมทริปครั้งนี้มีห้าคนค่ะ ใครจะไปรู้ว่าทริปนี้จะแอบโหดด้วย5555
วันแรกที่ไปนะคะ คือวันศุกร์ ที่13 พ.ย. 2558 ค่ะ ออกเดินทางกันประมาณ 13.50น. ใช้เวลาบขส ในตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ เกือบสามชั่วโมงค่ะ มากกว่านั่งรถตู้ไปกรุงเทพอีก (อิอิ)
ระหว่างการเดินทาง ฝนก็ตกปรอยๆ ค่ะ บรรยากาศในรถตู้ชวนง่วงนิดหน่อย เพื่อนๆ บางคนก็มีงีบไป ส่วนเรื่องที่พัก เพื่อนเราคนหนึ่งมีคนรู้จักเป็นเจ้าของรีสอร์ทค่ะ ติดต่อไว้แล้วเลยหายห่วง
อย่างที่รู้ๆ กันนะคะ ว่าเส้นทางการไปสังขละนั้นต้องขึ้นเขา แล้วที่สำคัญโค้งเยอะมากกก (ลากเสียงยาว) รถตู้คันที่เรานั่งก็ผ่านโค้งเหล่านั้นมาเล่นเอาพวกเราแทบอ้วกเลยค่ะ คือแบบ...
3 ชั่วโมงผ่านไป พวกเราก็ถึงที่พักค่ะ เริ่มมืดพอดี (คือตอนแรกนั่งรถเลยที่พักด้วยนะ แต่พี่คนขับใจดีเลยพามาส่งต่อ สงสัยเห็นในความซื่อของพวกเรามั้งคะ นั่งรถเพลิน.. -/\-)

ทางเข้าที่พักค่ะ
เจ้าของที่พักเป็นตากับยายค่ะ คือให้บรรยากาศแบบมาพักบ้านญาติที่ต่างจังหวัดเลยค่ะ อยากจะบอกว่าอบอุ่นมาก ตากับยายเลี้ยงข้าวฟรีด้วย ที่พักก็ถือว่าโอเคค่ะ คนละ 100 เรามากันห้าคนก็ห้าร้อย จองไว้สองห้องค่ะ
คืนนั้นพวกเราก็นอนหลับกันด้วยความเพลีย พักผ่อนเอาแรงค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องปฏิบัติภารกิจพิชิตสะเนพ่องค่ะ
พอเช้ามา ที่นี้มีหมอกลงด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แอบเสียดายอยู่ T_T

มื้อเช้าค่ะ เบาๆ ที่นี่มีนกด้วยนะคะ

มันพูดภาษาคนได้ด้วยนะ ที่นี่เขาเลี้ยงไว้ น่ารักดีค่ะ
พอมื้อเช้าผ่านไป เรากับเพื่อนๆ ก็คุยกับยายว่าจะเดินทางไปหมู่บ้านสะเนพ่องได้ยังไง ยายบอกต้องโบกรถเข้าไป เพราะทางเข้า 7.5 กิโล ละคือนตก ทางมันก็แฉะ ไม่มีรถรับจ้างผ่านแน่นอนทางนี้ ยายเลยให้ลูกสาวมาส่งทางเข้า ละที่เหลือคือพวกเราต้องโบกรถขออาศัยไปกันเองค่ะ >_< แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน พอลูกสาวยายมา พวกเราก็ลาตากับยายทันทีค่ะ คือที่นี่ดูแลพวกเราดี รู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมากๆ ค่ะ
พอมาถึงปากทาง พวกเราก็ขอบคุณพี่สาวที่มาส่ง แล้วจังหวะนั้นโคตรโชคดีเลยค่ะ มีรถผ่านมาพอดี อ้อ เราทราบมาว่าที่หมู่บ้านนี้ วันที่เราเดินทางคือวันที่ 14 พ.ย. 2558 มีการทอดกฐินกันด้วย เลยมีรถเข้าไปอยู่
ต่อไปนี้เป็นภาพระหว่างทางล้วนๆ เลยนะคะ



รถคันนี้แหละค่ะ ที่เราได้อาศัยมานั่ง แล้วก็ได้เพื่อนร่วมทางมาคนหนึ่งค่ะ


พวกเราห้าคนนั่งหลังรถค่ะ ผ่านป่า เห็นหมอก เห็นบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยง



ระหว่างทางก็สวนกับรถของคนที่เข้ามาทอดกฐินวัดในหมู่บ้านด้วยคะ บอกแล้วทางนี้เข้ายาก5555

และแล้ว ก็สิ้นสุดทางที่รถเข้าค่ะ สิ้นสุดที่ 5.5 กิโล ระยะทางหลังจากนี้ คือการเดินค่ะ


ทางเข้าแฉะมากค่ะ สมคำร่ำลือ

เพื่อนนี่ถึงขั้นถอดองเท้าผ้าใบเดินเลยค่ะ 5555
แต่ละทาง2กิโลกว่าก็หาไม่เป็นอุปสรรคในการถ่ายรูปของพวกเรา

สามัคคีคือพลัง ฮิฮิ

พืชที่พบในป่าระหว่างเดิน..

ระยะทางแค่นี้ สู้ค่ะ

เห็นป้ายอะไร ก็แวะถ่ายหมดค่ะ 5555

เห็นจุดหมายแล้วค่ะ ปริ่มมาก T____T
พวกเราเลยขอแยกกับพี่คนที่นำทางมา ระหว่างทางเราก็คุยกับพี่เขา พี่เขาบอกเขาเพิ่งได้กลับบ้าน บ้านเขาเลยหมู่บ้านสะเนพ่องไปอีกห้าสิบกิโล... ใจจะวาย พวกเราแค่สองกิโลจะตายแล้ว พี่แกต้องเดินต่อไปอีก.. อืม โชคดีนะคะพี่
พอเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเราก็แวะไปบ้านยายเพื่อน เอาของไปเก็บกันก่อนค่ะ ยายเพื่อนยังไม่มา พวกเราเลยแวบไปวัดที่มีงานทอดกฐินอยู่ค่ะ คือพอเดินปุ๊บ ทุกสายตามองมาที่พวกเราประหนึ่งว่าเป็นพวกแปลก (ก็คงจะจริงนั่นแหละ)



[img]
ในวัดมีโรงเรียนด้วยนะคะ

เด็กส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ก็เรียนกันที่นี่ โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนเป็นคุณครูสอนค่ะ เห็นแล้ว อารมณ์ความเป็นครู อยากมาสอนที่นี่ทันทีเลยค่ะ ฮิฮิ
ส่วนท้ายวัดจะมีแม่น้ำค่ะ จะเรียกว่าห้วยก็ได้นะ

เดินไปถึงลงไปเล่นกันแบบให้พอชื่นใจค่ะ เหนื่อยจากการเดินทาง..

ใจจริงอยากเล่นทั้งชุดนะ แต่เกรงใจสถานที่555

เมื่อเธอไม่สบายใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ
แล้วตรงห้วยนี่ ก็มีสะพานด้วย พวกเราก็ไปเดินเล่นกัน
แข็งแรงไม่แข็งแรงก็ดูเอา รถมอเตอร์ไซค์ขับผ่านได้เลยค่ะ


พอผ่านไปสักพัก พวกเราก็เดินไปบ้านยายเพื่อนค่ะ แต่ดันหิวซะก่อนเลยจัดของกินกันระหว่างรอยาย (ที่ยังไม่มาอีก T_T) ฮิฮิ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง


จัดกันคนละอย่าง คือราคาไม่แพงด้วย ปลื้มม แถมแมวที่นี่ก็น่ารัก ^^

กินเสร็จก็จัดลูกอมแหวนเพิ่มพลัง5555555555555555555

กินเสร็จก็เดินค่ะ เห็นกลุ่มเด็กผู้ชายเล่นลูกข่าง (เรียกงี้มั้งคะ) คือเราก็ไม่รู้จัก เห็นเด็กๆ เล่นกัน เลยไปขอแจม
ที่สำคัญเด็กๆ ที่นี่น่ารักมากกกก สอนเล่นด้วย


ยายเพื่อนมาพอดี ได้เวลาทำงานของพวกเราค่ะ คือลืมนึกไปเลยว่ามาทำงานไม่ได้มาเที่ยว


ยายเพื่อนเล่านิทานพื้นบ้านของกะเหรี่ยงให้ฟังค่ะ .. และแล้วการทำงานของเราจบลงไป เราเดินทางออกจากหมู่บ้านสะเนพ่องด้วยการอาศัยรถคนใจดีไปอีกตามเคย
แถมรูปอีกนิดหน่อยค่ะ

ยัง ยังไม่หมด! ยังเหลือรีวิวไปเที่ยวต่ออีกนิดหน่อย
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ^^
ที่ต่อไปที่เราจะไปคือ แท่น แทน แท้นนน สะพานมอญค่ะ สถานที่ยอดฮิตของใครๆ หลายคน

อย่าลืมแวะมาติดตามกันต่อนะคะ สำหรับวันนี้ ขอตัวนอนก่อน ฝันดีนะคะ
รีวิว ทริป ''ห้าชีวิต พิชิตสังขละ(บุรี)''
งานที่อาจารย์ท่านหนึ่งสั่งให้ทำ หัวข้อที่พวกเราได้รับคือภูมิปัญญาพื้นบ้าน แล้วแบบคือห้ามซ้ำกับกลุ่มอื่นในคลาสไงคะ เลยค่อนข้างจะเป็นงานเป็นการกันขึ้นมา๕๕๕+ (ปกติกลุ่มเราไม่ค่อยจะจริงจังกับเรื่องงานเท่าไหร่ -_-'') ก็เลยมาปรึกษากันว่าจะทำเรื่องอะไรดี ละทีนี้คิดไม่ออก
เลยขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่สั่งงาน ท่านก็แนะนำว่าลงพื้นที่จริงก็ดีนะ ปีที่แล้วมีรุ่นพี่ไปสังขละ ไปเก็บข้อมูลนู่นนี่
ทีนี้พวกเราเลยปิ๊ง! ตกลงกันไปสังขละกันค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของเด็กปีหนึ่ง ประจวบกับ คือเพื่อนเราบ้านอยู่สังขละด้วย ละหมู่บ้านที่จะไปก็เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยง ชื่อ หมู่บ้านสะเนพ่องค่ะ ยายเพื่อนอยู่หมู่บ้านนี้พอดี เรื่องที่เราทำก็เลยเป็นเรื่องของ นิทานพื้นบ้านของกะเหรี่ยงค่ะ
ละต่อไปนี้จะขอเล่าแบบทีละภาพเลยนะคะ
อ้อ ลืมบอกไป กลุ่มเรามี7คน แต่ที่ไปร่วมทริปครั้งนี้มีห้าคนค่ะ ใครจะไปรู้ว่าทริปนี้จะแอบโหดด้วย5555
วันแรกที่ไปนะคะ คือวันศุกร์ ที่13 พ.ย. 2558 ค่ะ ออกเดินทางกันประมาณ 13.50น. ใช้เวลาบขส ในตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ เกือบสามชั่วโมงค่ะ มากกว่านั่งรถตู้ไปกรุงเทพอีก (อิอิ)
ระหว่างการเดินทาง ฝนก็ตกปรอยๆ ค่ะ บรรยากาศในรถตู้ชวนง่วงนิดหน่อย เพื่อนๆ บางคนก็มีงีบไป ส่วนเรื่องที่พัก เพื่อนเราคนหนึ่งมีคนรู้จักเป็นเจ้าของรีสอร์ทค่ะ ติดต่อไว้แล้วเลยหายห่วง
อย่างที่รู้ๆ กันนะคะ ว่าเส้นทางการไปสังขละนั้นต้องขึ้นเขา แล้วที่สำคัญโค้งเยอะมากกก (ลากเสียงยาว) รถตู้คันที่เรานั่งก็ผ่านโค้งเหล่านั้นมาเล่นเอาพวกเราแทบอ้วกเลยค่ะ คือแบบ...
3 ชั่วโมงผ่านไป พวกเราก็ถึงที่พักค่ะ เริ่มมืดพอดี (คือตอนแรกนั่งรถเลยที่พักด้วยนะ แต่พี่คนขับใจดีเลยพามาส่งต่อ สงสัยเห็นในความซื่อของพวกเรามั้งคะ นั่งรถเพลิน.. -/\-)
ทางเข้าที่พักค่ะ
เจ้าของที่พักเป็นตากับยายค่ะ คือให้บรรยากาศแบบมาพักบ้านญาติที่ต่างจังหวัดเลยค่ะ อยากจะบอกว่าอบอุ่นมาก ตากับยายเลี้ยงข้าวฟรีด้วย ที่พักก็ถือว่าโอเคค่ะ คนละ 100 เรามากันห้าคนก็ห้าร้อย จองไว้สองห้องค่ะ
คืนนั้นพวกเราก็นอนหลับกันด้วยความเพลีย พักผ่อนเอาแรงค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องปฏิบัติภารกิจพิชิตสะเนพ่องค่ะ
พอเช้ามา ที่นี้มีหมอกลงด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แอบเสียดายอยู่ T_T
มื้อเช้าค่ะ เบาๆ ที่นี่มีนกด้วยนะคะ
มันพูดภาษาคนได้ด้วยนะ ที่นี่เขาเลี้ยงไว้ น่ารักดีค่ะ
พอมื้อเช้าผ่านไป เรากับเพื่อนๆ ก็คุยกับยายว่าจะเดินทางไปหมู่บ้านสะเนพ่องได้ยังไง ยายบอกต้องโบกรถเข้าไป เพราะทางเข้า 7.5 กิโล ละคือนตก ทางมันก็แฉะ ไม่มีรถรับจ้างผ่านแน่นอนทางนี้ ยายเลยให้ลูกสาวมาส่งทางเข้า ละที่เหลือคือพวกเราต้องโบกรถขออาศัยไปกันเองค่ะ >_< แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน พอลูกสาวยายมา พวกเราก็ลาตากับยายทันทีค่ะ คือที่นี่ดูแลพวกเราดี รู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมากๆ ค่ะ
พอมาถึงปากทาง พวกเราก็ขอบคุณพี่สาวที่มาส่ง แล้วจังหวะนั้นโคตรโชคดีเลยค่ะ มีรถผ่านมาพอดี อ้อ เราทราบมาว่าที่หมู่บ้านนี้ วันที่เราเดินทางคือวันที่ 14 พ.ย. 2558 มีการทอดกฐินกันด้วย เลยมีรถเข้าไปอยู่
ต่อไปนี้เป็นภาพระหว่างทางล้วนๆ เลยนะคะ
รถคันนี้แหละค่ะ ที่เราได้อาศัยมานั่ง แล้วก็ได้เพื่อนร่วมทางมาคนหนึ่งค่ะ
พวกเราห้าคนนั่งหลังรถค่ะ ผ่านป่า เห็นหมอก เห็นบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยง
ระหว่างทางก็สวนกับรถของคนที่เข้ามาทอดกฐินวัดในหมู่บ้านด้วยคะ บอกแล้วทางนี้เข้ายาก5555
และแล้ว ก็สิ้นสุดทางที่รถเข้าค่ะ สิ้นสุดที่ 5.5 กิโล ระยะทางหลังจากนี้ คือการเดินค่ะ
ทางเข้าแฉะมากค่ะ สมคำร่ำลือ
เพื่อนนี่ถึงขั้นถอดองเท้าผ้าใบเดินเลยค่ะ 5555
แต่ละทาง2กิโลกว่าก็หาไม่เป็นอุปสรรคในการถ่ายรูปของพวกเรา
สามัคคีคือพลัง ฮิฮิ
พืชที่พบในป่าระหว่างเดิน..
ระยะทางแค่นี้ สู้ค่ะ
เห็นป้ายอะไร ก็แวะถ่ายหมดค่ะ 5555
เห็นจุดหมายแล้วค่ะ ปริ่มมาก T____T
พวกเราเลยขอแยกกับพี่คนที่นำทางมา ระหว่างทางเราก็คุยกับพี่เขา พี่เขาบอกเขาเพิ่งได้กลับบ้าน บ้านเขาเลยหมู่บ้านสะเนพ่องไปอีกห้าสิบกิโล... ใจจะวาย พวกเราแค่สองกิโลจะตายแล้ว พี่แกต้องเดินต่อไปอีก.. อืม โชคดีนะคะพี่
พอเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเราก็แวะไปบ้านยายเพื่อน เอาของไปเก็บกันก่อนค่ะ ยายเพื่อนยังไม่มา พวกเราเลยแวบไปวัดที่มีงานทอดกฐินอยู่ค่ะ คือพอเดินปุ๊บ ทุกสายตามองมาที่พวกเราประหนึ่งว่าเป็นพวกแปลก (ก็คงจะจริงนั่นแหละ)
ในวัดมีโรงเรียนด้วยนะคะ
เด็กส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ก็เรียนกันที่นี่ โดยมีตำรวจตระเวนชายแดนเป็นคุณครูสอนค่ะ เห็นแล้ว อารมณ์ความเป็นครู อยากมาสอนที่นี่ทันทีเลยค่ะ ฮิฮิ
ส่วนท้ายวัดจะมีแม่น้ำค่ะ จะเรียกว่าห้วยก็ได้นะ
เดินไปถึงลงไปเล่นกันแบบให้พอชื่นใจค่ะ เหนื่อยจากการเดินทาง..
ใจจริงอยากเล่นทั้งชุดนะ แต่เกรงใจสถานที่555
เมื่อเธอไม่สบายใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ
แล้วตรงห้วยนี่ ก็มีสะพานด้วย พวกเราก็ไปเดินเล่นกัน
แข็งแรงไม่แข็งแรงก็ดูเอา รถมอเตอร์ไซค์ขับผ่านได้เลยค่ะ
พอผ่านไปสักพัก พวกเราก็เดินไปบ้านยายเพื่อนค่ะ แต่ดันหิวซะก่อนเลยจัดของกินกันระหว่างรอยาย (ที่ยังไม่มาอีก T_T) ฮิฮิ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
จัดกันคนละอย่าง คือราคาไม่แพงด้วย ปลื้มม แถมแมวที่นี่ก็น่ารัก ^^
กินเสร็จก็จัดลูกอมแหวนเพิ่มพลัง5555555555555555555
กินเสร็จก็เดินค่ะ เห็นกลุ่มเด็กผู้ชายเล่นลูกข่าง (เรียกงี้มั้งคะ) คือเราก็ไม่รู้จัก เห็นเด็กๆ เล่นกัน เลยไปขอแจม
ที่สำคัญเด็กๆ ที่นี่น่ารักมากกกก สอนเล่นด้วย
ยายเพื่อนมาพอดี ได้เวลาทำงานของพวกเราค่ะ คือลืมนึกไปเลยว่ามาทำงานไม่ได้มาเที่ยว
ยายเพื่อนเล่านิทานพื้นบ้านของกะเหรี่ยงให้ฟังค่ะ .. และแล้วการทำงานของเราจบลงไป เราเดินทางออกจากหมู่บ้านสะเนพ่องด้วยการอาศัยรถคนใจดีไปอีกตามเคย
แถมรูปอีกนิดหน่อยค่ะ
ยัง ยังไม่หมด! ยังเหลือรีวิวไปเที่ยวต่ออีกนิดหน่อย
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ^^
ที่ต่อไปที่เราจะไปคือ แท่น แทน แท้นนน สะพานมอญค่ะ สถานที่ยอดฮิตของใครๆ หลายคน
อย่าลืมแวะมาติดตามกันต่อนะคะ สำหรับวันนี้ ขอตัวนอนก่อน ฝันดีนะคะ