หวัดดีค่ะ นี่ก็กระทู้แรกของเรา ผิดพลาดยังไงขออภัยนะคะ
คือสองสามวันมานี้โดนแม่บ่นมากๆเลยค่ะ เกี่ยวกับเรื่องอาชีพที่จะเป็นแหละ
ส่วนตัวเราชอบวาดรูป เลยอยากเป็นนักวาดรูป ไม่ก็พวกช่างตัดชุด
พอแม่ถามว่าอยากเป็นอะไร เราก็ตอบไปว่าอยากเป็นนักวาด(เพราะช่างตัดชุดก็ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็นอาชีพเลย)
ก็เลยโดนสวดสรภัญญะไปสามจบ พูดแต่ว่าอย่าเป็นเลยๆ โตขึ้นต้องเป็นนิติวิทย์ นักวาดเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ก็ไม่ได้ใส่ใจค่ะ ยังไงซะจะเป็นก็จะเป็น ก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไป
แล้วก็ไปๆมาๆ ผ่านมาสักระยะ(จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าระยะไหน เพราะแม่ก็พูดแบบนั้นกรอกหูเราอยู่เป็นระยะๆ...) ทีวีที่บ้านก็เริ่มใกล้เดี้ยง
ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่รีโมทกดเพิ่มเสียงไม่ได้ ซึ่งพอเรากับน้องกับพ่อลองกด ก็กดได้ แต่แม่กดไม่ได้
เหมือนว่าแม่จะเคืองเราเรื่องที่ชอบเถียง หรือทำหน้าตาเฉยตอนแม่สวด เวลาเปิดเสียงทีวีไม่ได้เลยเรียกน้องตลอด
ผลปรากฎเป็นไง มันก็กดได้ไง อืม แต่บางทีมันกดไม่ได้ เราก็ต้องไปกดให้
แต่เวลาน้องกดได้แม่ก็มักจะบอกตลอดว่า โอ๊ยเก่ง อนาคตไปเป็นช่างซ่อมได้ลูก มาๆ ให้แม่กอดที....
ส่วนเรานี่ ไม่พูดอะไรเลย เราก็วางรีโมทแล้วไปทำอะไรๆต่อ
ก็คิดว่าแม่แค่พูดเล่น แต่ไปๆมาๆเริ่มพูดบ่อยขึ้น ถึงกับไปปรึกษายายเลย
อืม ก็แอบคิดนะ
นักวาดเป็นไม่ได้ แต่ช่างซ่อมเป็นได้?
แม่บอกว่านักวาดหาเงินไม่พอได้เลี้ยงตัวเองหรอก แล้วช่างซ่อมล่ะ
อันนี้ไม่ได้ดูถูกนะคะ แต่สำหรับเราถ้าไม่ได้อยู่พวกร้านใหญ่ๆ ร้านพอมีชื่อ ก็ไม่น่าจะรายได้ถึง 500 ต่อวันหรอกค่ะ
นักวาดก็เช่นกัน ต่อวันมันไม่แน่นอน บางวันลูกค้าอจจะโอนเงินมาไม่โอนมา
คือสำหรับเราทั้งสองอาชีพนี้เหมือนกันก็คือ
ใช้สมอง ใช้ความรู้ ใช้ความสามารถ งาน/เงินไม่แน่นอน
แต่ทำไมแม่ถึงบอกว่าช่างซ่อมดีกว่าคะ?
มุมมองของผู้ใหญ่เป็นแบบไหน?แล้วแต่ละท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้คิดว่าอาชีพไหนจะอยู่ได้มากกว่ากันคะ?
(ประมาณว่า เงินพอซื้อข้าวกิน ไม่ต้งยืมใครใช้ มีเก็บเป็นระยะ ทำนองนี้)
งานประเภทช่างซ่อมกับนักวาด แบบไหนจะอยู่ได้มากกว่ากันคะ?
คือสองสามวันมานี้โดนแม่บ่นมากๆเลยค่ะ เกี่ยวกับเรื่องอาชีพที่จะเป็นแหละ
ส่วนตัวเราชอบวาดรูป เลยอยากเป็นนักวาดรูป ไม่ก็พวกช่างตัดชุด
พอแม่ถามว่าอยากเป็นอะไร เราก็ตอบไปว่าอยากเป็นนักวาด(เพราะช่างตัดชุดก็ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็นอาชีพเลย)
ก็เลยโดนสวดสรภัญญะไปสามจบ พูดแต่ว่าอย่าเป็นเลยๆ โตขึ้นต้องเป็นนิติวิทย์ นักวาดเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ก็ไม่ได้ใส่ใจค่ะ ยังไงซะจะเป็นก็จะเป็น ก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไป
แล้วก็ไปๆมาๆ ผ่านมาสักระยะ(จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าระยะไหน เพราะแม่ก็พูดแบบนั้นกรอกหูเราอยู่เป็นระยะๆ...) ทีวีที่บ้านก็เริ่มใกล้เดี้ยง
ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่รีโมทกดเพิ่มเสียงไม่ได้ ซึ่งพอเรากับน้องกับพ่อลองกด ก็กดได้ แต่แม่กดไม่ได้
เหมือนว่าแม่จะเคืองเราเรื่องที่ชอบเถียง หรือทำหน้าตาเฉยตอนแม่สวด เวลาเปิดเสียงทีวีไม่ได้เลยเรียกน้องตลอด
ผลปรากฎเป็นไง มันก็กดได้ไง อืม แต่บางทีมันกดไม่ได้ เราก็ต้องไปกดให้
แต่เวลาน้องกดได้แม่ก็มักจะบอกตลอดว่า โอ๊ยเก่ง อนาคตไปเป็นช่างซ่อมได้ลูก มาๆ ให้แม่กอดที....
ส่วนเรานี่ ไม่พูดอะไรเลย เราก็วางรีโมทแล้วไปทำอะไรๆต่อ
ก็คิดว่าแม่แค่พูดเล่น แต่ไปๆมาๆเริ่มพูดบ่อยขึ้น ถึงกับไปปรึกษายายเลย
อืม ก็แอบคิดนะ
นักวาดเป็นไม่ได้ แต่ช่างซ่อมเป็นได้?
แม่บอกว่านักวาดหาเงินไม่พอได้เลี้ยงตัวเองหรอก แล้วช่างซ่อมล่ะ
อันนี้ไม่ได้ดูถูกนะคะ แต่สำหรับเราถ้าไม่ได้อยู่พวกร้านใหญ่ๆ ร้านพอมีชื่อ ก็ไม่น่าจะรายได้ถึง 500 ต่อวันหรอกค่ะ
นักวาดก็เช่นกัน ต่อวันมันไม่แน่นอน บางวันลูกค้าอจจะโอนเงินมาไม่โอนมา
คือสำหรับเราทั้งสองอาชีพนี้เหมือนกันก็คือ
ใช้สมอง ใช้ความรู้ ใช้ความสามารถ งาน/เงินไม่แน่นอน
แต่ทำไมแม่ถึงบอกว่าช่างซ่อมดีกว่าคะ?
มุมมองของผู้ใหญ่เป็นแบบไหน?แล้วแต่ละท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้คิดว่าอาชีพไหนจะอยู่ได้มากกว่ากันคะ?
(ประมาณว่า เงินพอซื้อข้าวกิน ไม่ต้งยืมใครใช้ มีเก็บเป็นระยะ ทำนองนี้)