เรื่องมีว่า
เมื่อสามเดือนก่อน ผมได้มาเรียนที่นี่แล้วเริ่มคุยสร้างความสัมพันธ์กับพี่คนหนึ่ง แต่พี่เขาเรียนอยู่ มหาลัยในจังหวัดสกลนคร ในขณะนั้น ด้วยความบังเอิญ ในการเล่นบีท็อก ผมได้พุดคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งใน มหาลัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ ไปๆมาๆ ถึงกับได้ย้ายข้าวของไปอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันจนผูกพัน และไม่รู้ว่ารักกันตอนไหน ทั้งๆที่เราก็คบกับพี่ที่ยุสกล แต่พี่คนที่เรากำลังอยู่ด้วยตอนนั้น และพี่เขาก็มีแฟน ซึ่งเป็นเด็ก ม.6 ปัจจุบันกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัย ซึ่งกำลังใจจากคนรอบข้างจำเป็นมาก ที่สำคัญคือว่าน้องเขาเป็นไมเกรน
เราก็อยู่กันโดยแฟร์ๆดีนะครับ ต่างคนก็ต่างมีคนรักเป็นของตัวเอง ทุกวันตอนเลิกเรียนต่างคนก็ต่างโทรหาแฟนของตัวเอง และอีกพาร์ทส่วนใหญ่ผมกับพี่เขาก็จะอยู่ด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกัน กิน นอน เที่ยว พูดง่ายๆก็เป็นแบบหลายๆคู่ที่มีแฟนในชีวิตรั้วมหาลัยแหละครับ
เราก็อยู่กันแบบความเข้าใจกันดี แต่เมื่อเดือนที่แล้ว พี่ที่เป็นแฟนผมที่อยู่สกล เขามีแฟนใหม่โดยพี่เขามาบอกเลิกผมและก็หายไปเลย ตอนนี้ความแฟร์เริ่มเบี่ยงจากความเท่ากัน ตอนนี้ก็ไม่เท่าล่ะครับ เพราะผมไม่มีใคร แต่พี่ที่เราอยู่ด้วยกันอ่ะยังมีน้องเขายุ
แต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อรักกัน ผมก็เข้มแข็ง ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่เขาขอเราว่าอยากไปหาน้องเขาจัง เราก็ไม่เคยว่าอะไร แต่ในใจก็มีคิดอยู่แหละ แต่เพื่อความสบายใจ ณ ขณะนั้น ไม่เคยขัดใจสักครั้ง
ก็อยู่กันมาได้เดือนหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา น้องเขาบอกอยากมาลอยกระทงกับพี่เขา ส่วนเราก็กลับไปอยู่หอตัวเองหนึ่งคืน เพื่อให้พี่กับน้องเขาไปลอยกระทงกัน และในคืนนั้นแหละครับ ผมได้เข้าไปส่องในเฟสน้องเขา คือเป็นเอามาก เขารักพี่คนนี้มาก ขนาดทุ่มไอโฟน6 ส่งของนู้น นั่นนี่มาให้กัน ผมคิดนะว่า ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปถ้าน้องเขารู้เรื่องขึ้นมา คนที่ผิดและบาปที่สุดคือตัวผมเอง
และมาเมื่อเช้านี้เองครับ นอนคิดทั้งคืน และคิดดีแล้ว
ผมเลือกถอยออกมาอยู่คนเดียว ทั้งๆที่ยังรักพี่เขาอยู่
แต่พี่เขาเลือกไม่ได้
ถ้าบอกเลิกน้องคนนั้น ในขณะที่กำลังจะสอบ
เหมือนตัดทอนกำลังใจ มีผลต่ออนาคตแน่ๆ เด็กสอบ ม.6 ผมก็เคยผ่านจุดนั้นมา รู้ดีว่ากดดันแค่ไหน อีกอย่างน้องเขาเคยช็อคกับไมเกรนขึ้น มาแล้ว คือเกร็งไปหมดเลยตอนนี้
แต่พี่เขาบอกว่า ยังไงพี่ก็ยังเชื่อว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด
ถ้าจะตัดผม ก็ตัดลำบาก
แล้วผมก็พูดเคลียร์ตื่นมาแต่เช้าเลย
ในเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้
ผมเลือกที่จะถอย
โดยไม่มีข้อแม้


อยากเล่าบางอย่างให้ฟัง ตอนนี้ผมเลือกทางนี้มันควรดีแล้วหรือไม่ครับ?
เมื่อสามเดือนก่อน ผมได้มาเรียนที่นี่แล้วเริ่มคุยสร้างความสัมพันธ์กับพี่คนหนึ่ง แต่พี่เขาเรียนอยู่ มหาลัยในจังหวัดสกลนคร ในขณะนั้น ด้วยความบังเอิญ ในการเล่นบีท็อก ผมได้พุดคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งใน มหาลัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ ไปๆมาๆ ถึงกับได้ย้ายข้าวของไปอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันจนผูกพัน และไม่รู้ว่ารักกันตอนไหน ทั้งๆที่เราก็คบกับพี่ที่ยุสกล แต่พี่คนที่เรากำลังอยู่ด้วยตอนนั้น และพี่เขาก็มีแฟน ซึ่งเป็นเด็ก ม.6 ปัจจุบันกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัย ซึ่งกำลังใจจากคนรอบข้างจำเป็นมาก ที่สำคัญคือว่าน้องเขาเป็นไมเกรน
เราก็อยู่กันโดยแฟร์ๆดีนะครับ ต่างคนก็ต่างมีคนรักเป็นของตัวเอง ทุกวันตอนเลิกเรียนต่างคนก็ต่างโทรหาแฟนของตัวเอง และอีกพาร์ทส่วนใหญ่ผมกับพี่เขาก็จะอยู่ด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกัน กิน นอน เที่ยว พูดง่ายๆก็เป็นแบบหลายๆคู่ที่มีแฟนในชีวิตรั้วมหาลัยแหละครับ
เราก็อยู่กันแบบความเข้าใจกันดี แต่เมื่อเดือนที่แล้ว พี่ที่เป็นแฟนผมที่อยู่สกล เขามีแฟนใหม่โดยพี่เขามาบอกเลิกผมและก็หายไปเลย ตอนนี้ความแฟร์เริ่มเบี่ยงจากความเท่ากัน ตอนนี้ก็ไม่เท่าล่ะครับ เพราะผมไม่มีใคร แต่พี่ที่เราอยู่ด้วยกันอ่ะยังมีน้องเขายุ
แต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อรักกัน ผมก็เข้มแข็ง ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่เขาขอเราว่าอยากไปหาน้องเขาจัง เราก็ไม่เคยว่าอะไร แต่ในใจก็มีคิดอยู่แหละ แต่เพื่อความสบายใจ ณ ขณะนั้น ไม่เคยขัดใจสักครั้ง
ก็อยู่กันมาได้เดือนหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมา น้องเขาบอกอยากมาลอยกระทงกับพี่เขา ส่วนเราก็กลับไปอยู่หอตัวเองหนึ่งคืน เพื่อให้พี่กับน้องเขาไปลอยกระทงกัน และในคืนนั้นแหละครับ ผมได้เข้าไปส่องในเฟสน้องเขา คือเป็นเอามาก เขารักพี่คนนี้มาก ขนาดทุ่มไอโฟน6 ส่งของนู้น นั่นนี่มาให้กัน ผมคิดนะว่า ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปถ้าน้องเขารู้เรื่องขึ้นมา คนที่ผิดและบาปที่สุดคือตัวผมเอง
และมาเมื่อเช้านี้เองครับ นอนคิดทั้งคืน และคิดดีแล้ว
ผมเลือกถอยออกมาอยู่คนเดียว ทั้งๆที่ยังรักพี่เขาอยู่
แต่พี่เขาเลือกไม่ได้
ถ้าบอกเลิกน้องคนนั้น ในขณะที่กำลังจะสอบ
เหมือนตัดทอนกำลังใจ มีผลต่ออนาคตแน่ๆ เด็กสอบ ม.6 ผมก็เคยผ่านจุดนั้นมา รู้ดีว่ากดดันแค่ไหน อีกอย่างน้องเขาเคยช็อคกับไมเกรนขึ้น มาแล้ว คือเกร็งไปหมดเลยตอนนี้
แต่พี่เขาบอกว่า ยังไงพี่ก็ยังเชื่อว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด
ถ้าจะตัดผม ก็ตัดลำบาก
แล้วผมก็พูดเคลียร์ตื่นมาแต่เช้าเลย
ในเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้
ผมเลือกที่จะถอย
โดยไม่มีข้อแม้