กทค.บี้ทรูเร่งหาฤกษ์วางแบงก์การันตี หลังงอแงไม่ยอมให้ลูกค้าค้างระบบซิมดับ
มติชน ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือมายัง กสทช.ว่าจะขอยืดระยะเวลาการใช้งานของลูกค้าที่ค้างการใช้งานบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 42,000 ราย หลังหมดสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปี 2556 ออกไปก่อน จากเดิมที่ซิมต้องดับลงวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าหากยุติการให้บริการจะกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งอ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มีมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ค้างการใช้งานโดยไม่ระบุวันสิ้นสุด ส่วนเรื่องการวางหนังสือค้ำประกันทางการเงิน หรือแบงก์การันตีเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต 4 จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์นั้น เพราะต้องรอฤกษ์มงคลก่อน
นายฐากรกล่าวว่า ตรวจสอบพบว่าพอสิ้นสุดระยะเวลาให้ซิมดับ ทางทรูไม่ได้ปิดระบบ ทำให้บอร์ด กทค.ต้องเรียกประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติรับฟังข้อเสนอของทรูไว้ก่อน และให้สำนักงาน กสทช.ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ความเสียหายที่เกิดแก่รัฐจากการยืดเวลา ประชาชนได้รับผลกระทบจากการยืดเวลาหรือไม่ บริษัทผู้ชนะการประมูลได้รับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวหรือไม่ และบริษัทที่ชนะการประมูลอีกราย รวมถึงบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งจะต้องนำผลศึกษาที่ได้เสนอต่อบอร์ด กทค.โดยเร็วที่สุด ส่วนค่าปรับยังไม่ได้มีการพิจารณาแต่อย่างใด
"
บอร์ด กทค.มีมติให้เร่งรัดไปทางทรูให้รีบดำเนินการตามกระบวนการรับใบอนุญาต 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยเร็วที่สุด และขอให้เร่งปรึกษาผู้นำทางจิตวิญญาณในการหามงคลฤกษ์มาวางแบงก์การันตีโดยเร็วเพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า"
นายฐากรกล่าว และว่า คาดว่าจากการพูดคุยของบอร์ดนั้นคาดว่าทรูน่าจะถือฤกษ์หลังวันที่ 15 ธันวาคมแล้ว เนื่องจากบอร์ด กทค.คนหนึ่งให้เหตุผลทางโหราศาสตร์ว่า วันที่ 15 ธันวาคม ดาวมฤตยูจะเคลื่อนออก และทำให้เกิดเป็นช่วงมงคลฤกษ์
ทรูฯยื้อซิมดับ รอกทค.ชี้ขาด
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ประชุมด่วนเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ทำหนังสือขอทบทวนคำสั่งสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการมือถือบนคลื่น 1800 MHz เดิม
ทั้งนี้ หนังสือของทรูระบุด้วยว่า การที่ กทค.มีมติกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ของทรูมูฟและดีพีซี เมื่อให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการใหม่หรือภายในวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจขัดคำสั่งหรือเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม กทค.ได้มีมติให้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา และให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการศึกษาว่าจากกรณีนี้รัฐจะได้รับความเสียหายหรือไม่ ประชาชนได้รับผลกระทบหรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมหรือไม่ และบริษัทผู้ชนะการประมูลอีกราย และบริษัท กสท โทรคมนาคม ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายได้รับผลกระทบในเรื่องนี้หรือไม่
ขณะเดียวกัน กทค.ยังมีมติเร่งรัดให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น มาวางแบงก์การันตีเงินประมูลงวดที่ 2 และ 3 โดยเร็ว เพื่อออกใบอนุญาตต่อไป
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค. กล่าวว่า มติเดิมของ กทค. คือให้สิ้นสุดมาตรการเยียวยา เมื่อมีการออกใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ได้รับใบอนุญาตไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา และที่ประชุม กทค.ก็ยังไม่ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาคุ้มครอง ดังนั้นจึงถือว่ามติของ กทค.ยังมีผลจนกว่าจะมีคำสั่งอื่นๆ ออกมา
ทั้งนี้ หากไม่ปิดโครงข่ายเดิม เท่ากับทรูมูฟขัดคำสั่งทางปกครองประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในทางกฎหมายกำหนดให้เป็นโทษอาญา ยกเว้นแต่ที่ประชุม กทค.จะขยายระยะเวลาคุ้มครองและให้มีผลย้อนหลัง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในกรณีที่ กทค.มีมติให้ขยายเวลามาตรการเยียวยาออกไป ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องจากทั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค รวมทั้งจากบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่าย
มติบอร์ด กทค. จี้ทรูส่ง 'แบงก์การันตี' 4จี
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
บอร์ดกทค.มีมติให้สำนักงานฯ เร่งรัดกลุ่มทรู ส่งแบงก์การันตีงวด 2 และ 3 ของใบอนุญาต 4จี คลื่น 1800 เสียงแข็งแม้จ่ายงวดแรกให้แล้ว กว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ขั้นตอนไม่ครบถ้วนออกไลเซ่นให้ไม่ได้ จี้สัปดาห์หน้าต้องชำระทุกอย่างตามเงื่อนไข "ฐากร"ย้ำหากทรูต้องการยืดเวลาเยียวยาระบบ 2จี ไม่ให้ซิมดับ แม้ประมูล 4จี จบแล้ว ก็ควรมาจ่ายเงินให้ครบ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วานนี้ (26 พ.ย.) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้เรียกประชุมวาระด่วนกรณีที่ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด ส่งหนังสือถึงสำนักงานกสทช.วันที่ 25 พ.ย.เวลา 16.52 น. ให้ กทค.พิจารณาทบทวนคำสั่งสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ระบบ 2จี เนื่องจากได้ข่าวจากสื่อมวลชนและได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางจากเจ้าหน้าที่ กสทช.ว่า มีมติสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ที่ได้ให้บริการในช่วงระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศเยียวยา มีผลบังคับตั้งแต่เที่ยงคืนเมื่อวันที่ 25พ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เนื่องจากกทค.มีมติให้ส่งเรื่องหารือต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีความเห็นของ คสช.พิจารณาว่า มาตรการเยียวยาจะสิ้นสุดลง เมื่อใด
ดังนั้น การที่กทค.มีมติกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาดังกล่าว อาจขัดต่อคำสั่งหรือเจตนารมณ์ของคสช.ได้ และหากบริษัทหยุดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ตามที่กำหนดให้เป็นตามหน้าที่ของบริษัทภายในวันดังกล่าว อาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน
นอกจากนี้ การที่กทค.มีมติให้ชะลอการสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ออกไปก่อน จนกว่าจะมีผลการวินิจฉัยของหัวหน้า คสช.หรือจนกว่า กทค.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แก่ ผู้ชนะการประมูล 4จี ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์รายใดรายหนึ่งแล้วเสร็จนั้น น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะในทางความจริง กทค.น่าจะพิจารณายุติเป็นรายกรณีไป ส่วนนี้บริษัทขอยืนยันว่าบริษัทมีความตั้งใจจะเปิดให้บริการ4จี ที่ประมูลใบอนุญาตได้โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ยังคงใช้บริการย่าน 1800 ในระบบ 2จีอยู่ จึงได้แสดงความประสงค์ในการชำระเงินประมูลงวดแรกมาจ่ายกับกสทช. 20,492 ล้านบาท
แต่การประกอบกิจการโทรศัพท์ 4จีที่ประมูล ได้นี้มีอายุการอนุญาต 18 ปี ดังนั้นบริษัทจึงจะ นำเงินค้ำประกันในส่วนที่เหลืองวดที่ 2 และ 3 มาให้ตามมงคลฤกษ์ เพื่อที่จะได้มีการออก ใบอนุญาตตามมงคลฤกษ์ต่อไป
อย่างไรตาม กทค.ได้พิจารณาแล้วในหลายๆ ประเด็นเนื่องจากเป็นเรื่องที่เร่งด่วน ที่ประชุม กทค.จึงมีมติให้ สำนักงานฯ ไปศึกษา รายละเอียดและวิเคราะห์ผลกระทบถึงประชาชนได้รับผลกระทบหรือไม่กับเรื่องดังกล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่ได้รับการให้บริการในช่วงเวลาเยียวยาฯ ได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นหรือไม่ และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่ชนะประมูล อีกราย รวมไปถึง บมจ.กสท โทรคมนาคม เสียผลประโยชน์หรือไม่
ขณะเดียวกันยังมีมติเร่งรัดให้ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในฐานะผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 วางหลักประกันทางการเงินจากธนาคาร หรือ แบงก์การันตรี ในงวดที่ 2 และ 3 เพื่อรับใบอนุญาตใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 และใบอนุญาต โทรคมนาคมประเภทที่ 3 ซึ่งเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2558 บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ชำระเงินค่าประมูลงวดแรก ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่ชนะการประมูลด้วยราคา 39,792 ล้านบาท โดยชำระเงินงวดแรกจำนวน 50% จำนวน 20,492 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
กทค.บี้ทรูเร่งหาฤกษ์วางแบงก์การันตี หลังงอแงไม่ยอมให้ลูกค้าค้างระบบซิมดับ
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า 8)
ทรูฯ ยื้อซิมดับ รอ กทค. ชี้ขาด
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า B12)
มติบอร์ดกทค.จี้ทรูส่ง'แบงก์การันตี'4จี
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า 3)
กทค. หวั่นยื้อเยียวยา 1800 MHz ผิดกฎหมาย เร่งทรูวางแบงก์การันตีเงินประมูล 4จี
กทค.บี้ทรูเร่งหาฤกษ์วางแบงก์การันตี หลังงอแงไม่ยอมให้ลูกค้าค้างระบบซิมดับ
มติชน ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือมายัง กสทช.ว่าจะขอยืดระยะเวลาการใช้งานของลูกค้าที่ค้างการใช้งานบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 42,000 ราย หลังหมดสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปี 2556 ออกไปก่อน จากเดิมที่ซิมต้องดับลงวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าหากยุติการให้บริการจะกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งอ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มีมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ค้างการใช้งานโดยไม่ระบุวันสิ้นสุด ส่วนเรื่องการวางหนังสือค้ำประกันทางการเงิน หรือแบงก์การันตีเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต 4 จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์นั้น เพราะต้องรอฤกษ์มงคลก่อน
นายฐากรกล่าวว่า ตรวจสอบพบว่าพอสิ้นสุดระยะเวลาให้ซิมดับ ทางทรูไม่ได้ปิดระบบ ทำให้บอร์ด กทค.ต้องเรียกประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติรับฟังข้อเสนอของทรูไว้ก่อน และให้สำนักงาน กสทช.ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ความเสียหายที่เกิดแก่รัฐจากการยืดเวลา ประชาชนได้รับผลกระทบจากการยืดเวลาหรือไม่ บริษัทผู้ชนะการประมูลได้รับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวหรือไม่ และบริษัทที่ชนะการประมูลอีกราย รวมถึงบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งจะต้องนำผลศึกษาที่ได้เสนอต่อบอร์ด กทค.โดยเร็วที่สุด ส่วนค่าปรับยังไม่ได้มีการพิจารณาแต่อย่างใด
"บอร์ด กทค.มีมติให้เร่งรัดไปทางทรูให้รีบดำเนินการตามกระบวนการรับใบอนุญาต 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยเร็วที่สุด และขอให้เร่งปรึกษาผู้นำทางจิตวิญญาณในการหามงคลฤกษ์มาวางแบงก์การันตีโดยเร็วเพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า" นายฐากรกล่าว และว่า คาดว่าจากการพูดคุยของบอร์ดนั้นคาดว่าทรูน่าจะถือฤกษ์หลังวันที่ 15 ธันวาคมแล้ว เนื่องจากบอร์ด กทค.คนหนึ่งให้เหตุผลทางโหราศาสตร์ว่า วันที่ 15 ธันวาคม ดาวมฤตยูจะเคลื่อนออก และทำให้เกิดเป็นช่วงมงคลฤกษ์
ทรูฯยื้อซิมดับ รอกทค.ชี้ขาด
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ประชุมด่วนเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ทำหนังสือขอทบทวนคำสั่งสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการมือถือบนคลื่น 1800 MHz เดิม
ทั้งนี้ หนังสือของทรูระบุด้วยว่า การที่ กทค.มีมติกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ของทรูมูฟและดีพีซี เมื่อให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการใหม่หรือภายในวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา อาจขัดคำสั่งหรือเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม กทค.ได้มีมติให้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา และให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการศึกษาว่าจากกรณีนี้รัฐจะได้รับความเสียหายหรือไม่ ประชาชนได้รับผลกระทบหรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมหรือไม่ และบริษัทผู้ชนะการประมูลอีกราย และบริษัท กสท โทรคมนาคม ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายได้รับผลกระทบในเรื่องนี้หรือไม่
ขณะเดียวกัน กทค.ยังมีมติเร่งรัดให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น มาวางแบงก์การันตีเงินประมูลงวดที่ 2 และ 3 โดยเร็ว เพื่อออกใบอนุญาตต่อไป
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค. กล่าวว่า มติเดิมของ กทค. คือให้สิ้นสุดมาตรการเยียวยา เมื่อมีการออกใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ได้รับใบอนุญาตไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา และที่ประชุม กทค.ก็ยังไม่ได้มีมติให้ขยายระยะเวลาคุ้มครอง ดังนั้นจึงถือว่ามติของ กทค.ยังมีผลจนกว่าจะมีคำสั่งอื่นๆ ออกมา
ทั้งนี้ หากไม่ปิดโครงข่ายเดิม เท่ากับทรูมูฟขัดคำสั่งทางปกครองประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในทางกฎหมายกำหนดให้เป็นโทษอาญา ยกเว้นแต่ที่ประชุม กทค.จะขยายระยะเวลาคุ้มครองและให้มีผลย้อนหลัง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในกรณีที่ กทค.มีมติให้ขยายเวลามาตรการเยียวยาออกไป ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องจากทั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค รวมทั้งจากบริษัท กสท โทรคมนาคม ซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่าย
มติบอร์ด กทค. จี้ทรูส่ง 'แบงก์การันตี' 4จี
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
บอร์ดกทค.มีมติให้สำนักงานฯ เร่งรัดกลุ่มทรู ส่งแบงก์การันตีงวด 2 และ 3 ของใบอนุญาต 4จี คลื่น 1800 เสียงแข็งแม้จ่ายงวดแรกให้แล้ว กว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ขั้นตอนไม่ครบถ้วนออกไลเซ่นให้ไม่ได้ จี้สัปดาห์หน้าต้องชำระทุกอย่างตามเงื่อนไข "ฐากร"ย้ำหากทรูต้องการยืดเวลาเยียวยาระบบ 2จี ไม่ให้ซิมดับ แม้ประมูล 4จี จบแล้ว ก็ควรมาจ่ายเงินให้ครบ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วานนี้ (26 พ.ย.) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้เรียกประชุมวาระด่วนกรณีที่ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด ส่งหนังสือถึงสำนักงานกสทช.วันที่ 25 พ.ย.เวลา 16.52 น. ให้ กทค.พิจารณาทบทวนคำสั่งสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ระบบ 2จี เนื่องจากได้ข่าวจากสื่อมวลชนและได้รับการประสานอย่างไม่เป็นทางจากเจ้าหน้าที่ กสทช.ว่า มีมติสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ที่ได้ให้บริการในช่วงระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศเยียวยา มีผลบังคับตั้งแต่เที่ยงคืนเมื่อวันที่ 25พ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เนื่องจากกทค.มีมติให้ส่งเรื่องหารือต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีความเห็นของ คสช.พิจารณาว่า มาตรการเยียวยาจะสิ้นสุดลง เมื่อใด
ดังนั้น การที่กทค.มีมติกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาดังกล่าว อาจขัดต่อคำสั่งหรือเจตนารมณ์ของคสช.ได้ และหากบริษัทหยุดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 ตามที่กำหนดให้เป็นตามหน้าที่ของบริษัทภายในวันดังกล่าว อาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน
นอกจากนี้ การที่กทค.มีมติให้ชะลอการสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ออกไปก่อน จนกว่าจะมีผลการวินิจฉัยของหัวหน้า คสช.หรือจนกว่า กทค.จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แก่ ผู้ชนะการประมูล 4จี ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์รายใดรายหนึ่งแล้วเสร็จนั้น น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะในทางความจริง กทค.น่าจะพิจารณายุติเป็นรายกรณีไป ส่วนนี้บริษัทขอยืนยันว่าบริษัทมีความตั้งใจจะเปิดให้บริการ4จี ที่ประมูลใบอนุญาตได้โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ยังคงใช้บริการย่าน 1800 ในระบบ 2จีอยู่ จึงได้แสดงความประสงค์ในการชำระเงินประมูลงวดแรกมาจ่ายกับกสทช. 20,492 ล้านบาท
แต่การประกอบกิจการโทรศัพท์ 4จีที่ประมูล ได้นี้มีอายุการอนุญาต 18 ปี ดังนั้นบริษัทจึงจะ นำเงินค้ำประกันในส่วนที่เหลืองวดที่ 2 และ 3 มาให้ตามมงคลฤกษ์ เพื่อที่จะได้มีการออก ใบอนุญาตตามมงคลฤกษ์ต่อไป
อย่างไรตาม กทค.ได้พิจารณาแล้วในหลายๆ ประเด็นเนื่องจากเป็นเรื่องที่เร่งด่วน ที่ประชุม กทค.จึงมีมติให้ สำนักงานฯ ไปศึกษา รายละเอียดและวิเคราะห์ผลกระทบถึงประชาชนได้รับผลกระทบหรือไม่กับเรื่องดังกล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่ได้รับการให้บริการในช่วงเวลาเยียวยาฯ ได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นหรือไม่ และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่ชนะประมูล อีกราย รวมไปถึง บมจ.กสท โทรคมนาคม เสียผลประโยชน์หรือไม่
ขณะเดียวกันยังมีมติเร่งรัดให้ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในฐานะผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 วางหลักประกันทางการเงินจากธนาคาร หรือ แบงก์การันตรี ในงวดที่ 2 และ 3 เพื่อรับใบอนุญาตใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 และใบอนุญาต โทรคมนาคมประเภทที่ 3 ซึ่งเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2558 บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ชำระเงินค่าประมูลงวดแรก ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่ชนะการประมูลด้วยราคา 39,792 ล้านบาท โดยชำระเงินงวดแรกจำนวน 50% จำนวน 20,492 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
กทค.บี้ทรูเร่งหาฤกษ์วางแบงก์การันตี หลังงอแงไม่ยอมให้ลูกค้าค้างระบบซิมดับ
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า 8)
ทรูฯ ยื้อซิมดับ รอ กทค. ชี้ขาด
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า B12)
มติบอร์ดกทค.จี้ทรูส่ง'แบงก์การันตี'4จี
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า 3)