
ก่อนอื่นเลย ขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่า ไม่ใช่สายกินอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่
แต่ชอบปลาดิบกับแซลมอน

ฉะนั้น อาหารญี่ปุ่นที่เอามารีวิววันนี้อาจจะไม่มาก
จะเน้นซูชิและปลาดิบซะส่วนใหญ่ และที่พิเศษคือทางร้านเค้ามีโปรโมชั่นดีๆตลอดทั้งปี ที่จะมาแนะนำครับ
เริ่มเลยละกัน >w< เดิมทีร้านนี้ไกล้ที่ทำงานผมมากกกกกก แต่กว่าจะได้มากินครั้งแรกก็ปาไปเกือบปีตั้งแต่ย้ายมาทำงานแถวนี้
เคยเดินผ่านก็หลายที แต่ก็เหมือนจะต้องแวะไปกินอย่างอื่นตลอด จนมาบังเอิญเจอ"พี่อุทัย" ที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่าน ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง
หลังจากพูดคุยกันก็ทำให้รู้ว่า พี่เค้าเป็น เจ้าของร้าน และก็เป็นเชฟ ด้วย เค้าเปิดร้านอาหาร Hikaru ที่อยู่ในห้าง Paseo ลาดกระบัง ชั้นสอง ไกล้ๆกับร้านอาหาร ZEN และ Wine conection

หลังจากคุยกันถูกคอพี่เค้าก็ชวนให้แวะไปลองทานดู หลังจากนั้นสามวัน ก็มีเวลาแวะไปที่ร้าน พร้อมกับศรีภรรยา ที่กำลังตั้งครรภ์แก่ๆ
ซึ่งตอนนั้นศรีภรรยา กำลังเรียกร้องปลาดิบๆๆๆๆ บันไซ ผมเลยได้โอกาสตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเธอ
พอเข้าไปในร้านนั้น บรรยากาศดูคึกคักมากกกก คนเเน่นเต็มร้าน อาจจะเป็นเพราะเป็นวันศุกร์ช่วงดึก
บางคนเลิกงานก็พากันมากิน หรือพาครอบครัวมากินข้าวเย็นกัน ภายในร้านแบ่งออกเป็น สาม โซน คือ เคาท์เตอร์บาร์ซึ่งสามารถนั่งได้ราวๆ 3-4 คน
เป็นโต๊ะฝรั่ง มีราวๆ 12 โต๊ะและแบบโต๊ะญี่ปุ่น อีก 4โต๊ะ
ซึ่งภรรยาผมท้องอยู่เลยขอนั่งโต๊ะมีเก้าอี้ จะได้ไม่ลำบาก แล้วก็เริ่มเปิดเมนูสั่งอาหาร
ซึ่งตอนแรกเห็นราคาแล้วก็พอรับได้ ราคาซูชิต่อคำ 29 - 120 แซลมอนซาซิมิ ก็ 299 -1500 ตามขนาด ผมเลยสั่ง ซุปเปอร์แซลมอน
และซูชิไข่กุ้ง สี่คำ(คำละ29 บาท) และก็ สลัดปลาเงิน และ แซลมอนด้ง(ข้าวหน้าปลาแซลมอน)
ที่นี่จะมี ชาเขียวร้อนและเย็นบริการฟรี ศรีภรรยาผมชอบ ชาเขียวร้อนของที่นี่ เพราะเค้าบอกว่า หอมและรสชาติไม่เข้มไม่อ่อนเกินไป ส่วนตัวผมนั้นชอบแบบเย็นครับ พอสั่งอาหารไป พนักงานเค้าจะเอา ถั่วแระญี่ปุ่นมาเสิร์ฟให้ทานเล่นก่อน ถั่วแระที่นี่จะเป็นแบบร้อนนะครับ เค้าจะเอาไปลวกก่อน ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นจะมาแบบเย็น คือฟรีสมา แล้วเข้าเวฟละลาย แต่ที่นี่ เอามาลวกเลย โรยเกลืออ่อนๆ อร่อยไปอีกแบบ
จานแรกที่มาคือ ซุปเปอร์แซลมอน คืออลังการมากกกกก

ความรู้สึกที่สัมผัสนั้นฟินมากกกกกกกก คือแบบเนื้อแซลมอนนุ่มลิ้น ยิ่งช่วงท้องแซลมอนที่มีน้ำมันพอสมควรคือแบบไม่เลี่ยนเลย
แล้วก็ชิ้นพี่เค้าหั่นมาหนาพอดีคำ เต็มลิ้น แต่ไม่คับปาก มีหลายชิ้นมาก จำไม่ได้แต่จัดกันไปหลายชิ้นอยู่
จานต่อไปเป็นข้าวหน้าแซลมอน ตัวแซลมอนเป็นแบบแล่บาง แต่ก็ไม่บางจนเกินไป ให้ความรู้สึก
เหมือนจะละลายได้ แต่ก็ยังมีสัมผัสที่ให้ฟันเคี้ยวได้อยู่ ตัวเนื้อข้าวนั้นพี่เค้าบอกว่าเป็นสูตรพิเศษ ที่ไม่ใช่แค่เป็นข้าวหุงเปล่าๆ
แต่ปรุงรสด้วย น้ำส้มสายชู และเกลือ (ไม่แน่ใจสูตร ต้องถามพี่เค้าอีกที) คือให้ความรู้สึกเปรี้ยวนำและมีความเค็มนิดหน่อย
ให้ความรู้สึกเวลาทานกับเนื้อปลาเข้ากันได้ดี ในจานยังมีไข่กุ้งและไข่ปลา โปะหน้ามาให้ด้วย
จานต่อไปเป็น สลัดปลาเงิน จานนี้ตอนแรกว่าจะเอามากินเล่น แต่พอเห็นขนาดจานแล้วคาดว่าคงอิ่ม
ส่วนออร์เดอร์ที่มาพร้อมกับจานสลัดคือ ซูชิหน้าไข่กุ้ง ซึ่งพี่เค้ายัดไข่กุ้งมาเต็มมากกกก อันนี้คือแบบต่อชิ้น ใหญ่กว่าปากพอสมควร สาวๆกินต้องผ่าครึ่ง
แล้วหลังจากที่กินเสร็จแล้ว พี่เค้าแถม ชูโทโร่และ โอโทโร่ มาให้อย่างละสองชิ้น อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา เสียดายมาก ลืมมมมม กินเพลินอ่ะกำลังดีใจ
วันนี้ค่าเสียหายไปไม่ถึงสองพันนะครับ จำราคาที่แน่นอนไม่ได้ ซึ่งอิ่มมากครับ ไม่ได้อิ่มจุกแน่น แต่มันอิ่มแบบเนื้อแน่นๆเต็มพุง 5555+
แล้วก็สัญญากับพี่เค้าว่าจะมากินอีก แล้วก็จะแนะนำเพื่อนมากินด้วย ซึ่ง หลังจากนั้นไม่นานก็แนะนำเพื่อนมาทาน ทั้งคนไทย และต่างชาติ ต่างก็ติดใจ
เพราะที่ร้านบริการเป็นกันเอง ดูแลทั่วถึง พนักงานเป็นมิตร และที่สำคัญ พี่เค้าชอบแถมเมนูพิเศษให้ลูกค้า พี่เค้าบอกว่า อยากทำเมนูใหม่ๆเลยทำออกมาแจกให้ลุกค้าลองชิม อันไหนฟี้ดแบ็คดี ก็จะเอามาลงในเมนู และครั้งล่าสุดที่ได้ไปทาน ทางร้านก็จัดงานฉลองครบ 1 ปี ของร้าน Hikaru พอดี
วันนั้น พี่เค้านำเอาปลา ทูน่า มาแจกทุกโต๊ะ เรียกได้ว่าคืนกำไรแก่ลูกค้าเลยทีเดียว
ซึ่งวันนั้น ผมแวะไปที่ร้านกับรุ่นน้องที่ทำงานและเพื่อนรุ่นน้อง สองสาว รัซซี่ และ ออยลี่ ผู้ชื่นชอบการกินซาซิมิอย่างมากกกกกก
ทั้งสองสาวเคยมาทานร้านนี้แล้วครั้งนึงเนื่องจากผมเลยแนะนำไป เพราะช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
มีโปร เมนูพิเศษ ลดเหลือ 199 บาท พวกเธอเลยแวะมาลอง ตามคำแนะนำ แล้วก็ติดใจ
จนวันนี้หลังจากที่ชวนเพียงไม่กี่คำนางแบบทั้งสองก็ขับรถมาทันที(ไม่ทันทีหรอก รถติด 5555 กว่าจะถึง)
หลังจากที่สาวๆมากันแล้วพวกเธอก็เริ่มสั่งอาหารกัน ซึ่งแบบพนักงานแทบจดไม่ทัน คือแบบสั่งรัวมากกกกก

หลังจากนั้นน้ำก็มาเสริ์ฟ พร้อมกับ ถั่วแระญี่ปุ่มทานเล่นรอจานหลัก
หลังจากนั้นไม่นาน พี่เจ้าของร้านก็นำปลาทูน่า เมนูฉลองครบรอบ 1 ปี มาเสิร์ฟให้ทานก่อน
สาวๆบอกจานนี้ฟรี ยิ่งอร่อยกว่าเดิม อิอิ ขอบคุณพี่อุทัย ที่นำมาเสริ์ฟให้ถึงที่
หลังจากนั้นจานหลักก็ตามมา







และทีเด็ดวันนั้น พี่เค้านำเมนูใหม่มาให้ลิ้มลองกันอีกด้วย นั่นก็คือ ก้อยทูน่า (ลาบทูน่าดิบนั่นแหละ) ขอบอกว่าเมนูนี้ถูกใจคนไทยและคนต่างชาติมาก
พี่เค้าปรุงได้ แซ่บหลาย ข้อยสิเว่าเป็นภาษาอีสานเลยเด้อออออ
หลังจากนั้น มีตบท้ายด้วยของหวาน เลยให้ลองสั่งพุดดิ้ง แต่ไม่สะดิ้ง แสนอร่อยมาให้ลองทานกัน


ปิดท้ายด้วยแตงโมเย็นหวานฉ่ำ ซึ่งสาวๆต้องขอเพิ่มกันเลยทีเดียว (จะขอมาเป็นลูกเลยก็เกรงใจ)

สุดท้ายนี้ เป็นภาพเก็บตกจากลูกค้าท่านอื่น แอบไปสัมภาษณ์มา ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ มาไม่ต่ำกว่า สามครั้ง เพราะติดใจความสดของวัตถุดิบ ทั้งยังราคาไม่แพง และการบริการที่ดีของทางร้าน ไม่ว่าลูกค้าจะเยอะแค่ไหนก็ยัง บริการทั่วถึง บางครั้งพี่อุทัยก็ยังออกมาจากครัวสอบถามความพึงพอใจตามโต๊ะต่างๆด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้นำคำติชมไปปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าต่อไป


อ่อลืมเลย นอกจากเมนู ซาซิมิแล้ว ยังมีอีกหลายเมนูที่ยังไม่ได้แนะนำ และเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน อย่างเช่น หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว หรือ มิกซ์โรล และอาหารญี่ปุ่นอื่นๆอีกมากมาย ตามนี้



ขอบคุณพี่อุทัย ที่ทำให้อิ่มท้องในราคาที่ย่อมเยาว์ และขอบคุณลูกค้าทุกท่าน แวะมาอุดหนุนร้าน Hikaru ในวันนั้น
ขอให้ร้าน Hikaru ขยายสาขาได้เยอะๆและคงคุณภาพวัตถุงดิบและราคาแบบนี้ไปนานๆ บันไซไชโย
[CR] รีวิว:พากินอาหารญี่ปุ่นและซาซิมิพรีเมี่ยมในราคาที่กินได้บ่อยๆที่ Hikaru Japanese Resturant @Paseo ลาดกระบัง [รูปเยอะ]
แต่ชอบปลาดิบกับแซลมอน
จะเน้นซูชิและปลาดิบซะส่วนใหญ่ และที่พิเศษคือทางร้านเค้ามีโปรโมชั่นดีๆตลอดทั้งปี ที่จะมาแนะนำครับ
เริ่มเลยละกัน >w< เดิมทีร้านนี้ไกล้ที่ทำงานผมมากกกกกก แต่กว่าจะได้มากินครั้งแรกก็ปาไปเกือบปีตั้งแต่ย้ายมาทำงานแถวนี้
เคยเดินผ่านก็หลายที แต่ก็เหมือนจะต้องแวะไปกินอย่างอื่นตลอด จนมาบังเอิญเจอ"พี่อุทัย" ที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่าน ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง
หลังจากพูดคุยกันก็ทำให้รู้ว่า พี่เค้าเป็น เจ้าของร้าน และก็เป็นเชฟ ด้วย เค้าเปิดร้านอาหาร Hikaru ที่อยู่ในห้าง Paseo ลาดกระบัง ชั้นสอง ไกล้ๆกับร้านอาหาร ZEN และ Wine conection
หลังจากคุยกันถูกคอพี่เค้าก็ชวนให้แวะไปลองทานดู หลังจากนั้นสามวัน ก็มีเวลาแวะไปที่ร้าน พร้อมกับศรีภรรยา ที่กำลังตั้งครรภ์แก่ๆ
ซึ่งตอนนั้นศรีภรรยา กำลังเรียกร้องปลาดิบๆๆๆๆ บันไซ ผมเลยได้โอกาสตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเธอ
พอเข้าไปในร้านนั้น บรรยากาศดูคึกคักมากกกก คนเเน่นเต็มร้าน อาจจะเป็นเพราะเป็นวันศุกร์ช่วงดึก
บางคนเลิกงานก็พากันมากิน หรือพาครอบครัวมากินข้าวเย็นกัน ภายในร้านแบ่งออกเป็น สาม โซน คือ เคาท์เตอร์บาร์ซึ่งสามารถนั่งได้ราวๆ 3-4 คน
เป็นโต๊ะฝรั่ง มีราวๆ 12 โต๊ะและแบบโต๊ะญี่ปุ่น อีก 4โต๊ะ
ซึ่งภรรยาผมท้องอยู่เลยขอนั่งโต๊ะมีเก้าอี้ จะได้ไม่ลำบาก แล้วก็เริ่มเปิดเมนูสั่งอาหาร
ซึ่งตอนแรกเห็นราคาแล้วก็พอรับได้ ราคาซูชิต่อคำ 29 - 120 แซลมอนซาซิมิ ก็ 299 -1500 ตามขนาด ผมเลยสั่ง ซุปเปอร์แซลมอน
และซูชิไข่กุ้ง สี่คำ(คำละ29 บาท) และก็ สลัดปลาเงิน และ แซลมอนด้ง(ข้าวหน้าปลาแซลมอน)
ที่นี่จะมี ชาเขียวร้อนและเย็นบริการฟรี ศรีภรรยาผมชอบ ชาเขียวร้อนของที่นี่ เพราะเค้าบอกว่า หอมและรสชาติไม่เข้มไม่อ่อนเกินไป ส่วนตัวผมนั้นชอบแบบเย็นครับ พอสั่งอาหารไป พนักงานเค้าจะเอา ถั่วแระญี่ปุ่นมาเสิร์ฟให้ทานเล่นก่อน ถั่วแระที่นี่จะเป็นแบบร้อนนะครับ เค้าจะเอาไปลวกก่อน ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นจะมาแบบเย็น คือฟรีสมา แล้วเข้าเวฟละลาย แต่ที่นี่ เอามาลวกเลย โรยเกลืออ่อนๆ อร่อยไปอีกแบบ
จานแรกที่มาคือ ซุปเปอร์แซลมอน คืออลังการมากกกกก
ความรู้สึกที่สัมผัสนั้นฟินมากกกกกกกก คือแบบเนื้อแซลมอนนุ่มลิ้น ยิ่งช่วงท้องแซลมอนที่มีน้ำมันพอสมควรคือแบบไม่เลี่ยนเลย
แล้วก็ชิ้นพี่เค้าหั่นมาหนาพอดีคำ เต็มลิ้น แต่ไม่คับปาก มีหลายชิ้นมาก จำไม่ได้แต่จัดกันไปหลายชิ้นอยู่
จานต่อไปเป็นข้าวหน้าแซลมอน ตัวแซลมอนเป็นแบบแล่บาง แต่ก็ไม่บางจนเกินไป ให้ความรู้สึก
เหมือนจะละลายได้ แต่ก็ยังมีสัมผัสที่ให้ฟันเคี้ยวได้อยู่ ตัวเนื้อข้าวนั้นพี่เค้าบอกว่าเป็นสูตรพิเศษ ที่ไม่ใช่แค่เป็นข้าวหุงเปล่าๆ
แต่ปรุงรสด้วย น้ำส้มสายชู และเกลือ (ไม่แน่ใจสูตร ต้องถามพี่เค้าอีกที) คือให้ความรู้สึกเปรี้ยวนำและมีความเค็มนิดหน่อย
ให้ความรู้สึกเวลาทานกับเนื้อปลาเข้ากันได้ดี ในจานยังมีไข่กุ้งและไข่ปลา โปะหน้ามาให้ด้วย
จานต่อไปเป็น สลัดปลาเงิน จานนี้ตอนแรกว่าจะเอามากินเล่น แต่พอเห็นขนาดจานแล้วคาดว่าคงอิ่ม
ส่วนออร์เดอร์ที่มาพร้อมกับจานสลัดคือ ซูชิหน้าไข่กุ้ง ซึ่งพี่เค้ายัดไข่กุ้งมาเต็มมากกกก อันนี้คือแบบต่อชิ้น ใหญ่กว่าปากพอสมควร สาวๆกินต้องผ่าครึ่ง
แล้วหลังจากที่กินเสร็จแล้ว พี่เค้าแถม ชูโทโร่และ โอโทโร่ มาให้อย่างละสองชิ้น อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา เสียดายมาก ลืมมมมม กินเพลินอ่ะกำลังดีใจ
วันนี้ค่าเสียหายไปไม่ถึงสองพันนะครับ จำราคาที่แน่นอนไม่ได้ ซึ่งอิ่มมากครับ ไม่ได้อิ่มจุกแน่น แต่มันอิ่มแบบเนื้อแน่นๆเต็มพุง 5555+
แล้วก็สัญญากับพี่เค้าว่าจะมากินอีก แล้วก็จะแนะนำเพื่อนมากินด้วย ซึ่ง หลังจากนั้นไม่นานก็แนะนำเพื่อนมาทาน ทั้งคนไทย และต่างชาติ ต่างก็ติดใจ
เพราะที่ร้านบริการเป็นกันเอง ดูแลทั่วถึง พนักงานเป็นมิตร และที่สำคัญ พี่เค้าชอบแถมเมนูพิเศษให้ลูกค้า พี่เค้าบอกว่า อยากทำเมนูใหม่ๆเลยทำออกมาแจกให้ลุกค้าลองชิม อันไหนฟี้ดแบ็คดี ก็จะเอามาลงในเมนู และครั้งล่าสุดที่ได้ไปทาน ทางร้านก็จัดงานฉลองครบ 1 ปี ของร้าน Hikaru พอดี
วันนั้น พี่เค้านำเอาปลา ทูน่า มาแจกทุกโต๊ะ เรียกได้ว่าคืนกำไรแก่ลูกค้าเลยทีเดียว
ซึ่งวันนั้น ผมแวะไปที่ร้านกับรุ่นน้องที่ทำงานและเพื่อนรุ่นน้อง สองสาว รัซซี่ และ ออยลี่ ผู้ชื่นชอบการกินซาซิมิอย่างมากกกกกก
ทั้งสองสาวเคยมาทานร้านนี้แล้วครั้งนึงเนื่องจากผมเลยแนะนำไป เพราะช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
มีโปร เมนูพิเศษ ลดเหลือ 199 บาท พวกเธอเลยแวะมาลอง ตามคำแนะนำ แล้วก็ติดใจ
จนวันนี้หลังจากที่ชวนเพียงไม่กี่คำนางแบบทั้งสองก็ขับรถมาทันที(ไม่ทันทีหรอก รถติด 5555 กว่าจะถึง)
หลังจากที่สาวๆมากันแล้วพวกเธอก็เริ่มสั่งอาหารกัน ซึ่งแบบพนักงานแทบจดไม่ทัน คือแบบสั่งรัวมากกกกก
หลังจากนั้นน้ำก็มาเสริ์ฟ พร้อมกับ ถั่วแระญี่ปุ่มทานเล่นรอจานหลัก
หลังจากนั้นไม่นาน พี่เจ้าของร้านก็นำปลาทูน่า เมนูฉลองครบรอบ 1 ปี มาเสิร์ฟให้ทานก่อน
สาวๆบอกจานนี้ฟรี ยิ่งอร่อยกว่าเดิม อิอิ ขอบคุณพี่อุทัย ที่นำมาเสริ์ฟให้ถึงที่
หลังจากนั้นจานหลักก็ตามมา
และทีเด็ดวันนั้น พี่เค้านำเมนูใหม่มาให้ลิ้มลองกันอีกด้วย นั่นก็คือ ก้อยทูน่า (ลาบทูน่าดิบนั่นแหละ) ขอบอกว่าเมนูนี้ถูกใจคนไทยและคนต่างชาติมาก
พี่เค้าปรุงได้ แซ่บหลาย ข้อยสิเว่าเป็นภาษาอีสานเลยเด้อออออ
หลังจากนั้น มีตบท้ายด้วยของหวาน เลยให้ลองสั่งพุดดิ้ง แต่ไม่สะดิ้ง แสนอร่อยมาให้ลองทานกัน
ปิดท้ายด้วยแตงโมเย็นหวานฉ่ำ ซึ่งสาวๆต้องขอเพิ่มกันเลยทีเดียว (จะขอมาเป็นลูกเลยก็เกรงใจ)
สุดท้ายนี้ เป็นภาพเก็บตกจากลูกค้าท่านอื่น แอบไปสัมภาษณ์มา ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ มาไม่ต่ำกว่า สามครั้ง เพราะติดใจความสดของวัตถุดิบ ทั้งยังราคาไม่แพง และการบริการที่ดีของทางร้าน ไม่ว่าลูกค้าจะเยอะแค่ไหนก็ยัง บริการทั่วถึง บางครั้งพี่อุทัยก็ยังออกมาจากครัวสอบถามความพึงพอใจตามโต๊ะต่างๆด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้นำคำติชมไปปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าต่อไป
อ่อลืมเลย นอกจากเมนู ซาซิมิแล้ว ยังมีอีกหลายเมนูที่ยังไม่ได้แนะนำ และเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน อย่างเช่น หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว หรือ มิกซ์โรล และอาหารญี่ปุ่นอื่นๆอีกมากมาย ตามนี้
ขอบคุณพี่อุทัย ที่ทำให้อิ่มท้องในราคาที่ย่อมเยาว์ และขอบคุณลูกค้าทุกท่าน แวะมาอุดหนุนร้าน Hikaru ในวันนั้น
ขอให้ร้าน Hikaru ขยายสาขาได้เยอะๆและคงคุณภาพวัตถุงดิบและราคาแบบนี้ไปนานๆ บันไซไชโย
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น