คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 31
เมื่อคืนนี้ดูกรูเกิ้ลmaps ไปดูหมู่บ้านตัวเองที่เคยแก้ผ้าวิ่งอาบน้ำกลางสายฝน...เปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้เลย ผมไม่ได้กลับบ้านหลายปีแล้ว
สองปีที่ผ่านมาสำนักสถิติของโลกได้บอกว่า ตอนนี้จำนวนประชากรในเมืองมีมากกว่าชนบทและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...จากแต่ก่อนที่ประชากรที่อยู่ชนบทมากกว่าในเมือง สาเหตุก็คงจะมาจากคนชนบทเข้าในเมืองเพื่อหางาน....และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการ "รุกคืบ" ของสังคมในเมืองที่ขยายขอบเขตเข้าสู่ชนบทอย่างรวดเร็ว
หมู่บ้านที่ผมเกิดเป็นหมู่บ้านเล็กๆ....ไฟฟ้ายังลงไม่ถึง จำได้ว่าตอนเด็กๆ ต้องตื่นแต่เช้าไปตักน้ำมันยาง(ไม่ใช่ยางพารา)เพื่อเอามาคลุกกับขุยไม้แล้วทำเป็นใต้ไฟเพื่อจุดส่องสว่าง แต่ตอนนี้หมู่บ้านของผมกลายเป็น "ในเมือง" ถนนลูกรังหายไป สระน้ำ คลอง ที่เคยแก้ผ้ากระโจนลงน้ำก็ถูกถมสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร ชาวบ้านดั้งเดิมเริ่มทะยอยขายบ้านขายที่ออกไปอยู่ที่ชนบทกว่าอีก เพราะการรุกคืบของสังคมในเมืองและทนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ไหว
ภาพข้างล่าง(ผมตัดมาจากกรูเกิ้ล ไม่รู้ว่าผิดกฏไหม ถ้าผิดรบกวนเพื่อนสมาชิกเตือนผมด้วยนะครับผมจะรีบลบออก) คือถนนที่จะเข้าหมู่บ้านผม แต่ก่อนเป็นถนนดินทราย เปลี่ยนมาเป็นลูกรังที่สองข้างทางเป็นป่าไม้เขียวใหญ่ชะอุ่ม มีคลองเล็กๆ เรียบขนาบทางยาว เป็นเส้นทางและบริเวณที่ผมต้อนควายลงทุ่ง แล้วอาบน้ำเล่นกับควายเกือบทุกวัน แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เศร้าเน๊าะ...

เครดิตภาพ maps.google.com
สองปีที่ผ่านมาสำนักสถิติของโลกได้บอกว่า ตอนนี้จำนวนประชากรในเมืองมีมากกว่าชนบทและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...จากแต่ก่อนที่ประชากรที่อยู่ชนบทมากกว่าในเมือง สาเหตุก็คงจะมาจากคนชนบทเข้าในเมืองเพื่อหางาน....และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการ "รุกคืบ" ของสังคมในเมืองที่ขยายขอบเขตเข้าสู่ชนบทอย่างรวดเร็ว
หมู่บ้านที่ผมเกิดเป็นหมู่บ้านเล็กๆ....ไฟฟ้ายังลงไม่ถึง จำได้ว่าตอนเด็กๆ ต้องตื่นแต่เช้าไปตักน้ำมันยาง(ไม่ใช่ยางพารา)เพื่อเอามาคลุกกับขุยไม้แล้วทำเป็นใต้ไฟเพื่อจุดส่องสว่าง แต่ตอนนี้หมู่บ้านของผมกลายเป็น "ในเมือง" ถนนลูกรังหายไป สระน้ำ คลอง ที่เคยแก้ผ้ากระโจนลงน้ำก็ถูกถมสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร ชาวบ้านดั้งเดิมเริ่มทะยอยขายบ้านขายที่ออกไปอยู่ที่ชนบทกว่าอีก เพราะการรุกคืบของสังคมในเมืองและทนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่ไหว
ภาพข้างล่าง(ผมตัดมาจากกรูเกิ้ล ไม่รู้ว่าผิดกฏไหม ถ้าผิดรบกวนเพื่อนสมาชิกเตือนผมด้วยนะครับผมจะรีบลบออก) คือถนนที่จะเข้าหมู่บ้านผม แต่ก่อนเป็นถนนดินทราย เปลี่ยนมาเป็นลูกรังที่สองข้างทางเป็นป่าไม้เขียวใหญ่ชะอุ่ม มีคลองเล็กๆ เรียบขนาบทางยาว เป็นเส้นทางและบริเวณที่ผมต้อนควายลงทุ่ง แล้วอาบน้ำเล่นกับควายเกือบทุกวัน แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เศร้าเน๊าะ...



เครดิตภาพ maps.google.com
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2

สวัสดีพี่ๆลุงๆป้าๆห้องเพลงและสุขสันต์วันลอยกระทงนะมังคะ









วันนี้น้องมะเขือเทศฯมีผลงานเพลงใหม่ล่าสุดของลุงโอ้มาฝากมังคะ เพิ่งอัดเสร็จสดๆร้อนๆเลย (น่ารักที่ฝุด)
ติ่งลุงโอ้เลยรับหน้าที่เอามาให้ทุกๆท่านได้ฟังกันนะมังคะ
ติ่งลุงโอ้เลยรับหน้าที่เอามาให้ทุกๆท่านได้ฟังกันนะมังคะ




ฝากรัก- ดิ อินโนเซ้นท์ cover by The Mario(ลุงโอ้ผู้หล่อเหลาแห่งห้องเพลง)
ขอบพระคุณมิตรรักแฟนเพลงทุกท่านนะมังคะ

แสดงความคิดเห็น
ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม....มีแต่เสียง 25/11/2015.../sao..เหลือ..noi
กระทู้นี้ เป็นมุมพักผ่อน มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม....แต่มีเสียง.........
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกัน
แล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
วันนี้พี่สาว ขอเสนอเรื่องราวของ วันลอยกระทงกันนะคะ
วันลอยกระทง
วันลอยกระทง ของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้าเป็นปฏิทิน
จันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทินสุริยคติจะราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือน 12 นี้
เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขึ้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำ
อย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์
ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง
ประวัติวันลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมา
ยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า "พิธีจองเปรียญ"
หรือ "การลอยพระประทีป" และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงาน
รื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน
ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร
พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคม เพื่อบูชา
พระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ก่อนที่นางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็น
คนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศที่ว่า
"ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึง
เลือกผกาเกสรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่ากงระแทะ ล้วนแต่
พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย..."
เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย
จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทน
โคมลอย ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนด
นักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่า
กัลปาวสาน" พิธีลอยกระทงจึงเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ประเพณีลอยกระทงในแต่ละภาค
ลักษณะการจัดงานลอยกระทงของแต่ละจังหวัด และแต่ละภาคจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันคือ
- วันลอยกระทง ภาคเหนือ (ตอนบน) จะเรียกประเพณีลอยกระทงว่า "ยี่เป็ง" อันหมายถึงการทำ
บุญในวันเพ็ญเดือนยี่ (เดือนยี่ถ้านับตามล้านนาจะตรงกับเดือนสิบสองในแบบไทย) โดยชาวเหนือ
จะนิยมประดิษฐ์โคมลอย หรือที่เรียกว่า "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" โดยการใช้ผ้าบาง ๆ แล้วสุมควัน
ข้างใต้ ให้โคมลอยขึ้นไปในอากาศ เพื่อเป็นการบูชาพระอุปคุต ซึ่งเชื่อกันว่าท่านบำเพ็ญบริกรรม
คาถาอยู่ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล ตรงกับคติของชาวพม่า
- วันลอยกระทง จังหวัดตาก จะประดิษฐ์กระทงขนาดเล็ก แล้วปล่อยลอยไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้
เรียงรายเป็นสาย เรียกว่า "กระทงสาย"
- วันลอยกระทง จังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องประเพณีลอยกระทง
ด้วยความเป็นจังหวัดต้นกำเนิดของประเพณีนี้ โดยการจัดงาน ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ
ที่จังหวัดสุโขทัยถูกฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งจำลองบรรยากาศงานมาจาก
งานลอยกระทงสมัยกรุงสุโขทัย และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ
ขึ้นที่จังหวัดสุโขทัยทุก ๆ ปี มีทั้งการจัดขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล และไฟ
พะเนียง
- วันลอยกระทง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งานลอยกระทงจะเรียกว่า เทศกาลไหลเรือไฟ
โดยจัดเป็นประเพณียิ่งใหญ่ทุกปีในจังหวัดนครพนม มีการนำหยวกกล้วย หรือวัสดุต่าง ๆ
มาตกแต่งเรือ และประดับไฟอย่างสวยงาม และตอนกลางคืนจะมีการจุดไฟปล่อยกระทงให้
ไหลไปตามลำน้ำโขง
- วันลอยกระทง กรุงเทพมหานคร มีการจัดงานลอยกระทงหลายแห่ง แต่ที่เป็นไฮไลท์อยู่ที่
"งานภูเขาทอง" ที่จะเนรมิตงานวัดเพื่อเฉลิมฉลองประเพณีลอยกระทง ส่วนใหญ่จัดอยู่ราว
7-10 วัน ตั้งแต่ก่อนวันลอยกระทง จนถึงหลังวันลอยกระทง
ภาพ..เครดิตคุณ cnck4
- วันลอยกระทง ภาคใต้ มีการจัดงานลอยกระทงในหลาย ๆ จังหวัด เช่น อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา ที่มีงานยิ่งใหญ่ทุกปี
เครดิต กะปุกดอทคอม
เพลง ลอยกระทงภาษาอังกฤษ
https://www.youtube.com/watch?v=_DBcdJhyfnA
รำวงลอยกระทง ชาวคณะ สุนทราภรณ์
https://www.youtube.com/watch?v=jYjdH0ysr7M