ตอนที่เตรียมเอกสารเราหาข้อมูลเยอะมากกกกก ไม่เคยขอวีซ่าเอง งงไปหมด
บางเรื่อง สงสัย เสิชอากู๋ก็แล้ว พันทิพย์ก็แล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ
วันนี้เราจะเอาสิ่งที่เราสงสัย แล้วก็สิ่งที่เราพลาดไปมาบอกกัน
เพราะตอนนี้ เราได้วีซ่าแล้ว เย้!
เริ่มจากคิว เราโชคดีมากที่ช่วงที่เราไปคนน้อยมากกกกกกก (ต้นเดือน พ.ย.)
คือเราเลือกที่จะไปวันกลางสัปดาห์ แล้วเราก็ไปถึงตอน 10 โมง เราได้คิวที่ 45 ก่อนเที่ยงเราก็รู้ผลแล้ววว....
ว่าเราต้องแก้ไขเอกสารอีก ฮือออออ T^T
แต่ๆ เรากลับไปอีกทีตอนเกือบบ่ายสาม คนน้อยกว่าตอนเช้าเยอะ เราได้คิวที่ 155 ห้าโมงเราก็เสร็จเรียบร้อย
ตอนรอคิว เค้าจะมีที่ให้นั่งรอด้านนอกห้อง กับด้านในห้อง ถ้ารอด้านในห้องต้องปิดโทรศัพท์ ปิดจริงๆนะ ห้ามแอบเปิด
มีคนแอบเปิดใช้พี่เค้าเดินเข้ามาบอกห้ามใช้นะคะ เสียงดังมาก อายคนอื่นนะ >.<
ถ้านั่งรอด้านนอกต้องคอยแอบส่องดูเลขนะคะ (โดยเฉพาะตอนบ่าย ข้ามทีเป็น 10 คิว) ถ้าเลยแล้วไปเลย
มีกรุ๊ปนึง เอเยนต์ไม่ได้ดูคิวให้ เลยไปแล้ว คนที่ต้องเข้าไปคุยขอเค้าคือตัวเราเองนะคะ เอเยนต์ช่วยไรไม่ได้
แล้วก็มาถึงเรื่องเอกสาร ปวดหัวที่สุดในสามโลก เอาเฉพาะที่เรางง กับที่เราต้องแก้ไขนะคะ
- Check list / ใบตรวจสอบเอกสาร
เราปรินท์ไปทั้ง 2 ภาษา เค้าคืนภาษาไทยมาให้ค่ะ
download version ภาษาอังกฤษ ได้จาก
http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/pdf/Tourist_Checklist_291015.pdf
- แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่า
ตอนเราปรินท์หน้ามันกระโดด ก็เอาหน้าที่เป็นสาระสำคัญค่ะ (เราพยายามหาที่เปิดหลายที่มาก แต่ก็เด้งเหมือนเดิม)
ตอนกรอก เรากรอกวันที่เราเดินทางถึงสวิส กับเดินทางออกจากปารีสค่ะ (12 วัน)
แต่เค้าก็ให้วีซ่าเราเริ่มตั้งแต่เราออกจากไทย จนกลับถึงไทย (14 วัน) ระยะ 1 เดือนนับจากวันที่เราออกจากไทยค่ะ
ที่พักเราก็กรอกแค่ที่พักแรกที่เราไปพักในสวิสค่ะ กรอกครบทุกที่คงต้องใช้ 1 หน้า A4 55555
- เอกสารใบจองตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ
เนื่องจากเราไป สวิส อิตาลี ฝรั่งเศส แต่อยู่อิตาลีนานสุด เลยต้องไปขอที่อิตาลี
ตอนที่เราได้เอกสารกลับมาแก้ มีไฮไลท์ตรงการเดินทางเข้า - ออกจากอิตาลีค่ะ คิดว่าตรงนี้น่าจะสำคัญพอควร
(ตั๋วเครื่องบินเราบินไปสวิส กลับทางฝรั่งเศส แต่เรามีจองตั๋วรถไฟสวิส-มิลาน แล้วก็ตั๋วเครื่องบิน โรม-ปารีส ค่ะ)
- เอกสารการจองที่พัก
ที่พักเราจองแบบจ่ายเงินหมดแล้วค่ะ ส่วนใหญ่คนก็จะรอผลวีซ่าก่อนค่อยจอง เราเลยแบบ จัดเลยละกัน
เราพักหลายที่ ต้องมานั่งดูเงื่อนไขทุกที่เราว่าเราต้องพลาดซักที่แน่ๆเลยอะ เดี๋ยวนี้เงื่อนไขเยอะขึ้น ต้องดูดีๆ
*** อย่าลืมใส่ชื่อคนที่พักทุกคนในใบจอง ตอนเราจอง agoda ครั้งแรกเราเพิ่มชื่อคนพักไม่เป็น
โทรไป call center ตอนห้าทุ่ม เค้าก็จัดการให้ เร็วมากๆเลยค่ะ
ครั้งต่อไปก็ใส่ชื่อคนพักได้เลยในช่อง Remarks
(ตัวอย่าง: All Guest Names For This booking Are: 1. Mr.ABC 2. Mrs.DEF)
*** เอกสารการจองต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เห็นของบางคนเค้าให้กลับไปแก้
ของ booking ตอนแรกส่งมาให้มีแต่ภาษาไทยกับฝรั่งเศส (รร.ที่ปารีส)
กดเปลี่ยนภาษาด้านบนก็ได้ภาษาอังกฤษแล้วค่ะ (หานานมากกกก)
- แผนการเดินทาง
เราทำเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เห็นของเคาน์เตอร์ข้างๆ บอกให้ไปทำมาใหม่ ห้ามมีภาษาไทยผสม
- เอกสารแสดงสถานะทางการเงิน
ป่วนมาก อันนี้ สับสนที่สุด ไปธนาคารก็ถามเราเยอะเกิน เราก็ไม่รู้จะเอายังไง เราขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้
- statement และ สำเนาสมุดบัญชีสามารถใช้แทนกันได้ แต่ต้องยืนพร้อมกับหนังสือรับรองบัญชี
- statement ธนาคารมีแต่ภาษาไทย ใช้ได้ไม่เป็นไร แต่หนังสือรับรองบัญชี ต้องเป็นภาษาอังกฤษนะจ๊ะ
- หนังสือรับรองบัญชี เรียกว่า Bank Certificate ถ้า Bank Guarantee เอาไว้เซ็นสัญญาค้ำประกัน
- หนังสือรับรองบัญชี ถ้าไปประเทศเดียว ระบุชื่อสถานฑูตเลยก็ได้ แต่ถ้าไปหลายประเทศแบบเรา
ให้ใช้ To whom it may concern
- หนังสือรับรอง จะระบุว่า เรา เป็นลูกค้าธนาคารนี้มากี่ปี ชื่อบัญชี มีเงินในบัญชีเท่าไหร่
(แปลงเป็นหน่วยยูโรให้เรียบร้อย) โดยจะบอกเป็นจำนวนหลักเลข
- ยอดเงินในบัญชี ต้องเป็นยอดล่าสุด ไม่เกิน 14-15 วัน ถ้าขอ statement ฝากวันนี้ ยอดแสดงใน statement พรุ่งนี้
แต่ถ้าใช้สำเนาสมุดบัญชี ฝากปุ๊บปรับเล่มได้เลย
- ถ้าเป็นบัญชีร่วม ต้องมีจดหมายยินยอมจากอีกคนว่า ยินยอมให้ใช้เงินในบัญชีนี้
(ถึงจะไปทั้งคู่ ก็ต้องเขียนให้ยินยอมทั้งคู่ โอ๊ย งง)
- เรื่องยอดเงินต้องเข้าออกสม่ำเสมอมั๊ย เป็นกังวลมากกก
ของเรามียอดพอสมควร อยู่ในบัญชีมาปีกว่า สามีเรายื่นบัญชีนี้บัญชีเดียวก็รอดนะ
คนที่รับเอกสารบอกเราว่า จริงๆไม่ต้องห่วงเรื่องยอดเงินขนาดนั้น เค้าอยากรู้แค่ว่าเรามีงานทำ จะกลับมาจริงๆ ก็ได้แล้ว
ซึ่งจะเป็นปัญหาของเราถัดไป
- เอกสารรับรองการทำงาน
บ้านสามีเป็นกงสี เราทำงานกับบ้านสามีด้วย ไม่ได้เป็นกิจการใหญ่โต ทำจดหมายรับรองการทำงานแบบเขียนเอง
เค้าถามว่า เป็นกิจการของใคร (ของครอบครัว) ใครเป็นผู้มีอำนาจ (คนที่เซ็นในจดหมายอะค่ะ-พี่ชายสามี)
มีใบทะเบียนพาณิชย์มั๊ย ผมขอด้วย แปลมาด้วยนะครับ แป๊วววว จบกัน ยังไงก็ต้องกลับบ้านไปเอาสินะ
เค้าบอกว่าตอนนี้มีปัญหาเยอะคือที่ทำงานไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นใครไปขอช่วงนี้เอาตรงนี้ให้แน่นๆเลยนะคะ
ลืมบอกว่า เนื่องจากเราไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือน เราก็เขียนจดหมายแนะนำตัวไปด้วยว่าทำงานอะไร ที่ไหน
เงินมาจากไหน จ่ายค่าอะไรไปบ้างแล้ว บลาๆๆๆ เค้าคืนมาค่ะ คืนมาทั้งรอบแรก รอบสองเราเนียนยื่นไปใหม่ก็คืนมาอีกค่ะ 555
- ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนาพร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ
อันนี้เค้าเก็บไปนะคะ อ่านมาหลายที่บอกไม่ต้องใช้ แต่เราก็เตรียมไปเผื่อขาด
อื่นๆที่เรายื่นไปด้วยก็ ใบสำคัญสมรส ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนนามสกุล เอาหมดเลย
*** สำคัญมากกกกก ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะคะ
แปลเองก็ได้ค่ะ แต่จ้างเค้าแปลดีสุด ขนาดเราเปิดในเน็ต แปลทะเบียนพาณิชย์อย่างเดียวเรายังปวดหัวเลยอะ
แปลผิดด้วย พ.ศ. ก็ต้องเปลี่ยนเป็น ค.ศ.ให้หมด แก้กันจนวินาทีสุดท้าย เค้าให้ส่งเมลตรงนั้นเลย ฮือออ T^T
**********แต่ๆๆๆๆ ไม่ต้องเอาตัวแปลไปรับรองที่กงสุลแจ้งวัฒนะนะคะ (เราขอวีซ่าท่องเที่ยวนะ)
วันไปยื่นวีซ่าเอาตัวจริงไปด้วย เอาให้เค้าดูแล้วเค้าจะปั๊มรับรองให้ค่ะ (ฟรีค่ะ ไม่เสียเงิน 555)
- กรมธรรม์ เลือกเอาที่สบายใจเลยค่ะ ตามเงื่อนไขที่เค้ากำหนดนะคะ
- สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ และวีซ่าอื่นๆที่ผ่านมา (เค้าเก็บเฉพาะเชงเก้นค่ะ วีซ่าอื่นเค้าไม่เอา 555)
หมดแล้วค่ะ จริงๆก็ครบทุกอย่างเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ
ของเราเค้าชมว่าจริงๆเอกสารเทียบกะของคนอื่นๆนี่ถือว่าดีมากๆครับ
แต่ผมขออีกนิดเดียว ไปหามาให้ผมหน่อย แล้วโอเคเลย (พี่ว่าไงหนูก็ว่างั้นแหละค่า)
ตอนตัวเองเตรียมเอกสารก็มาหาข้อมูลจากในนี้เยอะ พลาดตรงไหนก็อยากจะนำมาแบ่งปันกับคนอื่นๆบ้าง
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเตรียมตัวจะยื่นวีซ่าบ้างนะคะ
ถ้ามีอะไรสงสัยถามได้นะคะ ถ้าตอบได้เราจะตอบให้ค่ะ
เรื่องเล่า : ประสบการณ์ขอวีซ่าอิตาลี (Nov 2015)
บางเรื่อง สงสัย เสิชอากู๋ก็แล้ว พันทิพย์ก็แล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ
วันนี้เราจะเอาสิ่งที่เราสงสัย แล้วก็สิ่งที่เราพลาดไปมาบอกกัน
เพราะตอนนี้ เราได้วีซ่าแล้ว เย้!
เริ่มจากคิว เราโชคดีมากที่ช่วงที่เราไปคนน้อยมากกกกกกก (ต้นเดือน พ.ย.)
คือเราเลือกที่จะไปวันกลางสัปดาห์ แล้วเราก็ไปถึงตอน 10 โมง เราได้คิวที่ 45 ก่อนเที่ยงเราก็รู้ผลแล้ววว....
ว่าเราต้องแก้ไขเอกสารอีก ฮือออออ T^T
แต่ๆ เรากลับไปอีกทีตอนเกือบบ่ายสาม คนน้อยกว่าตอนเช้าเยอะ เราได้คิวที่ 155 ห้าโมงเราก็เสร็จเรียบร้อย
ตอนรอคิว เค้าจะมีที่ให้นั่งรอด้านนอกห้อง กับด้านในห้อง ถ้ารอด้านในห้องต้องปิดโทรศัพท์ ปิดจริงๆนะ ห้ามแอบเปิด
มีคนแอบเปิดใช้พี่เค้าเดินเข้ามาบอกห้ามใช้นะคะ เสียงดังมาก อายคนอื่นนะ >.<
ถ้านั่งรอด้านนอกต้องคอยแอบส่องดูเลขนะคะ (โดยเฉพาะตอนบ่าย ข้ามทีเป็น 10 คิว) ถ้าเลยแล้วไปเลย
มีกรุ๊ปนึง เอเยนต์ไม่ได้ดูคิวให้ เลยไปแล้ว คนที่ต้องเข้าไปคุยขอเค้าคือตัวเราเองนะคะ เอเยนต์ช่วยไรไม่ได้
แล้วก็มาถึงเรื่องเอกสาร ปวดหัวที่สุดในสามโลก เอาเฉพาะที่เรางง กับที่เราต้องแก้ไขนะคะ
- Check list / ใบตรวจสอบเอกสาร
เราปรินท์ไปทั้ง 2 ภาษา เค้าคืนภาษาไทยมาให้ค่ะ
download version ภาษาอังกฤษ ได้จาก http://www.vfsglobal.com/italy/thailand/pdf/Tourist_Checklist_291015.pdf
- แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่า
ตอนเราปรินท์หน้ามันกระโดด ก็เอาหน้าที่เป็นสาระสำคัญค่ะ (เราพยายามหาที่เปิดหลายที่มาก แต่ก็เด้งเหมือนเดิม)
ตอนกรอก เรากรอกวันที่เราเดินทางถึงสวิส กับเดินทางออกจากปารีสค่ะ (12 วัน)
แต่เค้าก็ให้วีซ่าเราเริ่มตั้งแต่เราออกจากไทย จนกลับถึงไทย (14 วัน) ระยะ 1 เดือนนับจากวันที่เราออกจากไทยค่ะ
ที่พักเราก็กรอกแค่ที่พักแรกที่เราไปพักในสวิสค่ะ กรอกครบทุกที่คงต้องใช้ 1 หน้า A4 55555
- เอกสารใบจองตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ
เนื่องจากเราไป สวิส อิตาลี ฝรั่งเศส แต่อยู่อิตาลีนานสุด เลยต้องไปขอที่อิตาลี
ตอนที่เราได้เอกสารกลับมาแก้ มีไฮไลท์ตรงการเดินทางเข้า - ออกจากอิตาลีค่ะ คิดว่าตรงนี้น่าจะสำคัญพอควร
(ตั๋วเครื่องบินเราบินไปสวิส กลับทางฝรั่งเศส แต่เรามีจองตั๋วรถไฟสวิส-มิลาน แล้วก็ตั๋วเครื่องบิน โรม-ปารีส ค่ะ)
- เอกสารการจองที่พัก
ที่พักเราจองแบบจ่ายเงินหมดแล้วค่ะ ส่วนใหญ่คนก็จะรอผลวีซ่าก่อนค่อยจอง เราเลยแบบ จัดเลยละกัน
เราพักหลายที่ ต้องมานั่งดูเงื่อนไขทุกที่เราว่าเราต้องพลาดซักที่แน่ๆเลยอะ เดี๋ยวนี้เงื่อนไขเยอะขึ้น ต้องดูดีๆ
*** อย่าลืมใส่ชื่อคนที่พักทุกคนในใบจอง ตอนเราจอง agoda ครั้งแรกเราเพิ่มชื่อคนพักไม่เป็น
โทรไป call center ตอนห้าทุ่ม เค้าก็จัดการให้ เร็วมากๆเลยค่ะ
ครั้งต่อไปก็ใส่ชื่อคนพักได้เลยในช่อง Remarks
(ตัวอย่าง: All Guest Names For This booking Are: 1. Mr.ABC 2. Mrs.DEF)
*** เอกสารการจองต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เห็นของบางคนเค้าให้กลับไปแก้
ของ booking ตอนแรกส่งมาให้มีแต่ภาษาไทยกับฝรั่งเศส (รร.ที่ปารีส)
กดเปลี่ยนภาษาด้านบนก็ได้ภาษาอังกฤษแล้วค่ะ (หานานมากกกก)
- แผนการเดินทาง
เราทำเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เห็นของเคาน์เตอร์ข้างๆ บอกให้ไปทำมาใหม่ ห้ามมีภาษาไทยผสม
- เอกสารแสดงสถานะทางการเงิน
ป่วนมาก อันนี้ สับสนที่สุด ไปธนาคารก็ถามเราเยอะเกิน เราก็ไม่รู้จะเอายังไง เราขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้
- statement และ สำเนาสมุดบัญชีสามารถใช้แทนกันได้ แต่ต้องยืนพร้อมกับหนังสือรับรองบัญชี
- statement ธนาคารมีแต่ภาษาไทย ใช้ได้ไม่เป็นไร แต่หนังสือรับรองบัญชี ต้องเป็นภาษาอังกฤษนะจ๊ะ
- หนังสือรับรองบัญชี เรียกว่า Bank Certificate ถ้า Bank Guarantee เอาไว้เซ็นสัญญาค้ำประกัน
- หนังสือรับรองบัญชี ถ้าไปประเทศเดียว ระบุชื่อสถานฑูตเลยก็ได้ แต่ถ้าไปหลายประเทศแบบเรา
ให้ใช้ To whom it may concern
- หนังสือรับรอง จะระบุว่า เรา เป็นลูกค้าธนาคารนี้มากี่ปี ชื่อบัญชี มีเงินในบัญชีเท่าไหร่
(แปลงเป็นหน่วยยูโรให้เรียบร้อย) โดยจะบอกเป็นจำนวนหลักเลข
- ยอดเงินในบัญชี ต้องเป็นยอดล่าสุด ไม่เกิน 14-15 วัน ถ้าขอ statement ฝากวันนี้ ยอดแสดงใน statement พรุ่งนี้
แต่ถ้าใช้สำเนาสมุดบัญชี ฝากปุ๊บปรับเล่มได้เลย
- ถ้าเป็นบัญชีร่วม ต้องมีจดหมายยินยอมจากอีกคนว่า ยินยอมให้ใช้เงินในบัญชีนี้
(ถึงจะไปทั้งคู่ ก็ต้องเขียนให้ยินยอมทั้งคู่ โอ๊ย งง)
- เรื่องยอดเงินต้องเข้าออกสม่ำเสมอมั๊ย เป็นกังวลมากกก
ของเรามียอดพอสมควร อยู่ในบัญชีมาปีกว่า สามีเรายื่นบัญชีนี้บัญชีเดียวก็รอดนะ
คนที่รับเอกสารบอกเราว่า จริงๆไม่ต้องห่วงเรื่องยอดเงินขนาดนั้น เค้าอยากรู้แค่ว่าเรามีงานทำ จะกลับมาจริงๆ ก็ได้แล้ว
ซึ่งจะเป็นปัญหาของเราถัดไป
- เอกสารรับรองการทำงาน
บ้านสามีเป็นกงสี เราทำงานกับบ้านสามีด้วย ไม่ได้เป็นกิจการใหญ่โต ทำจดหมายรับรองการทำงานแบบเขียนเอง
เค้าถามว่า เป็นกิจการของใคร (ของครอบครัว) ใครเป็นผู้มีอำนาจ (คนที่เซ็นในจดหมายอะค่ะ-พี่ชายสามี)
มีใบทะเบียนพาณิชย์มั๊ย ผมขอด้วย แปลมาด้วยนะครับ แป๊วววว จบกัน ยังไงก็ต้องกลับบ้านไปเอาสินะ
เค้าบอกว่าตอนนี้มีปัญหาเยอะคือที่ทำงานไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นใครไปขอช่วงนี้เอาตรงนี้ให้แน่นๆเลยนะคะ
ลืมบอกว่า เนื่องจากเราไม่ได้ทำงานประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือน เราก็เขียนจดหมายแนะนำตัวไปด้วยว่าทำงานอะไร ที่ไหน
เงินมาจากไหน จ่ายค่าอะไรไปบ้างแล้ว บลาๆๆๆ เค้าคืนมาค่ะ คืนมาทั้งรอบแรก รอบสองเราเนียนยื่นไปใหม่ก็คืนมาอีกค่ะ 555
- ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนาพร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ
อันนี้เค้าเก็บไปนะคะ อ่านมาหลายที่บอกไม่ต้องใช้ แต่เราก็เตรียมไปเผื่อขาด
อื่นๆที่เรายื่นไปด้วยก็ ใบสำคัญสมรส ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนนามสกุล เอาหมดเลย
*** สำคัญมากกกกก ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะคะ
แปลเองก็ได้ค่ะ แต่จ้างเค้าแปลดีสุด ขนาดเราเปิดในเน็ต แปลทะเบียนพาณิชย์อย่างเดียวเรายังปวดหัวเลยอะ
แปลผิดด้วย พ.ศ. ก็ต้องเปลี่ยนเป็น ค.ศ.ให้หมด แก้กันจนวินาทีสุดท้าย เค้าให้ส่งเมลตรงนั้นเลย ฮือออ T^T
**********แต่ๆๆๆๆ ไม่ต้องเอาตัวแปลไปรับรองที่กงสุลแจ้งวัฒนะนะคะ (เราขอวีซ่าท่องเที่ยวนะ)
วันไปยื่นวีซ่าเอาตัวจริงไปด้วย เอาให้เค้าดูแล้วเค้าจะปั๊มรับรองให้ค่ะ (ฟรีค่ะ ไม่เสียเงิน 555)
- กรมธรรม์ เลือกเอาที่สบายใจเลยค่ะ ตามเงื่อนไขที่เค้ากำหนดนะคะ
- สำเนาหน้าหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ และวีซ่าอื่นๆที่ผ่านมา (เค้าเก็บเฉพาะเชงเก้นค่ะ วีซ่าอื่นเค้าไม่เอา 555)
หมดแล้วค่ะ จริงๆก็ครบทุกอย่างเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ
ของเราเค้าชมว่าจริงๆเอกสารเทียบกะของคนอื่นๆนี่ถือว่าดีมากๆครับ
แต่ผมขออีกนิดเดียว ไปหามาให้ผมหน่อย แล้วโอเคเลย (พี่ว่าไงหนูก็ว่างั้นแหละค่า)
ตอนตัวเองเตรียมเอกสารก็มาหาข้อมูลจากในนี้เยอะ พลาดตรงไหนก็อยากจะนำมาแบ่งปันกับคนอื่นๆบ้าง
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเตรียมตัวจะยื่นวีซ่าบ้างนะคะ
ถ้ามีอะไรสงสัยถามได้นะคะ ถ้าตอบได้เราจะตอบให้ค่ะ