บทเรียนจากการป่วยของคุณปอครั้งนี้

1.)เมืองไทยเป็นเมืองวิเศษที่สุดเท่าที่ประเทศใดจะมี มีการผสมผสานระหว่างศาสนาเพื่อกล่อมเกลี้ยจิตใจของคนให้สูงขึ้นไป และเป็นเมืองขอนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ ที่พยายามแก้ไขและหาข้อพิสูจน์ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถทั้งสองอย่างออกจากชีวิตได้
2.)คนจะเชื่อสิ่งที่พิสูจน์ได้ และจะพยายามหาคำตอบ(ไม่เชิงว่าไม่เชื่อ)กับสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เสมอ แต่อย่าลืมว่า สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ใช่ว่ามี ส่วนสิ่งที่เห็นว่ามีอาจจะเข้าใจผิดมาตลอดก็ได้ ทยาศาสตร์ก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ทำไมคนนี้ที่เกิดมา ถึงมาอยู่ในครอบครัว รวย แล้วทำไมอีกคนที่เกิดมา จึงเกิดมาอยู่ในครอบครัวจน แล้ววิทยาศาสตร์ก็พยายามหาข้อพิสูจน์ต่างๆนาๆ จนทำให้เกิดการแบ่งฝ่ายกัน
2.)ผมไม่รู้ว่า...คุณมัด...มีจริงตามที่ อ.แบงค์ หมอดูสวนกระแสพูดหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้คือ ถ้ามองตามวิทยาศาสตร์อาจจะมองว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ช่วงฤดูกาล ไข้ที่มาเอง ส่วนถ้ามองในเรื่องกรรม ก็มองว่าทุกอย่างล่วนมีที่มาที่ไป โดยพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ว่าที่เราเกิดมาและเกิดโรคภัยไข้เจ็บนั้นก็เป็นเพราะสาเหตุ 5 ประการ หนึ่งในนั้นก็มีแต่กรรมในชาติปางก่อน
3.)ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าเรามีกรรมในชาติก่อนเป็นอย่างไร แล้วเขากำลังมาทวงคืนหรือไม่ สุดท้ายคุณก็ต้องรับผลของกรรมนั้นอยู่ดี ไม่ว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ ก้มหน้ารับผลของกรรมนั้นและสำนึกในสิ่งที่เคยกระทำผิดมา ถึงจะมีคนรักคุณปอเท่าไร มีหมอช่วยดีขนาดไหน สุดท้ายก็หลุดจากบ่วงของกรรมไม่ได้อยู่ดี เราก็ต้องรับกรรมเวลาเขาทวงอยู่ดี
4.)ไม่ว่าจะรวย จะจน จะเป็นดารา จะเป็นคนธรรมดา สุดท้าย โอกาสที่จะมี ..ความสุข...และโอกาสที่จะมี...ความทุกข์...ก็มีเท่าๆกัน ไม่มีอะไรต่างกัน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่เกิดได้กับทุกคนในทุกๆลมหายใจ
        สุดท้ายนี้ ก็อยากขอให้คุณปอฟื้นและหายจากโรคภัย พวกเรารอคุณอยู่ ยังรอคุณมาเป็นต้นแบบของคนรุ่นหลังๆ ยังรอใ้หคุณมาทำประโยชน์ให้สังคมดังเดิม อยากให้คุณรีบตื่นมาเร็วๆ มาเจอคนที่รักคุณอยู่ ที่รอคุณอยู่ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ถ้าผมเป็นคุณปอ ผมว่าแค่นี้มันก็โครตคุ้มแล้วที่อย่างน้อยในวันที่เจ็บ ก็ยังมีคนเสียน้ำตาให้เรา ยังมีคนพยายามช่วยเหลือเราทุกอย่าง ยังมีคนยังอยากให้เรากลับมาให้ประโยชน์กับสังคมอีกครั้ง ชีวิตนี้มันโครตคุ้มแล้วครับ
    ปล.อยากฝากว่า วันนี้ถ้าคุณยังมีคนที่คุณรัก และ คนที่รักคุณ ต้องดูแลเขาให้มากๆเพราะวันหนึ่ง ถ้าความเจ็บป่วยมาพราก เราอาจจะไม่สามารถทำสิ่งๆนั้นได้ดีเหมือนวันที่เรายังมีทุกอย่างครบ ให้อภัยใครได้ก็ควรจะให้อถัย เพราะวันหนึ่งถ้าคุณเริ่มพูดไม่ได้ โอกาสที่แค่จะพูดคำว่า ..ขอโทษ..ก็ยังไม่มี(เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมเมื่อพ่อได้เสียชีวิตกระทันหัน) ถ้าคุณความทำอะไร อยากดูแลใคร ขอให้รีบทำ เพราะวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะมีชีวิตเหลืออยู่ หรือเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะสามารถทำมันได้เต็มกำลังแล้วก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่