ทุกวันนี้ มีน้องๆ จากโซเชี่ยล บางคนที่มาถามเรือ่งงานสื่อ และบางเรื่องของธุรกิจ ซึ่งเรารับช่วยฟรีสำหรับคนที่เดือดร้อนนี่แหละค่ะ (ไม่ได้เก่งอะไรนะคะ เปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่าค่ะ)
พอดีว่ามีคนหนึ่งที่เพิ่งคุยกัน พี่บอกว่าสรุปว่า หากเค้าสามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เค้าจะช่วยเหลือคนได้อีกหลายครอบครัว (ลูกจ้างเค้าไง) แต่นั่นหมายความว่าเค้าต้องดีพอ และมีใจที่คิดจะให้ด้วย ถ้าไม่งั้น เค้าจะคิดแต่ว่า คนเหล่านั้น คือ ลูกจ้าง ที่แค่ทำงานแลกเงิน (มีหลายกิจการเป็นแบบนี้ ทำไมไ่ด้ออกไป มีคนอื่นพร้อมจะทดแทนอีกจำนวนมาก ในตลาดแรงงาน-เราไม่ได้บอกให้ใครต้องอุ้มใคร แต่เราบอกว่าให้คุณเข้าใจว่าทำไมควรพัฒนาคน)
และถ้าเค้าดีมากกว่านั้น ในวันที่เค้าเหลือแล้วทั้งเงิน ทั้งเวลา เค้าอาจจะขยายขอบเขตการให้ความช่วยเหลือคนได้อย่างจริงจัง มากกว่าการช่วยแแค่ลูกจ้างที่ทำงานด้วย นี่คือสิ่งที่เราพยายามบอกน้องเค้าไป (พอดีว่าคนนี้คุยกันบ่อยหน่อย) แล้วถ้าคุณส่งต่อความคิดที่จะพัฒนาคนที่ยังด้อยให้กับคนรอบข้างคุณ ให้เค้าตระหนัก วันหนึ่งขอบเขตของการให้ จะขยายกว้างขึ้น วันหนึ่งพวกคุณอาจรวมตัวกันสร้างโรงเรียนสักหลังได้ เมื่อสร้างโรงเรียนแล้ว เด็กๆ อีกหลายร้อยคนจะได้มีที่เรียนไง เห็นวงจรนี้หรือยัง
หลักคิด คือ ทำให้เค้าเห็นคุณค่าของการให้ และลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยเริ่มจากให้กับลูกน้องของเค้าก่อน
หลายๆ คนดีกว่าคนอื่นแล้วดูถูกคนที่ยังด้อย ....แกทำไมไ่ด้ เพราะ....แกไม่มีทางทำได้ เพราะ...ทำไมไม่ลองช่วยเค้า คุยกับเค้าแนะนำเค้า ให้ความรู้เพื่อการพัฒนากับเค้าล่ะคะ แต่หลักวิธีให้ของเรา ก็ยังมีหลักใหญ่ คือ ให้กับคนที่สมควรได้รับ คนที่ไม่สนใจจะพัฒนาตัวเองแต่อย่างใด เราจะไม่อยากรับรู้อะไรด้วยเลย และปล่อยให้ใช้ชีวิตไปแบบนั้นแหละ ไม่ดีขึ้นก็ช่างสิ คุณไม่แสดงให้เห็น แม้แต่ความคิดว่าอยากพัฒนา
การเป็นที่ปรึกษาเพื่อนำใครสักคนไปสู่ความสำเร็จ เค้าควรเป็นคนดีพอด้วยนะ
พอดีว่ามีคนหนึ่งที่เพิ่งคุยกัน พี่บอกว่าสรุปว่า หากเค้าสามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เค้าจะช่วยเหลือคนได้อีกหลายครอบครัว (ลูกจ้างเค้าไง) แต่นั่นหมายความว่าเค้าต้องดีพอ และมีใจที่คิดจะให้ด้วย ถ้าไม่งั้น เค้าจะคิดแต่ว่า คนเหล่านั้น คือ ลูกจ้าง ที่แค่ทำงานแลกเงิน (มีหลายกิจการเป็นแบบนี้ ทำไมไ่ด้ออกไป มีคนอื่นพร้อมจะทดแทนอีกจำนวนมาก ในตลาดแรงงาน-เราไม่ได้บอกให้ใครต้องอุ้มใคร แต่เราบอกว่าให้คุณเข้าใจว่าทำไมควรพัฒนาคน)
และถ้าเค้าดีมากกว่านั้น ในวันที่เค้าเหลือแล้วทั้งเงิน ทั้งเวลา เค้าอาจจะขยายขอบเขตการให้ความช่วยเหลือคนได้อย่างจริงจัง มากกว่าการช่วยแแค่ลูกจ้างที่ทำงานด้วย นี่คือสิ่งที่เราพยายามบอกน้องเค้าไป (พอดีว่าคนนี้คุยกันบ่อยหน่อย) แล้วถ้าคุณส่งต่อความคิดที่จะพัฒนาคนที่ยังด้อยให้กับคนรอบข้างคุณ ให้เค้าตระหนัก วันหนึ่งขอบเขตของการให้ จะขยายกว้างขึ้น วันหนึ่งพวกคุณอาจรวมตัวกันสร้างโรงเรียนสักหลังได้ เมื่อสร้างโรงเรียนแล้ว เด็กๆ อีกหลายร้อยคนจะได้มีที่เรียนไง เห็นวงจรนี้หรือยัง
หลักคิด คือ ทำให้เค้าเห็นคุณค่าของการให้ และลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยเริ่มจากให้กับลูกน้องของเค้าก่อน
หลายๆ คนดีกว่าคนอื่นแล้วดูถูกคนที่ยังด้อย ....แกทำไมไ่ด้ เพราะ....แกไม่มีทางทำได้ เพราะ...ทำไมไม่ลองช่วยเค้า คุยกับเค้าแนะนำเค้า ให้ความรู้เพื่อการพัฒนากับเค้าล่ะคะ แต่หลักวิธีให้ของเรา ก็ยังมีหลักใหญ่ คือ ให้กับคนที่สมควรได้รับ คนที่ไม่สนใจจะพัฒนาตัวเองแต่อย่างใด เราจะไม่อยากรับรู้อะไรด้วยเลย และปล่อยให้ใช้ชีวิตไปแบบนั้นแหละ ไม่ดีขึ้นก็ช่างสิ คุณไม่แสดงให้เห็น แม้แต่ความคิดว่าอยากพัฒนา