ฟุ้งไปหมด ไม่รู้จะทำอะไร จะหยิบจะจับอะไร???

ครับผมพึ่งสมัครครับเป็นกระทู้แรก ผิดพลาดยังไงขอโทษด้วยครับ

      เริ่มเลยแล้วกันนะครับ ผมขอแทนตัวเองว่าแว่นนะครับ อายุ33 ผมเป็นคน กทม. อยู่แถวมีนบุรี ไม่ได้เกิดในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยอะไร ก็เหมือนๆทั่วไปครับ
แม่บอกว่าเรียนให้สูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคนนะลูก...  ที่บ้านเคยเป็นโต๊ะสนุ๊กครับ ผมก็เฝ้าโต๊ะบ้าง ช่วยแม่ขายของบ้าง
จนผมเรียนจบ ปวส. ก็ธรรมดาครับเรียนจบก็ต้องทำงาน ผมเข้าทำงานในบริษัท ทำแม่พิมพ์ครับ อยู่กับเถ้าแก่
ได้ใช้เครื่องมือเครื่องจักร ได้รู้จักเครื่อง cnc ได้รู้จักโปรแกรมเขียนแบบ cad/cam หลังจากนั้นมาผมก็ชอบที่จะได้ผลิตได้สร้างโน้นนี้นั้น
จนมีความคิดว่าถ้าเรามีเครื่อง cnc ซักตัวก็คงจะดีนะ จะได้สร้างอะไรต่อมิอะไร พ่อแม่จะได้สบายซะที เมื่อคิดแบบนั้นแล้ว เก็บเงิน
คำนี้ก็ลั่นขึ้นมาในหัวครับ
ทำไงดี เงินเดือนน้อย ย้ายงานๆๆๆ  ผมมีเพื่อนทำงานอยู่พระราม9ครับ  เลยไปสมัคร
เค้าก็เรียกไปสัมภาษณ์งาน ด้วยความที่เป็นเด็กชานเมืองชุดที่ดีที่สุดในตอนนั้นก็เสื้อช๊อปกางเกงยีน รองเท้าหนังนี่แหละฟร่ะ
ไปเลยครับ สัมภาษณ์ถึงตึก มันสูงมันใหญ่มาก ไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้คนมากหน้าหลายตา มองผม ที่แปลกจากคนอื่นเพราะเค้าใส่เสื้อเชิตกางเกงสแล๊กกัน
ไม่สน  ผมถูกเรียกไปสัมภาษณ์ ด้วยความที่ เงินเดือน ชานเมืองมันถูก และกลัวไม่ได้งาน ในสมัยนั้นผมเรียกเงินเดือน 6,5XX ครับ ที่เก่า 6,0XX
และก็ เข้าห้อง สัมภาษณ์งาน โดนวิศวกรเรียกถาม ว่าถ้าเราให้คุณทำงาน คุณทำอะไรได้บ้าง  อ้าว นั่งคิดอยู่แป๊บนึ่ง แต่ไม่ได้คิดอะไรตอบอย่างที่คิดเลยครับ
ผมไม่รู้หรอกครับว่าผมทำอ่ะไรได้บ้าง  แต่พี่เอางานที่พี่มีมาให้ผมลองทำเลยดีกว่าครับ จะได้บอกได้ว่าทำได้ไหม  จบครับ
กลายเป็นกวนตีนซะอย่างนั้น 555 ซักพักพี่ที่เป็นบุคคลก็บอกว่าเสร็จแล้วครับ กลับไปจะรอเรียก พอออกมาจากห้องประชุมก็มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนที่ผมเคยเรียน
แต่ไม่รู้จักครับมาแสดงตัวครับ 2 คน เรียนจบโรงเรียน XXXX มาใช่ไหม (ไม่กล้าบอกเด๋วทำโรงเรียนเสื่อมเสีย)  ผมตอบไปว่าใช่ครับ  ครับผมยิ้ม
โดนเข๊กกระบาล เลยครับ เอ็งขอเงินเดือนไปได้ยังไงเท่านั้น เค้าระสำระสายทั้งบริษัท เรทในตัวเมืองเค้าหมื่นขึ้นกัน แล้วยิ้มไปกวนตีนวิศวกรอีก นิมันบ้าจริงๆ ผมหัวเราะ 555 พี่ก็ผมกลัวไม่ได้งานอ่ะ พี่ ฝากขอโทษพี่วิศวกรด้วยนะพี่ ผมกลับแร่ะ จากนั้นได้เดือนครึ่ง ผมถูกเรียกตัวเข้าทำงานใน
ตำแหน่ง ช่างเขียนแบบ   เงินเดือนแรก เข้า 9,0xx พี่ๆเค้าช่วยพูดกับฝ่ายบุคคลให้ มันบ้าดีเห็นเค้าว่างั้น โลกของผมเป็นสีชมพูเลยครับ ได้เงินเกินคาดไว้
สองอาทิตแรก ไม่มีคอม อ้าวช่างเขียนแบบไม่มีคอม พับแบบซิครับรอไร ก็ได้ประสบการณ์ เงินเดือนแรกไปเข้าของอีกคน  ได้ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยว ได้อยู่ทำงานโดยมี พนักงานเขียนแบบกว่า40 คน ได้กินได้เที่ยว ได้มีบัตรเครดิตใบแรก ข้ามรายละเอียดไปเลยแล้วกันครับ  สิบปีผ่านไป เงินเดือนเพิ่มขึ้น
ยิ้มมีหนี้ด้วย ไม่มีเงินเก็บเครื่อง cnc ที่ฝันไว้จบกัน ช่วงนั้นมีเงินก้อนใหญ่ผ่านเข้ามาเป็นโอกาสให้ผมอีกหลายรอบ

      รอบแรกพ่อขายที่ดินที่ต่างจังหวัดได้ มาประมาณ 450,000  แกว่าให้เอาไปซะ ตอนผมมีงานประจำอยู่แล้วครับ
แต่น้องไม่มีก็เลยบอกพ่อว่า น้องอ่ะบ่นให้ฟังว่าไปเป็นลูกจ้างเป็นช่างยนต์ได้บ้างไม่ได้บ้างลำบาก
ก็เลยตัดสินใจคุยกับพ่อว่าผมมีอาชีพแล้ว แต่น้องยังไม่มี ให้เอาเงินนี้ไปสร้างอาชีพให้น้องก่อน ก็เลยเปิดอู่ครับซื้อเครื่องมือเครื่องใช้
ทำอู่อยู่ที่บ้าน ก็จบไปสำหรับโอกาสที่จะมีเครื่อง cnc ของผม

      รอบสองด้วยความอยากจะมีเครื่องจักรมากผมเลยซื้อบ้าน ไม่สำคัญว่ามันจะอยู่ที่ไหน ไม่สำคัญว่ามีออฟชั่นยังไง ขอแค่มีเงินเหลือก็พอ
โอกาสครับที่สองของผมมาถึงครับผมกู้บ้านได้ และเหลือเงิน 400,000 ผมไล่หาซื้อเครื่อง แต่ ไม่มี  ไม่มีเลยครับ เครื่องราคานี้ ด้วยความที่ไม่คิดอะไร
ผมเลยมีความคิดว่าจะเอารถที่ชน ไปซ่อมครับแล้วเอามารวมซื้อเครื่อง  มีคนให้ราคาซาก 90,000  ซ่อมเสร็จวิ่งได้น่าจะได้ซัก แสนสามแสนสี่มารวมซื้อเครื่องได้แน่ว่าแล้วก็ซ่อมเลยครับ  หมดเงินงบบานปลายไปเป็นแสนหนึ่งเพื่อให้ได้รถสภาพเดิมกลับมา สรุปไปให้เต้นท์ตีราคา  ได้ 95,000  ตัวผมเย็นเลยครับ เท่ากับเท่าทุน เฮ้ออออ แทนที่จะได้เอามารวมซื้อเครื่อง cnc หมอดูว่าดวงไม่ดีให้ไปบวช รวมบวชรวมทำบุญหมดไปอีก60,000 และบวกกับเก็บเงินไม่อยู่มุ่งมั่นไม่พอ สุดท้ายผมไม่เหลือเงินเลย แต่ยังมีงานประจำทำอยู่และ ได้เปิดบริษัทไว้อีก 1 บริษัท ที่รอดจากการผลานเงินครังนี้

        จากนั้นทำงานไปด้วยอยากมีเครื่อง cnc ไปด้วย ทำไงดี ผมมีเพื่อนครับเก่งเรื่องไฟฟ้า เลยแบ่งงานกัน ว่า จะสร้างเครื่อง cnc ขึ้นใช้เอง แต่ด้วยไม่มีงบซักเท่าไรนัก จึงตั้งทุ่นไว้10000 จากนั้นเราก็แบ่งงานกันทำผมทำเครื่องกลชิ้นส่วนอะไหล่ (ผมมีเครื่องจักรที่เป็นของสะสมแต่เป็นเครื่องขนาดเล็กครับ มีเครื่องกลึงตัวเล็ก เครื่องมิ่งลิ่งตัวเล็ก ปั๊มลม ตู้เชื่อม เครื่องเลื่อย ถังเชื่อมแก๊ส เครื่องชาตร์แบตรถยนต์ และเครื่อง cnc ตัวเล็กที่ยืมพี่เค้ามา เพราะเค้ายังไม่ได้ใช่อะไร) ครับผมกับเพื่อนศึกษาจนสร้าง เครื่อง cnc ขานดเล็กขึ้นมาได้ตัวนึ่ง แต่ด้วยต้นทุ่นที่ต่ำ มันเดินกันงานได้แต่ไม่ค่อยจะเสถียน ครับ เลยรื้อและกะจะทำตัวใหม่ แต่เพื่อนผมเค้าเบื่อซะก่อน ก็เลยจบไป

       จากนั้นผมก็มีปัญหากับที่ทำงานครับผมทำงานผมจงรักภัคดี ให้ใจนาย ผมเคยสัญญากับเค้าว่าเราจะคุยกันทุกเรื่องโดยไม่โกหกกันครับ ผมลา กินเหล้าเมา มา ผมก็บอกว่าวันนี้ผมไม่ไหวครับพี่ บอกทุกเรื่องไม่เคยโกหกกัน ให้ทำไรผมทำหมด ไปช่วยขายของ เค้าทำธุรกิจครับ  ขนของ จัดบูส เอารถไปส่ง โน้นนี้นั้นที่พอจะทำได้ แต่เค้าก็ให้เงินนะครับ แต่บางที ค่าแท็กซี่ก็หมดแร่ะ และช่วงหลังงานของบริษัทที่ตั้งไว้เริ่มจะมีงาน ผมก็ต้องออกไปวัดงานดูงาน ผมก็ลาไปบ้าง อะไรบ้างเสนอราคาเอางานไปให้พวกที่รู้จักกันทำ สุดท้ายดันขอลาตรงกันวันที่นายจะลาเหมือนกัน และผมลืมว่าแกจะลา ผมเลยหยุด
ไปกลายเป็นว่าวันนั้นแกเลยไม่ได้ลาครับ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ทำไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด ผมก็ยังทำงานบริษัทและทำงานของผม เลยมีคำถามว่าที่ไปดูงาน ไปวันวัดงานอะไรเนี้ยเคยได้ตังบ้างไหม ผมว่าก็ได้บ้างครับ แต่เหมือนนายไม่เชื่อ หาว่าผมหนีเที่ยว ก็เลย ออกครับ
ผม คิดในตอนนั้นว่า "อดอย่างเสือ ดีกว่าอยู่อย่างหมา" ตอนนนี้เลยอดแทบตาย 555 แต่จากการออกจากงาน
ผมได้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มาอีก 180,000 ครับแต่ไม่พอซื้อ cnc  ตอนนั้นน้องไม่ได้ทำอู่รถแล้ว แต่มาขายของมือสองญี่ปุ่น
ก็เลยเอาเงินมาลงทุนขายของญี่ปุ่นกันน้องเพื่อต่อยอดให้ได้ cnc ตอนนั้นน้องสาวอีกคนจะแต่งงานครับ แม่รับสินสอดมาแล้ว แสนนึง แต่เอามาใช้จ่าย ค่าโน้นนี้ค่าเช่าบ้านที่ผมอาศัยอยู่ ผมจึงเอาเงินให้แม่ไป 60000 หลังจากงาน แม่คืนมาให้ 20000  ผมลงของมือสอง รอบแรกที่ 50000 กว่า จากนั้นก็ทำไปขายไป จ่ายค่าเช่าบ้านที่อยู่ด้วย 12000 ต่อเดือน บ้านที่ซื้อไว้เพื่อเอาเงินเหลือและกะจะให้แม่ไปอยู่แต่แม่ไม่ไป 1x,xxx ก่าๆ โชคดีที่มีคนมาเช่า ช่วยผม 7000 ต่อเดือน ผมหาเพิ่มอีกนิดหน่อย จากนั้นเงินลงทุนรอบแรกก็หมดไปขายไปใช้ไป วิ่งขายหลายที่ดูเหมือนจะได้เงินแต่กลับหมดที่ผมมี เอาไงดีผมฟืนเดินต่อ เลยไปยืมพี่ที่รู้จักอีก 40000 เงินหมุนเวียนในบริษัทอีก 20000  กดบัตรอีก 20000  สรุป  หมดของที่ได้มีของดีบางส่วน ของที่เป็นของขายไม่ได้หลายส่วน จนบ้านมีแต่ของที่ขายไม่ได้เต็มไปหมด สรุปกระแสเงินสดผมพังพินาศครับ ถ้าไม่ได้แม่ขายข้าว สบายไปนานแร่ะครับ

     ผมออกจากงานมาจะครบหนึ่งปีแล้วครับ อดหยังหมา 55 ผมตัดสินใจเก็บของยกทิ้งบ้าง บริจาคบ้าง จนบ้านโล่ง ละได้เอาเครื่องจักรที่เป็นของสะสม
เปิดหน้าบ้าน อาคารพาณิช เป็นโรงกลึงเล็กๆรับงานไปด้วยแต่ก็ยังไม่ค่อยจะมีงาน เท่าไร เครื่องจักรที่มีมันเป็นแบบฮอปบี้ก็เลยไม่รู้จะทำอะไรจะสร้างอะไรเคยทำพวกโลโก้ ไม้ไปขายก็ไม่ค่อยโอเค ดิ้นรนไม่เอาหมูปิ้งมาขาย  ก็สบายดี กล่องละ 100 ไม้ ขายได้ 5วันกล่อง  เห็นอายุน้อยร้อยล้านออกทีวี ไปเอาขนมเค้ามาขาย ก็สบายไม่เป็นท่า บ้างทีเราอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อทำเหมือนเค้าก็ได้ครับ เลยเลียแผลนิ่งๆอยู่ที่บ้าน นั่งนึกจะสร้างอะไรก็นึกไม่ออก ดูเว็ปทุกวัน เค้าทำได้เราก็ทำได้ มาลองทำ แล้วก็ทำได้จริงๆ ถนัดไปทางก๊อบปี้มากกว่าเพราะบางทีดูคลิปแล้วก็นึกภาพตามเอามาลองทำบ้าง ทำได้เฉย ครับ ตอนนี้สร้างรายได้ไม่ได้เลย แต่ก็ไม่คิดจะกลับไปทำงานประจำนะครับ เรื่องทั้งหมดก็
เป็นเรื่องโดยสังเขป ของชีวิตผม

ตอนนี้ผมก็ ยังหาทางไม่ถูกว่าจะทำอะไรดี จะหยิบจับอะไรดีที่จะให้พ่อแม่สบายกว่านี้ ในหัวตอนนี้ มีแต่เครื่อง cnc อยากได้เหมือนเดิม เพราะคิดว่าถ้าได้มาชีวิตอาจจะดีกว่านี้ แต่ก็อีกแหละครับถ้าได้มาแล้วไม่รู้จะทำอะไรเหมือนเครื่องที่มีอยู่ก็อาจจะไม่ต่างจากตอนนี้......
พี่ๆเพื่อนๆอยากจะสร้างอะไรลองมาคุยกันดูนะครับเผื่อเครื่องที่ผมมีพอจะทำได้ 555

อาจจะอ่านแล้วงง สับสน ไปหมด ผิดถูกอย่างไรผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ แต่สบายใจขึ้นมากเลยทีเดียว
ขอบคุณครับ
แว่น

ปล.ตอนนี้มีโครงการว่าจะไปกู้มาซื้อเครื่องอีกรอบครับ เพราะเครื่องมือสองตอนนี้ถูกมาก แต่คิดไปคิดมาก็ไม่ควรiรึเปล่า ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เรียกยังไงดี มีหัวทางด้านสร้างสิ่งของ ความคิดดี แต่ ขาด ประสบการณ์ด้านค้าขาย ยังมองอนาคตไม่ออก ตีโจทย์ไม่แตก ทำการตลาดไม่ดี ขาดนิดๆหน่อยเองคับ พยามต่อ ซักวันจะเจอช่องที่เหมาะกะตัวเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่